ตอนที่หนึ่งร้อยห้าสิบห้า Star Gate ประตูแห่งดวงดารา
มนตรายาน คือศาสตร์ที่ลึกลับปกป้องผู้คนจากโชคร้ายภูตผีปีศาจต่างๆ
เสกไฟเสกน้ำต่างๆได้
แต่เคล็ดวิชาเช่นนั้นไม่สามารถสู้กับผู้มีฝีมือที่แท้จริงได้
อย่างเน็ดหากโดนไฟเขาก็แค่หักเอาชนะด้วยพลังมังกรคชสาร
ไม่ต้องพูดถึงคุณชายพาราณจีที่มีสายเลือดเทพเจ้าที่สามารถป้องกันไฟได้และเวทย์มนตราแทบจะไม่มีผลต่อคนที่วรรณะสูงที่มีเชื้อสายกับเทพเจ้า
หรือกล่าวกันถึงที่สุด
ของอย่างหินอัญมณีคือของที่คนที่ไม่มีพลังจิตวิญญาณชั้นสูงพอที่จะเสาะหาพลังจากสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากตนเอง
แน่นอน เน็ดไม่ได้ดูถูกมนตรายานเขาเคยเห็นพวกนักบวชบาทหลวง จากหน่วยปราบปีศาจต่างๆของทางโบสถ์ใช้ของพวกนี้และบทสวดเพื่อเร่งพลังเช่นเดียวกัน
แต่กับคนที่พึ่งพลังจากภายนอกน่ะสุดท้ายก็จะพ่ายแพ้ นี่คือสามัญสำนึกของโลกนี้
หากจะหากินกับพวกคนธรรมดาหรือปราบภูตผีน่ะพอได้แต่อยากหวังความเป็นใหญ่น่ะไม่ได้หรอก
เน็ดมองไปรอบๆโกดังที่อ้าวป้าหม่าซื้อเอาไว้และมีรอยอักขระวงล้อมรอบ
จึงกล่าวว่า
“สถานที่แห่งนี้ก็แสดงว่าเจ้าเป็นผู้มีวิทยาอาคมแต่หากหวังจะเอาชนะคุณชายพาราณจีนั้นเพ้อฝันเปล่าๆ”
เน็ดก็ไม่ใช่คนไร้ความรู้
เขาดูการวาดอักขระต่างๆบนพื้นก็ดูออกว่าพวกนี้ไม่ใช่อักขระเขียนไร้สาระแต่เป็นการเขียนวงเวทย์อย่างมีแบบแผน
“เจ้าสามารถรวบรวมหินอัญมณีวิญญาณมาได้หากเจ้าต้องการเงินเท่าไรก็บอกข้าได้ ข้าสามารถให้เจ้าได้อย่างไม่จำกัด ขอเพียงมีสินค้ามาให้ได้ก็พอ”
อ้าวป้าหม่าคิด หินวิญญาณอย่างไรก็มีราคาไม่ว่าที่ไหนถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างหนึ่ง
ว่ามีหินวิญญาณอยู่เราสามารถเอาไปซื้อซาลาเปาในโลกที่สูงขึ้นไปก็ยังได้แต่คนบนโลกที่สูงขึ้นไปอาจจะไม่รับธนบัตรเงินเหรินเหมินปี้
เน็ดส่ายหัวอย่างทำหน้าไม่เชี่อถือ
“ไม่ต้องห่วงเจ้าเอาคนมาเฝ้าที่โกดังนี้ไม่ให้ใครมรรบกวนข้าจะสร้างเป็นฐานทัพชั่วคราวเอาไว้ก่อนที่ข้าจะประลองกับคุณชายพาราณจี”
“เฮอะ ข้าจะรอเก็บศพเจ้า”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขจอขอบคุณมาก”
อ้าวป้าหม่าหันมา
นามูได้เตรียมนั่งลงกลางพื้นที่วงเวทย์ที่เขียนเอาไว้
“ประสานพลัง”
นามูมีตาสีทองขึ้นมากลางหน้าผากส่วนอ้าวป้าหม่ามีตาสีฟ้า
และคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านข้างก็ฉายภาพหมู่บ้านของนามูและบรรดาหน่วยทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็คำนวณระยะทางการเปลี่ยนแปลงของต่างๆ
วาบ
วงกลมมิติวงหนึ่งได้โผล่ขึ้นมาในวงเวทย์ที่อยู่ห่างไปอีกวงหนึ่ง
และอีกวงเวทย์หนึ่งได้มีหยกเย็นขนาดยักษ์วางไว้อยู่กลางวงกลมอักขระ
และภาพจากกล้องวีดีโอและจากมุมมองทะลุของวงมิติก็แสดงให้เห็นภาพของหมู่บ้านของนามู
“การคำนวณระยะทางและการเปิดมิติสำเร็จขอเวลาเพื่อกำหนดวงเชื่อมมิติ”
เสียงจากนักวิทยาศาสตร์ที่ไปประจำอยู่ตรงหมู่บ้านของนามูแล้วบอกกล่าวได้ล้อมวงเวทย์เอาไว้และสลักอักขระต่างๆไว้บนก้อนหินหยกขนาดเท่าประตูราคาแพง
“ทำงานเสร็จสิ้น”
วงมิติลดขนาดลงทางด้านโกดังนี้และค่อยๆเลื่อนไปประสานกับหยกขนาดยักษ์ที่อยู่ในวงอักขระเวทย์
ซึ่งหยกอีกด้านที่หมู่บ้านของนามูก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกัน
จากภาพวีดีโอเหมือนภาพสะท้อนของกันและกันของหยกอีกด้านหนึ่งที่อยู่ที่หมู่บ้านของนามู
หยกทั้งสองด้านได้ทำการเชื่อมถึงกันด้วยพลังจิตมโนมยิทธิของนามูและอ้าวป้าหม่าที่ประสานพลังกัน
อ้าวป้าหม่ากับนามูไม่จำเป็นต้องเพ่งพลังจิตอีกต่อไป
เมื่อวงกลมมิติกลายเป็นลายเส้นอักขระปรากฏอยู่บนหยกทั้งสองด้าน
“ประสานมิติเสร็จสิ้นส่งผลข้อมูลเพื่อทำการวิจัยต่อไป”
เสียงจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้นจากทั้งทางดกดังและทางหมู่บ้านของนามู
ต่อไปนี้เราสามารถลดระยะเวลาการเดินทางได้ด้วยหินหยกประตูมิตินี้
นี่คืออีกวิชาหนึ่งของ
“พลังปราณเพื่อสันติ”
จากพลังยุทธที่ทลายสวรรค์ ยึดครองพิภพแต่เทคโนโลยีการสื่อสารยังต้องใช้นกพิราบ
ทำให้ผมกับนามูคำนวณในการสร้างสตาร์เกท Star Gate เอ๊ย ประตูดารา
โดยการเอาหยกขนาดใหญ่มาสลักกับอักขระเป็นประตูและเชื่อมมิติทั้งสองด้านเอาไว้
ต่อไปนี้หากผมอยากซื้อของจากมุมไบและส่งไปหมู่บ้านของนามูก็แค่เข้ามาในโกดังนี้และส่งสินค้าวัสดุต่างๆไปทางประตูหยกมิติ
ผมกลัวความผิดพลาดหากต้องส่งพลังจิตมาจากระยะทางไกลจากประเทศจีน
ลดระยะจากนับพันกิโลเมตรมาแค่ร้อยกิโลเมตรแทนก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ซึ่งไม่ใช่วิชาแปลกพิสดารอะไรสำหรับโลกเบื้องบนที่มีข่ายวงอาคมที่จะทำให้ขึ้นไปที่มิติลับต่างๆได้หรือเป็นกับดักที่จะย้ายสถานที่ของคนที่ตกอยู่ในข่ายวงอาคมนั้นให้ไปโผล่ในมิติคุกต่างๆที่ไม่สามารถเดินลมปราณได้จนเสียชีวิตลงหลังจากผ่านไปนับร้อยนับพันปีในมิติคุกนั้น
แต่ไม่เคยเอามาใช้เพื่อการคมนาคมให้กับคนปรกติที่ต้องขี่วัวและม้าเดินทางไปมาอยู่ของโลกเบื้องบนเลยแม้แต่นิดเดียว
ผมลองเสนอแนวคิดเรื่องการเดินทางข้ามมิติกับโรเบิร์ตและผสมกับวิชามโนมยิทธิของนามูที่เทเลพอร์ตตนเองได้
ก็ได้มาซึ่งวิชาการใช้หยกเป็นสื่อกลางกำหนดไว้คู่กัน
เราจะสามารถเดินทางผ่านหยกที่อยู่กับคู่ของมันได้
ทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป-กลับที่ยาวนานอีกต่อไป
“พะพวกเจ้าเปิดดวงตาที่สามได้แล้ว!!!”
ไม่ใช่คำถามแต่เน็ดตะโกนด้วยความรู้สึกราวกับเห็นโลกพลิกคว่ำลง
เขาสนใจเรือ่งดวงตาที่สามที่มีนับคนได้แต่ไม่สนใจการใช้เทคโนโลยีสะท้านโลกข้ามมิติระยะทางที่มีประโยชน์มหาศาลต่อประชากรของโลกแต่ประการใด
“ทะทะทำไมคนอย่างพวกเจ้า เอ่อ--พวกท่านถึงมาทำเช่นนี้”
เน็ดกลายเป็นพินอบพิเทา
...
True wallet 089-5296248
สนับสนุนผู้เขียนได้ทางช่องทางนี้นะครับ
สามารถสอบถามข้อมูลของเรื่องหรือต้องการตอนพิเศษแบบไหน
สามารถบอกกล่าวกันได้ครับ