สายตาของเสิ่นเจียวเจียวที่ทอดมองไปยังเสิ่นเชียนเกอกำลังเต็มไปด้วยความร้อนรน เมื่อในใจพลันคิดเื่หนึ่งได้ ‘แล้วถ้าหากเสิ่นเชียนเกอสามารถทำขนมเหล่านี้ได้จริง ๆ ล่ะ? ….จะเป็ไปได้อย่างไร นางอยู่ที่จวนมากี่ปีแล้ว แม้กระทั่งจะย่ำเท้าเข้าไปในครัวก็ยังไม่เคย แล้วจะทำขนมที่มีความประณีตเพียงนี้ได้จริงหรือ ….หรือว่านางจะใช้เล่ห์กลอะไรบางอย่างตอนปรุงอาหาร! ต้องใช่แน่ ๆ หากเสิ่นเชียนเกอจะทำขนมที่ล้ำเลิศถึงขนาดนั้นได้ก็มีแต่การใช้เล่ห์เพทุบายหลอกลวงผู้คนเท่านั้น’
ส่วนเหล่าสตรีสูงศักดิ์ต่างก็พากันตั้งหน้าตั้งตารอดู ‘การพิสูจน์ความจริง’ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น
ในแผ่นดินต้าฉีนี้ ปกติแล้วสูตรอาหารของแต่ละจวนจะเป็ที่หวงแหนยิ่งนัก จะเรียกว่าเป็สูตรลับประจำตระกูลเลยก็ว่าได้ และก็แน่นอนว่าจะไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนได้โดยง่าย ซึ่งถ้าหากคุณหนูรองเสิ่นสามารถทำขนมเหล่านี้ขึ้นมาได้จริง ๆ เช่นนั้นหากคอยสังเกตวิธีการทำให้ดี ๆ ก็จะสามารถล่วงรู้สูตรลับของขนมแสนอร่อยนั่นได้อย่างง่ายดาย… สตรีชั้นสูงทั้งหลายต่างนึกคิดในใจ
…แต่ถ้าหากคุณหนูรองเสิ่นพูดปด สิ่งที่พวกนางจะได้ดูก็คือความครึกครื้นของงิ้วโรงใหญ่ที่แสดงโดยคนโกหกผู้พยายามเสแสร้งทำอาหาร อย่างไรก็ไม่มีทางเสียเปรียบอย่างแน่นอน!
ไม่นานนักนางกำนัลของหยวนิจวิ้นจู่และองค์หญิงห้าก็เข้ามาทูลว่า วัตถุดิบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกจัดเตรียมเป็ที่เรียบร้อย และเชื้อเชิญให้ทุกคนไปยังห้องครัวได้
เมื่อได้รับแจ้งว่ามีผู้สูงศักดิ์้าใช้ห้องครัว อาจารย์ผู้ดูแลจึงมอบหมายให้คนรับใช้ที่เกี่ยวข้องรอต้อนรับและอยู่อำนวยความสะดวกที่หน้าประตูครัว
ทันทีที่เห็นว่าองค์หญิงและจวิ้นจู่กำลังเดินนำเหล่าสหายเข้ามา คนรับใช้เ่าั้ก็รีบคุกเข่าลงด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ ในทันที
ไม่มีสตรีสูงศักดิ์คนใดยอมพลาดโอกาสในครั้งนี้ไปเด็ดขาด ดังนั้นพวกนางจึงรีบพากันเข้ามาจับจองพื้นที่ห้องครัวใหญ่อย่างเนืองแน่น
ถึงแม้ห้องครัวนี้จะกว้างขวาง และถูกเก็บกวาดจนเป็ระเบียบเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่เมื่อมีคนจำนวนมากเข้ามากระจุกรวมกันอยู่ภายในแล้ว ก็ทำให้ห้องครัวที่ว่าใหญ่ดูคับแคบลงไปถนัดตา ดรุณีสูงศักดิ์ทั้งหลายล้วนไม่มีผู้ใดยอมพลาดความครื้นเครงในครั้งนี้ไปแม้แต่คนเดียว บางคนที่มาถึงช้าถึงกับต้องพยายามเบียดเสียดเข้ามาภายในห้องครัวนั้นให้ได้
องค์หญิงห้าและหยวนิจวิ้นจู่รู้สึกไม่สบอารมณ์กับสถานการณ์ยิ่งนัก จึงลั่นวาจาออกคำสั่งว่า ‘นอกจากสตรีสูงศักดิ์และคนรับใช้ของครัวหลวงที่เกี่ยวข้องแล้วห้ามมิให้ผู้ใดอยู่ภายในห้องครัว เหล่าสาวใช้และนางกำนัลที่เหลือให้ออกไปรออยู่ด้านนอก หากไม่มีคำสั่งก็ห้ามผู้ใดเข้ามาทั้งสิ้น!’
สิ้นคำบัญชา บรรดาสาวใช้จึงต้องพากันระเห็จออกไปรออยู่ด้านนอก ยามนั้นความแน่นขนัดจึงจะคลี่คลายลงไปได้ ในที่สุดสตรีสูงศักดิ์ทั้งหมดก็เข้ามาอยู่ในห้องครัวได้ครบพอดิบพอดี
“เสิ่นเอ้อร์ เริ่มเลยสิ!” องค์หญิงห้าหันไปกล่าวกับเสิ่นเชียนเกอ
เสิ่นเชียนเกอก้าวออกมายังโต๊ะที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับเหลียงเฉินสาวใช้ประจำกายที่ทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยในครั้งนี้
ในภพก่อน นางทำขนมเหล่านี้มานับพันครั้ง สูตรทั้งหมดและขั้นตอนการทำจึงถูกบันทึกลงในสมองของนางมาแต่นานเนิ่น ถึงแม้ขณะนี้จะถูกจับจ้องด้วยสายตานับสิบคู่ แต่สีหน้าและท่าทางของหญิงสาวสองภพก็ยังคงสงบและสุขุมเป็อย่างยิ่ง
เมื่อล้างมือจนสะอาดแล้ว แม่ครัวสาวก็เริ่มนวดแป้ง ขณะเดียวกันก็สั่งให้เหลียงเฉินจัดเตรียมวัตถุดิบอื่น ๆ หลังจากนั้นก็เป็ขั้นตอนการเตรียมไส้ คลึงแป้งเกี๊ยว ห่อเกี๊ยว ก่อนจะลงมือทำไส้ขนมหัวผักกาด…
ท่าทางการปรุงอาหารของเสิ่นเชียนเกอนั้นคล่องแคล่วและดูเป็ธรรมชาติอย่างยิ่ง ทุกท่วงท่าลีลาในทุกขั้นตอนช่างงดงามจนยากจะเชื่อ ยิ่งกว่านั้นยังทำให้ผู้ที่กำลังมองดูอยู่เกิดความรู้สึกเพลิดเพลินราวกับกำลังฟังท่วงทำนองเพลงพิณขับกล่อมไปโดยไม่รู้ตัว ในเวลาเพียงชั่วพริบตา แป้งเกี๊ยวที่ถูกนิ้วเรียวจับจีบอย่างประณีตก็ถูกจัดเรียงลงบนจานกระเบื้องเคลือบเป็ที่เรียบร้อย
ด้วยท่าทางอันแสนชำนิชำนาญที่ได้เห็น ยามนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าสงสัยในฝีมือของเสิ่นเชียนเกออีกแล้ว วิธีการปรุงอาหารประเภทนี้ ผู้ที่เพิ่งเริ่มหัดเรียนการทำครัวไม่สามารถทำออกมาได้อย่างแน่นอน
แม้กระทั่งองค์หญิงห้าที่ทั้งร้อนใจและกลัดกลุ้มอยู่ก่อนหน้าก็ยังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
‘เสิ่นเอ้อร์ทำขนมเป็จริง ๆ หรือนี่?’
‘ที่แท้ ขนมที่นางนำมาให้ชิมเ่าั้ก็ล้วนเป็ขนมที่นางทำเองทั้งหมดจริง ๆ เสียด้วย’
ทว่าในพริบตาต่อมา ความหงุดหงิดคับข้องระคนโศกสลดก็เกิดขึ้นในใจองค์หญิงน้อย …เฮ้อ! เสิ่นเอ้อร์ของนางช่างโง่งมยิ่งนัก…
‘เหตุใดนางต้องรับปากหยวนิจวิ้นจู่ ว่าจะทำขนมต่อหน้าทุกคนแบบนี้ด้วย อาหารทั้งสามอย่างนั้นล้วนเลิศรส เป็สูตรอาหารชั้นยอดที่ควรสงวนไว้เป็ความลับ หากนางเปิดร้านขนม คนทั้งเมืองหลวงต้องแห่ไปซื้อจนขายไม่ทันอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้เสิ่นเอ้อร์กลับกำลังเปิดเผยสูตรล้ำค่าต่อหน้าผู้คน แม้อยากจะสงวนไว้เพียงใดก็ไม่อาจทำได้อีกแล้ว’
องค์หญิงน้อยรู้สึกเสียใจไม่น้อย …หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้ นางคงจะรีบปรามสหายจอมทึ่มนั่นเสียั้แ่ก่อนจะเริ่มแล้ว
หยวนิจวิ้นจู่คาดไม่ถึงเลยว่า เสิ่นเชียนเกอจะเป็คนปรุงขนมเหล่านี้ขึ้นมาจริง ๆ วันนี้คุณหนูรองตระกูลเสิ่นผู้นี้ทำให้นางตกตะลึงเป็อย่างมาก …หากรู้ว่าจะเป็เช่นนี้ นางคงจะไม่กล่าวปรามาสออกไปเช่นนั้นเป็แน่ ตอนนี้ทั้งเสียแรงเสียเวลา ถูกฉีกหน้า ซ้ำร้ายยังทำให้องค์หญิงห้ามีโทสะอีกด้วย!
หยวนิจวิ้นจู่ค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปใกล้น้องสาวผู้มีบรรดาศักดิ์สูงกว่าอย่างช้า ๆ “น้องรัก ดูเหมือนว่าสหายร่วมศึกษาของเ้าจะมีความสามารถไม่น้อย ก่อนหน้านี้พี่คงคิดน้อยไป”
ครานี้องค์หญิงห้าก็คร้านจะสนใจหยวนิจวิ้นจู่แล้วจึงทำหูทวนลมฟังคำพูดขององค์หญิงขั้นสามเสมือนเสียงลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น เมื่อผ่านไปแล้วก็แล้วกันไป แม้กระทั่งจะกล่าวตอบรับสักคำก็ไม่มี
แต่ไม่ว่าอย่างไร หยวนิก็มียศเป็ถึงจวิ้นจู่ สถานะของนางสูงส่งไม่น้อย ถึงจะมีคนไม่พอใจนางอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าชักสีหน้าใส่องค์หญิงขั้นสามผู้นี้อย่างแน่นอน ดังนั้นในสถานการณ์นี้แม้นางจะเป็ผู้เอ่ยคำท้าทายเสิ่นเชียนเกอแต่ก็ไม่ได้มีใครกล้าว่ากล่าว ทว่ากับเสิ่นเจียวเจียวแล้วแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
คนที่เป็ผู้ริเริ่มทำให้ทุก ๆ คนกังขาในตัวเสิ่นเชียนเกอ ก็คือเสิ่นเจียวเจียวผู้นี้ ‘หากนางไม่กล่าวออกมาเช่นนั้นแต่แรก แล้วใครจะคิดว่าเสิ่นเอ้อร์เอาขนมมาจากภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานได้’
ในระหว่างการปรุงอาหารอันแสนชำนาญของเสิ่นเชียนเกอ ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างกายเสิ่นเจียวเจียวก็ยิ่งบางตาลงไปเรื่อย ๆ
ในเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ พื้นที่รอบกายคุณหนูใหญ่เสิ่นก็ว่างเปล่าไร้ผู้คนไปเสียแล้ว เหลือแต่นางยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพังราวกับเป็เกาะร้างกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้างก็มิปาน
เสิ่นเจียวเจียวผู้มีเรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอม อีกทั้งยังมีความสามารถในด้านผัดหน้าทาชาดที่สูงส่ง เมื่อถูกผู้คนทอดทิ้งให้ยืนอยู่อย่างเดียวดาย ใบหน้างดงามจึงซีดแล้วซีดอีก ร่างแน่งน้อยสั่นระริกเบา ๆ ช่างดูน่าเวทนาเหลือล้น น่าเสียดายที่ตรงนี้ล้วนมีแต่สตรีไม่มีบุรุษ หากมีบุรุษอยู่ที่นี่สักคน คนผู้นั้นคงจะไม่สามารถหักห้ามใจไม่ให้เข้าไปปลอบนางได้เป็แน่
เสิ่นเจียวเจียวที่กำลังคับแค้นใจขบริมฝีปากแดงของตนแน่น มือที่ซ่อนไว้ภายใต้อาภรณ์ก็กำผ้าเช็ดหน้าจนเส้นเืปูดโปน ยามนี้ ราวกับดวงตาดอกท้อไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาเม็ดใสล้นทะลักจากขอบตาก่อนจะหยดแหมะลงข้างแก้ม บางส่วนก็เกาะกระจายอยู่บนแพขนตางอน ช่างน่าสงสารจับใจ ทว่าภายในใจของนางกลับกำลังเดือดดาล ไฟแห่งโทสะโหมกระพือราวกับจะเผาไหม้ทุกสรรพสิ่ง
นางไม่อยากจะเชื่อว่า เสิ่นเชียนเกอจะทำขนมเ่าั้ขึ้นมาได้จริง ๆ มิหนำซ้ำยังดูชำนาญและคล้ายจะทำออกมาได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย!
ที่สุดแล้วเสิ่นเชียนเกอไปร่ำเรียนสิ่งเหล่านี้มาั้แ่เมื่อใด? เหตุใดนางถึงไม่รู้!
ั้แ่กลับมาอยู่ยังจวนเสิ่น ห้าปีที่ผ่านมานี้เสิ่นเชียนเกอก็พักอาศัยอยู่ในเรือนกุยเยี่ยนซึ่งเป็เพียงเรือนหลังเล็ก เก่าทรุดโทรมและหนาวเย็นมาโดยตลอด และด้วยความที่เรือนกุยเยี่ยนตั้งอยู่ข้าง ๆ สวนโต้วชุนของนาง ทุกการกระทำของเสิ่นเชียนเกอจึงอยู่ในสายตานางทั้งหมด หากเสิ่นเชียนเกอไปร่ำเรียนสิ่งใดมา มีหรือนางจะไม่ทราบ!
หรือว่า…คนผู้นั้นจะเรียนการปรุงอาหารก่อนอายุสิบปี?
แต่จะเป็ไปได้อย่างไร ผู้ใดจะคิดสอนสูตรลับอันล้ำค่าให้เด็กน้อยที่อายุไม่ถึงสิบขวบเช่นนั้น?
เสิ่นเจียวเจียวสูดลมหายใจเข้าลึก และผ่อนออกอยู่นาน พลางพยายามทำจิตใจอันฟุ้งซ่านให้สงบลง นางจะร้อนตัวไม่ได้เป็อันขาด
ก็เพียงแค่อาหารไม่กี่อย่างเท่านั้น หากสังเกตวิธีการทำของเสิ่นเชียนเกอให้ดี ๆ แค่ตั้งใจทำ ความสามารถอย่างนางก็น่าจะพอลอกเลียนแบบได้ไม่ยาก
นี่ก็เพียงแค่อยู่ในขั้นตอนการปรุงเท่านั้น ผลลัพธ์ยังไม่ได้ออกมาเสียหน่อย หากดูดีแต่เพียงหน้าตาแต่รสชาติกลับตรงกันข้ามล่ะ เช่นนั้นแล้วคนที่ต้องพ่ายแพ้ก็ย่อมไม่ใช่นางอย่างแน่นอน!
วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารทั้งสามอย่างนี้ ล้วนเป็วัตถุดิบที่เรียบง่าย ด้วยความคล่องแคล่วของเสิ่นเชียนเกอ ไม่นานนัก อาหารทานเล่นทั้งสามอย่างก็ถูกรังสรรค์ออกมาจนเสร็จสมบูรณ์
ทันทีที่ได้กลิ่นอาหารหอมอบอวล บรรดาสตรีสูงศักดิ์ทั้งหลายจึงดึงสติกลับมาจากอารมณ์ตำหนิติเตียนคุณหนูใหญ่เสิ่นได้
ทว่า… ดูเหมือนขั้นตอนการปรุงอาหารทั้งสามอย่างจะรวดเร็วเสียจน…พวกนางจดจำไม่ได้…
ดรุณีสูงศักดิ์เหล่านี้ล้วนมีชีวิตความเป็อยู่ที่สะดวกสบาย ยามอยู่ในจวนก็ไม่เคยย่างกรายเข้าห้องครัวมาก่อน และถึงแม้จะมีบางคนที่ถูกฝึกให้เป็กุลสตรีเพียบพร้อมจนเคยผ่านการฝึกฝนงานครัวมาแล้ว แต่อย่างมากยามอยู่ในครัวกลิ่นคลุ้งพวกนางก็เพียงแค่ชี้นิ้วสั่งให้สาวใช้หรือมามาลงมือทำอาหารให้ทั้งสิ้น กระทั่งผักบางชนิด หญิงสาวในที่แห่งนี้บางคนก็ยังไม่รู้จักด้วยซ้ำไป
เช่นนี้แล้ว ความคิดที่จะลอบจดจำสูตรลับและวิธีการทำทั้งหมดอย่างละเอียด ก็เกรงว่าจะเป็โมฆะไปเสียทั้งหมด
และด้วยเหตุนั้น เมื่อเสิ่นเชียนเกอรังสรรค์อาหารทั้งสามชนิดนี้เสร็จสิ้น ก็แทบจะไม่มีผู้ใดสามารถจดจำสูตรได้แม้แต่คนเดียว
สตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งซึ่งนั่งอยู่ติดหน้าต่างกล่าวขึ้นเสียงเบา “เสิ่นเอ้อร์จงใจให้เป็เช่นนี้ใช่หรือไม่ นางไล่ให้คนรับใช้ของเราออกไปทั้งหมด ตอนนี้จึงแทบไม่มีผู้ใดจดจำสูตรหรือวิธีการทำได้เลย”
สตรีสูงศักดิ์อีกคนกลอกตาใส่ ก่อนกล่าวอย่างระอา “หากเป็สูตรลับของเ้า เ้าจะยินดีสอนให้ผู้อื่นหรือไม่?”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร! สูตรลับก็ต้องตกทอดสู่คนในตระกูลรุ่นต่อ ๆ ไปสิ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
สตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อลองทบทวนดูจึงได้รู้ว่าคำกล่าวนี้มีเหตุผล
อาหารทั้งสามชนิดใช้เวลาในการทำให้สุกไม่นาน เพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็ถูกทยอยนำออกจากหม้อแล้ว
หลังจากเหลียงเฉินยกจานอาหารทั้งสามมาจัดวางไว้บนโต๊ะในห้องครัวใหญ่ เสิ่นเชียนเกอก็กล่าว “เชิญองค์หญิงและจวิ้นจู่ลองชิมดูก่อนเพคะ”
ก่อนหน้านี้ ทั้งสองได้ลิ้มลองขนมของเสิ่นเชียนเกอมาแล้ว ทันทีที่หยิบตะเกียบแล้วคีบอาหารเข้าปาก ทั้งองค์หญิงขั้นสองและขั้นสามต่างก็สื่อสารถึงรสชาติอาหารให้ทราบผ่านทางดวงตา ดวงตาของคนทั้งสองสุกใสเป็ประกาย บ่งบอกถึงความสำราญและรื่นรมย์ในรสล้ำเลิศได้เป็อย่างดี
องค์หญิงห้าไม่รั้งรอที่จะกล่าวชมสหายร่วมศึกษาของตนเสียงดังฟังชัด “เสิ่นเอ้อร์ ขนมที่เพิ่งนำออกจากหม้อนี่รสชาติดีกว่าขนมที่เ้านำมาให้ข้าเมื่อเช้านี้เสียอีก!”
.
.
.