“ หายอะยาง ”
เด็กสาวตัวน้อยสอบถามมังกรที่กำลังนอนแลบลิ้นบนพื้นดิน มันฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะส่ายหน้าแล้วนอนให้เด็กสาวฉีดยาอีกเข็ม
เฉินห่าวเห็นว่ามังกรช่วยแบ่งเบาเขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตลอดช่วงเวลาที่มังกรหายไปเขาต้องคอยตอบคำถามลูกสาวขี้ช่างพูดจนเกือบจะอกแตกตาย แม้จะมีความสุขที่อยู่กับลูกสาว บางครั้งคำถามของเธอทำเขาปวดหัวไม่น้อยเพราะเธอถามว่าบนดวงจันทร์มีกระต่ายจริงๆไหม
“ พี่ชายเฉิน ”
คิ้วของเฉินห่าวเลิกขึ้นสูง เขาจำเสียงนี้ได้ว่าเป็นเสียงของใครจึงหันมองด้วยความสงสัยเพราะช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่นักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย
“ อ้าวคุณหนูหลี่อิง ลมอะไรหอบมาที่ร้านฟิตเนสกัน ”
“ พี่ชายเฉิน หนูมีเวลา 2 อาทิตย์ทางมหาวิทยาลัยให้เวลาเตรียมตัวก่อนออกล่าหนูเลยกลับมาให้พี่ชายสอนทักษะ ”
“ อ้าวทำไมล่ะ ไม่ใช่ว่าใช้ออกได้เชี่ยวชาญแล้วเหรอ ”
“ เมื่อ 2 วันก่อนมีการทดสอบขึ้นค่ะ หนูเลยท้าประลองกับเหมยลี่ ครั้งนี้หนูแพ้ทั้งที่เลเวลเยอะกว่า 5 เลเวล ”
“ อ๋อ ที่แท้ก็แพ้เหมยลี่มา เอาใหม่ๆ คนเราแพ้กันได้แล้วจะให้ฉันสอนอะไรล่ะ ”
เฉินห่าวรอฟังเพียงแต่ว่าหน้าร้านของเขามีเด็กสาว 5 คนกำลังเกาะแขนกันเดินเข้ามาใกล้ๆหน้าทางเข้าร้านด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ
“ เพื่อนเธอหรือเปล่า ”
หลี่อิงหันมองเด็กสาวหน้าร้านอายุรุ่นราวคราวเดียวไม่ต่างกัน เธอจำได้ว่าเด็กสาวทั้ง 5 เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเหมยลี่
“ หนูเห็นพวกเธออยู่ข้างๆเหมยลี่ค่ะ ”
“ โอ้ ดูเหมือนว่าเหมยลี่จะแนะนำอะไรมาสินะ เดี๋ยวฉันไปต้อนรับพวกเขาก่อน เธอนั่งเล่นกับเป่าเป้ยที่นี่สักครู่นะ ”
หลี่อิงหันไปสวัสดีเป่าเป้ยน้อยที่กำลังเล่นกับกิ้งก่าตัวสีแดง เธอจึงเข้าไปทักทายทั้งสองก่อนจะถูกเป่าเป้ยน้อยขอร้องให้ช่วยวัดหัวใจของมังกร
“ พี่ฉาวได้ยินเสียงหัวใจอะยาง ”
“ ยังเลยจ้ะ ”
“ หยูต้องบั๊มหัวจายแล้ว ช่วยหนูหน่อย ” เด็กสาวพยายามพูดให้ชัดแต่ก็มีบางคำที่ลิ้นพันกันจนทำให้พูดติดๆขัดๆ
หลี่อิงเห็นว่าต้องช่วยจับของเล่นวัดความดันจึงหยิบมาใช้งานแล้วคอยบอกสถานะที่คิดขึ้นมาเอง
“ สวัสดีจ้ะ ”
เด็กสาวทั้ง 5 ตกใจตื่นเมื่อเห็นว่ามีชายคนหนึ่งโผล่ออกมาหน้าร้านโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“ ไม่ต้องตกใจ พี่ชายเป็นเจ้าของฟิตเนสแห่งนี้เอง พวกน้องๆอยากให้พี่ชายช่วยอะไรอย่างนั้นเหรอ ”
“ พี่ชาย เพื่อนของหนูแนะนำให้มาเก็บตัวฝึกที่นี่ ”
“ อ๋อ เพื่อนหนูชื่ออะไรล่ะ ”
“ เหมยลี่ค่ะ เธอบอกว่าถ้ามาที่นี่แล้วให้บอกชื่อเธอ เจ้าของร้านใจดีมากอาจจะให้เล่นฟรีหนึ่งชั่วโมง ”
“ อ๋อ แล้วทำไมดูหวาดกลัวกันจัง เจอมือสังหารระหว่างทางมาที่นี่่เหรอ ”
“ ปะ เปล่าค่ะ ” เฉินห่าวคุยกับเด็กสาวผมสีแดง เธอคอยตอบเขาตลอด จากท่าทางแล้วเธอน่าจะเป็นคนที่เพื่อนทั้งกลุ่มเชื่อใจมากที่สุดเลยได้รับหน้าที่ให้ตอบคำถาม
“ อ้าว ถ้าอย่างนั้นพวกเธอกลัวอะไรกัน ”
เฉินห่าวยังไม่เจอสิ่งที่น่ากลัวเลย ต่อให้จะมองไปรอบๆแล้วก็ตามเขายังไม่เจอสิ่งที่สามารถทำให้เด็กสาวทั้ง 5 หวาดกลัวได้ ตุ๊กแกสักตัวก็ไม่มี แมลงสาบก็เช่นเดียวกัน
“ เหมยลี่บอกว่าเขต X น่ากลัวมากๆ ผู้คนที่นี่จะจับเด็กสาวไปควักท้องเพื่อกินตับสดๆ ”
“ หา!!!! ”
เฉินห่าวอ้าปากกว้าง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าปัจจุบันจะมีคนกลัวเรื่องหลอกบ้าๆแบบนี้อยู่ แต่ดูท่าทางของพวกเธอแล้วคงมาจากเมืองที่เจริญกว่าเมืองหวงซีอย่างแน่นอน
“ โดนยัยเหมยลี่หลอกแล้ว เขต X ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก มาเร็วเข้ามาข้างในก่อน แดดข้างนอกมันร้อน ”
เด็กสาวทั้ง 5 เดินเข้ามาในร้าน อ้ายเสินเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปแนะนำตัวพร้อมกับอธิบายคอร์สเรียนต่างๆที่ฟิตเนสแห่งนี้เปิดรับ เฉินห่าวปล่อยให้อ้ายเสินรับลูกค้าไปเพราะเขามีหน้าที่แค่ลงทะเบียนเท่านั้น
หลังจากมองหลี่อิงเล่นกับเป่าเป้ยสักพักเขาก็เห็นว่าเด็กสาวทั้ง 5 พร้อมสมัครสมาชิกแล้ว
“ เหมยลี่แนะนำให้มาทำอะไรบ้างเหรอ ”
“ เธอบอกว่าให้มาเพิ่มค่าสถานะที่นี่ค่ะ ถ้าลงคอร์สปลุกพรสวรรค์ด้วยจะใช้เวลาน้อยลงมากจากเดิม 100 ชั่วโมงก็จะเหลือ 50 ชั่วโมง ”
“ แล้วพวกเธอมีเวลากี่วัน ”
“ 2 อาทิตย์ค่ะ เรามีเวลาเท่านี้เพราะจะออกล่ากันแล้ว ”
เฉินห่าวลูบคางตนเองเล็กน้อย หากเขาให้เด็กสาวทั้ง 5 เล่นวันละ 4 ชั่วโมงการเพิ่มค่าสถานะ 10 หน่วยยังทัน
“ แล้วจะทำอะไรบ้างเหรอ ”
“ เอาทั้งหมดเลยค่ะ เรียนทักษะด้วย ปลุกพรสวรรค์ด้วยแล้วก็เพิ่มค่าสถานะด้วยค่ะ ”
เฉินห่าวใช้สกิลมองดูเด็กสาวทั้ง 5 ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะไม่ต้องไปสังหารมอนสเตอร์เพื่อปลดล็อก พวกเธอสามารถปลดล็อกทุกอย่างจากภายในเมืองได้เขาจึงลงคอร์สให้พวกเธอ การที่เด็กสาวทั้ง 5 สามารถจ่ายทุกอย่างไหวเขาว่าครอบครัวของพวกเธอน่าจะเป็นฮันเตอร์ ซึ่งเขาคิดว่าจะแถมอะไรเล็กๆน้อยๆให้ไปเพราะพวกเธอจะกลายเป็นมาสคอตประจำร้านของเขา ดูท่าการล่าในครั้งนี้คงจะเข้าร่วมกลุ่มกับเหมยลี่
หลี่อิงหันมองเจ้าของร้านเป็นระยะจนกระทั่งผ่านมา 1 ชั่วโมงเขาก็หันกลับมาคุยกับเธอหลังจากส่งเด็กสาวทั้ง 5 ขึ้นไปบนชั้น 2
“ เอาล่ะกลับเข้าเรื่องของเรากันเถอะ ตกลงเธอแพ้เหมยลี่มาทั้งๆที่เลเวลเยอะกว่า 5 เลเวล ”
“ ใช่ค่ะ หนูเลยอยากให้พี่ชายช่วยปรับทักษะให้หน่อยแล้วก็ช่วยเพิ่มค่าสถานะให้หนูด้วย เหมยลี่น่าจะมีค่าสถานะมากกว่าหนู ”
“ ได้ๆ ฉันจะให้เธอเล่นวันละ 4 ชั่วโมงก็แล้วกัน เข้าไปห้องหมายเลข 7 นะ ส่วนทักษะฉันปรับมันไม่ได้แล้วล่ะ มันถึงขีดจำกัดของเธอแล้วเว้นแต่ว่าจะยอมเรียนทักษะจากฉัน ”
เฉินห่าวรู้ดีว่าการจะเปลี่ยนทักษะเป็นเรื่องยาก ยิ่งเป็นคนของตระกูลใหญ่ การทิ้งทักษะไปฝึกอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลจะถูกมองราวกับว่าเธอเป็นคนทอดทิ้งตระกูลไป หลายคนจะมองเธอไม่ต่างจากคนนอก
“ หนูไม่ได้ต้องการให้ช่วยปรับทักษะเดิมค่ะ หนูมีทักษะใหม่ มันเป็นทักษะจากตระกูลหลัก ”
“ หืม ทักษะจากตระกูลหลักเหรอแล้วมันยังเป็นทักษะดาบอยู่หรือเปล่า ”
“ ใช่ค่ะ มันเป็นทักษะฉบับเต็มของทักษะที่ตระกูลสาขาของหนูสอนให้ ”
“ ไหนลองใช้ออกมาหน่อย ฉันอยากเห็น ”
“ หนูใช้มันยังไม่คล่องนะคะ พึ่งได้รับมา 1 อาทิตย์เท่านั้น ”
เฉินห่าวไม่ถามให้มากความ เขาบอกให้เธอใช้งานทักษะให้ดู ทันทีที่หลี่อิงชักดาบเธอก็เริ่มร่ายรำด้วยท่าทางดุดัน เพลงดาบที่แสดงออกมามีส่วนที่คล้ายกับทักษะที่เขาปรับแก้ให้ เพียงแต่ว่ามันมีกระบวนท่าเพิ่มเข้ามาอีก 8 กระบวนท่าสร้างความตื่นเต้นให้เขาไม่น้อยที่ได้มาเห็นทักษะระดับสูงที่น่าจะมีเลเวลเกิน 100
“ จบแล้วค่ะ ” แสงสีแดงเลือดหายไปจากดาบหลังจากการร่ายรำจบลง เฉินห่าวได้เห็นจุดเด่นที่แท้จริงของทักษะตระกูลซู มันไม่ได้เพียงแค่ใช้ออกด้วยความดุดันเท่านั้นแต่ยังพยายามสร้างการโจมตีให้เหมือนพระจันทร์เสี้ยวด้วยการกวัดแกว่งดาบไปรอบๆตัวด้วยความเร็วและความแรงจนทำให้เกิดแสงกระพริบคล้ายเสี้ยวของพระจันทร์
“ เธอจะให้ฉันช่วยอะไร ”
“ หนูอยากฝึกให้สำเร็จก่อนการล่า ”
“ ผู้อาวุโสที่ให้ทักษะบอกความจริงไหมว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการฝึก ”
“ 2 ปีค่ะ ”
“ แล้วเธอมั่นใจแค่ไหนว่าฉันจะทำให้เธอเชี่ยวชาญได้ในเวลา 2 อาทิตย์ ”
“ หนูเชื่อว่าพี่ทำได้ค่ะ ”
“ โอเคเป็นอันตกลง ฉันจะบอกวิธีฝึกในแต่ละวันให้ก็แล้วกัน ส่วนวันสุดท้ายฉันจะรวบรัดทั้งหมดให้เธอเชี่ยวชาญที่สุด ตอนนี้ไปออกกำลังกายได้แล้ว เดี๋ยวก่อน ”
เฉินห่าวพึ่งนึกบางอย่างได้เขาจึงรั้งตัวหลี่อิงเอาไว้ก่อน ตอนนี้มังกรน้อยกลับมาแล้วถึงเวลาที่เขาจะจัดการเรื่องกวนใจสักที
“ มีอะไรเหรอคะ ”
“ ช่วงนี้เธอพักกับเป่าเป้ยได้ไหม พอดีช่วงกลางคืนฉันมีงานจะต้องทำ ”
“ กี่วันเหรอคะ ”
“ สัก 3 คืน ”
“ ได้ค่ะ เริ่มคืนนี้ไหมคะ ”
“ อืม คือนี้แหละ ถ้าปล่อยไว้นานเดี๋ยวมีเรื่องอื่นเข้ามากวนใจ ”
เฉินห่าวปล่อยให้หลี่อิงขึ้นชั้นสองเพื่อใช้เครื่องกรรเชียงบก จากนั้นเขาก็เริ่มวางแผนว่าจะทำอย่างไรกับเด็กนักเรียนทั้ง 5 คน ก่อนจะตัดสินใจสอนทักษะระดับเดียวกันกับกลุ่มของอ้ายเสินให้
ในระหว่างที่กำลังนั่งคิดคนเดียวนี้เองเขาก็พบว่าหน้าร้านมีชายแก่ตัวใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามบึกบึนเดินเข้ามา เขาจำใบหน้าชายคนนี้ได้ดีจึงยิ้มทักทาย
“ ตาเฒ่าหง ลมอะไรหอบคุณมากัน
”
“ ได้ข่าวว่าแกมีอุปกรณ์ใหม่ก็เลยแวะมา ”
“หูดีนักนะลุง ไปได้ยินใครพูดมากัน แล้วครั้งนี้จะเล่นกี่ชั่วโมงกัน”
“สัก 2 อาทิตย์ก็แล้วกัน นานกว่านี้กลัวจะขี้เกียจตื่น ”
“ โอเคลุง แต่ภายในห้องมีเด็กสาวคนหนึ่งอยู่นะ อย่าไปกวนเธอล่ะ”
“ โอ๊ยฉันจะไปหากวนคนทำไม เด็กเล็กๆหลานฉันทั้งนั้น ราคายังเท่าเดิมอยู่หรือเปล่า ”
“ ไม่แล้วลุง เดิมคิดลุงแค่ 40 ใช่ไหม อุปกรณ์เลเวล 2 ต้องใช้พลังงานเยอะเพื่อจะเพิ่มค่าสถานะอีก 10 หน่วย ราคามันจึงคูณ 2 ผมคิดแค่ 80 ต่อครั้งเองลุง ”
“โห!!! ”
เฉินห่าวเตรียมจะลดราคาหลังจากได้ยินตาเฒ่าหงร้องเสียงหลง แต่อีกฝ่ายกลับเงียบไม่พูดอะไรต่อ เขาจึงคิดว่าราคานี้น่าจะเหมาะสมแล้ว
“ ครั้งนี้ผมให้เล่นวันละ 4 ชั่วโมงเองนะ อย่าเล่นเกินล่ะ”
เฉินห่าวปล่อยให้ตาเฒ่าหงเดินขึ้นไปบนชั้น 2 คนเดียว ส่วนเขานั่งคิดแผนการว่าจะทำอย่างไรกับมือสังหารในคืนนี้ดี ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อนึกแผนบางอย่างได้ ครั้งนี้เขาจะรวบพวกมันทั้งองค์กร
“ เฟยหลงเตรียมตัวด้วยคืนนี้ฉันจะพาออกล่า”
มังกรน้อยได้ยินเสียงในหัวจึงชะโงกหน้าขึ้นมามองเจ้าของร้าน จากท่าทางที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้มันรู้สึกขนลุกชันราวกับว่าจะได้ไปทำเรื่องอันตราย แต่เมื่อมองดูเวลาแล้วยังเหลืออีก 4 ชั่วโมงมันจึงแกล้งตายให้เด็กน้อยฉีดยาต่อไป
---------------------------------------------------------------
“ อ้าวคุณปู่ ทำไมไม่อยู่ในกองทัพเหรอคะ ”
หลี่อิงมองชายแก่ที่เดินเข้ามาในห้องพบว่าเป็นคุณปู่ของเธอที่ย้ายมาประจำการที่กองทัพเขต X เมื่อ 5 ปีก่อน ถึงจะย้ายกลับมาแล้วแต่ก็ยังวนเวียนระหว่างกองทัพเดิมและกองทัพเขต X
“ ปู่ถูกเรียกมาประจำการเพราะทางตอนใต้เขต X กำลังมีพลังประหลาดเกิดขึ้น ว่าแต่ทำไมไม่อยู่ที่มหาวิทยาลัยล่ะ ”
“ หนูมาให้เจ้าของร้านช่วยฝึกทักษะแล้วก็มาเพิ่มค่าสถานะอีก 10 หน่วยให้เท่ากับเพื่อน ”
“ ทักษะของสาขาหลักน่ะเหรอ ”
“ ค่ะ ”
“ ปู่ช่วยไม่ได้แล้วสิ คงต้องหวังพึ่งเจ้าของร้านแหละ เอาเป็นว่าปู่ไม่รบกวนแล้ว เวลาเป็นเงินเป็นทอง ”
ชายแก่ขึ้นนั่งเครื่องกรรเชียงบกแล้วปล่อยให้ร่างกายพายเรือไปเอง ส่วนตัวของเขามีหน้าที่เพียงแค่กรีดร้อง การที่เขาไม่แนะนำการฝึกทักษะให้หลานสาวก็เพราะตัวของเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลซูมากเท่าไหร่แล้วนับตั้งแต่เขาแยกออกมาฝึกทักษะที่ไม่ใช่ของตระกูล ดังนั้นจึงไม่รู้เกี่ยวกับทักษะที่หลานสาวพึ่งได้รับมา