…………………….
นายอ้วนตามศรีสมรเข้าไปในบ้าน ระหว่างทาง ดวงตากลับไม่ละจากเรือนร่างที่แสนเซ็กซี่
“ โอ้ว….ว้าว…ยิ่งดู ก็ยิ่งงาม ทำไมหุ่นถึงได้น่าเจี๊ยะขนาดนี้ ” นายอ้วนพึมพำ มือขวายกขึ้นปาดน้ำลายที่สอแถวมุมปาก ดูไม่ต่างจากหมาหิว ที่ได้เห็นเนื้อติดกระดูกอันแสนโอชะ
ส่วนนายยอดติดตามสองคนนี่ไปอีกที ท่วงท่าและการย่างก้าวค่อนข้างเงียบกริบ ด้วยนี่คือสกิลที่เคยฝึกตอนเป็นทหาร
“ อืม…ไอ้อ้วนคนนี้ดูท่าทางไว้ใจไม่ได้ หรือมันคิดจะแย่งเหยื่อของกู ” ยอดระแวง และเขาไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้แน่ เพราะอุตส่าห์ลงลอบตามมาตั้งแต่ตำหนักของอาจารย์หนุ่ม
ไม่นาน คุณนายสาวและนายอ้วนก็หายลับเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทำให้ยอดถึงกับตะลึงงัน เพราะทึ่งในความมั่งมีของเศรษฐินีนางนี้
“ ว้าว…..นังคนนี้ร่ำรวยจริงโว้ย นี่ถ้ากูเป็นผัวมันแบบถาวร ก็คงจะดีไม่น้อย เพราะได้ทั้งเมียสาวสวย แถมมีคนคอยเปย์ทรัพย์ชนิดไม่อั้น ” และนี่คือความคิดสุดท้าย ก่อนที่ยอดจะย่องตามเหยื่อสาวเข้าไปในบ้าน
………………………
ทั้งคุณนายสาวและอ้วนพากันเข้าไปในห้องทำงาน อันมีโต๊ะไม้มะกอกขนาดใหญ่สถิตอยู่ ด้านหลังเป็นหน้าต่างลวดลายประหลาดที่ก้ำกึ่งระหว่างเทวรูปไทยผสมศิลปะแนวยุโรป บนพื้นปูพรมแดงราคาแพง ส่วนวอล์เปเปอร์ทาสีครีมที่ดูทางการ ทำให้สถานที่นี้ดูเลิศอลังการ
“ โห……นี่ห้องทำงานจริงๆเหรอเนี่ย ดูดีกว่าห้องเล็กๆที่เราอาศัยอยู่เป็นกอง ” ยอดอุทานในใจ สองตาเหม่อมองสภาพแวดล้อมผ่านช่องประตูที่แง้มออกเล็กน้อย
ทางด้านนายอ้วนก็พยายามเก็บซ่อนอารมณ์ร้อน เพราะศรีสมรได้หันกลับมาประจันหน้า แต่ลึกๆก็แอบเสียดาย ด้วยมีโต๊ะมะกอกขวางกั้น เลยอดเห็นทรวดทรงช่วงล่าง
“ หลายวันมานี้ ที่โรงสีเป็นยังไงบ้าง ” ศรีสมรเอ่ยถาม แต่ยังไม่ละสายตาจากใบคำสั่งซื้อที่วางบนโต๊ะ ทว่านายอ้วนไม่ได้ตอบคำใด เพราะดันเหลือบไปเห็นร่องอกเต่งตูมที่ซ่อนตัวตนอยู่ในคอเสื้อสายเดี่ยวที่ค่อนข้างเว้าลึกของคุณนายสาว
“ โอ้ว….ช่างขาวเหลือเกิน แถมถ้าเพ่งมองให้ดี เหมือนจะเห็นสายชั้นในอยู่รำไร ”
และการที่เงียบนานเกินไป ทำให้ศรีสมรตงิดใจ จึงเงยหน้าขึ้นมา ทำให้พบกับดวงตาลามกของนายอ้วนที่ตอนนี้ กำลังเพ่งมองดอกบัวตูมคู่งาม สองมือเลยขยับคอเสื้อขึ้นปิดตามสัญชาตญาณหญิง ปากก็ร้องท้วงเสียงแหลม
“ นายอ้วน…เธอมองอะไร ”
“ อึก…อ่า…ปะ…เปล่าครับ ผมมะ…ไม่ได้มองนม เฮ้ย! ผะ…ผมไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น ” นายอ้วนสะดุ้งโหยง ก่อนจะตอบผิดตอบถูก สีหน้าซีดเผือด ราวกับคนกลัวความผิด
ศรีสมรทำตาเขียวขุ่นใส่ เป็นเชิงค้อน ก่อนจะเข้าเรื่องที่ต้องการรู้
“ แล้วตกลง เธอจะรายงานได้หรือยังว่า…ช่วงนี้ การงานที่โรงสีเป็นยังไง ”
“ อ่อ…กะ..ก็ดีครับ ทุกอย่างไปได้สวย มะ…ไม่มีปัญหา ” นายอ้วนพูดได้แค่นั้น ก็นิ่งไปอีก พร้อมพยายามสำรวจส่วนเว้าส่วนโค้งของคุณนายสาวต่อ แน่นอนว่าศรีสมรย่อมรู้ดีว่าถูกอีกฝ่ายคุกคามด้วยสายตา เลยทำให้รู้สึกอึดอัดผสมแปลกใจอยู่ในที
“ เอ…แปลกมาก ปกตินายอ้วนจะเป็นคนสุภาพและเอาการเอางานนี่ แต่ทำไมคราวนี้ถึงดูหื่นจับ แถมยังไม่มีสมาธิอีก อะไรกวนใจของเขานะ หรือจะเป็น……….” พอตรึกตรองได้ไม่นาน ศรีสมรก็ย้อนระลึกถึงคำเตือนของท่านอาจารย์
“ เมื่อกลับไป อย่าสบตากับใครตลอดทั้งวัน ไม่งั้น…..คนๆนั้นจะโดนปีศาจร้ายสิงสู่จิตใจให้กระหายใคร่เสพสม ”
ศรีสมรถึงกับหน้าถอดสี เพราะนึกขึ้นได้ว่า…..ตนเพิ่งละเมิดข้อห้ามนี้
“ ว้าย…ตายล่ะ เราดันลืมซะสนิทใจ เลยเผลอสบตากับนายอ้วนเข้าอย่างจัง จะแก้เกมยังไงดี….”
ระหว่างที่ศรีสมรตื่นตระหนก นายอ้วนก็ไม่คิดปิดบังความหื่น มือขวาล้วงต่ำลงมาลูบคลำเป้ากางเกงที่เริ่มปูดโปน ดวงตาสอดส่ายไปทั่วเรือนร่างช่วงบนที่สุดเอ๊กส์ของคุณนายสาว
“ โอ้ว….นมเป็นนมเลยนะ นายของกู ถ้าได้ขย้ำซักที จะเป็นยังไงนะ ”
ศรีสมรรู้สึกมวลท้องอย่างรุนแรงจนแทบขย้อนของเก่า เพราะได้รับฟังคำเพ้อแสนหื่นของลูกน้องคนสนิท สองมือจึงพยายามยกขึ้นมาปิดบังหนองโพขนาดมหึมาของตัวเอง ส่งผลให้หัวหน้าคนงานวัยกลางคนพยายามชะเง้อมองแบบเอาเป็นเอาตาย
บรรยากาศดูอึดอัด คล้ายเกลียวลวดที่ถูกขมวดแบบไม่สิ้นสุดจนขมึงตึง และด้วยไหวพริบปฏิภาณของสาวใหญ่ที่เจนโลกพอสมควร จึงหาข้ออ้างที่เหมาะเจาะได้สำเร็จ
“ อ้า…เหมือนชั้นจะเห็นคนงานอีกสองคนที่หน้าบ้าน เดี๋ยวขอตัวไปดูก่อนนะว่า…พวกเขาต้องการอะไร เธอรออยู่ตรงนี้แหละ นายอ้วน ” ศรีสมรพยายามปั้นหน้า และบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุด ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนแบบเนียนๆ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่าน หัวหน้าคนงานก็ยื่นมือมาจับข้อแขน
“ เอ๊ะ! ปล่อยนะ ” ศรีสมรแสร้งทำเป็นไม่กลัว แต่ไม่ว่าพยายามยังไง ก็รู้ว่าคุณเธอกำลังปอดแหก เพราะเสียงดูจะสั่นแบบแปลกๆ
“ แล้ว…ถ้าผมไม่ปล่อย คุณนายจะทำอะไร ” นายอ้วนไม่ถอยเหมือนทุกที ส่งผลให้คุณนายสาวเริ่มหงอ
“ ชะ…ชั้นก็จะ…..”
“ รู้มั้ย คุณนายศรีสมร ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณ ก็มักจะเกิดอารมณ์จนแอบเอาไปสำเร็จความใคร่อยู่หลายที แน่นอนไอ้ลูกน้องคนอื่นก็คิดแบบเดียวกัน เพราะผมสังเกตเห็นว่าพื้นห้องน้ำดูลื่นๆ นั่นก็แปลว่าคุณนี่มันโคตรฮอตเลย ” นายอ้วนพรรณนา กายสมบูรณ์ไขมันเริ่มขยับเข้าหาสาวสวย พอใกล้จนได้ยินเสียงกระซิบ หัวหน้าคนงานก็ระบายความในใจ
“ แล้วรู้มั้ย ผมน่ะสงสัยเลยเกินว่าทำไม…..ไอ้แมนถึงมาหาคุณที่บ้านพักแห่งนี้ เพราะเห็นมันแอบออกจากบ้านคุณเมื่อหลายวันก่อน ”
“ บ้าน่า เธอน่ะคิดไปเอง ชั้นไม่ได้มีอะไรกับนายแมนซักหน่อย ” ศรีสมรเสไปมองทางอื่น สองแก้มแดงก่ำ เพราะทุกคำล้วนโป้ปด ด้วยในคืนที่นายแมนย่องเข้ามา คนงานหล่อล่ำได้ล่วงเกินคุณนายสาวถึงหลายที
“ ก็ถ้ามันไม่จริง ทำไมคุณนายศรีสมรต้องหลบตาล่ะ นี่แปลว่ามันได้เย่อคุณแล้ว ใช่มั้ย ” นายอ้วนกระชากเสียงเหี้ยม ดวงตาคู่โตแฝงแววเครียดขึ้ง เหตุเพราะเริ่มหึงหวง
คุณนายสาวเถียงไม่ออก เพราะกิริยาที่แสดงมันฟ้องเรื่องราวทั้งหมด แต่ด้วยทิฐิของความเป็นเจ้านาย เลยทำให้เธอบันดาลโทสะ
“ ชั้นไล่เธอออก ไสหัวไปให้พ้นจากบ้านของชั้น แล้วอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก ”
ทว่าคุณนายสาวหลงลืมไปบางอย่าง เพราะขณะนี้ จิตใจของนายอ้วนได้ถูกบางอย่างครอบงำ และเจ้าสิ่งที่ไร้ตัวตนนั้นก็คอยกระซิบที่ข้างหูของหัวหน้าคนงานเป็นระยะ
“ นั่นไง นังนมโต ก้นใหญ่ดูถูกมึงอีกแล้ว เสียแรงที่แอบหลงมันมาหลายปี แต่ไม่เคยแม้แต่ชายตาแล ดังนั้นถ้ามึงไม่ปลุกปล้ำในตอนนี้ จะเอามันทำเมียในตอนไหน ”
ด้วยความที่นายอ้วนยังตกอยู่ในภวังค์ เลยหลงเชื่อน้ำคำของวิญญาณชั่วอย่างง่ายดาย จึงแผดเสียงกร้าว
“ ในเมื่อคุณไล่ผมออกแล้ว ผมก็จะทำให้คุณรู้สำนึกว่า….ไอ้แมนนั้นสู้ผมไม่ได้ ”
พอสิ้นคำกล่าว หัวหน้าคนงานวัยกลางคนก็รุดเข้ามากอดรัดคุณนายสาว ปากก็พยายามระดมจูบไปทั่วใบหน้า
“ ว้าย…..ตายแล้ว หยุดนะ ไอ้บ้า…..”
นายยอดถึงกับกลัดกลุ้ม เพราะเห็นเหยื่อสาวที่หมายตา กำลังถูกไอ้อ้วนที่ไหนก็ไม่รู้คอยปลุกปล้ำ สองเท้าเร่าๆจะก้าวเข้าไปหา เพื่อประเคนกำปั้นใส่หัวหน้าคนงานแบบไม่ยั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อโสตประสาทแว่วเสียงบางอย่าง
“ เฮ้ย…..นี่มันเสียงคุณนายรึเปล่าวะ เหมือนเธอกำลังกรีดร้องอยู่เลย ”
“ นั่นน่ะสิ สงสัยเกิดเรื่องแน่ๆ รีบเข้าไปช่วยดีกว่า ”
จากอดีตที่เคยเป็นถึงหน่วยรบพิเศษ เลยประเมินได้อย่างแม่นยำว่า…เสียงนั้นดังมาจากประตูทางเข้า และเจ้าของเป็นสองชายฉกรรจ์ ถึงจะแน่ใจว่าเก็บคนพวกนี้ได้ แต่ถ้าสู้ตรงๆ อาจเกิดความวุ่นวาย ทำให้ชวดจากเป้าหมายที่แท้จริง นั่นก็คือ…..ปลุกปล้ำคุณนายสาว
“ เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องเผ่นหนีไปก่อน แล้วค่อยดูสถานการณ์อีกที ”
และด้วยสกิลลอบเร้นแบบอดีตทหารป่า จึงทำให้ยอดหาที่ซ่อนได้ไม่ยาก นั่นก็คืออาศัยจังหวะชุลมุน พุ่งพรวดเข้าไปแอบหลังตู้ไม้ใหญ่ภายในห้อง ซึ่งเป็นจุดที่เนียนพอใช้ แถมยังมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านช่องว่างระหว่างตู้
และก็เป็นไปตามที่ยอดคาด มีชายฉกรรจ์ร่างล่ำสันโผล่เข้ามาสองคนจริงๆ เขาคือกรรมกรแบกข้าวสารในโรงสี พอดีเดินผ่านมาแถวนี้ จึงได้ยินเสียงของคุณนายสาว
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น พี่อ้วนจะทำอะไร ” กรรมกรร่างเตี้ยล่ำตะโกนขึ้น กรามใหญ่ๆบริเวณแก้มกระตุกเล็กน้อย บ่งบอกว่าเขาน่าจะเป็นคนอีสาน
“ ไม่เห็นต้องถามเลย กูก็กำลังจะมอบความเป็นผัวให้คุณนายไง ” อ้วนหันกลับมาตะคอกเสียงเข้ม สีหน้าแลบ้าคลั่ง ทำเอาสองชายฉกรรจ์เริ่มหวาดกลัว
“ เฮ้ย! พี่อ้วนดูแปลกไป เพราะปกติแกไม่เคยทำหน้าตาแบบนี้เลย มันดูคล้ายกับว่า….เขากำลังถูก…..” กรรมกรร่างสูงสะกิดเพื่อนเตี้ยล่ำ คิ้วดกบนใบหน้าคมเข้มขมวดนิ่ว ไม่บอกก็รู้ว่ามาจากแดนใต้แน่ๆ แต่พอเห็นอีกฝ่ายพูดไม่จบ หนุ่มลูกอีสานก็สานต่อจนหมดประโยค
“ มึงกำลังจะบอกว่า..พี่อ้วนถูกผีสิง ใช่มั้ยวะ ”
คำพูดนั้นยังไม่ทันจางหาย อ้วนก็เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ดวงตาขุ่นมัวปรากฏพลัน อันแลคล้ายสัตว์ป่าที่จ้องขย้ำเหยื่อ รอยยิ้มวิปลาสที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ค่อยๆคลี่ออกจากใบหน้าอวบอูม
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
