หญิงสาวรับปากแวบหนึ่งที่เธอนึกอยากขอยืนเงินจากธัญญะเอาไปชดใช้เงินที่พ่อโกงเขามา ซึ่งเธอรู้ว่าหากเอ่ยปากธัญญะต้องหาทางช่วยเธอได้แน่เพราะฐานะทางบ้านของเขาก็นับว่าดีไม่ใช่น้อยและเขาก็ยังแอบชอบเธออยู่อีกด้วยแต่เธอก็ไม่กล้าพอที่จะทำเหมือนหลอกใช้เขาอย่างนั้น มันคงจะเป็การทำร้ายความรู้สึกของเขาเกินไป ถ้าหากเขามารู้ความจริงในภายหลัง เพราะใจจริงแล้วเธอไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“ขอบคุณครับหลิน”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจ
“แล้วไหนบอกว่าที่นัดหลินมาวันนี้เพราะมีเื่จะบอกไงค่ะ”
หญิงสาวทวงถามถึงคำที่เขาได้บอกไปตอนที่โทรขอนัดเธอออกมาทานข้าวด้วยกันครั้งนี้
“อ๋อ จริงสิ ผมเกือบลืมไปคือทางบริษัทที่ผมทำงานอยู่จะส่งผมไปดูงานที่ต่างประเทศหนึ่งเดือนครับ”
ชายหนึ่งกล่าวเสียงใสขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงอนาคตที่กำลัง รุ่งโรจน์ของตน
“หรือคะ แล้วมันจะเป็ผลดียังไงกับคุณบ้าง”
หญิงสาวถาม รับรู้ได้ถึงความดีใจของเขาและเธอก็พลอยรู้สึกยินดีไปกับเขาด้วย
“กลับมาผมก็จะได้เลื่อนตำแหน่งจากรองผู้จัดการขึ้นไปเป็ผู้จัดการไงครับ”
“ยินดีด้วยนะคะ แล้วนี่จะต้องออกเดินทางวันไหนค่ะ”
“อีกสามวันครับ เอกสารต่างๆผมเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว แค่รอกำหนดเวลาเท่านั้น วันนี้ผมถึงได้นัดหลินออกมาทานข้าวด้วยกันไงครับ ก่อนที่จะไม่ได้พบกันอีกตั้งนานเป็เดือน”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างอดรู้สึกใจหายไม่ได้เมื่อคิดว่าจะต้องจากหญิงสาวที่ตนแอบมีใจนี้ไปไกลๆตั้งนานเป็เดือน
“อย่าคิดอะไรมากเลยนะคะ ขอให้ตั้งใจไปเพื่ออนาคตของคุณไว้กลับมาได้เป็ผู้จัดการเมื่อไหร่ หลินจะเป็เ้าภาพเลี้ยงฉลองให้เอง”
หญิงสาวกล่าวให้ชายหนุ่มยิ้มออกในขณะที่ลึกๆในใจของตนกลับรู้สึกปวดหนึบเมื่อยังไม่อาจหาทางแก้ปัญหาของตนที่มีอยู่ให้หลุดพ้นออกไปได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ยิ่งใกล้วันที่ศาลนัดตัดสินคดีของพ่อเข้ามาเท่าไหร่มาลาลินก็ร้อนใจจนอยู่ไม่ติดเท่านั้นเมื่อไม่เห็นวี่แววว่านายปริวัฒน์นั้นจะถอนฟ้องเสียที นี่หมายความว่าเธอต้องบากหน้าไปหาเขา ไปขอร้องอ้อนวอนให้เขารับเธอเป็นางบำเรอให้ได้อย่างนั้นใช่ไหมแม้มันจะนับว่าเป็ความเ็ปและอดสูใจที่สุดในชีวิตของเธอ แต่เพื่อพ่อและน้องๆเธอก็ต้องทำ
หญิงสาวลุกขึ้นแต่งตัวเมื่อตัดสินใจว่าวันนี้เธอจะต้องไปหาเขาอีกเพื่อพูดจาตกลงกันให้รู้เื่ให้ได้ เพราะปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆอย่างนี้ ฝ่ายที่เดือดร้อนก็คือครอบครัวของเธอ ซึ่งดูจากวันเวลาแล้วก็คิดว่าเขาน่าจะอยู่ที่ที่ทำงาน ดั่งนั้นเธอจึงได้เดินทางไปหาเขาที่นั้น
เมื่อถึงหญิงสาวก็นำรถเข้าไปจอดลงยังลานจอดรถหน้าตึกใหญ่สูงหลายสิบชั้นซึ่งเป็ที่ทำการใหญ่ของบริษัทหลายๆแห่งในเครือของเขา ก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน เธอสอบถามเอาจากพนักงานประชาสัมพันธ์ที่ชั้นล่างจนสามารถขึ้นไปถึงหน้าห้องทำงานของเขาได้อย่างถูกต้อง
“ดิฉันมาขอพบคุณปริวัฒน์ค่ะ”
หญิงสาวเข้าไปแจ้งความจำนงกับเลขาสาวสวยที่มีโต๊ะทำงานอยู่หน้าห้องที่มีป้ายติดไว้ว่าประธานบริษัท
“มีธุระอะไรไม่ทราบ”
เลขาสาวที่กำลังนั่งพิจารณาหน้าตาของตัวเองผ่านกระจกแต่งหน้าอันเล็กอยู่ปรายตามามองมาลาลินนิดหนึ่งพร้อมกับถามอย่างเ็า
“ธุระส่วนตัวค่ะ”
มาลาลินตอบอย่างพยายามไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะแสดงท่าทีอย่างไรกับตน
“นัดไว้ก่อนหรือเปล่า”