หนึ่งเดือนผ่านไป......
ตวิษามองดูความเรียบร้อย เสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองในกระจก เห็นว่าโอเคแล้ว จึงเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาถือ เพราะวันนี้เพื่อนๆ ได้จัดทริปเที่ยวทะเลกันอีกครั้ง และในครั้งนี้เธอรู้ล่วงหน้าั้แ่เนิ่นๆ เลยว่าภูธิปจะไปด้วยกัน ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร และไม่ได้คิดอะไรอย่างเช่นครั้งที่แล้ว
ตวิษาเดินลงมาจากอพาร์ตเม้นต์ ก็พอดีกับที่รถยนต์ของอัณณิกา วิ่งเข้ามาจอดลงที่หน้าตึกพอดิบพอดี ตวิษาเดินมาเปิดประตูรถยนต์ ก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะข้างๆ คนขับ
“หวัดดีหนูแอ๋ม”
ตวิษาหันมาส่งยิ้มหวาน พร้อมกับกล่าวทักทายอัณณิกา
“หวัดดีจ๊ะ เดี๋ยวเราจะต้องไปรับกัลย์ดิษฐ์กับภูธิปก่อนนะ”
อัณณิกาพูดขึ้นโดยที่สายตาจับจ้องมองดูถนน เพราะพอตวิษาเข้ามานั่งและปิดประตูรถเรียบร้อยแล้ว อัณณิกาก็ขับเคลื่อนรถยนต์ วิ่งออกจากหน้าอพาร์ตเม้นต์ทันที เพื่อจะได้เดินทางไปรับเพื่อนอีกสองคน ที่เอ่ยบอกกับตวิษาให้รับทราบเมื่อกี้นี้
“หึ!!.... ทำไมสองคนนั้นถึงต้องให้เราไปรับด้วยล่ะ ปกติดิษเขาขับรถไปเองไม่ใช่เหรอ??”
ตวิษาถามอัณณิกา อย่างสงสัยใคร่รู้ เพราะทุกครั้งที่ไปเที่ยวกัน กัลย์ดิษฐ์ไม่พลาดที่จะขับรถยนต์ของเขาไปเอง แต่ไหงคราวนี้ถึงจะให้ไปรับล่ะ
“รถของดิษเสีย ตอนนี้เอาเข้าศูนย์ซ่อมน่ะ”
อัณณิกาว่าไปก็หักพวงมาลัย เลี้ยวรถยนต์ขึ้นสู่ถนนหลัก และเร่งความเร็วขับตรงไปบนถนนหลัก มุ่งตรงไปสู่จุดนัดพบ ที่เพื่อนทั้งสองกำลังรออยู่ เมื่อตวิษารู้เหตุผลแล้ว ก็ไม่ได้ซักถามอะไรขึ้นมาอีก ทำเพียงนั่งนิ่งๆ ไปจนกระทั่ง อัณณิกาขับรถไปถึงจุดนัดพบ
“สวัสดีหนูแอ๋ม, ไก๊ด์ ขอฝากเนื้อฝากตัว ติดรถไปด้วยนะขอรับกระผม”
กัลย์ดิษฐ์กล่าวทักทายอย่างคนขี้เล่น เมื่อได้เปิดประตูรถ และก้าวเข้ามานั่งที่เบาะหลัง คำพูดนั้นจึงถูกหญิงสาวทั้งสองส่งค้อนไปให้เกือบจะพร้อมๆ กันเลยทีเดียว
“หวัดดีสาวๆ”
ภูธิปกล่าวทักทายหญิงสาวทั้งสองคน แต่สายตาจับจ้องมองอยู่ที่ตวิษา ซึ่งนั้นก็ทำให้ตวิษารับรู้ได้ว่าภูธิปกำลังมองเธออยู่อย่างไม่วางตา จึงทำให้เธอเกิดอาการเกร็งขึ้นมา อย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ธิป!! จะมองอะไรเรานักหนา ไม่เคยเห็นเราหรือไง”
ตวิษาหันหน้ามามองภูธิป เมื่อไม่อาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้ ก็เล่นจ้องเอาๆ ซะขนาดนั้น ถึงแม้จะมองด้านข้างก็เถอะ ก็ทำให้รับรู้ได้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ตวิษาหรอกที่รับรู้ได้อย่างนั้น เพื่อนสองคนก็ต่างพากันรับรู้ด้วยเหมือนกัน และก็แอบอมยิ้มไปตามๆ กัน
“ก็เคยเห็น แต่รู้สึกว่าไก๊ด์สวยขึ้นนะ ก็เลยมองเพลินไปหน่อย”
ภูธิปพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม และในแววตาก็เปล่งประกายแพรวพราวระยิบระยับ จนตวิษาไม่อาจทนกระแสนั้นได้ จึงแสร้งมองหันกลับไปมองถนนตามเดิม
“สวยเสยที่ไหนกัน เราก็เหมือนเดิม หน้าตาก็เดิมๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร”
ตวิษาบ่นอุบอิบ ทั้งใบหน้าสวยๆ ก็แดงระเรื่อซับสีขึ้นมาด้วยความรู้สึกเขินอาย ที่อยู่ๆ ถูกชมแบบไม่ให้ตั้งเนื้อตั้งตัวอย่างนี้ เพื่อนๆ ที่ได้ยินและได้ฟังกันอยู่นั้น ก็ต่างพากันยิ้มกว้างขึ้นมาทันที และนั้นยิ่งทำให้ตวิษาเขินอายมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก จนไม่รู้จะวางหน้ายังไง
“หนูแอ๋มยิ้มอะไร!!....”
ตวิษาหันไปต่อว่าอัณณิกา ที่ทั้งยิ้มและส่งสายตาล้อเลียนมาให้
“ก็ยิ้มเฉยๆ ไม่ได้หรือไง!!!!”
อัณณิกาพูดไปก็ทำหน้าทะเล้นไป อย่างชอบอกชอบใจอยู่ในที ตวิษาจึงทำหน้าหยิกงอใส่ และหันหน้าออกไปมองข้างนอกรถ และพยายามปรับระดับความเขินอายให้ลดลง และหายไป เพื่อสีหน้าท่าทางจะได้กลับมาเป็ปกติตามเดิม
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑