ยอดยุทธชุดชมพู

    30.นักฆ่า/NC18+

    30.นักฆ่า/NC18+

                   หลังจากที่หนิงหรงกลับมาแจ้งทุกคนที่โรงเตี๊ยมว่านางผ่านการทดสอบเข้าเรียนแล้วดังนั้นการจากลาของคนทั้งหมดก็ได้เริ่มขึ้น

                   สิบปีที่ผ่านมาระยะเวลายาวนานแต่คล้ายแสนสั้นในความรู้สึกแต่ละคนมีสีหน้าเศร้าโศกอาลัยอาวรณ์กัน โดยเฉพาะเสี่ยวไป๋ที่ถึงขั้นร้องไห้ฟูมฟายกอดคนโน้นทีคนนี้ที

                   โดยเฉพาะยามที่เสี่ยวเมิ่งจะก้าวขึ้นรถม้าเสี่ยวไป๋เกาะขาไม่ยอมปล่อย ทั้งน้ำตาไหลเป็นสายดูอาลัยอาวรณ์อย่างยิ่ง

                   จนหนิงหรงต้องแกะมือแกะเท้าที่พันขาเสี่ยวเมิ่งไว้ออกพร้อมกับคำพูดที่ทำให้เสี่ยวไป๋ต้องยอมปล่อยมือทั้งน้ำตา

                   “ถ้าอยากไปกับเสี่ยวเมิ่งขนาดนั้นก็ไปเถอะแค่สัตว์อสูรตัวเดียวข้าหาใหม่ได้”หนิงหรงพูดพลางถอนหายใจ

                   ในรอบสิบปีเสี่ยวไป๋เสียใจจากใจจริงแค่ไม่กี่ครั้ง ที่เหลือล้วนเสแสร้งแน่นอนว่าครั้งนี้มันเสียใจจริงๆที่ต้องแยกจากสาวงามที่มันแอบลวนลามมาตลอดสิบปี

                   “เจ้าคนใจร้าย ข้าจะผิดคำสาบานทิ้งเจ้าลงได้ยังไงฟ้าผ่าหัวพอดีถึงอย่างนั้นเสี่ยวเมิ่งก็กำลังจะไปแล้ว ข้าจะกินอาหารหารอร่อยๆได้ที่ไหนข้าจะหาภูเขานุ่มนิ่มที่ไหนมานอนหนุนได้อีก...ฮือๆ ”เสี่ยวไป๋ยอมปล่อยมือแต่ก็ร้องไห้ฟูมฟาย

                   ทว่าคำพูดของเจ้าเสี่ยวไป๋ชวนให้คนฟังนอกจากไม่เห็นใจแล้วยังอยากตบให้สักเปรี้ยง!!!

    “โอ๊ย….”เสี่ยวไป๋ร้องลั่นเมื่อหนิงหรงรวบหูมันขึ้นมาหิ้ว  

    “เจ้ามนุษย์รังแกข้าอีกแล้ว!!!”เสี่ยวไป๋โวยวายหลังจากถูกรังแก 

            “พวกเจ้าออกเดินทางเถอะ อย่าสนใจเจ้าเสี่ยวไป๋เลย”หนิงหรงว่า ทำให้เสี่ยวเมิ่งต้องก้าวขึ้นรถม้า ขณะที่จะเข้าไปในรถม้ายังไม่วายหันมามองคนและกระต่ายด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ 

            “นั่นๆ ข้ารู้ว่าเสี่ยวเมิ่งก็ไม่อยากจากข้าไป…”เสี่ยวไป๋ว่าพลางเอามือตบอกตัวเอง ดวงตาเปล่งประกาย 

            เสี่ยวเมิ่งที่กำลังทำหน้าอาลัยอาวรณ์ ถลึงตาใส่เจ้าเสี่ยวไป๋แล้วสะบัดหน้าหนีเข้าไปในรถม้าทันที  

            เสี่ยวไป๋อ้าปากค้างเพราะถูกสาวเมิน….แถมยังถูกหนิงหรงโยนลงพื้นอย่างหมั่นไส้ด้วยดีที่มันว่องไวหาท่าลงพื้นได้สวยงาม หาไม่มันคงต้องเจ็บตัว

            เมื่อเหล่าองครักษ์ปีนนั่งบนหลังม้าของตัวเองเตรียมตัวเดินทางกลับอาณาจักรฮุ่ย หนิงหรงก็ยิ้มให้ทุกคน พร้อมกับอวยพรให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย

            “คุณหนูดูแลตัวเองด้วย”เสียงเยี่ยนเฟยกล่าว ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบา แววตาเศร้าโศก

            “ท่านก็เช่นกันอย่าทำอะไรบ้าบิ่น เลือดอาบตัวเหมือนสิบปีก่อนละ”หนิงหรงว่าพลางยิ้มให้หวนนึกถึงสิบปีก่อนที่หุบเขาอสูรซึ่งหนิงหรงจับอีกฝ่ายล้างเลือดจนคิดอยากลวนลามคนตรงหน้าขึ้นมา “ท่านอาจจะไม่พบใครใจกล้าเช่นข้าจับท่านไปล้างเลือดแทนที่จะเป็นลมอีก”

            เยี่ยนเฟยถอนหายใจคิดถึงสิบปีก่อนตัวเขาที่เคยโดดเดี่ยวมาตลอดเมื่อถูกหนิงหรงจับจูงมือโดยที่ไม่รังเกียจไม่หวาดกลัวเขาคล้ายชีวิตที่โดดเดี่ยวของเขามีค่าขึ้นมา รู้แล้วว่าชีวิตที่ไร้สิ่งใดยึดเหนี่ยวต้องอยู่เพื่ออะไร

            แต่สุดท้ายวันนี้ก็ต้องมาถึงเด็กน้อยในวันนั้นเติบโตเป็นสาวงาม เขาไม่อาจอยู่ข้างกายปกป้องนางได้อีกแล้วความสูญเสียลึกๆ เกิดขึ้นในความรู้สึกของขา

            เยี่ยนเฟยกำมือตัวเองแน่นความรู้สึกเจ็บปวดกัดกินหัวใจ ‘ข้าต้องสูญเสียอีกครั้งแล้วหรือ’

            สี่ปีในอาณาจักรเฟยมากพอที่หนิงหรงจะมีบุรุษก้าวเข้ามาในชีวิตนางปกป้องนางแทนเขา...

            ยังมีเฟยหานตงผู้นั้น

            วันแรกที่มาเยือนอาณาจักรเฟยหนิงหรงออกไปเที่ยวทั้งวันก็ยังไม่กลับมา ทุกคนจึงออกตามหาสอบถามคนไปทั่วจนได้รู้ว่าหนิงหรงตีกับคนสำนักพยัคฆ์ทมิฬ พาคนไปส่งหอชายบำเรอ...

            ระหว่างทางยังได้นั่งรถม้าของรัชทายาทแห่งอาณาจักรเฟยซ้ำยังมีข่าวลือถึงความใกล้ชิดระหว่างหนิงหรงและเฟยหานตงที่แพร่ไปทั่วเมืองหลวง

            แม้ในข่าวลือจะไม่มีใครทราบนามของหนิงหรงแต่พวกเขาตามหาหนิงหรงสอบถามข่าวไปทั่ว เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวย่อมรู้ว่าสตรีอุ้มกระต่ายขาว และสตรีที่อยู่บนรถม้ารัชทายาทเป็นใคร...

            “ถ้าวันนึงมีใครทำให้เจ้าเสียใจกลับไปหาข้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”เยี่ยนเฟยเอ่ยวาจาแผ่วเบาให้ได้ยินกันสองคนขณะยกมือลูบศีรษะของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน

            หนิงหรงเงยหน้ามองเธอสูงแค่ระดับอกของอีกฝ่าย สบแววตาอ่อนโยนที่เธอไม่เคยได้มันมาจากบุรุษใดในโลกก่อนเธอเคยมีความรัก แต่บุรุษเหล่านั้นล้วนไม่อ่อนโยนห่วงใยเธอลึกซึ้งเท่าคนตรงหน้า...

            หากว่าเธอมีพี่ชายแทนที่จะเป็นพี่สาวคงจะให้ความรู้สึกอบอุ่นเช่นคนตรงหน้านี้ ใช่หรือไม่...

              

            ขบวนรถม้าเคลื่อนจากไปแล้ว บัดนี้เหลือเพียงเด็กสาวในสุดสีขาวและกระต่ายตัวหนึ่งยืนมองถนนที่รถม้าหายลับไป 

            สิบปีที่ผ่านมาหริงหรงไม่เคยรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเท่าวันนี้….. สุดท้ายก็เหลือตัวคนเดียว

            หนิงหรงหลับตาลงครู่นึงเพื่อกดข่มความเศร้าทั้งหลายให้หายไป

            ยามเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งไม่ปรากฏความอ้างว้างความเศร้าใดๆอีกต่อไป

             

            หนิงหรงปรากฏตัวอีกครั้งหน้าจวนว่าการของเมืองหลวงภายใต้ชุดสีขาวและหมวกคลุมหน้าสีเดียวกันทหารสองนายที่เฝ้าประตูอยู่มองเด็กสาวที่รูปร่างส่วนสูงยังดูเยาว์วัยแม้จะเห็นใบหน้าได้เลือนราง กระนั้นก็บอกได้ว่าเป็นสาวงามผู้หนึ่ง

            ด้วยความที่พบเห็นชนชั้นสูงมาไม่น้อยทำให้ทหารยามทั้งสองนายมั่นใจว่าสตรีที่ก้าวเดินด้วยท่าทางมาดมั่น มีรัศมีสง่างามผู้นี้ย่อมต้องไม่ใช่ชนชั้นธรรมดาที่พวกเขาจะตอแยได้ ซ้ำยังมีพลังยุทธระดับแปด ด้วยวัยเพียงเท่านี้นับว่าเป็นอัจฉริยะวัยเยาว์ผู้นึง

            “ขอถามแม่นางเจ้ามีธุระที่จวนว่าการใช่หรือไม่”ทหารยามกล่าวด้วยท่าทางสุภาพ

            “ข้าต้องการพบท่านเจ้าเมือง”หนิงหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์

            ทหารสองนายหันไปมองหน้ากันด้วยลำบากใจท่านเจ้าเมืองไม่ใช่บุคคล ที่ผู้ใดอยากพบก็พบได้ทว่าเมื่อเห็นตราหยกสีดำรูปมังกรนอนขดตัว ทหารทั้งสองแทบจะคุกเข่าในทันที

            “ไม่ต้อง”หนิงหรงรีบห้ามไว้กลัวจะกลายเป็นจุดสนใจของคนทั่วไป “นำทาง”

            ทหารรีบนำหนิงหรงไปรอที่เรือนรับรองเพียงครู่เดียวท่านเจ้าเมืองที่ยังดูหนุ่มแน่น ดูๆไปแล้วอายุยี่สิบกว่าทั้งยังองอาจ ผึ่งผาย คล้ายนักบู๊มากกว่าบัณฑิตเช่นขุนนางทั่วไปก็ก้าวเข้ามาในห้อง

            รัศมีความเด็ดขาดแผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าผู้มีรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน เอวสอบ ก้นงอน ผิวคล้ำ แบบคนตากแดด สร้างความประหลาดใจให้หนิงหรง

            เหตุใดขุนนางอย่างท่านเจ้าเมืองถึงมีสภาพตัวดำคล้ำ ราวกับทหารที่ถูกฝึกหนักในกองทัพ

            “คารวะแม่นาง”ท่านเจ้าเมืองรีบคารวะเด็กสาวที่ผู้สวมหมวกคลุมหน้านั่งจิบชาด้วยท่าทางสง่างามน่ามอง

            “นั่งลงเถอะท่านเจ้าเมือง”หนิงหรงว่าพลางรินชาวางบนโต๊ะข้างตัวเป็นสัญญาณให้เจ้าเมืองนั่งใกล้ๆ

            เจ้าเมืองที่ทราบจากทหารยามว่าตรานั้นปรากฏขึ้นเป็นเด็กสาวตรงหน้านำมา มันก็รีบวางงานทุกอย่างมุ่งหน้ามาที่เรือนรับรองทันที

            ป้ายหยกมังกรขด ถูกดันมาตรงหน้าเจ้าเมืองตรวจสอบอยู่ครู่นึงก่อนจะดันกลับไปหาผู้ถือครองด้วยท่าทางนอบน้อมกว่าเดิม

            “แม่นางมีความต้องการใดโปรดแจ้ง”เจ้าเมืองกล่าว

            ตราหยกนี้เป็นตัวแทนของฮ่องเต้สั่งได้แม้กระทั่งเคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน หลังจากเขาได้เข้ามารับตำแหน่งนี้ เขาก็ได้รับคำบอกกล่าวจากเจ้าเมืองคนก่อนว่าหากวันใดมีสตรีวัยเยาว์นำตรานี้มาที่จวนว่าการ เมื่อนางมีความปรารถนาใดให้ทำตามความต้องการของนางทันทีเมื่อเขาสอบถามว่าผู้ที่จะนำตรานี้มาเป็นใคร ก็ได้รับคำตอบสั้นๆ

            ‘ว่าที่พระชายาของรัชทายาท’

            นั่นทำให้เขายอมลดตัวคารวะเด็กสาวผู้นี้...เขาอยากรู้นักสตรีเช่นใดถึงทำให้รัชทายาทยอมมอบตราหยกที่มีค่าควรเมืองเช่นนี้ให้...

            “สืบเรื่องนิกายทมิฬให้ข้ารังของมันมีที่ใดบ้าง สตรีผู้เป็นจ้าวนิกายทมิฬอยู่ที่ใด”

            “นิกายทมิฬ!!!”เจ้าเมืองอุทานด้วยความตกใจ“ไม่ใช่ว่าถูกกวาดล้างไปเมื่อเก้าปีก่อนหรือ”เขาเคยได้ยินว่านิกายทมิฬคิดลงมือสังหารธิดาของแม่ทัพแห่งอาณาจักรฮุ่ยจึงถูกกวาดล้างเพราะดันไปหมายหัวหลานรักของอ๋องฮุ่ยและฮ่องเต้เข้า... 

            ข่าวนิกายทมิฬถูกกวาดล้างโด่งดังไปทั่วทุกอาณาจักรแทบไม่มีใครไม่เคยได้ยิน

            “ฮึ!”หนิงหรงทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะดันตราหยกสีเขียวรูปหมาป่าให้คนตรงหน้า“นักฆ่าที่มีตราหยกนี้มาจากนิกายทมิฬซ้ำมันยังยอมรับว่าผู้ที่ส่งนักฆ่ามาลอบสังหารข้าเป็นเจ้าแห่งนิกายทมิฬสตรีผู้ที่หมายหัวข้า”หนิงหรงทำเสียงเย็นแผ่จิตสังหาร อยากฆ่าคน

            เจ้าเมืองรีบแผ่พลังยุทธป้องกันจิตสังหารที่รุนแรงแม้เด็กสาวจะมีพลังยุทธแค่ระดับแปดแต่จิตสังหารของนางรุนแรงมากพอที่จะทำให้คนหายใจไม่ออก

            “ท่านคือผู้ใช้พิษ!!!”เจ้าเมืองอุทานอีกครั้งด้วยความตกใจไม่กี่วันก่อนทหารรายงานว่าชาวบ้านมารายงานว่ามีการลอบสังหารเกิดขึ้นโดยนักฆ่ายอดยุทธสิบคนถูกเป้าหมายของตัวเอง ใช้พิษสังหารจนเหลือแต่ก้อนเนื้อเลอะเลือนไร้กระดูกซ้ำยังใช้พิษทรมานนักฆ่าก่อนตายเพื่อรีดความจริง

            “อืม”หนิงหรงรับคำถึงอย่างไรเรื่องนี้เธอก็ทำอย่างเปิดเผย หากมีคนรู้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

            เจ้าเมืองตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าผู้ถูกลอบสังหารเมื่อหลายวันก่อนซ้ำยังเป็นผู้ใช้พิษ คือคนเดียวกับว่าที่พระชายาของรัชทายาทเขายังจำสภาพก้อนเนื้อเลอะเลือนที่ทหารเก็บกลับมาจากที่เกิดเหตุได้ พิษสลายกระดูกไม่เพียงทำลายกระดูกซ้ำยังทำให้รูปร่างของมนุษย์กลายเป็นก้อนเนื้อน่าขยะแขยงอีกด้วย...

            สภาพสยดสยองเหลือจะกล่าวจนเขากินเนื้อไม่ลงไปหลายวัน

            คิดแล้วก็อดขนลุกไม่ได้ เด็กสาววัยเยาว์ถึงกับเป็นผู้ใช้พิษซ้ำยังเป็นถึงว่าที่พระชายาของรัชทายาทด้วย

            “ขอรับข้าน้อยจะรีบสืบข่าวให้เร็วที่สุด ว่าที่พระชายาไม่ต้องเป็นห่วงจะให้ทหารถล่มรังของนิกายทมิฬเลยหรือไม่ขอรับ...”เจ้าเมืองกล่าวด้วยความนอบน้อมแฝงท่าทีหวาดกลัวเอาไว้

            หนิงหรงฟังแล้วคิ้วกระตุก ‘ว่าที่พระชายามารดามันสิ!’แอบก่นด่าคนตรงหน้าในใจ

            ต้องเป็นเฟยหานตงแน่ที่บอกเจ้าเมืองว่าผู้ถือครองตราหยกคือว่าที่พระชายาเจ้าหมอนี่ไปเอาความมั่นใจในตัวเองมาจากไหน ชิ คิดว่าเธอจะยอมเป็นพระชายาหรือ  คนขี้หึงแบบนั้นขืนได้เป็นสามี สงสัยชีวิตเธอต้องไม่สงบสุขแน่

            “เรียกแม่นางเถอะ!”หนิงหรงพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์“อย่างพึ่งทำอะไรพวกนิกายทมิฬสืบข่าวมาให้ข้าก่อน”หนิงหรงว่าพลางลุกขึ้นยืนคิดจะจากไป แต่แล้วก็ชะงัก

            “อ้อข้ารู้ว่าเจ้าจะไปรายงานเฟยหานตง ฝากบอกเขาด้วยว่านี่เป็นเรื่องของข้า ถ้าเขากล้าลงมือโดยพลการอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกชั่วชีวิต!”

            “ขอรับแม่นาง”ท่านเจ้าเมืองรับคำพลางเปลี่ยนคำเรียกหาอย่างว่องไว นางกล้าข่มขู่รัชทายาทผู้เย็นชาผู้นั้นแล้วคนอย่างเขาเล่าหากกล้าขัดใจนางเกรงว่าอาจกลายสภาพเป็นก้อนเนื้อเลอะเลือนแบบพวกนักฆ่าในพริบตา...

            ดูจากนิสัยแล้วสตรีผู้นี้เอาแต่ใจตัวเองและบ้าอำนาจไม่น้อยเลยทีเดียว อย่ามีเรื่องกับนางเป็นดีที่สุด!

     

    ผ่านไปสามวัน ณ นิกายทมิฬ

                   “เรียนท่านจ้าวนิกาย”เสียงรายงานดังขึ้นหน้าม่านมุ้งสีทอง

                    ขณะที่สตรีงดงามร่างกายเปลือยเปล่าทอดร่างอยู่บนเตียงนอนมีบุรุษร่างกายกำยำสามคน ไร้อาภรณ์บนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดกำลังใช้ริมปากปรนเปรอนาง ทั้งที่หน้าอก หว่างขา และเท้า

                   “ว่ามา..”น้ำเสียงแผ่วเบาตอบด้วยน้ำเสียงกระเส่า“อืม...อา...”พร้อมตามมาด้วยเสียงครางอย่างสุขสมขณะยกมือกดศีรษะบุรุษที่กำลังใช้ลิ้นสัมผัสจุดอ่อนไหวช่วงล่างตรงหว่างขาของนาง

                   นักฆ่ารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกายยามได้ยินเสียงกระเส่ากระตุ้นราคะของสตรีผู้งดงามอยากจะเงยหน้ามองร่างเปลือยเปล่าของสตรีผู้งามล่มเมือง และร่วมวงบรรเลงสวาทด้วย

                   ทว่า...มันรักชีวิตตัวเองเกินกว่าจะกล้าเงยศีรษะขึ้นมองหาไม่แล้วหากสตรีผู้นี้ไม่พอใจชีวิตของมันคงดับวูบอย่างง่ายดาย

                   “ฮุ่ยหนิงหรงเป็นผู้ลงมือฆ่ายอดยุทธทั้งหมดด้วยตนเอง”นักฆ่ารายงานบังคับให้เสียงตัวเองไม่แกว่งเพราะในสมองคิดฟุ้งซ่านถึงเรือนร่างงดงามที่กำลังครางอย่างสุขสม

                   พลันแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขสมของสตรีผู้ทอดกายให้บุรุษปรนเปรอก็ลุกพรึ่บอย่างน่ากลัว แผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจนบุรุษรอบกายต้องถอยห่างทันทีเมื่อพบว่าเจ้านายกำลังอารมณ์ไม่ดี

                   นักฆ่าเห็นขาเรียวยาวขาวผ่องก้าวออกมาจากม่านสีทอง ก็ก้มหน้ากดต่ำยิ่งกว่าเดิม จนเห็นแค่เท้าขาวผ่องใจมันเต้นตูมตาม ทั้งตื่นเต้นที่มีสาวงามร่างเปลือยยืนตรงหน้าทั้งหวาดกลัวเกินกว่าที่จะมองให้เต็มตา

                   “นางใช้พิษสลายกระดูกลงมือสังหารยอดยุทธเก้าคนและใช้พิษหนอนเลือดควบคุมนักฆ่า บังคับให้บอกว่าผู้ใดสั่งให้ไปลอบสังหารนาง”

                   ใบหน้างามมืดครึ้มลงทันทีแผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรงบุรุษทั้งหลายในห้องก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยวาจาหรือขยับตัวยามจ้าวนิกายมีโทสะ

                   “ฮึ”เซียงหรูทำเสียงในคอ“นางถึงกับเป็นผู้ใช้พิษ!”เซียงหรูทำเสียงไม่พอใจ

                   ลูกนังเเพศยาที่แย่งสามีของข้าถึงกับมีความสามารถเป็นถึงผู้ใช้พิษ! เห็นทีต่อไปคงจะกำจัดนังเด็กน้อยนี่ได้ยากแล้ว...

                   “นายท่านข้าน้อยมีความคิดจะเสนอ”นักฆ่าที่ก้มหน้าอยู่รีบกล่าวหวังว่าเจ้านายจะอารมณ์ดีขึ้นมาหาไม่เมื่อเจ้านายระบายโทสะอาจเป็นมันที่ตายคนแรก...

                   “หืม..”เซียงหรูทำเสียงอย่างสนใจ

                   “ว่ามา”กล่าวขณะเหลือบมองนักฆ่าที่หน้าตาหมด อายุราวๆยี่สิบปีชุดสีดำบนร่างพอดีตัวจนเผยเห็น ว่ามีกล้ามเนื้อแน่นตรึง ทั้งยังเอวสอบ ขาเรียวยาวเมื่อเหลือบมองด้านหลังก็คล้ายกับจะก้นงอนเนื้อแน่น...

                   ‘น่าสนใจจริงๆ...’เซียงหรูคิดในใจ

                   “ข้าน้อยแนะนำให้ท่านผู้นั้นในสำนักพยัคฆ์ทมิฬ เป็นผู้ลงมือสังหาร  หากเป็นท่านผู้นั้นต่อให้ฮุ่ยหนิงหรงเป็นผู้ใช้พิษ นางก็ไม่มีทางเอาชนะจ้าวแห่งพิษได้”ตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

                      จ้าวแห่งพิษเดิมทีเป็นคนของนิกายทมิฬ เป็นผู้อาวุโสของนิกายทำหน้าที่ปรุงยาพิษควบคุมคนทั้งนิกายทว่าแฝงตัวอยู่ในสำนักพยัคฆ์ทมิฬมาหลายสิบปีแล้ว โดยที่ไม่มีผู้ใดระแคะระคาย

                   “อืม..”เซียงหรูทำเสียงครุ่นคิดดวงตาเปล่งประกายอย่างถูกใจ“เป็นความคิดที่ดีมาก”เซียงหรูกล่าว

                   ทำให้นักฆ่าถอนหายใจอย่างโล่งอกฟังจากน้ำเสียงจ้าวนิกายคงอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว หนำซ้ำจิตสังหารยังหายไป

                   “ทำตามที่เจ้าบอก”เซียงหรูกล่าว

                   “ขอรับ”นักฆ่ารับคำก้มหน้าต่ำทำท่าจะขยับถอยหลังเพื่อออกจากห้องไป ให้คนติดต่อจ้าวให้พิษให้ลงมือกับฮุ่ยหนิงหรงเมื่อนางเข้าเรียนที่นั่น

                   “เดี๋ยว..”เสียงข้าวนิกายดังขึ้นทำให้มันต้องชะงัก

                   ทว่ามือบางกับเชยคางมันขึ้นจนมันต้องเงยหน้าตามแรงของมือบาง

                   เซียงหรูผู้มีรูปงามล่มเมืองผิวขาวละเอียดเรียบเนียน ไร้รอยตำหนิ สะโพกผาย เอวบางคอดกิ่ว หน้าอกชูชันเม็ดปทุมถันสีชมพูระเรื่อ ไร้อาภรณ์ปกปิดกายดวงตาเปล่งประกายยามมองบุรุษรูปงามตรงหน้า

                   นักฆ่าตาเบิกกว้างมองหน้าอกชูชันนั้นพลางกลืนน้ำลายลงคอ

                   “เจ้าทำให้ข้าอารมณ์ดีข้าจะให้รางวัลเจ้า”เซียงหรูยิ้มแย้มอย่างงดงาม ชวนให้คนเหม่อลอย

                   “ขอรับ”นักฆ่ารับคำสตรีตรงหน้าแม้จะอายุสามสิบกว่า ซ้ำยังมีลูกถึงสองคน แต่รูปงามกลับงดงามเย้ายวนอย่างยิ่ง...

                   มันไม่รู้ว่าเจ้านายจะให้รางวัลใดทว่าเมื่อสบตาพราวระยับ และถูกมือบางฉุดขึ้นซ้ำยังเอื้อมมาลูบไล้หน้าอกล่ำๆของมันก็เข้าใจได้ในทันที...

                   อ่า...ในที่สุดมันก็มีโอกาสได้แสดงให้เจ้านายเห็นว่ามันรูปร่างงดงามทรงพลังกว่าเจ้าสามคนที่อยู่บนเตียง ซ้ำยังร้อนแรงกว่า แข็งแกร่งกว่า

                   แม้มันจะอายุน้อยทว่ามันก็ทำให้เจ้านายร้องครางอย่างสุขสม ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังทำให้เจ้านายของมันผู้ร้อนแรง พึงพอใจอย่างยิ่ง จนเล่นเกมผลิกผ้าห่มกับมันผู้เดียวไม่สนใจชายอื่นซ้ำยังเล่นกับมันจนรุ่งสาง

                   เซียงหรูนอนทอดร่างกายเปลือยเปล่าผิวขาวงดงามเต็มไปด้วยรอยซ้ำที่เกิดจากการขบกัด ของบุรุษซ้ำยังรู้สึกปวดหนึบไปทั้งร่างหลับตาพริ้มอย่างสมใจ

                   นักฆ่าผู้นั้นลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าสตรีข้างกายหมดเรี่ยวแรงจนเล่นเกมพลิกผ้าห่มไม่ไหว ท่าทางของมันผ่อนคลายอย่างยิ่ง

                   ทว่ายังลุกไม่พ้นเตียงกว้างใหญ่ก็ถูกมือบางฉุดแขนเอาไว้

                   “ไปจัดการเรื่องฮุ่ยหนิงหรงแล้วคืนนี้มาที่ห้องข้าอีก”เซียงหรูกล่าวขณะที่แววตาเต็มไปด้วยราคะเมื่อจ้องมองท่อนล่างของบุรุษที่ใช้เจ้านั้นซึ่งใหญ่โตทรงพลังทำให้นางร้องครางทั้งคืนอย่างพึงพอใจ นอกจากท่านเเม่ทัพหงซือจงก็มีบุรุษผู้นี้ที่ลีลาบนเตียง ซ้ำยังเจ้านั่นใหญ่โตจนทำให้นางสุขสมใจได้

                   “ขอรับ”นักฆ่าผู้นั้นตอบรับก่อนจ้าวนิกายจะยอมปล่อยมือจากมัน

                   มันก้าวลงจากเตียงแต่งตัวบนอกของมันเป็นไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยขีดข่วน จากสตรีผู้ร้อนแรง

                   ‘ฮึ...ถึงจะเป็นจ้าวนิกายแล้วอย่างไรเจ้าก็แค่นางแพศยา พออยู่ใต้ร่างข้าก็ได้แต่ร้องคราง’นักฆ่าผู้นั้นเหยียดยิ้มภูมิใจในลีลาอันร้อนแรงและท่อนล่างที่ทรงพลังของตน...

                   ‘อีกไม่นานหรอกจะเป็นวันตายของเจ้าเซียงหรู!!!’มันคิดพลางก้าวเดินออกจากห้องนอนของสตรีผู้มักมากไป