ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ

    รสชาติที่เปลี่ยนไป

    บ่าวไพร่เดินเข้าออกห้องครัวเป็นว่าเล่น จิ่งอันแดินผ่านมาทางห้องครัวเพราะรู้สึกอยากทำอะไรกินสักหน่อย หญิงสาวจึงหันไปหาเสี่ยวเถาที่เดินตามนางมาก่อนจะมองไปทางห้องครัวอย่างสงสัย

    "เกิดอะไรขึ้นหรือเสี่ยวเถา"

    "เห็นพ่อบ้านเฉิน แม่นมฟาง และพ่อครัวต่างวุ่นวายกันเพราะวันนี้ท่านอ๋องมิแตะต้องอาหารแม้สักนิดเจ้าค่ะคุณหนู"

    คิ้วคู่งามขมวดเข้าหากัน

    "แล้วได้ตามหมอหลวงมาดูท่านอ๋องหรือยัง"

    "ท่านอ๋องบอกว่ามิได้เป็นอะไรเพคะ เพียงแค่รู้สึกไม่อยากอาหารเท่านั้น"

    จิ่งอันพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว บ่าวไพร่และพ่อครัวที่อยู่นั่นต่างหยุดมือก่อนจะหันมาทำความเคารพหญิงสาว

    "พวกเจ้าทำอาหารให้ท่านอ๋องต่อไปเถอะ ข้าเพียงรู้สึกอยากทำอะไรกินเองสักหน่อย"

    ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองต่อไป จิ่งอันที่มักจะเข้าครัวทำอะไรแปลก ๆ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นแต่รสชาติกลับอร่อยในแบบที่พวกเขาไม่เคยกิน จึงทำให้พวกเขาแอบเฝ้ารอโดยมีพ่อครัวเป็นแกนนำและทุกคนในห้องครัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเขาต่างรอชิมอาหารที่นางทำอย่างใจจดใจจ่อทุกวัน

    "วันนี้พระชายาต้องการทำสิ่งใดหรือพะยะค่ะ"

    พ่อครัวเอ่ยถามก่อนจะสั่งบ่าวรับใช้ในครัวให้เตรียมของตามที่พระชายาต้องการ

    "ข้ารู้สึกอยากกินอะไรเปรี้ยว ๆ เสียหน่อย"

    "เด็กในครัวเพิ่งได้องุ่นมา พระชายาลองชิมดูหน่อยไหมพะยะค่ะ"

    จิ่งอันหยิบองุ่นมาชิมก่อนจะหยีตาเพราะความเปรี้ยว

    "ขอบใจเจ้ามาก"

    จิ่งอันหยิบองุ่นมา 2 พวงใหญ่ไปล้างก่อนจะเด็ดใส่ชามใส่พริกและเครื่องปรุงรส ทุกคนในห้องครัวหยุดมือมองตามพระชายาเป็นตาเดียวกัน หญิงสาวตักองุ่นปรุงรสให้ในครัวชิมก่อนจะถือชามของนางเดินออกห้องครัวไปอย่างอารมณ์ดี

    "รสชาติองุ่นที่เปรี้ยวช่างเข้ากับเครื่องปรุงรสที่พระชายาทำยิ่งนัก"

    พ่อครัวและเด็กในครัวที่ชิมต่างเอ่ยขึ้น เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาไม่ค่อยชอบทานของเปรี้ยวกันเท่าใดนัก จิ่งอันที่ได้ของอร่อยเดินไปหาเซียวมู่หรงที่ยังคงนั่งหน้านิ่งด้วยความไม่พอใจที่ห้องครัวทำอาหารไม่ถูกปากเขาในวันนี้

    "ท่านพี่ เป็นอะไรไปเพคะถึงได้ทำหน้านิ่งเช่นนั้น"

    จิ่งอันเอ่ยถามเซียวมู่หรงที่เป็นสามีอย่างล้อเลียน ชายหนุ่มหันมามองจิ่งอันที่เดินถือชามเข้ามาก่อนจะทำจมูกฟุตฟิตเพราะกลิ่นเครื่องปรุงในชามอาหารนั้น

    "นั่นอะไรหรือ"

    ชายหนุ่มเอ่ยถาม จิ่งอันยิ้ม ๆ ก่อนจะวางชามนั้นลงบนโต๊ะอาหารแล้วเดินเข้ามานั่งข้างเซียวมู่หรง ชายหนุ่มมององุ่นนั้นตาเป็นมัน ทุกทีเขาจะมิเคยรู้สึกอยากกินองุ่นมากเท่านี้มาก่อน ชายหนุ่มหยิบช้อนขึ้นมาตักองุ่นและน้ำปรุงขึ้นชิมก่อนจะทำตาโตด้วยความถูกใจ

    "อื้มมม อร่อยถูกใจข้ายิ่งนัก"

    ชายหนุ่มตักเข้าปากเรื่อย ๆ โดยมิได้สนใจใคร พ่อบ้านเฉิน แม่นมฟางและจิ่งอันที่อยู่ตรงนั้นต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยก่อนแม่นมฟางจะทำท่าดั่งนึกสิ่งใดได้ขึ้นมา

    "โดยปกติท่านอ๋องมิชอบอาหารเช่นนี้มาก่อน พระองค์มักจะทานอาหารปกติที่เคยทาน แต่วันนี้กลับมิชอบอาหารที่เคยทานแต่กลับชอบอาหารที่รสจัดและรสเปรี้ยว เจ้าคิดว่าอย่างไรพ่อบ้านเฉิน"

    "หากให้ข้าคิด...."

    ทั้งสองหันไปมองจิ่งอันและอ๋องสี่ในทันที

    "ไป ๆ เจ้ารีบไปตามหมอหลวง"

    แม่นมเอ่ยบอกพ่อบ้านฉินในทันที ชายมากอายุรีบเดินหายไปอย่างรวดเร็ว

    "ทำไมต้องไปตามหมอหลวงหรือแม่นมฟาง ทั้งอ๋องสี่และข้าก็มิได้เป็นอะไร ท่านอ๋องเพียงอาจจะรู้สึกเบื่อในรสชาติอาหารก็เป็นได้"

    จิ่งอันเอ่ยแก่แม่นมฟางเพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง แต่สตรีมากอายุกลับมิได้ตอบสิ่งใด นางกลับยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นด้วยตาเป็นประกาย 'หากข้าคิดไม่ผิด ย่อมมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน' ไม่นานหมอหลวงได้เดินตามพ่อบ้านฉินเข้ามาในเรือน ชายมากอายุที่ผมเริ่มขาวเกือบทั่วศีรษะวางกระเป๋ายาของตนลงก่อนจะทำความเคารพอ๋องสี่และพระชายาอย่างนอบน้อม

    "ท่านหมอ ท่านช่วยตรวจท่านอ๋องและพระชายาของข้าทีเถิด"

    "ได้ ๆ "

    ชายมากอายุเข้าไปนั่งคุกเข่าด้านข้างอ๋องสี่และพระชายา เมื่อจับชีพจรอ๋องสี่เรียบร้อยแล้วชายมากอายุจึงหันไปหาพ่อบ้านฉินและแม่นมฟาง

    "ท่านอ๋องของพวกเจ้ามิได้เป็นอะไร เดี๋ยวข้าจะให้ยาบำรุงไปก็แล้วกัน"

    พูดจบชายมากอายุหันไปทางพระชายา ผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนบางถูกวางไว้บนข้อมือหญิงสาว ชายมากอายุตรวจชีพจรของจิ่งอันก่อนจะยกยิ้มแล้วเดินมาทำความเคารพหน้าอ๋องสี่

    "ขอแสดงความยินดีกับท่านอ๋องพะยะค่ะ ตอนนี้พระชายาทรงพระครรภ์แล้ว ดูจากชีพจรน่าจะทรงคครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือนพะยะค่ะ"

    จิ่งอันที่ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ฟังเพราะนางลืมคิดถึงเรื่องนี้ได้สักพักแล้ว แต่พ่อบ้านเฉิน แม่นมฟาง เหวินจูและเสี่ยวเถาต่างกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ อ๋องสี่เดินเข้ามาจับมือหญิงสาวเบา ๆ ก่อนจะยกขึ้นมาจูบอย่างอ่อนโยน

    "ขอบใจเจ้ามากนะ ลำบากเจ้าแล้วตอนนี้"

    ชายหนุ่มโอบกอดภรรยาของตนด้วยความดีใจ

    "พ่อบ้านเฉิน ในจวนมีข่าวดีเช่นนี้ให้เจ้าแจกรางวัลแก่ทุกคนในจวน"

    "ขอบพระทัยพะยะค่ะ"

    จิ่งอันที่นั่งนิ่งในอ้อมกอดของเซียวมู่หรงกลับรู้สึกเย็นวาบกลางหลัง 'เรื่องดำเนินมาถึงตอนนี้แล้วหรือ ตอนนี้ข้าคงต้องทำใจและเตรียมตัวรับเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นแล้วสินะ' แม้ลึก ๆ นางจะรู้สึกหนักใจแต่อีกใจกลับรู้สึกโล่งใจที่นางพอจะคาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้บ้าง 'จากนี้ไปคงต้องเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้วสินะ'