บทที่ 34
หมู่บ้าน แลนด์แอนโฮม สาลีเลท ณ บ้านเลขที่ 1A มันเป็นบ้านที่หลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่เลยก็ว่าได้ และที่สำคัญบุคคลคนที่ครอบครองคฤหาสน์หลังนี้เป็นถึงเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ ‘ซันชาย’ เขาเป็นบุคคลที่อาจจะมีอำนาจมากกว่าหน่วยงานทางภาครัฐเสียอีก ถึงเขาจะเป็นคนที่ได้รับการยกย่อง แต่สำหรับไอซ์ เขาไม่สนใจใครหรืออะไรทั้งนั้น..“ถึงบ้านเธอแล้วก็ลงไปเถอะ..” ไอซ์กล่าวกับมีมี่ให้ลงจากรถไป เวลานี้เขาทั้งเซ็งทั้งง่วง เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนดี คืนนี้ก็ไม่ได้นอน พรุ่งนี้ก็ยังต้องไปเรียนอีก ขาดบ่อยๆก็จะติด F เอาได้ และอย่างสุดท้ายคือคฤหาสน์หลังนี้อยู่ตรงข้ามมุมเมืองกับบ้านของเขา เรียกได้ว่าไกลมาก(20กิโลเมตร) มันจะมีอะไรให้เยี่ยมยอดได้มากกว่านี้อีก“เจ้าค่ะท่านอาจารย์.. วันพรุ่งนี้เจอกันที่สถานีดันเจี้ยนตอนเย็นนะคะ..” มีมี่กล่าวพร้อมกับโบกมือลาอาจารย์ของเธอ ไอซ์ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นในเวลานี้ เขารีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในหัวกำลังคิดถึงเวลานอนที่ตัวเองจะได้พักผ่อน และมันน่าจะไม่ถึง 4 ชั่วโมง ภายในคฤหาสน์ ศิริวิวัฒน์เกรษา..“ทำไมวันนี้ลูกกลับดึกเลยล่ะ พ่อเป็นห่วงนะรู้ไหม แล้วยังมีเหตุการณ์ดันเจี้ยนเวฟอะไรนั่นอีก ทำไมลูกไม่รีบกลับบ้าน แล้วใครมาส่ง มันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร บอดี้การ์ดหายไปไหน”ผู้เป็นพ่อที่เป็นห่วงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ตั้งแต่ข่าวเรื่องของดันเจี้ยนแตก เขาก็ติดต่อลูกสาวไม่ได้ แม้จะใช้อิทธิพลของตัวเองยังไง ก็ไม่สามารถตามหาลูกสาวได้ เมื่อได้เห็นว่าลูกสาวตัวดีกลับมาพร้อมกับรถยนต์คันหรูก็ยิ่งของขึ้นเข้าไปใหญ่ แล้วจะไม่ให้เขาโวยวายได้ยังกัน“ใจเย็นก่อนพ่อ.. คนที่มาส่งหนูเขามีชื่อว่าไอซ์ และเขายังเป็นเอเจนซี่ของคุณเทียนหลงด้วยน้า” มีมี่กล่าวเข้าประเด็นในทันที เพราะดูเหมือนว่าเวลานี้พ่อจะพูดด้วยยาก เธอจึงแนะนำตัวของไอซ์ให้คุณพ่อชื่นใจ“ตัวแทนของคุณเทียนหลงคนนั้นน่ะเหรอ.. มันจะจริงแค่ไหนกันเชียว” พ่อเบะปากของตัวเองราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวกำลังพูด เขาคิดว่ามันคงจะเป็นข้ออ้างในการเอาตัวรอดของลูกสาวเสียมากกว่า“พ่อ!! เขาเป็นเอเจนซี่ของคุณเทียนหลงจริงๆ อีกอย่างตอนนี้หนูได้เป็นลูกศิษย์คนแรกของคุณเทียนหลงแล้วนะ พ่อไปตรวจสอบได้เลยที่ดันเจี้ยน คุณเทียนหลงเขาประกาศเอาไว้แล้ว...”มีมี่กล่าวออกมาเช่นนี้ แน่นอนว่าผู้เป็นพ่อเมื่อโดนท้าก็สั่งให้ลูกน้องที่อยู่แถวนั้นเข้าไปตรวจสอบในทันที ไม่นานเกินรอข้อมูลที่เขาได้รับมามันแทบจะทำให้เขาตกใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่ลูกสาวกล่าวนั้นเป็นจริงทุกอย่าง เขาได้แต่หันมามองที่เจ้าลูกสาวตัวดีที่ยิ้มหน้าระรื่นอย่างน่าหมั่นไส้“หนูบอกแล้ว พ่อไม่เชื่อหนูเอง.. เป็นไงล่ะหนูมีประโยชน์มากเลยใช่ไหม ทีนี้บริษัทของพ่อก็จะมีชื่อเสียงมากขึ้น หนูก็จะได้เก่งขึ้นในฐานะฮันเตอร์อีกด้วย..” มีมี่กล่าว เมื่อผู้เป็นพ่อได้ยินก็หัวเราะลั่นบ้าน แม้ว่าตอนนี้จะเป็นตอนตีสี่อยู่ก็ตาม“ฮ่าๆๆๆ เป็นบุญของไอ้วสินมันจริงๆเลยเว้ยย.. เยี่ยมมากเจ้าลูกรัก แล้วไปเป็นลูกศิษย์ของเขาได้ยังไงกัน ไหนเหล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ” พ่อหรือนาย ‘วสิน ศิริวิวัฒน์เกรษา’ เอ่ยถามกับลูกสาวด้วยความตื่นเต้น“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ....” มีมี่เลือกที่จะแต่งเรื่องขึ้นมา เพราะเธอได้ให้สัญญากับไอซ์เอาไว้แล้วว่าจะช่วยปกปิดความลับที่เขาคือเทียนหลงเอาไว้ แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่ได้ เธอเล่าเรื่องจริงผสมกับเรื่องแต่งให้มันดูเนียนที่สุด เมื่อคุณเทียนหลงกลับมาเอารถก็พบเจอกับเธอ จากนั้นก็ไปทำข้อตกลง และการรับเป็นศิษย์ สุดท้ายคุณไอซ์ที่เป็นเอเจนซี่ของคุณเทียนหลงก็ขับรถมาส่ง เธอยังเมาท์ต่ออีกนิดหน่อยถึงเรื่องหน้าตา บ้านที่เขาอยู่ และอื่นๆ เพื่อความน่าเชื่อถือ วสินฟังไปพร้อมกับรอยยิ้มที่หุบไม่ลง เขาคิดถึงอนาคตของบริษัท มันจะไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ในระดับภาคอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นระดับประเทศ และระดับโลกในไม่ช้า... ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่ประเทศจีน ปักกิ่ง..“ความเสียหายมีอะไรบ้าง รีบรายงาน เริ่มจากหัวหน้าระวังความเสี่ยงทางการเงิน” หลินฟ่อเคอกล่าว“รายงานท่านประธาน บริษัทถูกโจมตีทางชื่อเสียงจากท่านเทียนหลงในครั้งก่อน นับว่าเงินลงทุนของเราลดลงไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับเหตุการณ์ดันเจี้ยนแตกครั้งนี้ คาดว่าจะเสียหายเพิ่มอีกราวๆ 30-40 เปอร์เซ็นต์ เข้าขั้นวิกฤติ หากต้องการฟื้นคืนด้านกำลังทรัพย์ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ผมเกรงว่า..” หัวหน้าเฝ้าระวังความเสี่ยงทางด้านการเงินกล่าวตามความเป็นจริง“จะต้องพัฒนาความสัมพันธ์อันดีกับคุณเทียนหลงสินะ.. เรื่องนี้ฉันจะหาวิธีจัดการเอง ต่อไป หัวหน้าหน่วยฮันเตอร์” หลินฟ่อเคอกล่าวถามต่อ แต่ไม่ว่าเขาจะถามกับหัวหน้าคนไหนที่รับผิดชอบต่อหน้าที่ ทุกอย่างมันก็จะเชื่อมโยงไปยังชายคนเดียวเท่านั้น ชายที่ชื่อว่า ‘เทียนหลง’ ฮันเตอร์ของพวกเขาก็กำลังมีปัญหา เนื่องจากการซื้อขายอาวุธหลายอย่างที่คุณเทียนหลงได้ติดประกาศไว้ ไม่ว่าจะลองใช้วิธีไหน ดันเจี้ยนก็มักจะฉลาดรู้เสมอว่าพวกเขาคือคนที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลหลิน แม้จะให้เพื่อนที่รู้จักซื้อให้มันก็ไม่สามารถซื้อได้ นับว่าพวกเขาถูกแบนการค้าอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ การก่อสร้างอาคารในส่วนที่เสียหายเองก็เหมือนกัน แม้จะมีความสัมพันธ์กับนักธุรกิจอื่นๆ หรือเจ้าของกิจการที่เล็กน้อยแค่ไหนที่ผ่านมาก็ตาม พวกเขาเลือกที่จะตัดความสัมพันธ์อย่างจริงจังกับตระกูลหลิน แค่ซื้อของใช้ในมินิมาร์ทพวกเขายังโดนไล่อย่างกับหมูกับหมา หากใครคนหนึ่งที่รู้ว่าพวกเขาคือคนของตระกูลหลิน นับว่าลำบากไม่น้อย“ทุกท่าน.. ออกไปก่อน” หลินฟ่อเคอกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเบาๆ และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าที่จะขัดอารมณ์ของเขาที่เป็นถึงผู้นำตระกูลในตอนนี้ แม้แต่เลขาหรือผู้ช่วยคนสนิทก็ไม่ได้เห็นท่าทีของผู้เป็นนายอย่างนี้มาเนิ่นนานแล้ว ไม่นานทุกคนก็ออกไปจากห้องทั้งหมด เวลานี้เหลือแต่หลินฟ่อเค่อที่เลื่อนเก้าอี้หันไปมองกระจกที่ฉายภาพท้องฟ้าอันมืดมิด ท้องถนนที่มีแต่รถวิ่งผ่านไปผ่านมา“ตระกูลใกล้จะล่มสลายแล้วอย่างนั้นรึ.. มันยังเป็นยุคสมัยของเราอีก จะเอาหน้าที่ไหนไปพบกับท่านบรรพบุรุษกัน..” เวลานี้ไม่ว่าตระกูลเล็กตระกูลน้อยแค่ไหนก็ต่างหัวเราะกับวิกฤติของตระกูลหลิน แม้ว่าตระกูลหลินจะเป็น 1ใน3 ของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในปักกิ่งก็ตาม แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรในตอนนี้“คงจะมีวิธีเดียวเท่านั้น..” หลินฟ่อเคอกล่าวกับตัวเองก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง..“ประตูบ้านควรจะเพิ่มระบบรีโมท..” ไอซ์กล่าวกับตัวเองอย่างเซ็งๆ ตอนนี้เขาต้องการที่จะพักผ่อนเอามากๆ ร่างกายก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว แต่มันก็อีกนิดเดียวเท่านั้น เขาสาบานเลยว่าจะกระโดดลงเตียงแล้วหลับในทันที แต่ทันใดนั้นเขาก็จะต้องขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจ เพราะเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอย่างกะทันหัน“สวัสดีคุณประธานหลิน..” ไอซ์จอดรถก่อนจะรับสายแล้วกล่าวพูดไป“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์ ต้องขอโทษด้วยที่โทรมาเวลานี้.. แต่มันเป็นเรื่องด่วนสำหรับตระกูลหลินจริงๆ” หลินฟ่อเคอกล่าวกับไอซ์อย่างสุภาพ แม้ว่าไอซ์จะยังเด็กอยู่ แต่ชายคนนี้เหมือนกับขันทีที่ปรึกษาขององค์ฮ่องเต้ก็ว่าได้เลยสำหรับเขา“เรื่องของตระกูลหลิน พวกคุณควรจัดการตามที่ผมจะแนะนำ..” ไอซ์ไม่อยากจะเสียเวลาก็เลยกล่าวตามตรง ก็อย่างที่ทราบว่าเขาต้องการที่จะนอน แล้วก็นอนหลับพักผ่อนเท่านั้นในเวลานี้“เราตระกูลหลินจะทำตามที่คุณแนะนำทุกอย่าง.. นอกจากนี้ธุรกิจในเครือตระกูลหลินทั่วโลกจะเป็นของคุณเทียนหลงทันที 30 เปอร์เซ็นต์” หลินฟ่อเคอกล่าว แน่นอนว่าไอซ์ก็ทำได้แต่ยิ้มในใจ เพราะตอนนี้เขากำลังจะได้ทรัพย์สินเพิ่มมาฟรีๆอีกแล้วด้วยความบังเอิญ ใครบ้าจะไม่เอาบ้างล่ะจริงไหม?