หลังจากสองแม่ลูกสมสู่ เอ๊ย! ฝึกเพลงกระบี่สุดยอดกันอยู่หลายวัน ในที่สุดก็สำเร็จจนถึงขั้นสุดยอดจนได้ ฟางเหนียงกับเว่ยเซี่ยจึงไม่รอช้าออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังพรรคมารราคะอย่างไม่รอช้า
ซึ่งดูเหมือนหยวนซิงก้าน และพรรคพวกของมันก็รอท่าอยู่นานแล้ว
"โอ้ มาแล้วหรือ ลูกศิษย์ทั้งสองของข้า มิได้พบกันเสียนาน พวกเจ้าเป็นเช่นไรกันบ้าง" หยวนซิงก้าน เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย พร้อมท่าทางโอหัง
"ลูกศิษย์กระนั้นรึ…? คำนี้คงจะเป็นคำที่กลายเป็นตราบาบของข้าไปตลอดชีวิต ที่ชาตินี้มีอาจารย์ชั่วช้าสามนย์อย่างเจ้า" เว่ยเซี่ยตวาดกล่าวเสียวดังพร้อมยกนิ้วชี้หน้าหยวนซิงก้าน
"ฮ่า ฮ่า ปีกกล้าข้าแข็ง เสียจริงเจ้าเด็กน้อย เอาเถอะข้าจะไม่ถือสาหาความกับคำพูดเมื่อครู่ ยามนี้จงมอบกระบี่ในมือของเจ้ามา แล้วข้าจะเมตตา ไว้ชีวิตเจ้ากับท่านแม่คนงามของเจ้า"
"เมตตาหรือ คำนั้นไม่มีอยู่ในหัวประมุขพรรคมารเช่นเจ้าหรอก หากปรารถนาต้องการกระบี่เล่มนี้ก็จงเข้ามาแย่งไปเอง"
"หึหึ ปากเก่งจริง ๆ ย่อมได้ เช่นนั้นข้า ขอดูหน่อยก็แล้วกัน ว่าฝีมือของเจ้าจะเก่งเหมือนปากหรือไม่"
หยวนซิงก้านผุดลุกขึ้นก่อนจะพุ่งทะยานตรงมาหา เว่ยเซี่ย และฟางเหนียงด้วยพลังปราณราคะอันน่าสะพรึงกลัว หากเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช้สองแม่ลูกคู่นี้ก็คงจะเข่าอ่อน ตัวแข็งทื่อ และโดนปลิดชีพในชั่วพริบตา
เว่ยเซี่ยหันไปสบตากับฟางเหนียงก่อนจะพยักหน้า จากนั้นทั้งสองก็ชักกระบี่ออกมา และพุ่งทะยานไปปะทะกับหยวนซิงก้านตรง ๆ โดยไม่หวั่นเกรง
คนทั้งสามต่างลงมือจู่โจมฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว หยวนซิงก้านนั้นมั่นใจในฝีมือ และวรยุทธ์มากมันจึงไม่ใช้อาวุธ ใช้เพียงแค่ ฝ่ามือ และกรงเล็บที่ห่อหุ้มไปด้วย ปราณราคะอันแข็งแกร่ง แต่ล่ะครั้งจู่โจม ตามจุดตายด้วยกระบวนท่าอันพลิกแพลงพิสดารอย่างเหลือร้าย เว่ยเซี่ย กับฟางเหนียง นั้นต่อต้านไปด้วยสิบสองเพลงกระบี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาเพลงกระบี่คู่ในผสาน ทวงท่าในการเคลื่อนไหวนั้น งดงามพลิ้วไหว ราวกับเริงระบำ ท่าฝีมือที่จู่โจมต่อต้านกลับไปนั้นรุนแรง พิสดารอย่างสุดแสนเช่นกัน เพียงชั่วครู่ก็หักล้าง กันไปแล้วกว่าสามสิบกระบวนเพลง
" ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม มิคาดเลยว่าพวกเจ้าสองแม่ลูกจะมีฝีมือก้าวหน้าเช่นนี้ ใช้เพลงกระบี่ที่ข้าสอนได้จนถึงขั้นสูงสุด เอ๊ะ หรือว่าพวกเจ้าทั้งคู่จะ…ทำเรื่องบนเตียงกันไปแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
หยวนซิงก้านหัวร่อเสียงดัง พร้อมเอ่ยกล่าวออกมาด้วยใบหน้าชั่วร้าย เพราะหมายจะทำให้สองแม่ลูก เกิดความอับอาย เสียสมาธิ แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่
"อย่าไปฟังมันเว่ยเซี่ย"
"ข้าทราบแล้วท่านแม่"
สองแม่ลูกเอ่ยขึ้นก่อนจะผสานกระบี่ และพุ่งโจมตีเข้าใส่หยวนซิงก้านอีกครั้ง หยวนซิงก้านพอเห็นว่ามันมิอาจจะทำลายสมาธิ ของสองแม่ลูกได้ก็พลันเกิดความโมโหพอควร แต่ก็ยังไม่มีท่าทางเกรงกลัวว่าจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้เท่าไหร่
คนทั้งสามตรงเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือดไปอีกสี่สิบกระบวนเพลงในชั่วพริบตา หยวนซิงก้านพลันกระโดดห่างออกไปร่วมสิบเซียะ ก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน ยามนี้มันเริ่มสำนึกขึ้นได้ว่า วิธีการต่อสู้นั้นผิดพลาดไปแล้ว สมควรพอ เริ่มลงมือก็ใช้กำลังอย่างสุดตัวเข้าหักโหมศัตรูจึงจะได้ชัย ไม่สมควรประมาทชะล่าใจ เพราะอาจนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ วิชาเพลงกระบี่คู่ใจผสานชุดนี้ของพวกมันพลิกแพลงพิสดาร เกินคาด ซึ่งหากดำเนินต่อไปก็ยากยิ่งจะเอาชนะได้ หยวนซิงก้านกัดฟันกรอด ก่อนจะโคจรปราณราคะขั้นสูงสุด จนมีไอสีดำทะมึนแผ่ซ่านออกมาจากร่าง จากนั้นมันก็ตรงเข้าหาสองแม่ลูกอีกครั้ง
ในยามนั้นฟางเหนียง กับเว่ยเซี่ยเองก็คิดใช้กระบวนท่าสูงสุดของเพลงกระบี่ใจผสานเช่นกัน จึงพลันบังเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ภูเขา ต้นไม้ที่อยู่รอบ ๆ พังทลายไม่เหลือชิ้นดี เหล่าคนของพรรคมารราคะที่เฝ้ามองอยู่รอบ ๆ ต่างถอยหนีกันจาล่ะหวั่น
สองแม่ลูกผสานกระบี่จู่โจมราวกับเป้นคน คนเดียวกัน และพลังปราณกระบี่ที่ที่พุ่งออกมาไปแต่ล่ะครั้งนั้น ผิดแผกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กระบี่สองเล่มที่กวัดแกว่งพุ่งตรงใส่หยวนซิงก้านนั้น มันดังกับมีเป็นพัน เป็นหมื่นเล่ม แถมยังพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
หยวนซิงก้านถึงกับเหงื่อกาฬแตกพล่านจากที่เคยตั้งรับ สลับกับโต้ตอบยามนี้ กลับต้องพลันตั้งรับ และถอยเป็นหลัก จะจู่โจมโต้ตอบกลับก็ยากยิ่ง
ยามนี้ฟางเหนียง กับเว่ยเซี่ยได้ตะลุยจู่โจมไปแล้วกว่าหนึ่งร้อยเพลงกระบี่ แถมยิ่งนานก็มิมีท่าทีว่าจะเหนื่อยอ่อน แถมยิ่งนานก็ยิ่งรุนแรงหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ สองแม่ลูกมาตรแม้นจะมีพลังปราณราคะที่ทานเทียบหยวนซิงก้านมิได้ แต่ด้วยเพลงกระบี่อันลึกล้ำพิสดารก็ทยอยออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง ดั่งราวกับเป็นระลอกคลื่นในแม่น้ำใหญ่ที่โถมไล่ตามติดอย่างไม่หยุดยั้ง
หยวนซิงก้านยิ่งต่อสู้มันก็ยิ่งต่อสู้มันก็ยิ่งพบว่าตนเองเริ่มเสียเปรียบลงเรื่อย ๆ และ ถ้าหากยังขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ผู้ที่จะพ่ายแพ้ก็คงหนีไม่พ้น ตัวมันเป็นแน่ หยวนซิงก้านจึงจำเป็นต้องใช้ ไพ่ตายใบสุดท้าย ซึ่งก็คือการล่าถอย แล้วให้คนของพรรคมารราคะทุกคนรุมเล่นงานสองแม่ลูกในคราเดียว แม้นฟางเหนียง กับเว่ยเซี่ยจะมีวิชาเพลงกระลึกล้ำปานใด แต่อย่างไรเสียพวกมันก็มีกันแค่สองคนอยู่ดี ไฉนเลย จะสู้ร้อย สู้พันได้
"พวกเจ้าทุกคนจงฟังคำสั่งข้า ผู้ใดสังหารไอ้สองแม่ลูกคู่นี้ได้ข้าจะแต่งตั้งมันเป็นรองประมุขพรรคคนต่อไป…!!"
หยวนซิงก้านคำรามลั่นก็จะพลันทะยานถอยไปด้านหลัง หนึ่งเพื่อพักเหนื่อย สองเพื่อให้ผู้อื่นเข้าไปตายแทน ซึ่งเมื่อมันซึ่งผู้เป็นประมุขได้ออกคำสั่งไปแล้ว ผู้ใดในพรรคหน้าจะกล้าขัดคำสั่ง พวกมันทุกคนจึงกระชับอาวุธในมือ และพุ่งเข้าไปเล่นงานสองแม่ลูกพร้อมกัน
"เอาอย่างไรดีท่านแม่ ไอ้หยวนซิงก้านมันใช้วิธีสกปรก ไม่ยอมมาสู้กับพวกเราต่อ แต่ใช้ให้คนอื่น ๆ เข้าเล่นหมาหมู่"
"ไม่มีทางเลือกแล้วเว่ยเซี่ย ถ้าไม่สู้ก็ตาย และถ้าต้องตาย แม่ขอ… ตายพร้อมเจ้า"
"วิเศษนัก หากต้องตายข้าก็ขอตายพร้อมท่านแม่เช่นกัน"
สองแม่ลูกมองสบตากันก่อนจะวาดกระบี่ และพลันพุ่งทะยานเข้าไปปะทะกับคนของพรรคมารราคะนับพัน ๆ ที่กรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
พวกมันมากมายที่มีวรยุทธ์อ่อนด้วยกว่าสองแม่ลูก ล้วนถูกสังหารตายตกตามกันราวกับเป็นใบไม้ร่วง ทว่า…ดังคำโบราณว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟเสมอ สองแม่ลูกมิได้ต่อกรกับพวกสวะปลายแถวอย่างเดียวเพราะหลายคนในพวกมัน ยังมีสี่ผู้คุ้มกฎ ร่วมอยู่ด้วย ผู้คุ้มกฎหนึ่งคนอาจไม่ใช้คู่มือของสองแม่ลูก แต่เมื่อสี่คนร่วมพลังกัน ฝีมือที่สำแดงก็มิได้อ่อนด้อยเลย โดยเฉพาะ ไป๋ฟู่ ที่ได้รับการถ่ายทอดวรยุทธ์โดยตรงจากหยวนซิงก้าน
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ เป็นอะไรไปเล่าฟางเหนียง เว่ยเซี่ย พวกเจ้าหมดแรงแล้ว หรือไร ไม่เห็นเก่งกาจเหมือนตอนที่ปะมือกับท่านประมุขก่อนหน้านี้เลย ถ้าเช่นนั้นก็อีกไม่นานแล้วสินะ…"
"อีกไม่นานอันใดนังแพศยา"
"อีกไม่นาน… ที่พวกเจ้าก็จะได้ตามไปพบหน้าเจ้าเว่ยถังในนรกอย่างไรเล่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ"
วาจา และเสียงหัวร่อแสบแก้วหูของไป๋ฟู่ทำเอาฟางเหนียงถึงกับเดือดดาด จนเกือบจะเสียสมาธิดีว่า นางได้เว่ยเซี่ยจับมือเอาไว้ก่อน ฟางเหนียงจึงใจเย็นลงมานิดหน่อย ก่อนที่สองแม่ลุกจะตั้งรับการโจมตีต่อ
ทว่า…ยิ่งสู้ ก็เหมือนจะยิ่งเสียเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพละกำลังที่เริ่มถดถอยลง หรือเรื่องของการที่ต้องรับการจู่โจมจากทุกด้าน ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด
"เอาล่ะ หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว พวกเจ้าสองผัวเมียจงตายเป็นผีเฝ้าหุบเขาแห่งนี้ของข้าซะ…!!" หยวนซิงก้านที่ฟื้นกำลังได้พอควร ก็พลันพุ่งกระโจนเข้ามาอย่างไม่มีปี่ ไม่ขลุ่ยเพื่อจะฉวยโอกาศเล่นงานฟางเหนียงกับเว่ยเซี่ย ทว่า…ในยามนั้นก็ได้มีปราณกระบี่อันแข็งแกร่งอีกหนึ่งสายพุ่งเข้าขัดขวาง จนมันต้องลอยตัวถอยไปหลายเซียะ
"ผู้ใดกันที่กล้ามาขัดขวางข้า...!! " หยวนซิงก้านตวาดเสียงดังก่อนจะหันไปมอง และมันก็ได้พบกับ…
จบบท