พอถึงบ้านเว่ยมู่หลินก็มอบเงินให้มารดา
“ท่านแม่เ้าคะ นี่เงินสำหรับไว้ใช้จ่ายเ้าค่ะ”
“เ้าไม่เก็บไว้ใช้หรือ?”
“ข้าไม่ค่อยได้ใช้อะไรหรอกเ้าค่ะ ท่านแม่เก็บไว้เถอะ”
“ได้ ถ้าเ้าอยากได้อะไรก็บอกแม่ก็แล้วกันนะหลินเอ๋อ”
“เ้าค่ะท่านแม่” กล่าวจบเว่ยมู่หลินก็เก็บของเข้าที่ เธอค่อยข้างมีความสุขที่ได้ซื้อเครื่องปรุงมากมายกลับมา ไม่ต้องทนกินอาหารรสจืดชืดอีกแล้ว ต่อไปเธอจะทำอาหารอร่อยๆให้มารดาได้กินเอง คิดแล้วก็มีความสุข ไหนๆวันนี้ก็หาเงินได้มาดังนั้นต้องฉลองสักหน่อยแล้ว
“ท่านแม่เ้าคะ วันนี้ลูกจะทำมื้อเย็นมื้อพิเศษนี้เองนะเ้าคะ ฉลองที่เราหาเงินได้เยอะวันนี้” เว่ยยู่ซินเห็นบุตรสาวมีความสุขก็อดยิ้มตามไม่ได้
“ได้จ๊ะ แม่จะรอทานอาหารฝีมือหลินเอ๋อนะ”
“งั้นวันนี้เราทานหมูตุ๋นน้ำแดงกันนะเ้าคะ”
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เช้าวันต่อมา เว่ยมู่หลินตื่นเช้ามาเตรียมอาหารง่ายๆรอมารดา หลังทานอาหารเช้าเสร็จก็ช่วยเว่ยยู่ซินปักผ้าเผื่อให้ทันส่งในรอบถัดไป
“หลินเอ๋อ เดือนหน้าก็ถึงวันเกิดของเ้าแล้ว เดี๋ยวต้องจัดพิธีปักปิ่นให้เ้า ไว้เข้าเมืองคงต้องจัดเตรียมซื้อข้าวของเตรียมไว้” หลินเอ๋อของนางโตเป็ผู้ใหญ่แล้วจริงๆ อีกไม่นานก็ต้องเข้าพิธีปักปิ่น และมองหาคู่ครองที่เหมาะสมเพื่อการออกเรือนที่ดี
“หลินเอ๋อ เ้ามีคนที่พึงใจอยู่หรือไม่? ” จากความทรงจำของร่างเดิมและั้แ่ลิลดาย้ายเข้ามาอยู่ร่างนี่ก็แทบจะไม่ได้พบป่ะผู้คนเลยด้วยซ้ำ แล้วจะไปพึงใจใครที่ไหน
“ข้ายังไม่คิดเื่นั้นหรอกเ้าค่ะท่านแม่ ข้ายังอยากอยู่กับท่านไปนานๆยังไม่คิดเื่ออกเรือนหรอกเ้าค่ะ ” เว่ยมู่หลินตอบมารดา และอีกอย่างเธอไม่อินกับยุคนี้ที่ผู้ชายมีอนุได้มากมาย สำหรับนางแล้ว ถ้าต้องใช้ผู้ายร่วมกับคนอื่นนางขออยู่คนเดียว สวยๆรวยๆดีกว่า โลกที่นางจากมาชายหญิงมีความเท่าเทียม มีหรือที่นางจะยอมรับสามภรรยาสี่อนุได้
“อีกอย่างข้ายังไม่อยากแต่งหากยังไม่เจอคนที่รักข้าจริงๆ และพร้อมที่จะมีข้าคนเดียวจริงๆเ้าค่ะท่านแม่ ”
“ _”
เว่ยยู่ซินได้แต่ถอดถอนหายใจ แล้วนางจะบอกบุตรสาวได้อย่างไรว่าที่ตนสองคนต้องมาทนลำบากอยู่ที่นี่ก็เพราะนางมีความคิดนี้เช่นเดียวกัน
“เ้าเคยอยากรู้หรือไม่ว่าบิดาของเ้าเป็ใคร” จู่ๆเว่ยยู่ซินก็เอ่ยกับบุตรสาว
“_”
“เ้าเคยสงสัยหรือไม่เหตุใดแม่ถึงไม่เคยเอ่ยถึงบิดาของเ้า” ลิลดาในร่างเว่ยมู่หลินไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี เพราะจริงๆนางก็ไม่ใช่เว่ยมู่หลิน และในความทรงจำของเว่ยมู่หลินก็ไม่มีเื่ของบิดาเลยแม้แต่น้อย
“เื่ของบิดาหากท่านแม่ไม่อยากกล่าวถึงก็ไม่เป็ไรเ้าค่ะ แค่มีท่านแม่อยู่ข้าก็ดีใจมากแล้ว“เว่ยมู่หลินกล่าวเมื่อเห็นสายตาเศร้าสร้อยของมาราดา
“หากว่าเ้าอยากเจอกับบิดาของเ้า แม่ก็จะพาเ้าไปเจอกับเขา”
“เขารู้หรือเปล่าเ้าคะว่ามีข้าอยู่บนโลกใบนี้ เพราะข้าไม่มีความทรงอะไรเกี่ยวกับเขาเลย” เว่ยมู่หลินไม่แน่ใจว่าเคยเจอบิดาของนางหรือไม่ เพราะมารดาไม่เคยเอ่ยอะไรเกี่ยวกับบิดาและนางเองก็ไม่อยากเอ่ยถามให้มารดาลำบากใจ
“เขาไม่น่าจะรู้ว่ามีเ้าอยู่ เพราะแม่ไม่ได้บอกเขาว่าท้องเ้าอยู่ก่อนที่แม่จะหนีมาอยู่ที่นี่”
“แล้วมีเหตุผลอะไรที่ท่านแม่ต้องหนีท่านพ่อมาหรือเ้าคะ ?” เว่ยยู่ซินนึกย้อนกลับไป่เวลานั้น ก็รู้สึกเจ็บจุกที่อก ก่อนจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้บุตรสาวฟัง เพราะคิดว่าบุตรโตพอที่จะรับรู้แหละตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าจะอยากเจอบิดาหรือไม่ หรือหากว่าบุตรเลือกที่จะไปพบบิดาอาจจะทำให้บุตรสาวมีชีวิตที่ดีกว่านี้ สามารถกาคู่ครองที่ดีได้
“แม่กับพ่อของเ้าพบกันขณะที่เขาเดินไปรบกับพวกนอกด่านที่หางโจว ตอนนั้นพ่อของเ้าเป็รองแม่ทัพ พูดไปมันก็เหมือนนิยายที่รองแม่ทัพมารักกันกับหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาอย่างแม่ ในปีนั้นเกิดโรคระบาดทำให้ท่านตาและท่านยายของเ้าจากไป พ่อของเ้าจึงขอแม่แต่งงาน เราเข้าพิธีกับแบบเรียบง่ายเพราะฝั่งทางแม่หลังจากสูญเสียท่านตากับท่านยายของเ้าแล้วแม่ก็ไม่มีญาติที่ไหนอีก เราสองคนอยู่กินกันสองปี หลังจากศึกนอกด่านสงบลงพ่อของเ้าก็ต้องเดินทางกลับเมืองหลวง พ่อของเ้าพาแม่กลับมาที่เมืองหลวงด้วย แต่ยังไม่ได้พาแม่เข้าจวนเพราะทางตระกูลไป่ยังไม่ทราบว่าเราสองคนได้แต่งงานกันแล้ว พอกลับมาเมืองหลวงพ่อของเ้าก็ได้เลื่อยขั้นเป็แม่ทัพ ทางตระกูลไป่จึงอยากให้พ่อของเ้าแต่งกับคนที่ฐานะเท่าเทียมกันและสามารถส่งเสริมตระกูลไป่ได้ ตระกูลไป่พอรู้เื่ที่พ่อของเ้าแต่งงานกับแม่แล้วก็กดดันเพื่อไม่ให้พ่อของเ้ารับแม่เข้าตระกูล หรือหากจะรับเข้ามาก็เป็เพียงอนุคนนึงเท่านั้น ในตอนนั้นแม่จึงตัดสินใจหนีออกมาโดยที่ไม่รู้ว่ามีเ้าติดท้องมาด้วย”
“เ้าโกรธแม่หรือไม่หลินเอ๋อที่แม่พาเ้าออกมาลำบากเช่นนี้??? “
”_“
เว่ยมู่หลิน มันเหมือนนิยายจริงๆเ้าค่ะท่านแม่ แต่ว่านิยายเื่นี้ไม่เคยเห็นผ่านตา และชื่อตัวละครก็ไม่คุ้นเลย สรุปแล้วคือฉันเข้ามาอยู่ในโลกของนิยายจริงๆสินะ แถมยังเป็นิยายที่ไม่แน่ใจว่าเคยอ่านหรือป่าว
“เ้ายังไม่ต้องตอบแม่ตอนนี้ก็ได้ นำกลับไปคิดพร้อมเมื่อไหร่ค่อยให้คำตอบแม่ แม่อยู่ข้างเ้าเสมอไม่ว่าเ้าจะเลือกแบบไหน“
”ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่“ เว่ยมู่หลินรับคำแล้วเดินจากออกไป ’เอาไงดีล่ะทีนี้ ไปเจอพ่อที่ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเราหากเขาไม่ยอมรับล่ะ แล้วท่านแม่จะรู้สึกอย่างไร แต่หากไม่ไปเจอจะรู้ได้ยังไงว่าเขายอมรับหรือไม่ หรือเขาอาจจะดีใจกับการของเราก็ได้นี่! โอ้ยยยย คนสวยปวดเฮด แต่คิดอีกอย่างนึงการไปเจอเขาคนนั้นก็ต้องเดินทางไปเมืองหลวงสินะ ถึงตอนนั้นต่อให้เขาไม่ยอมรับก็แค่หาช่องทางทำมาหากินเลี้ยงดูท่านแม่ก็น่าจะง่ายกว่าใช้ชีวิตที่นี่ เอาว่ะลองดูสักตั้งลิลดาเธอเป็สาวจาก2024 เชียวนะจะกลัวอะไร‘ คิดได้ดังนั้นเว่ยมู่หลินจึงเดินไปหลังบ้านเผื่อรดน้ำผักที่ขุดมาปลูกไว้หลังบ้านอย่างสบายใจ ’ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็คงต้องเตรียมความพร้อมสินะ อันดับแรกต้องหาเงินให้ได้มากกว่านี้ก่อนเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะไปเอาตัวรอดได้‘ คิดได้ดังนั้นเว่ยมู่หลินจึงเดินมาบอกมารดาว่าจะขึ้นเขาไปเก็บเห็ดหอมในส่วนที่ยังเก็บไม่หมดในคราวก่อน
“ท่านแม่เ้าคะ หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จข้าว่าจะขึ้นเขาไปเก็บเห็ดหอมในส่วนที่ยังเก็บไม่หมดในคราก่อนนะเ้าคะ”เว่ยมู่หลินเอ่ยกับมารดา
“เ้าจะขึ้นเขาอีกแล้วรึ ให้แม่ไปกับเ้าด้วยหรือไม่”เว่ยยู่ซินไม่ได้เอ่ยห้ามบุตรสาวเพราะรู้ดีว่านางค่อนดื้อรั้น คงต้องหาทางไปจนได้
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านแม่ ข้าแค่ขึ้นไปทางเดิมที่ข้าขึ้นไปคราวก่อน และอีกอย่างท่านก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ ข้าจะระวังตัวให้มากเ้าค่ะ”เว่ยมู่หลินเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดีใจที่มารดาไม่ห้ามตนขึ้นเขาทั้งที่เป็ห่วงและกังวลเป็เห็นได้ชัด
“งั้นแม่จะไปเตรียมอาหาร เ้าจะได้เตรียมตัวขึ้นก่อนที่แดดจะแรงเสียก่อน” ว่าแล้วเว่ยยู่ซินก็ลุกเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารให้บุตรสาว หลังจาทานมื้อกลางวันเสร็จเว่ยมู่หลินก็เตรียมตัวขึ้นเขา พร้อมด้วยตะกร้าสะพายหลังและมีดหนึ่งเล่ม ออกเดินทางจากบ้านตามเส้นทางเดิมที่เธอขึ้นเขาในคราวก่อน ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะไปเก็บเห็ดหอมที่ตนเหลือไว้ในคราวก่อนแล้วค่อยสำรวจบริเวณนั้นเพิ่มเติมอีกที่ ไม่แน่ว่าตนอาจจะโชคดีเหมือนคราวที่แล้วก็เป็ได้ เว่ยมู่หลินจึงเดินมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย ไม่นานนักก็มองเห็นเห็ดหอมที่ยังเหลืออยู่จำนวนมาก หลังจากนั่งเก็บอยู่นานเห็ดหอมทั้งหมดก็ได้มาเกือบเต็มตระกร้าสะพายหลัง