รถม้าคันเล็กเคลื่อนตัวเข้าเมืองหลวงช้าๆ ผ่านด่านประตูเมืองอย่างง่ายดายโดยไม่ถูกตรวจค้น รถม้าเคลื่อนตัวมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่ร้านบะหมี่ฉีซื่อ คนในรถม้าและคนบังคับรถม้าค่อยๆ พากันเดินออกมาจากรถม้าและทั้งคู่จะพากันเดินมุ่งตรงไปยังร้านบะหมี่
...นานแล้วที่ไม่ได้กลับมา คิดถึงเหมือนกันแฮะ ไม่รู้ว่าป่านนี้ภายในร้านจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง...
ฉีซื่อหยุดยืนมองอยู่หน้าร้านของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปจับมืออีกคนแล้วพากันเดินจูงมือเข้าไปในร้าน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขึ้นบันไดไปไม่กี่ก้าวก็ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่ง ถูกโยนตัวปลิวออกมานอกร้าน
...อ๊ากกกกก...
เสียงของชายที่ถูกโยนออกมาร้องลั่นเมื่อตัวหล่นกระแทกพื้น พร้อมกับเสียงของสตรีผู้หนึ่งตะโกนด่าลั่นตามหลังออกมาจากภายในร้าน พร้อมกับการเดินออกมาปรากฏตัว
“ที่นี่คือร้านบะหมี่ หาใช่หอนางโลมที่เจ้ามาจะมาหาเศษหาเลยได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ” ไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน เป็นองค์หญิงหยางเซียงนั่นเองซึ่งตอนนี้ นางออกมาจัดการลูกค้าที่นางเป็นคนโยนออกมาด้วยตัวเองเมื่อครู่
“เจ้ามัน! เป็นผู้หญิงเสียเปล่า เหตุใดถึงดุร้ายถึงเพียงนี้ ระวังไว้เถอะ ระวังจะไม่มีใครมาขอเจ้าไปทำเมีย” ชายที่ถูกโยนลุกขึ้นยืน พร้อมกับด่าทอองค์หญิงหยางเซียงกลับทันที
“เรื่องของข้า ระวังตัวเจ้าเอาไว้เถอะ หากวันหน้ายังกล้าโผล่หน้ามาอีก จะไม่โดนแค่นี้” องค์หญิงหยางเซียงสวนกลับพร้อมกับเอาน้ำมาสาดไล่ ทำให้ลูกค้าคนนั้นรับวิ่งหนีออกไปจากหน้าร้านทันที
“พวกข้าไม่อยู่แค่ครึ่งปี นึกไม่ถึงเลยว่า ร้านบะหมี่ฉีซื่อจะมีวิธีไล่ลูกค้าหัวงูแบบนี้ด้วย” อ๋องจินอู่พูดขึ้นตามหลังในขณะที่องค์หญิงหยางเซียงกำลังจะเดินกลับเข้าไปในร้าน ทำเอาอีกคนที่ได้ยินเสียงถึงกลับหันกลับมามองอีกครั้ง
“ท่าน...พวก...ท่าน...”
“เจ้าจะตะลึงอีกนานไหมหยางเซียง” อ๋องจินอู่ที่ยืนจับมือฉีซื่ออยู่พากันเดินเข้าไปหาองค์หญิงหยางเซียง
“ถวายบังคมองค์หญิง...” ฉีซื่อทำความเคารพตามธรรมเนียมทันที
“ท่านฉี ไม่ต้องๆ ทำตัวตามสบายเถิด” องค์หญิงหยางเซียงตอบกลับ
“ใช่อาฉี เจ้าไม่ต้องมากพิธีไปหรอก เจ้าดูนางตอนนี้ซิ ดูเหมือนองค์หญิงซะที่ไหน ไหนจะการแต่งกาย การประพฤติเมื่อครู่ เฮ้อ! แค่ในระยะเวลาอันสั้นทำองค์หญิงผู้เลอโฉมผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว” อ๋องจินอู่พูดจาแดกดันองค์หญิงหยางเซียง
“กระหม่อมได้ยินมาว่า องค์หญิงมาทำงานอยู่ที่ร้านของกระหม่อม” ฉีซื่อถามองค์หญิงหยางเซียง
“ใช่ๆ ข้ามาช่วยอาตี้นะ เขาไม่เก่งเรื่องบัญชี ท่านไม่ต้องเกรงใจนะ ข้ายินดี และสนุกมาก”
“องค์หญิงหยางเซียงอย่าเรียกกระหม่อมว่า ‘ท่าน’ เลย เพราะองค์หญิงสูงศักดิ์กว่ากระหม่อมมากนัก” ฉีซื่อรีบแนะนำเพราะกลัวหัวจะหลุดจากบ่า
“ไม่ๆ ที่ข้าเรียกเพราะข้านับถือท่านต่างหากละ อย่าคิดมากเลย ยังไงพวกเราไปคุยกันด้านในดีไหม” องค์หญิงหยางเซียงกล่าวอย่างเป็นมิตรและมีท่าทีที่ดูจะดีอกดีใจมากที่ได้เจอฉีซื่อ แถมตอนนี้ยังดึงแขนฉีซื่อเดินนำเข้าไปข้างใน โดยไม่ได้สนใจอ๋องจินอู่แต่อย่างใด
“อาตี้ อาตี้ เจ้าออกมาดูเร็วเข้าว่าใครมา” องค์หญิงหยางเซียงรับวิ่งเจ้าไปหลังร้านพร้อมตะโกนเรียกอีกคนที่อยู่ด้านใน
องค์หญิงหยางเซียงหายเข้าไปหลังร้านไม่นาน ก็กลับออกมาพร้อมกลับอีกคน ‘ตี้ไหลข่า’ เดินออกมาพร้อมกับองค์หญิงหยางเซียง ทันทีที่ตี้ไหลข่าพบหน้าฉีซื่อ เข้าก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมกลับสวมกอดด้วยความโล่งใจ แต่กอดได้ครู่เดียว ก็โดนอ๋องจินอู่จับแยกออกอย่างไม่พอใจ
“ปล่อยอาฉีเดี๋ยวนี้!” อ๋องจินอู่พูดด้วยความไม่พอใจ
“อ้าว! คนสารเลว เจ้าก็กลับมาด้วยหรือนี่ ข้านึกว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก” ตี้ไหลข่า พูดกลับเย้ยใส่อ๋องจินอู่
“เอาล่ะๆ อย่าโต้เถียงกันเลย...” ฉีซื่อรีบห้ามปรามทันที เพราะกลัวจะเกิดเหตุวิวาทในร้าน
“ใช่ ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าคนสารเลวจะกลับมาด้วย นึกว่าจะมีแต่ท่านฉีกลับมาคนเดียวเสียอีก” องค์หญิงหยางเซียงพูดประสมโรงขึ้นต่อจากตี้ไหลข่า
“หยางเซียง นี่เจ้าก็เอากับเขาด้วยหรือนี่” อ๋องจินอู่แปลกใจในคำพูดขององค์หญิง
“ก็ท่านมันคนสารเลวจริงๆนี่นา แถมยังโง่เขลาเสียด้วย... ไม่พูดละ ข้าไปทำงานต่อดีกว่า” พูดจบองค์หญิงหยางเซียงก็เดินออกไปต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน
“อาฉี เจ้ามาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนเถิด ข้าขอตัวไปจัดการงานหลังร้านสักครู่กับสั่งให้คนไปทำความสะอาดห้องให้เจ้าเสียก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยเข้าไปพักน่ะ” ตี้ไหลข่าบอกแก่ฉีซื่อ ก่อนจะเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อนอาตี้ ข้ามาถึงครู่หนึ่งแล้ว ยังไม่เห็นอาตู้เลย” ฉีซื่อถามหาคนบ่าวสนิททันที
“อ้อ วันนี้ข้าให้อาตู้ไปรับสินค้าที่หน้าด่าน เดี๋ยวคงจะกลับเย็นๆ” ตี้ไหลข่าหันมาตอบก่อนจะเดินออกไป
ฉีซื่อหันกลับมามองหน้าอ๋องจินอู่ ที่ตอนนี้นั่งหน้างอ อารมณ์ไม่ดีอยู่เพราะโดนเรียกว่า ‘คนสารเลว’ แค่ตี้ไหลข่ายังพอทน แต่ตอนนี้องค์หญิงหยางเซียงกลับมาร่วมประสมโรงด้วย ไม่รู้ว่าเดี๋ยวพอฮ่องเต้มา จะเรียกตนว่าอะไรอีก
“พี่จิน... ท่านใจร่มๆ หน่อย อย่าฉุนเฉียวนักเลย”
“อาฉี เจ้าดูซิว่าพวกเขาเรียกข้าว่าอะไร”
“ก็ท่านเป็นแบบนั้นจริงๆ นิ หรือท่านจะปฏิเสธ”
“เฮ้อ! แต่ตอนนี้ข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว เจ้าก็รู้ อาฉี”
“ข้าไม่รู้...ข้ายังไม่แน่ใจว่าเลย ข้าไม่รุ้ว่าในอนาคตท่านจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกหรือไม่”
“ไม่ๆ ข้าไม่กล้าแล้ว อาฉี... เจ้าอย่าได้คิดเช่นนั้น”
ฉีซื่อไม่ได้ตอบอะไร นอกจากยิ้มให้อ๋องจินอู่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเล่นดูบรรยากาศภายในร้านของตนหลังจากที่ไม่ได้กลับมาเสียนาน ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาเสียจริง บางมุมของร้านถูกตกแต่งใหม่ให้ดูดีมีชาติตระกูลมากยิ่งขึ้น เห็นทีคงจะเป็นฝีมือขององค์หญิงหยางเซียงเป็นแน่
“อาฉี เจ้ากลับมานั่งนี่ก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย” อ๋องจินอู่ออกปากเรียกฉีซื่อให้กลับมานั่งด้วย
“ว่ามา...” ฉีซื่อเดินกลับมานั่งแต่โดยดี
“เจ้าไม่ต้องพักที่ร้านหรอก ตั้งแต่นี้ไปเจ้าไปอยู่จวนของข้าเถอะน่ะ”
“ได้อย่างไรกัน... ข้าก็มีบ้านของข้า” ฉีซื่อไม่ยอม
“แต่ข้าเป็นสามีของเจ้า ยามค่ำคืน เราจะแยกจากกันได้อย่างไร”
“ท่าน... ท่านพูดคำว่า...สามีออกมากได้หน้าตาเฉยจริงๆ เลยนะ พี่จิน” ฉีซื่อรู้สึกเขินทุกครั้งที่อ๋องจินอู่บอกแก่ตนว่า เขาเป็นสามี
“ดังนั้น ตั้งแต่นี้ไป เจ้าย้ายไปอยู่กับข้าเถิดนะ... ไม่ช้าไม่เร็ว ยังไงซะข้าก็จะแต่งเจ้าเข้าบ้านอยู่แล้ว ย้ายไปอยู่ก่อนจะเป็นไรไป”
“ไม่ได้ ข้าจะอยู่ที่นี้” ฉีซื่อยื่นคำขาดเสียงแข็ง ทำเอาอีกคนที่ได้ฟังถึงกลับนั่งหน้าเศร้าทันที
...............................................
... ช่วงเย็นของวันนั้น...
เสียงลูกค้าในร้านดังระงม ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ ตอนนี้ฉีซื่อพาอ๋องจินอู่ขึ้นมาพักผ่อนต่อในห้องส่วนตัวของตน ส่วนทางฉีซื่อก็เดินลงมาด้านล่างไปในห้องทำงานของตน ก่อนที่ตี้ไหลข่าจะเอาสมุดบัญชีของร้านมาให้ฉีซื่อตรวจดูความเรียบร้อย
“อาฉี เจ้าค่อยๆ อ่านนะ ในเย็นๆ ข้ากับองค์หญิงหยางเซียงก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว...” ตี้ไหลข่าพยายามเกริ่นนำก่อนจะปล่อยให้เถ้าแก่ใหญ่อย่างฉีซื่อตรวจดูบัญชี
“อาตี้ เจ้าอย่าได้กังวลเรื่องนี้ ข้าเข้าใจ ที่จริง ข้าต้องขอบคุณเจ้ากับองค์หญิงหยางเซียงด้วยซ้ำที่ช่วยข้าดูแลร้านช่วงที่ข้าไม่อยู่”
“งั้น เจ้าก็ค่อยๆ ดูไปน่ะ งั้นข้าขอตัวก่อน ตอนนี้ลูกค้าเริ่มเยอะแล้ว กลัวองค์หญิงจะรับมือไม่ไหว”
“อื้ม เจ้าไปเถอะ ขืนออกไปช้า ข้าเกรงว่าองค์หญิงหยางเซียงจะโยนลูกค้าออกจากร้านเหมือนอย่างช่วงเมื่อกลางวัน”
“นางก็เป็นแบบนี้แหละ เจ้าอย่าถือสานางเลย ที่นางทำไปเพียงเพราะอยากจะสั่งสอนพวกคนที่มาทำรุ่มร่ามกับเด็กๆ ในร้านก็เท่านั้น” ตี้ไหลข่าออกรับแทนองค์หญิงหยางเซียง
“อื้ม ข้าดีใจนะที่ในที่สุดเจ้าก็รู้จักออกรับแทนใครสักคนเสียที” ฉีซื่อพูดยอกย้อน ส่งสายตาอย่างมีนัย
“อะไร...ออกรับแทนใคร...ข้าก็แค่...ไม่รู้! ข้าไปละ” พูดจบตี้ไหลข่าก็รีบออกไปพร้อมกับอาการแก้มแดงหูแดง
ฉีซื่อนั่งตรวจทานบัญชีร้านไปอย่างเงียบๆ ผ่านไปครู่ใหญ่อ๋องจินอู่ก็เดินตามลงมานั่งด้วย พลางหยิบบัญชีมาช่วยตรวจดู แต่อ่านไปไม่เท่าไหร่ ก็ทำเอาอ๋องจินอู่ถึงกับอยากจะโยนสมุดทิ้ง
“นี่ฝีมือใครทำบัญชีกัน น่าปวดหัวเสียจริง!” อ๋องจินอู่สบถออกมาอย่างหัวเสีย
“อาตี้กับองค์หญิงหยางเซียงช่วยกันทำ...” ฉีซื่อตอบให้อย่างเสียงเรียบ
“อ่านไม่รู้เรื่องเลย ฮึ่ย!”
“พวกเขาทั้งคู่คงจะไม่ถนัดงานแบบนี้ ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว...ท่านอย่าไปตำหนิพวกเขาเลย”
“ได้ที่ไหนกัน! ไม่ได้เรื่อง!” อ๋องจินอู่ยังคงหัวเสียไม่หยุด
“ไม่เป็นไร ข้าพออ่านเข้าใจอยู่ เดี๋ยวข้าจะคัดลอกใหม่”
“แล้วแบบนี้ กี่วันเจ้าจะทำเสร็จกันละ อาฉี”
“ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ทำไมหรือ ท่านมีธุระอะไรก็ไปทำก่อนเลย ไม่ต้องรอข้าหรอก”
“อาฉี แต่ว่าข้าจะพาเจ้าไปพบฝ่าบาท...”
“พี่จิน ขอเวลาข้าหน่อยเถิด...คือว่าข้า...”
“หรือว่าเจ้าไม่อยากแต่งกับข้า...”
“...” ฉีซื่อไม่ได้ตอบอะไร นอกจากก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
อ๋องจินอู่นั่งมองฉีซื่อทำงานเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แม้ภายนอกตอนนี้อ๋องจินอู่จะดูสุขุมขึ้น แต่ตอนนี้ภายในใจของเขาทั้งร้อนรุ่ม อยากจะทำอะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่าง แต่ตอนนี้ เขากลับทำได้แค่รอ เพราะหากไปเร่งเร้ามากๆ เขากลัวจะทำให้ฉีซื่อหนีเขาไปอีก
“นายท่าน นายท่าน ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ นายท่านกลับมาแล้ว”
ไม่ใช่เสียงของใครที่ไหนเลย เป็นเสียงของตู้ตู้ ที่ตอนนี้กลับมาจากการทำงานข้างนอกแล้ว เมื่อเขารู้จากตี้ไหลข่าว่าฉีซื่อผู้เป็นนายเหนือหัวกลับมาแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปหาฉีซื่อที่ห้องทำงานทันทีด้วยความตื่นเต้นดีใจ