“ถึงเวลาถ่ายรูปคู่กันแล้วครับ หลิว... น้องถ่ายคู่กับคุณแม่ก่อนเลยดีมั้ยครับ”
หลังจากที่ทุกคนถ่ายรูปหมู่กันครบแล้ว หนึ่งก็หันมาบอกทุกคนด้วยท่าทางกระตือรือร้น กรกนกกับใบหลิวซึ่งถูกพูดถึงก็มองหน้ากันด้วยท่าทางคล้ายตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
“แม่...” ใบหลิวยิ้มแห้งพลางส่งเสียงเรียนคนเป็นแม่ด้วยท่าทางไม่มั่นใจนัก ขณะที่กรกนกเองก็ชะงักไปครู่หนึ่งกว่าจะยอมเดินเข้ามาหาลูกสาว
“เอาสิ หนึ่งถ่ายให้แม่กับน้องหน่อยนะ” น้ำเสียงของเธอยังราบเรียบแต่ไม่ได้ฟังดูห่างเหินเหมือนทุกครั้ง
ใบหลิวรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างชัดเจน ระหว่างรอคนเป็นแม่เดินเข้ามายืนข้างกันจึงส่งยิ้มไปให้แฟนหนุ่มด้วยความรู้สึกขอบคุณ หนึ่งก็พยักหน้ารับรอยยิ้มนั้นด้วยความเข้าใจ
ในฐานะช่างภาพเมื่อสองแม่ลูกมายืนด้วยกันเขาก็ยกกล้องขึ้นทันที แต่กลับไม่พอใจในสิ่งที่เห็นมากนักเลยออกคำสั่งตามหน้าที่
“สาว ๆ ขยับเข้าหากันอีกนิดสิครับ”
กรกนกเหลือบมองลูกสาว ก่อนขยับเข้าไปใกล้พร้อมยกมือขึ้นโอบเอวบางของคนในชุดครุยเอาไว้ แม้จะเป็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สำหรับใบหลิวเธอกลับรู้สึกเหมือนช่องว่างที่เคยกว้างจนเอื้อมไม่ถึงกำลังค่อย ๆ แคบลงจนอดใจชื้นไม่ได้
“ยิ้มครับ!”
‘แชะ!’
ภาพสองแม่ลูกที่ไม่ค่อยได้ยืนถ่ายรูปคู่กันบ่อยนักถูกบันทึกเอาไว้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
“ต้นก็จะถ่ายด้วยคับ!”
ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน ก่อนที่กรกนกจะเอ่ยหยอกล้อลูกชายคนเล็ก “เมื่อกี้ก็ถ่ายไปแล้วไงครับ”
“ไม่เอา!” เด็กชายกอดเอวพี่สาวแน่น “ต้นจะถ่ายกับแม่แล้วก็พี่หลิว”
กรกนกส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ส่วนใบหลิวลูบหัวน้องชายเบา ๆ แล้วหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู
“มาถ่ายด้วยกันอีกเถอะค่ะแม่”
เธอเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นเสียงชัตเตอร์ก็ดังขึ้นอีกหลายครั้งเพื่อเก็บภาพรอยยิ้มของทั้งสามคน
เรวัตยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นอยู่ห่าง ๆ ด้วยหัวใจที่อุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก หลายปีก่อนเขาก็ได้แต่หวังว่าความสัมพันธ์ของสองแม่ลูกคู่นี้จะดีขึ้น ใครจะคิดว่าจู่ ๆ ก็ได้มาเห็นมันเอาวันนี้โดยไม่ทันตั้งตัวเลย
“หนึ่งถ่ายกับน้องบ้างสิ เดี๋ยวป๊าถ่ายให้เอง” หนุ่มใหญ่อาสาทันทีที่เห็นว่าที่ลูกเขยเอาแต่ถ่ายรูปให้คนอื่นแต่ดันไม่มีภาพคู่กับใบหลิวเลยสักรูป
“ฝากด้วยนะครับป๊า”
หนึ่งยื่นกล้องให้เรวัต จากนั้นก็เดินไปยืนซ้อนหลังใบหลิวแล้วกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนหลวม ๆ
“พี่หนึ่ง... โพสท่าอะไรของพี่คะเนี่ย” ร่างเล็กต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก แต่ใบหน้าแดงเรื่อจนปิดบังความเขินอายเอาไว้ไม่มิด
“ก็ท่าของคนเป็นแฟนกันไงครับ”
ใบหลิวหลุดหัวเราะก่อนยกข้อศอกดันหน้าท้องแกร่งเบา ๆ เรวัตมองภาพสองหนุ่มสาวหยอกล้อกันด้วยความรู้สึกปลื้มใจ เพราะพวกเขาดูเหมาะสมกันเหลือเกิน
“พร้อมแล้วครับป๊า”
“อ้อ งั้นป๊าถ่ายแล้วนะ” เขาบอกเสียงนุ่มพลางยกกล้องขึ้น แต่ไม่ได้กดชัตเตอร์ในทันที หนุ่มใหญ่เหม่อมองลูกเลี้ยงสาวผ่านช่องมองภาพ เด็กสาวที่เขาเคยครอบครองอย่างลับ ๆ ตอนนี้กำลังยืนอยู่ในอ้อมแขนของชายที่เธอรัก
‘แชะ!’
ภาพแล้วภาพเล่าเรวัตตั้งใจถ่ายเป็นอย่างดี ถ่ายเสร็จก็ยื่นกล้องกลับไปให้เจ้าของ หนึ่งมองภาพในกล้องด้วยความพอใจแล้วอาสาถ่ายรูปให้เขาบ้าง
“งั้นต่อไปก็... ป๊าครับ มาถ่ายรูปคู่กับน้องสิครับ ป๊าเองก็ยังไม่มีรูปคู่กับน้องสักใบเหมือนกัน”
หนุ่มใหญ่ไม่อิดออดให้เสียเวลา เขาเดินเข้าไปยืนเคียงข้างลูกเลี้ยงสาวแล้วยกมือขึ้นวางบนไหล่ของเธออย่างเป็นธรรมชาติ
“หนูถ่ายกับป๊าหน่อยนะ”
“เอาสิคะ หนูจะไม่ถ่ายกับป๊าได้ยังไง”
“อย่าลืมยิ้มกว้าง ๆ นะครับ”
ใบหลิวยิ้มให้กล้องแต่มือที่ถือช่อดอกไม้อยู่กลับสั่นเล็กน้อยโดยไม่มีใครสังเกต
‘แชะ!’
“อีกรูปนะครับ ป๊า หลิวเปลี่ยนท่าได้เลยครับ”
เรวัตไม่ได้เปลี่ยนท่าตามที่ถูกบอก เขาทำเพียงเอามือลงแล้วขยับเข้าไปใกล้ใบหลิวมากขึ้นอีกนิดเท่านั้น ตอนนั้นเองที่รอยยิ้มบนริมฝีปากหนาชะงักเล็กน้อย
“หนู...” หนุ่มใหญ่ทำท่าจะก้มลงมองตามสัญชาตญาณแต่เสียงของลูกเลี้ยวสาวก็ฉุดรั้งเขาเอาไว้
“ยิ้มสิคะป๊า” ดวงตาของใบหลิวเป็นประกายด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ เธอกระชับมือของเรวัตแน่นขึ้น นิ้วของทั้งคู่เกาะเกี่ยวกันอย่างแนบแน่นอยู่ด้านหลังชุดครุยยาวที่สามารถ ซ่อน สิ่งที่เกิดขึ้นจากสายตาของคนอื่นได้อย่างแนบเนียน
เรวัตบีบมือเธอตอบเบา ๆ พลางกดนิ้วโป้งลงบนหลังมือเล็ก
พวกเขายิ้มให้กล้องพร้อมกัน
เมื่อเสียงชัตเตอร์หยุดลงพวกเขาก็ปล่อยมือจากกันอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วสัมผัสกันแผ่วเบาจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง
เรวัตเดินกลับไปหาลูกชายที่ยืนรออยู่แล้วย่อตัวลงถามเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “หิวรึยัง เดี๋ยวขากลับป๊าพาไปหาอะไรอร่อย ๆ กินดีมั้ย”
ส่วนใบหลิวหันไปหาหนึ่งที่เดินเข้ามาโชว์รูปในกล้องให้เธอดู
“รูปสวยมากเลยค่ะ” เธอบอกเสียงนุ่ม มือเล็กกำเข้าหากันแน่นราวกับไม่อยากให้ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาของคนเป็นพ่อเลี้ยงจางหาย
หนึ่งเก็บกล้องถ่ายรูปแล้วมองหน้าแฟนสาวด้วยสายตารักใคร่ลึกซึ้ง “เรียนจบสักทีนะ หลังจากนี้ก็ถึงเวลาเริ่มบทใหม่ของชีวิตแล้ว”
“อีกอย่าง... สัญญาอะไรกับพี่ไว้อย่าลืมทำตามนะครับ ให้รางวัลพี่ด้วยที่อดทนรอจนถึงวันนี้ได้” เขาบอกด้วยท่าทางขี้เล่น แต่ใบหลิวมองออกว่าเขาเอาจริง
“ทำมาพูดดี อยากจะรู้นักว่าลีลาจะดีสักแค่ไหน บอกไว้ก่อนว่าหลิวน่ะ... เก่งมาก” เธอไม่เคยปิดบังเขาว่าเคยมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าจึงพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างไม่เขินอาย
หนึ่งเองก็ไม่ได้ติดใจหรือถือสาเรื่องนั้นเพราะเขาเองก็ไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่อง รอจนแฟนสาวพูดจบก็ยกมือขึ้นประกบกันแล้วถูไปมา
“เก่งก็สอนพี่ด้วยแล้วกันครับ” สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอพากันไปนั่งพัก
“อ๊ะ ป๊าน่าจะใกล้กลับแล้ว เดี๋ยวหลิวมานะคะ”
หนึ่งพยักหน้าเข้าใจ “ได้ครับ พี่ไปรถที่รถนะ”
ใบหลิวเดินตามเรวัตไปยังมุมหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบเนื่องจากเขาปลีกตัวออกมาเพื่อสูบบุหรี่ “ป๊าคะ”
“หนู... มาแล้วเหรอ” เรวัตเก็บบุหรี่ในมือทันที แต่ก็ไม่พ้นสายตาของลูกเลี้ยงสาวอยู่ดี
“ไม่ต้องแอบหรอกค่ะ หนูเห็นแล้ว แต่ขอได้มั้ยคะว่าให้เลิกสูบ” ใบหลิวเอ่ยอย่างรู้ทัน และเรวัตก็พยักหน้ารับทันที “สัญญานะคะ มันอันตราย หนูกับน้องยังอยากอยู่กับป๊านาน ๆ นะคะ”
“อืม” เขาตอบรับอีกครั้ง และตั้งใจว่าคราวนี้จะเลิกอย่างจริงจังซะที
“...” / “...”
ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ใบหลิวจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หนูเรียนจบอย่างป๊าขอแล้วนะคะ”
“ป๊ารู้” สายตาเขาอ่อนลงทันที เห็นได้ชัดว่าแม้จะเป็นคนตั้งกฏแต่หลายปีที่ผ่านมาเขาก็ยังไม่เคยตัดใจจากลูกเลี้ยงคนนี้ได้
ประตูแห่งความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ครั้งหนึ่งเคยถูกปิดเอาไว้จะเริ่มขยับอีกครั้งหรือจะถูกปิดตายถาวรก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
-จบ-