การต่อสู้ผลัดเปลี่ยนกันรุกกันรับอย่างต่อเนื่องหลายสิบกระบวนท่า ก่อนที่เซียวปิงหยวนจะมองเห็นโอกาส จึงรีบฟาดกระบี่ออกไปอย่างไม่รอช้า
เปรี้ยง!
ชายร่างใหญ่คนนั้นหน้าแดงขึ้นมาทันที เขาไม่อาจยืนหยัดต่อไปได้อีก จึงกระเด็นออกไปตกลงอยู่นอกลานประลองอย่างน่าเสียดาย
"ออมมือแล้ว!" เซียงปิงหยวนก้มศรีษะลงพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างมีมารยาท ครั้งนี้เป็นโชคของเขาจริงๆที่ทำให้ชายคนนั้นร่วงหล่นเวทีไปได้ ไม่เช่นนั้นถ้าหากสู้กันต่อไป อาจเป็นตัวเขาเองก็ได้ที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
เทียนฉินยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เซียวปิงหยวนได้ผ่านเข้ารอบในที่สุด หลังจากนั้นจึงหันไปมองที่ลานประลองอื่นอีกครั้ง แต่ในทันทีที่สายตาของเขามองไปยังเวทีที่หนึ่งนั้นเองก็ทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้
การประลองที่เวทีที่หนึ่งนี้เป็นหญิงสาวสองคนซึ่งเทียนฉินคุ้นหน้าคุ้นตาดีอยู่แล้ว นั้นก็คือเฟยลี่กับจิงอี้หลานนั่นเอง
ทั้งสองสาวกำลังสู้กันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงกระบี่ทั้งสองเล่มปะทะกันดังก้องกังวานอย่างต่อเนื่อง ด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยรวมถึงหน้าตาของทั้งสองก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร ทำให้ผู้ชมที่อยู่บนอัฒจันทร์ต่างหันมามองกันอย่างเพลิดเพลิน
"ศิษย์น้องเทียนว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะกัน?"เซียวปิงหยวนที่ประลองเสร็จแล้วก็เดินมาหาเทียนฉินพร้อมกับเอ่ยถามอย่างถึงความคิดเห็นของเขา
"ยินดีกับศิษย์พี่เซียวด้วยที่ผ่านเข้ารอบ!"
เทียนฉินหันมาแสดงความยินดีกับเทียนฉินด้วยความจริงใจ
"ข้าก็ยินดีกับศิษย์น้องเทียนด้วยเหมือนกัน!"เซียวปิงหยวนเอ่ยตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
"ทางศิษย์พี่ล่งไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง?"
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างเป็นกังวล
"น่าเสียดายศิษย์น้องล่งเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีพลังสูงกว่าทำให้ไม่อาจต้านทานได้ไหว!"
เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาด้วยความเสียดายที่ศิษย์น้องของเขาอีกคนไม่สามารถผ่านเข้ารอบมาได้
ในขณะที่ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงไชโยโห่ร้องก็ดังก้องขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เทียนฉินหันกลับไปดูก็ปรากฏว่าดังมาจากเวทีประลองของทั้งสองสาวนี้เอง
ภาพที่เห็นตรงด้านหน้าคือเฟยลี่ที่กำลังยืนจับมืออยู่กับจิงอี้หลาน โดยที่ฝ่าย
จิงอี้หลานมีสภาพที่ไม่น่าดูกว่ามาก ทำให้เทียนฉินคาดเดาได้เลยว่าน่าจะเป็นเฟยลี่ที่คว้าชัยชนะไปได้ในที่สุด
หลังจากนั้นการต่อสู้ก็ดำเนินไปจนถึงตอนเย็น จึงสิ้นสุดการแข่งขันของคู่สุดท้าย เซียวปิงหยวนบอกแก่เทียนฉินว่า ผู้ที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ส่วนตัวของอาวุโสหลักทั้งนั้น ให้เขาเตรียมตัวให้ดีในการประลองที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
จากนั้นทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปคนละทางเพื่อที่จะได้พักผ่อนต่อ เทียนฉินกลับเข้ามาในห้องก็ล้มตัวลงนอนทันที วันนี้เขาออกแรงไปมาก็พอสมควร จึงทำให้ในไม่ช้าก็เผลอหลับไปอย่างง่ายดาย
รุ่งเช้าวันถัดมาเทียนฉินมารอเซียวปิงหยวนอยู่ที่หน้าบ้านพัก ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปที่ลานประลองด้วยกัน ส่วนล่งฉินจ้าวนั้นกลับเก็บตัวเงียบคล้ายกำลังเสียใจที่ตนเองไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปได้อยู่
เข้าวันนี้ยังเป็นอาวุโสเหลียงที่ยังมาดูแลงานประลองเช่นเคย เมื่อได้เวลาแล้วอาวุโสเหลียงก็ทำการประกาศอีกครั้ง ซึ่งกติกาในครั้งนี้นั้นแตกต่างไปจากเดิมอยู่บ้าง เพราะว่ามีจำนวนคนที่เข้ารอบมานั้นยี่สิบห้าคนแต่รอบนี้ต้องการผู้เข้ารอบเพียงสิบสองคนเท่านั้น
ซึ่งก็หมายความว่าย่อมมีผู้ที่ถูกคัดออกโดยไม่ได้แข่งขันอยู่คนหนึ่ง และเมื่ออาวุโสเหลียงประกาศเรื่องนี้ออกไป ก็เกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมอย่างกว้างขวาง แต่ละคนล้วนคาดเดากันไปอย่างสนุกปากว่าใครจะเป็นผู้โชคร้ายคนนั้น
การประลองรอบนี้จะจัดขึ้นแค่สองเวทีเท่านั้น เมื่อโดยทางอาวุโสฝ่ายคุมกฎจะเป็นผู้สุ่มหมายเลขและเวทีเอง โดยเวทีที่หนึ่งผู้ที่เข้ามาประลองก็คือชิงต้าเหนียวซึ่งเทียนฉินเคยพบที่ตลาดแลกเปลี่ยนนั่นเอง
คู่ต่อสู้ของชิงต้าเหนียวนั้นเป็นชายร่างผอมที่เทียนฉินไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เพียงประลองไปได้ไม่นานชิงต้าเหนียวก็เป็นฝ่ายชนะไปในที่สุด
ส่วนเวทีที่สองเป็นกับพบกันของชายสองคน ซึ่งคู่นี้ทำการต่อสู้นานกว่าชิงต้าเหนียวค่อนข้างมาก จนสุดท้ายชายคนที่ใช้ดาบเป็นอาวุธก็เอาชนะไปได้อย่างเหนื่อยหอบ
พอถึงรอบที่สองก็ถึงตาของเซียวปิงหยวนได้ขึ้นประลอง คู่ต่อสู้ของเขาคราวนี้ค่อนข้างที่จะมีกลิ่นอายที่ทรงพลัง เทียนฉินคาดเดาไปว่าชายคนนี้อาจบรรลุพลังถึงระดับผันแปรขั้นสูงแล้วก็เป็นได้
ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นศิษย์พี่ของเขาคงลำบากเสียแล้ว แต่บังเอิญเป็นเทียนฉินที่คาดเดาผิดไป ชายคนนี้มีระดับพลังเพียงผันแปรขั้นกลางเท่านั้น ทำให้เซียวปิงหยวนเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด
เมื่อเวลาผ่านไปก็มาถึงรอบของเทียนฉิน เขาพุ่งตัวขึ้นเวทีไปอย่างไม่หวั่นไหว คู่ต่อสู้ของเขาก้าวเดินมาตามหลัง เทียนฉินหันไปมองก็พบว่าชายคนนี้ค่อนข้างน่าสนใจ อาวุธที่เขาใช้คือหอกด้ามยาวซึ่งไม่ค่อยพบเห็นคนใช้บ่อยนัก
เมื่อสิ้นเสียงประกาศของอาวุโสคนนั้น ชายที่ถือหอกก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแทงหอกนั้นออกมาตรงๆ และเป็นเทียนฉินที่ชกหมัดออกไปต้านอย่างสุดแรง
เปรี้ยง!
แรงปะทะระหว่างปลายหอกกับหมัดของเทียนฉินส่งเสียงดังออกมาอย่างรุนแรง จนทำให้ผู้คนหันมามองกันทันที
"ไม่น่าเชื่อว่าข้าจะเจอคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังมากเช่นนี้!"เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจพร้อมกับกุมมือที่รู้สึกเจ็บอยู่บ้าง จากนั้นจึงเรียกดาบเพลิงสุริยามาถือไว้อย่างไม่ประมาท
แต่ยังไม่ทันได้เตรียมตัวดีนักปลายหอกก็ทิ่มเข้ามาตรงหน้าเขาอีกครั้ง เทียนฉินไม่รอช้าพริ้วตัวหลบอย่างว่องไวก่อนจ้วงแทงดาบออกไปด้วยกระบวนท่าทะลวงดาราเข้าใส่ด้านข้างของชายคนนั้นทันที
แต่สิ่งที่ทำให้เทียนฉินแปลกใจก็คือปลายหอกที่ทิ่มเข้าหาเขาก่อนหน้านั้นได้วกกลับมาต้านรับดาบของเขาได้อย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
เกิดเสียงการปะทะกันขึ้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ คราวนี้เทียนฉินมั่นใจแล้วว่าคู่ต่อสู้ของเขาคราวนี้ไม่อาจจะดูถูกได้เลย
เมื่อคิดได้ดังนั้นเทียนฉินจึงพุ่งเข้าหาอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับใช้กระบวนท่าออกมาอย่างต่อเนื่อง มังกรสองตัวกู่ก้องร้องคำรามไปทั่วบริเวณ คมดาบเข้าปะทะกับปลายหอกครั้งแล้วครั้งเล่า
เปรี้ยง!
กระบวนท่าทะลวงดาราผสานกับเปลวเพลิงอัคนีถูกทิ่มแทงออกไปปะทะกับปลายหอกอีกครั้ง จากเดิมที่เห็นปลายหอกแค่อันเดียว ตอนนี้กลับปรากฏปลายหอกหลายอันทิ่มแทงเข้าใส่เขาอย่างไม่มียั้ง
เทียนฉินระเบิดพลังออกมาเต็มที่ไม่ปิดบังอีกแล้ว ก่อนใช้กระบวนท่าตาข่ายฟ้าผสานกับความเข้าใจทั้งสองธาตุทันที
กระแสพลังปราณสีส้มสลับกับสีฟ้าพุ่งออกมาจากดาบเพลิงสุริยาก่อนวาดเข้าใส่ชายคนนั้นอย่างรุนแรง
ตู้ม!
การปะทะกันเกิดเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจนับได้ แต่ครั้งนี้ด้วยพลังของทั้งสองธาตุ เมื่อรวมเข้ากระบวนท่าตาข่ายฟ้า กลับทำให้ชายคนนั้นรับมือได้ยากอยู่พอสมควร คมดาบบางอันได้หลุดรอดจากการป้องกันพุ่งเข้าใส่ตัวชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
ฉั้วะ!
เลือดสีแดงเข้มพุ่งมาจากชายคนนั้นทันทีที่คมดาบได้สัมผัส เทียนฉินเห็นดังนั้นก็ใช้ท่าร่างเข้าประชิดตัวก่อนออกกระบวนท่าคมเขี้ยวมังกรวาดเข้าใส่อีกครั้ง
มังกรสองตัวแหวกว่ายอยู่ในอากาศก่อนจะตะปปกรงเล็บเข้าใส่ชายคนนั้นทั้งสองด้าน ถึงแม้ว่าปลายหอกนั้นจะรวดเร็วสักเพียงใดแต่เมื่อมาเจอกับมังกรสองตัวที่ลุมล้อมอยู่ ก็ไม่อาจต้านทานได้นานถูกมังกรตัวหนึ่งตะปปเข้าไปเต็มแรง
ตู้ม!
เมื่อพลาดพลั้งย่อมมีบาดเจ็บ ชายคนนั้นโดนกรงเล็บมังกรตะปปเข้าไปเต็มที่ ก็กระเด็นตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง เทียนฉินเห็นดังนั้นจึงเหินลงด้านล่างแล้วยืนรออยู่อย่างเงียบๆ
เพียงไม่นานก็ปรากฏร่างของชายคนนั้นออกมาให้เห็น เนื้อตัวของเขาล้วนมีเลือดไหลออกมาไม่มากก็น้อย เทียนฉินกระชับดาบเพลิงสุริยาไว้จนแน่น เพื่อเตรียมตัวจะสู่ต่อไป ทว่ายังไม่ทันที่เทียนฉินได้ขยับตัว ก็เป็นชายคนนั้นที่เอ่ยปากออกมาก่อน
"ข้าขอยอมแพ้!"ชายคนนั้นเอ่ยบอกก่อนที่จะหันหลังเดินลงเวทีไปโดยไม่สนใจอะไรอีก
ฟู่!
เทียนฉินเป่าลมออกจากปากก่อนคลายความตึงเครียดในที่สุด นี่เป็นการประลองที่เขาเอาจริงเอาจังมากที่สุดครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้ แล้วในรอบต่อๆไปเขารับรู้ได้เลยว่าต้องเหนื่อยกว่าวันนี้แน่นอน
จบตอนที่ 65