เมื่อเฟยหรงเดินทางมาถึงวังหลวง ในคราวนี้เขาไม่ได้เดินไปตามประตูอีกต่อไปแต่เป็นการลักลอบเข้าไปแทน เนื่องจากตัวเขาไม่ได้อยากจะโดนดูถูกจากพวกทหารอีกต่อไปและการกระทำเช่นนี้ยังไม่เป็นการเปิดเผยตัวตนของเขาอีกด้วย
"ฟุ๊ป!"
"หืม ข้าคิดว่าข้ามาแบบเงียบที่สุดแล้วนะ ยังมีคนรู้อีกหรือเนี้ยว่าข้าแอบเข้ามานะ"เฟยหรงเมื่อเขาลอบมาถึงส่วนในของพระราชวังก็ชะงักฝีเท้าพร้อมถอนหายใจ เบื้องหน้าของเขาคือชายที่สวมชุดสีแดงปักลวดลายหงษ์ที่ทองเป็นประกายกำลังมองมาที่เขาด้วยความสงสัยและความสนใจในตัวชายหนุ่ม
"โอ้ ถึงกลับสัมผัสตัวตนของข้าได้แน่นอนว่าย่อมไม่ธรรมดา เจ้าหนุ่มบอกข้ามาว่าเหตุใดจึงลักลอบเข้าวังเช่นนี้"ชายคนนั้นกล่าวขึ้นเสียงของเขาแฝงไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งสนใจในตัวชายหนุ่ม หวาดระแวง หรือแม้แต่หยอกล้อก็มีปรากฏออกมา
เฟยหรงได้ยินดังนั้นก็พลันยกยิ้มขึ้นก่อนจะกล่าวกับชายตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา "ข้าชื่อเฟยหรงและแน่นอนที่มาในวันนี้ก็เพียงแค่อยากจะมารักษาองค์ชายน้อยของท่านก็เท่านั้นไม่ได้มีเหตุผลอื่นเลยแม้แต่น้อย องค์จักรพรรดิเปลวเพลิงฮั่วหยวนไห่"
"หืม ถึงขนาดรู้ว่าเป็นข้า เจ้าเด็กน้อยเจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ แต่หากมารักษาลูกชายข้าจริงทำไมถึงไม่เข้ามาเฉกเช่นคนปกติเขาทำกัน"ชายหนุ่มหรือฮั่วหยวนไห่กล่าวออกไปเช่นนั้นก่อนที่จะเดินออกมาใบหน้ารับกับแสงจันทร์ แสดงให้เห็นถึงความหล่อเหลาที่มากกว่าเฟยเสียอีก หากจะถามว่าความงดงามของฮั่วหลิงหลิงได้มาจากใครเฟยหรงกล้าตอบได้เต็มปากว่ามันมาจากชายคนนี้อย่างแน่นอน
"ข้าเคยมาแล้วแต่ทหารของท่านไล่ข้าออกไปนี่ บอกตามตรงถ้าหากข้าไม่ได้คิดอยากจะตอบแทนลูกสาวของท่าน ฮั่วหลิงหลิง ข้าคงไม่อยากเข้ามาที่นี่นักหรอกโดยเฉพาะที่ๆมีแต่การแก่งแย่งอำนาจเช่นนี้"เฟยหรงกล่าวอย่างไม่หวั่นเกรง แม้อีกฝ่ายจะเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรนี้ก็ตามแต่ก็ยังไม่สามารถคุกคามเขาได้อยู่ดี
"เจ้าดูจะรู้เรื่องเกี่ยวกับราชวงศ์นี้ไม่น้อยเลยทีเดียว บอกตามตรงข้าไม่ค่อยอยากจะเชื่อใจเจ้ามาเท่าไรนักหรอกนะแต่เจ้าตอบคำถามข้าตรงไปตรงมาดี วึ่งข้าชอบมากตามข้ามาข้าจะให้หลิงหลิงเป็นคนยืนยันตัวตนของเจ้าก่อนที่จะรักษาลูกชายคนเล็กของข้า"ฮั่นหยวนไห่กล่าวจบก็เดินออกไปแม้ใจเขาจะไม่ค่อยเชื่อว่าเด็กคนนี้จะรักษาลูกชายคนเล็กของเขาได้ก็ตามแต่ลองดูก็ไม่เสียหาย
หากรักษาได้เขาจะได้ไม่ต้องสนใจคำขู่ของเจ้าพวกแม่ทัพอีกต่อไป แต่ถ้าหากรักษาไม่ได้มันก็เป็นชะตากรรมของลูกชายของเขาและราชวงศ์ที่ต้องเกี่ยวดองกับคนชั่วพวกนั้น แม้ฮั่วหลินเฉินและฮั่วหยวนไห่จะไม่ยินยอมให้หลิงหลิงแต่งงานกับพวกมันอย่างไรแต่มีหรือที่นางจะยอมปล่อยให้น้องชายของนางต้องทนทุกข์ทรมาน
"เมื่อเดินมายังห้องโถงในที่นี่ไม่มีใครเลยนอกจากเฟยหรงและฮั่วหยวนไห่ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะสถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามและมีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถเข้ามาได้ ฮั่งหยงนไห่เมื่อนั่งลงเขาก็หยิบหยกสื่อสารขึ้นมาทันใดและสั่งให้หลิงหลิงเข้ามาในห้องนี้ในทันที
"เสด็จพ่อเรียกหม่อมฉันหรือเพคะ"เมื่อนางเดินเข้ามานางก็พลันกล่าวพร้อมทำความเคารพก่อนที่จะชำเรื่องมองใบหน้าที่คุ้นเคยที่อยู่ข้างๆ
"ไง องค์หญิง"เฟยหรงกล่าวทักทายอย่างทะเล้นใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวที่ได้เห็นก็รู้สึกตกลงเล็กน้อยก่อนที่จะอุทานออกมา "เป็นเจ้า!!"
"โอ้ รู้จักกันจริงๆด้วย เอาละในเมื่อได้รับการยืนยันแล้ว ก็เชิญรักษาลูกชายของข้าเถิดหากเจ้ารักษาได้ไม่วาเจ้าอยากจะได้อะไร ข้าคนนี้จะหาให้แต่หากเจ้ารักษาข้าก็ไม่ถือโทษเจ้า"ฮั่วหยวนไห่กล่าวออกมา เฟยหรงกลับไม่ได้กล่าวตอบอะไรเขาเพียงหยิบขวดหยกหนึ่งขวดออกมาจากแหวนมิติแล้ววางไว้ตรงหน้าของฮั่วหยวนไห่ ก่อนจะกล่าวออกไปอย่างมั่นใจว่า "เม็ดยาล้างไขกระดูกระดับสาม แค่เพียงเม็ดยานี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ลูกชายของท่านหายได้ภายในสามวัน"
"สามวัน!! เจ้าหนุ่มเจ้าพูดเล่นหรือไง แม้แต่นักปรุงโอสถระดับหกของพวกมันยังบอกว่าต้องใช้ดอกมังกรประกายอัคคีในการรักษาแล้วเจ้าจะบอกว่าเพียงเม็ดยานี้ก็รักษาได้มันไม่เหลือเชื่อเกินไปหรือ"ฮั่วหยวนไห่ขมวดคิ้วพร้อมกล่าว
"แน่นอนว่าดอกมังกรประกายอัคคีนั้นแก้พิษได้จริง แต่เนื่องจากพลังหยางของมันสูงมากจะเรียกว่าแผดเผาพิษยังจะดีกว่าแก้พิษและมันยังไม่เพียงแผดเผาพิษเท่านั้นเส้นลมปราณหรือแม้แต่อวัยวะภายในเองก็จะถูกเผาไม่เหลือเช่นกัน นี่คือความรู้พื้นฐานท่านไม่รู้หรือ กลับกันเม็ดยาล้างไขกระดูกของข้านั้นมีสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมมากเพราะความบริสุทธิ์ของมันเต็มสิบส่วนสามารถชำระล้างพิษได้แม้มันจะฝังอยู่ในกระดูกก็ตาม แต่กระนั้นกระบวนการของมันก็ค่อนข้างจะเจ็บปวดดังนั้นผู้ใช้จะต้องอาศัยความอดทนด้วย"เฟยหรงกล่าวอธิบายอย่างมั่นใจพร้อมแนะนำการใช้เม็ดยาไปในตัว หากเป็นพิษที่ร้ายแรงที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เม็ดยาล้างไขกระดูกนี้แน่นอนไม่อาจจะชำระล้างอย่างหมดจรดได้ แต่สำหรับพิษพื้นๆที่เฟยหรงได้อ่านจากวิญญานของทหารอีกฝ่ายเม็ดยาเพียงเม็ดเดียวก้เพียงพอแล้วสำหรับการรักษา
และถ้าหากถามว่าทำไมนักปรุงโอสถระดับหกถึงได้กล่าวว่าจะต้องใช้ดอกมังกรประกายอัคคีเท่านั้นในการรักษาแสดงให้เห็นว่าความรู้ของนักปรุงโอสถคนนั้นยังไม่แน่นพอ อีกทั้งสูตรเม็ดยาชำระล้างไขกระดูกเองก็เป็นสูตรยาโบราณที่หายสาบสูญไปแล้วมันไม่มีทางที่นักปรุงโอสถคนใดในทวีปที่ความรู้ยังล้าหลังเช่นนี้จะปรุงมันขึ้นมาได้อย่างแน่นอน แม้แต่เฟยหรงที่ฝึกฝนกับกู่เทียนหลงและได้รับคำชมว่าเป็นนักปรุงยาระดับสัตว์ประหลาดยังต้องใช้เวลาถึงสามเดือนในการปรุงยาชนิดนี้ได้สำเร็จ ดังนั้นจึงไม่ต้องกล่าวว่าสำหรับคนอื่นแล้วมันจะปรุงได้ยากเพีนยงใด
"ตกลงข้าเชื่อเจ้า หลิงหลิงพาหลินเฉินมาที่นี่ข้าจะเป็นคนป้อนยานี้ให้เขาด้วยตนเอง"
"ทราบแล้วเจ้าคะเสด็จพ่อ"นางรีบวิ่งออกไปในทันที ก่อนไปยังชำเรืองมองเฟยหรงด้วยดวงตาเป็นกายและแสดงความขอบคุณ ไม่ว่าเม็ดยานี้จะช่วยน้องชายนางได้หรือไม่ก็ตาม ในเวลาไม่นานหลิงหลิงก็เดินเขินรถเข็นที่ทำจากไม้มาและคนที่นั่งอยู่คือเด็กอายุประมาณสิบสามปีได้ที่มาพร้อมกับหญิงสาวอีกคนที่หน้าเหมือนหลิงหลิงอยู่หลายส่วนแต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า และนั่นไม่ใช่ใครนอกจากภรรยาของฮั่วหยวนไห่และเป็นราชินีของอาณาจักรนี้ฮั่วหลินนั่นเอง
"เด็กดีเจ้ามาแล้ว มากินยานี่เสียหน่อย"ฮั่วหยวนไห่เดินตรงไปที่เด็กน้อยฮั่วหลินเฉินก่อนจะกล่าวพร้อมยกยิ้มพร้อมใส่ยาไปในปากของลูกชายตัวเองอย่างแผ่วเบาและใช้พลังปราณของตัวเองช่วยโคจรพลังในร่างของลูกชายจนฤทธิ์ยากระจายไปทั่วทั้งตัว ในเวลานี้เฟยหรงนั้นนั่งจิบชาอย่างสบายใจ ส่วนฮั่วหลิงหลิงและฮั่วหลิงผุ้เป็นแม่นั้นได้แต่เฝ้ามองดูอาการของลูกชายด้วยความเป็นห่วงทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนของเด้กน้อยก็ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ฮั่วหยวนไห่ยังคงช่วยลูกชายโคจรพลังต่อไป ส่วนหัวหลิงหลิงตอนนี้กำลังประคองฮั่นหลินที่แทบจะเป็นลมเพราะเสียงร้องของลูกชาย ผ่านไปสักพักตามเนื้อตัวเขาเด็กน้อยก็มีคราบสีม่วงปรากฏออกมาไม่ขาดสายพร้อมส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วห้อง
ใช่!พิาได้ถูกขับออกมาแล้วนั่นเอง ไม่ไม่ใช่เพียงแค่พิษอย่างเดียวเท่านั้นมันยังรวมไปถึงของเสียต่างๆที่เกาะกินบริเวณเส้นลมปราณและในภายในร่างกายของฮั่วหลินเฉินก็ถูกขับออกมาด้วย ใช่เวลาเพียงแค่สามชั่วยามในที่สุดสีหน้าที่เจ็บปวดของเด็กน้อยฮั่วหลินเฉินก็สงบลงพร้อมกับออร่าสีแดงฉานที่พวกพุ่งใบหน้าที่ซีดเซียวกลับมาสดใสเหมือนเดิมแต่กลับสลบไปเป็นที่เรียบร้อย
"พิษถูกขับออกมาหมดแล้ว แถมตบะของเฉินเอ๋อก่อกำเนิดขั้นที่สามอีกด้วยก็ไปถึงระดับไม่น่าเชื่อ!!"ฮั่วหยวนไห่ตรวจสอบร่างกายของลูกชายพร้อมกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง เฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็พลันยกยิ้มจะไม่ให้ตบะของเด็กน้อยคนนี้พุ่งพรวดได้อย่างไร หากเขาคาดเดาไม่ผิดในช่วงระยะเวลาที่เด็กคนนี้เจ็บป่วยฮั่วหยวนไห่ได้หาทั้งสมุนไพรและเม็ดยาสารพัดมาให้เขาได้กิน เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดแต่สิ่งที่เขาแปลกใจคือเส้นลมปราณของเด็กคนนี้ต่างหาก มันช่างเหมือนตัวเขาในชาติที่แล้วอย่างกับแกะกันมาอย่างไรอย่างนั้น
"มันคือเส้นลมปรานแห่งการสังหาร"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยความตกใจ ฮั่วหยวนไห่ที่ได้ยินก็ถึงกับผงะไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะสื่อความหมายอะไรแต่เขารับรู้ได้ว่าเขาพูดถึงลูกชายของเขาอย่างแน่นอน
'เด็กน้อยถือว่าเรามีวาสนาต่อกันมากนัก น่าเสียดายที่ไม่มีกายจักรพรรดิทรราชแต่เพียงแค่เส้นลมปราณแห่งการสังหารนี้ก็ทำให้เจ้ามีพลังสะท้านฟ้าสะเทือนดินได้แล้ว'เฟยหรงคิดในใจ เขาเดินไปยังโต๊ะที่มีกระดาษและพุ่กันวางเอาไว้อยู่ค่อยๆบรรจงเขียนวิชาฝึกปราณสังหารให้กับเด็กน้อย ในเมื่อวาสนานำพาให้เขาได้ช่วยเหลือเด็กที่มีเส้นลมปราณเดียวกับเขาในอดีตเช่นนี้แล้วไหนเลยเฟยหรงจะนิ่งเฉยได้อีก ในเมื่อช่วยแล้วเขาก็จะช่วยให้ถึงที่สุดกะอีแค่วิชาวิชาเดียวไม่นับเป็นอันใดสำหรับเขา
"นี่คือวิชาบ่มเพาะราชันสังหารสวรรค์ เป็นวิชาบ่มเพาะที่เหมาะกับเด็กน้อยคนนั้นที่สุด ข้าช่วยท่านได้เท่านี้ขอตัวก่อน"เฟยหรงกล่าวพร้อมยื่นกระดาษหลายสิบแผ่นที่เขาเขียนเอาไว้่ให้ฮั่วหยวนไห่และเตรียมตัวจะเดินจากไปแต่กลับต้องผงะเพราะฮั่วหลิงหลิงได้มาขวางเขาเอาไว้นั่นเอง
"เพื่อเป็นการขอบคุณ ได้โปรดรั้งอยู่ที่นี่อีกสักวันสองวันเถิดให้น้องชายของข้าได้ฟื้นขึ้นมาแล้วขอบคุณท่านด้วยตัวเอง"นางกล่าวออกมาอย่างสุภาพผิดกับเมื่อครู่ที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เมื่อสาวงามชักชวนเช่นนี้เฟยหรงมีหรือที่จะปฏิเสธได้ลงเขามองหน้านางอย่างซื่อตรงและพยักหน้ารับแต่โดยดี ในขณะที่หนึ่งหญิงหนึ่งชายกำลังผสานสายตากันอยู่นั้น ฮั่วหยวนไห่ที่ได้ตรวจดูเคล็ดวิชาที่เฟยหรงให้มาในตอนนี้ตกตะลึงจนแทบจะไม่ได้หายใจออกมาด้วยซ้ำในใจกล่าวอยู่เพียงสองประโยคเท่านั้นคือ "สวรรค์ นี่คือเคล็ดวิชาระดับสวรรค์อย่างแน่นอน!"
"เฮ่ ท่านอย่าคิดจะบ่มเพาะวิชานี้สุ่มสี่สุ่มห้าเชียว มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเส้นลมปราณแห่งการสังหารโดยเฉพาะ หากท่านฝึกฝนมันเส้นลมปราณของท่านอาจจะฉีกขาดหรือถูกทิ่มแทงโดยลมปราณแห่งการสังหารได้"เฟยหรงกล่าวในทันทีหลังจากเห็นใบหน้าที่ตกตะลึงของอีกฝ่ายจนให้ฮั่นหยวนไห่ถึงกลับตกตะลึง สำหรับเส้นลมปราณแห่งการสังหารงั้นหรือ เฟยหรงให้วิชานี้แก่หลินเฉินก็เท่ากับว่าฮั่นหลินเฉินลูกชายของเขามีเส้นลมปราณแห่งการสังหารนะสิ
"ว่าแต่เส้นลมปรานแห่งการสังหารนี่อยู่ระดับใดหรือ"ฮั่วหยวนไห่กล่าวถาม เฟยหรงที่ได้ยินก็ยกยิ้มก่อนจะกล่าวออกด้วยท่าทีสนุกสนานว่า "คงต้องยินดีกับท่านที่มีลูกชายที่มากพรสวรรค์เสียแล้ว เส้นลมปราณแห่งการสังหารของลูกชายท่านอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์"
"เปรี้ยง!"
คำพูดของเฟยหรงเปรียบดังฟ้าผ่ากลางใจของฮั่วหยวนไห่แม้ทวีปนี้จะเป็นเพียงทวีประดับกลางแต่ด้วยความรู้ของเขา จะไม่รู้จักเส้นลมปราณระดับศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร ในทวีประดับกลางแห่งนี้มันเป็นดังตำนานที่จับต้องไม่ได้แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมาปรากฏที่ตัวของลูกชายของเขาเอง เรื่องเดีเช่นนี้มันจะไม่ทำให้เขาดีใจได้อย่างไร