นางก้มมองดูอาจารย์สลับกับมองชายชุดดำมากมายตรงหน้า อย่างน้อยคนพวกนี้นางพอจะสู้ไหว แม้ต้องใช้ชีวิตนางเข้าแลกนางก็ยอม แต่นางไม่ยอมจำนนให้ชายชราตัณหากลับผู้นี้แน่นอน อาจารย์นางต้องรอด!!
คิดได้ดังนั้นตงซิงอีจึงค่อยๆ วางอาจารย์นางลงอย่างเบามือให้นอนพิงกับต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะรวบรวมสมาธิและสติของตนกลับคืนมาพลางชักกระบี่ออกมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้ นางหมุนตัวะโขึ้นสูงราว 2 จั้ง ก่อนขว้างะเิผสมยาพิษไปยังชายชุดดำกลุ่มใหญ่ก่อนเป็อันดับแรกเพื่อลดจำนวนคู่ต่อสู้ นางกินยาถอนพิษสารพัดมาล่วงหน้าแล้วเพื่อการนี้ มองด้วยสายตาน่าจะมีคนราว 50 คน ที่ล้อมรอบตัวนาง ราชครูผู้นี้เตรียมการมาอย่างดี เขาไม่ดูแคลนว่านางเป็เพียงสตรี คงสืบข้อมูลของนางจากท่านอาจารย์ไปพอสมควร เช่นนั้นนางจะให้เขาได้ลิ้มรสยาพิษร้ายแรงของนาง เช่นที่เขาลอบวางยาพิษอาจารย์นางเช่นกัน นางจะทำให้เขาอยู่ไม่สู้ตาย ทรมานทุกคืนทุกวัน อยากตายไม่ได้ตาย
ตงซิงอีเพียงนึกคิด ยาพิษเม็ดนั้นก็ปรากฏบนมือนาง นางรอจังหวะที่ราชครูอ้าปากสั่งการคนของเขาแล้วรีบดีดเม็ดยาเข้าไปทันทีอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังโรยตัวลงมาช้าๆ หลังจากโยนะเิควันพิษออกไปแล้ว ด้วยยาพิษของนางเม็ดเล็กมาก จึงทำให้ราชครูผู้นั้นแทบไม่รู้ตัวว่ามีสิ่งใดเข้าไปในปากตน ยาชนิดนี้ท่านแม่และนางช่วยกันปรุงขึ้นมาไว้ทรมานคนโดยเฉพาะเพื่อให้บอกความลับฝ่ายศัตรู แต่ตอนนี้นางจะใช้ทรมานราชครูผู้นี้ที่บังอาจมาทำร้ายอาจารย์ของนาง! เขาจะได้รู้ถึงผลกรรมที่ได้ทำกับผู้อื่นก่อนว่ามันรู้สึกเช่นไร หากถูกวางยาพิษโดยไม่รู้ตัว
เมื่อยาเม็ดนั้นถูกส่งเข้าปากท่านราชครูผู้นั้นแล้ว ตงซิงอีเพียงยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนหันไปจู่โจมชายชุดดำมากมายตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง หากนางกลัวนางจะขาดสติเช่นที่มารดาเคยสอนสั่ง ตอนนี้นางต้องมีสติให้มากที่สุด นางต้องช่วยอาจารย์ของนางให้ได้!!
ตงซิงอีไม่สนใจสิ่งใด เพียงกวัดแกว่งกระบี่เชือดเฉือนผู้คนที่ดาหน้าเข้ามาหานาง คนแล้วคนเล่าอย่างเืเย็น ตอนนี้นางมีสติมากที่สุด นางมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของผู้อื่นที่ดูเหมือนเชื่องช้ากว่านางมากนัก นางใช้ความรวดเร็วเชือดเฉือนอย่างเด็ดขาดทุกกระบวนท่า ใช้ปลายกระบี่เฉือนจุดตายและเส้นเืใหญ่เท่านั้น เช่นที่มารดานางเคยสอนเอาไว้ ด้วยไม่้าให้เสียเวลาต่อสู้กับศัตรูนานนัก เพราะนางเป็เพียงสตรี อย่างไรเรี่ยวแรงย่อมน้อยกว่าบุรุษ
ตอนนี้ยามเฉินแล้ว นางต้องรีบจัดการคนเหล่านี้ให้เร็วที่สุดเพื่อพาอาจารย์ออกไปจากที่นี่และดื่มเืวิเศษของนางให้ได้!!
การต่อสู้ดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วยาม ตงซิงอีไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอันใด ในหัวของนางคิดเพียงทำให้ศัตรูล้มตายไปคนแล้วคนเล่าเท่านั้น จนไม่สนใจหรือคิดสิ่งอื่นใดอีก ไม่รู้สึกถึงความเ็ปจากการต่อสู้ที่กระทบกระทั่งนางมาเป็ระยะเวลานาน ในใจนางตอนนี้คิดแต่เพียงว่าต้องกำจัดคนที่ขวางทางเหล่านี้ออกไปให้พ้นเท่านั้น ท่านอาจารย์นางจึงจะรอด!
ดวงตาของนางเอ่อล้นไปด้วยน้ำใสๆ ตลอดเวลาที่ต่อสู้ แต่ด้วยต้องกลั้นไว้จึงยิ่งอัดอั้นในอกจนต้องระบายกับคนเหล่านี้ นางไม่ได้ร้องไห้เพราะหวาดกลัวคนเหล่านี้ แต่นางกลัวท่านอาจารย์ของนางจะทนรอนางไม่ไหว
ภายในใจว้าวุ่นจนร่างกายไม่รับรู้สิ่งใดแม้แต่ความเ็ป นอกจากฆ่าฟันไปให้คนเหล่านี้ล้มตายให้หมด
ราชครูจ้องมองการกระทำของนางอย่างตกตะลึง นางช่างเหี้ยมโหดเ็านัก ไม่นึกว่าจะเป็เพียงเด็กสาวอายุ 18 ที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกมาก่อนเช่นเทพโอสถผู้นั้นบอกเขา นางดุดัน รวดเร็ว กระบี่ของนางกวัดแกว่งไปทางใดย่อมมีคนล้มตายเมื่อนั้น ไม่ใช่เพียงแค่าเ็เล็กน้อย เขาคิดผิดหรือไม่ที่อยากได้นางมาเป็อนุ ต่อให้ได้ตัวนางมาแล้ว หากจิตใจนางยังไม่ยินยอมเช่นนี้ เขาอาจถูกนางลอบทำร้ายเมื่อใดก็ได้ คิดได้เช่นนั้นแล้วเขาจึงคิดสั่งให้คนของเขาฆ่านางซะ ไม่ต้องจับเป็อีกต่อไป แล้วรีบจากทันที ก่อนที่นางจะหันมาทำร้ายเขาเป็คนต่อไป
“ฆ่านางซะ! ข้าไม่้านางแล้ว ไม่ต้องจับเป็!”
ชายชุดดำที่เหลือไม่กี่สิบคนมองหน้ากัน ต่างคนต่างคิดว่าจะฆ่านางได้อย่างไร ขนาดพวกเขารุมเข้ามาทีละ 5 คน 10 คน ยังขวางทางนางไม่อยู่ ล้มตายไปแทบทั้งหมด พวกเขาไม่คิดไว้ชีวิตนางั้แ่นางฆ่าฟันพวกพ้องเขาไปหลายสิบคนแล้ว ไหนจะพวกที่ถูกะเิพิษของนางอีกสิบกว่าคน แต่พวกเขาเข้าใกล้นางไม่ได้เลย ด้วยนางว่องไวยิ่งนัก ทั้งยังปลิดชีพคนที่เข้าไปใกล้รัศมีกระบี่ของนางทันที
ตอนนี้เป็ปลายยามซื่อแล้วใกล้จะยามจื่อเต็มที ตงซิงอีเริ่มร้อนรนและรีบจัดการคนที่เหลือไม่ถึง 10 คน แต่มันช่างตึงมือนัก ทั้งนางต่อสู้ติดต่อกันมายาวนานทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนล้า เรี่ยวแรงสตรีหรือจะสู้บุรุษ นางพลาดพลั้งโดนชายชุดดำฟาดฟันดาบลงมาหลายแผลจนเืไหลเป็ทาง แต่นางไม่รู้สึกอันใด นางได้แต่ต่อสู้ต่อไปจนเหลือศัตรู 6-7 คนแล้ว พวกเขาล้อมหน้าล้อมหลังนาง ต่างคนต่างรอดูท่าที
ชายชุดดำที่เหลือล้วนเก่งกาจกว่าคนก่อนๆ ที่นางจัดการไปแล้ว คนเหล่านี้ร่างกายใหญ่โตกว่านางทั้งยังมีพละกำลังมากกว่านางนัก
ตงซิงอีได้แต่ค่อยๆ คิดและรอดูท่าที เดินก้าวเท้าช้าๆ ไปรอบๆ นางมองคนเ่าั้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกคิดให้อาวุธลับของนางที่เคลือบยาพิษร้ายแรงออกมาบนฝ่ามือข้างที่ยังว่างจากการถือกระบี่ นางซัดออกไปทันที จนคนเ่าั้ล้มลงไปคราเดียวถึง 3 คน เมื่อมันได้ผลนางจึงนำออกมาและซัดออกไปอีกทันที นางไม่คิดถึงศักดิ์ศรีอื่นใดแล้ว ขอเพียงจัดการคนเหล่านี้ได้ จะว่านางอำมหิตนางก็ยอม นางไม่อยากเสียเวลามาสู้รบกับคนเหล่านี้อีกแล้ว นางอยากรีบไปรักษาอาการท่านอาจารย์ของนาง
แต่เมื่อจัดชายชุดดำคนสุดท้ายล้มลงไปได้แล้ว นางหันกลับไปมองท่านอาจารย์ของนางที่ในคราแรกนอนพิงต้นไม้ แต่ตอนนี้กลับล้มลงนอนกองลงไปกับพื้นแล้ว เืท่านอาจารย์ไหลออกทวารทั้ง 7 นางรีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ มือของนางสั่นเทาไปหมด ก่อนเอานิ้วมือของนางค่อยๆ ยื่นไปอังที่จมูกเพื่อดูว่ายังหายใจหรือไม่ มีเพียงความเย็นเฉียบที่ปลายนิ้ว ไม่รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนอันใดเลย นางนิ่งงันไปทันที เมื่อไม่รู้สึกถึงลมหายใจของอาจารย์ นางรีบจับชีพจรทุกจุดที่นึกได้ว่าควรจับที่ใดจนครบเหมือนดั่งคนบ้า แต่ไม่มีชีพจรจุดใดเต้นเลย นางต่อสู้จนไม่รู้เลยว่าเวลานี้คือยามใด นางพยายามรีบจนถึงที่สุดแล้วและคิดว่าจะทันการณ์ จนเมื่อเห็นอาจารย์เป็เช่นนี้ไปแล้ว มันสายไปแล้วสินะ นางทำให้อาจารย์ต้องตาย ด้วยเพียงเพราะคนผู้นั้นอยากให้นางเป็อนุเช่นนั้นรึ เหตุใดมันต้องเป็เช่นนี้ด้วย เพียงแค่ความงดงามบนใบหน้านี้ของนางเท่านั้นเองหรือ ที่ทำให้คนที่นางรักและห่วงใยกลับต้องมาตายเช่นนี้ แค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก กลับทำให้คนมากมายต้องมาตาย
นางได้แต่หันมองศพผู้อื่นมากมายที่นางฆ่าฟันไปอย่างเหม่อลอย รวมทั้งหันมามองดูหน้าอาจารย์ของนางที่ซีดเซียวไม่มีสีเืแล้ว เนื้อตัวอาจารย์ของนางเย็นเฉียบ ความอัดอั้นอันยาวนานของนางเริ่มพรั่งพรูออกมาเป็สายน้ำหลากทันที นางกรีดร้องเสียงดัง ร่ำไห้คร่ำครวญไม่ต่างจากเด็ก กอดศพของอาจารย์ตนจนถึงเช้า
ดวงตาของนางตอนนี้แดงก่ำบวมปูด น้ำตาของนางแห้งผากไปหมดแล้ว ด้วยร้องไห้มาทั้งคืน นางใคร่ครวญมาทั้งคืนแล้วกับเื่ราวที่ได้พบเจอเมื่อคืนนี้ ทั้งยังพูดคุยกับร่างไร้ิญญาของอาจารย์นางทั้งคืนเพื่อหารือหลายสิ่ง ก่อนตัดสินใจอุ้มอาจารย์ลุกขึ้นะโเหาะเหินไปบนอากาศเพื่อพากลับไปยังหุบเขาลี้ลับทันที แม้นางจะไม่ได้หลับได้นอนและต่อสู้ทั้งคืน แต่นางไม่สนใจสิ่งใดแล้ว คิดเพียงจะพาอาจารย์ของนางกลับไปพักผ่อนที่เรือน ฝังท่านไว้ในที่ท่านเลือกเป็ที่พักสุดท้ายในบั้นปลายชีวิตเท่านั้น นางใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายทั้งหมดที่มีเหาะเหินขึ้นไปบนอากาศอย่างไม่ใส่ใจสิ่งใด ดวงตาของนางเหม่อลอยและเ็า ไร้แววสดใสอีกต่อไป