เรือนใหญ่ก่อนรับสำรับเย็น
“เหม่ยเอ๋อร์คาราวะท่านพ่อ ท่านแม่เ้าค่ะ” ย่อกายเคารพและยิ้มอย่างน่ารัก
“มาหาแม่ซิเหม่ยเอ๋อร์…แล้วบอกแม่มาว่าไปทำเื่ใหญ่หลวงอันใดไว้” เหม่ยเอ๋อร์คลานไปโอบกอดท่านแม่เอาศีรษะถูไถไปมา ‘ท่านแม่ตัวหอมจังเลยย’
“เื่ใหญ่อันใดเ้าคะ เื่ธรรมดาแท้ๆ”
“ธรรมดารึ ตอนนี้มีประกาศติดอยู่ทั่วเมืองหลวงเื่พระราชบัญญัติ พ่อเ้าเดินทางไปร้านเครื่องเขียนในตลาดก็มีแต่ผู้คนกล่าวถึงเื่นี้ สตรีทั่วตลาดออกมาตื่นเต้นกันใหญ่ พูดเื่อนุชายบ้าง บุรุษบ้านใดรูปงามบ้าง" ส่ายศีรษะอย่างระอา
“แล้วไม่ดีหรือเ้าคะ..ลูกก็จะได้ไม่ถูกผู้ใดว่ากล่าวนินทาเื่มีสวามีสองคนเพราะว่าตอนนี้บ้านใดเรือนใดก็สามารถทำได้หากได้รับความยินยอมจาก..” เงยหน้ามองท่านแม่แล้วอมยิ้ม “แล้วท่านพ่อจะยินยอมให้ท่านแม่รับอนุชายรึไม่เ้าคะ??” กลั้นหัวเราะไหล่สั่น
“เหม่ยเอ๋อร์/เหม่ยเอ๋อร์!!!” เสียงบุพการีทั้งสองะโเสียงดัง ท่านแม่นั่งหน้าแดงแต่ท่านพ่อหน้าดำไปแล้วว
“เ้าอยากจะโดนพ่อตีใช่หรือไม่” หันมองซ้ายขวาหาไม้ เหม่ยเอ๋อร์หัวเราะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกนอกเรือนใหญ่ไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกลิง
“555555ลูกจะรับสำรับที่เรือนลูกนะเ้าคะ…ไปแล้ววว" วิ่งหนีไปหัวเราะไปพร้อมสาวใช้สามคน โดยมีเสี่ยวถงะโตามหลัง “อย่าวิ่งเ้าค่ะคุณหนูมันไม่งาม!!!”
“มันน่าตีนักเชียวทั้งนายทั้งบ่าว” ยืนโมโหอยู่กลางเรือนแล้วหันไปพาลใส่เกาฮูหยิน “เ้าอยากมีอนุชายรึไม่ฮูหยิน”
“ไม่อยากมีหรอกเ้าค่ะ” หน้าแดงตอบ
“ก็ดี..ทุกวันนี้ข้าปรนนิบัติเ้าอยู่ทุกค่ำคืนมิเคยว่างเว้นหากจะมีอนุชายอีก เห็นทีเ้าคงจะได้นอนหมดลมอยู่บนเตียงกระมัง ฮึ” สะบัดชายเสื้อเดินออกไปทางห้องทำงาน
‘แล้วเหตุใดถึงกลายมาเป็ท่านโกรธข้ากันเล่าท่านพี่..สองพ่อลูกนี่เล่นอันใดกันเนี่ย' หน้าแดงลามไปถึงใบหู
----๑-----------------
จวนสกุลไป่:เรือนหมู่ตาน (เรือนของไป่เยว่ชิง)
“เยว่เอ๋อร์..แม่เข้าไปได้หรือไม่ลูก" จงฮูหยินยืนเรียกบุตรสาวอยู่หน้าเรือนด้วยความเป็ห่วง ประตูถูกเปิดออกมาโดยสาวใช้ซือโถว
“เรียนฮูหยิน คุณหนูฝากมาบอกกล่าวว่ายามนี้ยังมิอยากพบผู้ใดเ้าค่ะรอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปคุณหนูจะกลับมาสดใสดังเดิมเ้าค่ะ”
“นางยังร้องไห้อยู่หรือไม่?”
“หยุดร้องแล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเ้าจงดูแลคุณหนูให้ดีหากมีเื่ใดเร่งด่วนไปหาข้าที่เรือนได้ทุกเวลา” จงฮูหยินสั่ง
“เ้าค่ะ”
คล้อยหลังจงฮูหยิน ไป่เยว่ชิงจึงเรียกซือโถวเข้ามาด้านในพร้อมซักถาม “ซือโถวตอนนี้ด้านนอกจวนเป็เช่นไรบ้างหลังมีรับสั่งให้ติดประกาศ” พูดด้วยความคับแค้นใจ
“ผู้คนแตกตื่นกันมากเ้าค่ะ..แค่ไม่กี่ชั่วยามสตรีทั้งหลายต่างพากันพูดคุยถึงเื่นี้กันสนุกปากเลย”
“หึ..เช่นนั้นรึ!! พรุ่งนี้ยามซื่อ (9.00) ข้าจะไปหาตู้ฟางซินที่ร้านของนาง ั้แ่วันปักปิ่นข้ายังมิเจอหน้านางเลยซักครั้ง เตรียมของเล็กๆ น้อยๆ ไปฝากนางด้วย” ‘ต้องไปขอโทษนางสักหน่อยอย่างน้อยก็ชดเชยความผิดที่เราเคยผลักนางอย่างน้อยนางก็ถือว่าเป็มิตรที่ดีใช้สอยง่าย'
“เ้าค่ะ"
“เ้าคอยดูเถอะซือโถวข้าจะทำให้องค์ชายรองหันกลับมามองข้าให้ได้!!” พูดกับสาวใช้อย่างหมายมาด ‘คอยดูเถอะหากไม่มีเ้าทุกอย่างคงจะเป็ของข้าไปแล้ว นังปีศาจ'
“เ้าค่ะ”
๑----------------------๑
วันรุ่งขึ้นในยามเฉิน (08.00)
หลังจากเหม่ยเซียนอาบน้ำชำระล้างร่างกายเสร็จก็ออกมาสวมใส่เสื้อผ้าที่เสี่ยวถงจัดเตรียมไว้ ่หลังๆ มานี้นางมักจะทำอะไรด้วยตัวเองเสมอเพราะไม่ค่อยจะชอบเมื่อมีผู้ใดมาคอยจ้องมองเวลาทำธุระส่วนตัว วันนี้นางเลือกใส่ชุดตัวนอกสีม่วงอ่อนปักลายดอกอิงฮวาตรงชายกระโปรง ชุดเกาะอกด้านในสีขาว 'วันนี้ใส่ชั้นในสีดำแหละ' ยืนยิ้มมองตัวเองในกระจกอย่างพอใจแล้ว ก็นั่งลงทาชาดสีชมพูมันวาวบนริมฝีปากใช้ดินสอสีดำเขียนขอบตาบางๆ ใส่เปลือกตาสีม่วงอ่อนเข้ากับชุด ‘แก้มไม่ต้องทาเพราะแดงอยู่แล้ว…อ่าาาสวยจังน้าาา’ นั่งยิ้มกริ่มอยู่หน้ากระจก ^^
“เสี่ยวถงมาหาข้าหน่อย” เสียงเปิดประตู
“เ้าค่ะ..คุณหนู”
“ข้าจะไปรับสำรับที่เรือนใหญ่และจะขอท่านพ่อออกไปข้างนอก เ้าไปบอกอาไช่ (คนขับรถม้าประจำตัว) ให้เตรียมรถด้วย”
“เ้าค่ะ” รับคำและเดินออกไปทางเรือนบ่าว เหม่ยเซียนเดินออกมานอกประตู
“ป่ะลี่หง อี้หง เราไปเรือนใหญ่กันเถอะ” ก้าวเดินนำไปอย่างสบายใจจนถึงเรือนใหญ่ เหม่ยเซียนมองเห็นท่านพ่อนั่งจิบชาอยู่ด้านหน้าอยู่เพียงลำพัง “เหม่ยเอ๋อร์คาราวะท่านพ่อเ้าค่ะ” หันซ้ายมองขวาหาท่านแม่
“ท่านแม่ของเ้ายังไม่ตื่น นางร่างกายอ่อนเพลียเช้านี้รับสำรับกับพ่อแค่สองคน” ตอบและหันหน้าไปทางอื่นใบหูแดงก่ำ
“หืมมม…เช่นนั้นรึเ้าคะ??" ยิ้มแบบเ้าเล่ห์และพูดต่อ “รับสำรับเสร็จลูกขอออกไปเดินเล่นที่ตลาดนะเ้าคะจะไปซื้อผ้ามาตัดชุดเด็ก”
“เด็กที่ไหน?” ท่านเสนาบดีทำหน้างง
“ก็เด็กที่ท่านพ่อเสกใส่ท้องท่านแม่เมื่อคืนอย่างไรเล่าเ้าคะ” กลั้นหัวเราะมองท่านพ่อหน้าแดง
“เดี๋ยวเ้าจะโดนตี!!!…เป็สตรีไปหัดพูดคำเช่นนี้มาจากที่ใดฮึ” บ่นแต่ก็ยิ้ม “รับสำรับเสร็จแล้วจะไปตลาดก็ไปเถอะพ่ออนุญาต” ยื่นถุงใส่เบี้ยให้บุตรสาวรับไว้
“ขอบคุณเ้าค่ะ..แล้วท่านพ่อมิไปราชการรึเ้าคะ"
“ไปสิ..ออกจากจวนพร้อมเ้านั่นแหละ”
๑-------------------๑
หน้าจวนสกุลจูสองพ่อลูกต่างแยกย้ายขึ้นรถม้าคนละคัน และเช่นเดิม ลี่หงกับอี้หงก็ยังคงควบม้าขนาบข้างรถม้าของเหม่ยเซียนมิห่าง ด้านในรถม้ามีคุณหนูกับเสี่ยวถงนั่งคุยปนหัวเราะกันเบาๆ ไปจนถึงจุดหมายปลายทาง
“ถึงแล้วขอรับคุณหนู” อาไช่ะโบอกด้านหน้า เสี่ยวถงลงจากรถม้ามาด้านล่างและคอยประคองคุณหนูลงมา
“เอารถกับม้าไปฝากหลังตลาดเช่นเดิมแล้วค่อยตามข้าไปที่โรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์” ทุกคนแยกย้ายกันไป เสี่ยงถง อี้หงเดินตามหลังคุณหนู ส่วนลี่หงกับอาไช่เอารถกับม้าไปฝาก ‘อยากจะรู้นักว่าการปรากฎตัวครั้งนี้จะเป็เช่นไร’
ทุกย่างก้าวั้แ่ลงจากรถม้า สายตาของผู้คนหน้าตลาดต่างพากันจ้องมอง คุณหนูจู สตรีผู้ได้รับสองสมรสพระราชทานและจากนั้นไม่นานก็มีประกาศเร่งด่วนจากวังหลวงที่ตอนนี้ทำให้นางกลายเป็สตรีที่น่าอิจฉาที่สุดอย่างไร้ข้อกังขา เสียงซุบซิบยังมีให้ได้ยินมาเบาๆ
'งดงามยิ่งนัก'
‘น่าอิจฉายิ่งนัก’
‘หากข้าขอไปเป็อนุชายให้นาง นางจะรับรึไม่นะ’ ‘เ้าอยากตายรึ!!นั่นพระคู่หมั้นเชียวนะ’ และอีกหลากหลายคำพูดแต่ก็ล้วนมิใช่คำที่ร้ายแรงอันใด สองสาวใช้ที่เดินตามนางพากันยิ้มกริ่ม สถานการณ์เปลี่ยนคนก็เปลี่ยน เดินมาจนถึงหน้าโรงเตี๊ยม เสี่ยวเอ้อออกมาต้อนรับด้วยความนอบน้อม ผู้คนในร้านต่างมองดูนางด้วยสายตาที่แตกต่างกันไป
“เชิญขอรับคุณหนูจู วันนี้จองที่เดิมดีรึไม่ขอรับ” เสี่ยวเอ้อถาม
“ไม่ล่ะ..ข้าขอห้องที่ตรงชั้นสองริมหน้าต่างสำหรับห้าคนนะ”
“ได้ขอรับ เชิญทางนี้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อเดินนำขึ้นไปชั้นสองอย่างคล่องแคล่วและเปิดห้องห้องหนึ่งสำหรับห้าที่
“เชิญขอรับ…จะรับอาหารแบบเดิมหรือว่า??"
“เอาเป็ดย่างตุ๋นน้ำแดงสองที่ เนื้อตุ๋นสองที่ แล้วก็กับแกล้มอะไรก็ได้อีกสักสามอย่างสุราชั้นหนึ่งสี่ไห..พอแล้วล่ะ” สาวใช้ทั้งสองมองหน้าคุณหนู เสี่ยวเอ้อรับคำและเดินออกไปพร้อมปิดประตู
“นี่คุณหนูจะร่ำสุราหรือเ้าคะ” อี้หงถาม
“อืม…มีพวกเ้าอยู่ด้วย” หันมองสาวใช้ “ดูแลข้าได้ใช่หรือไม่??”
“ได้เ้าค่ะ” เสี่ยวถงรับคำ เห็นคุณหนูนั่งชมตลาดด้านล่างใบหน้าผ่อนคลายก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย
“นั่นคุณหนูตู้นี่เ้าคะ” เสี่ยวถงชี้ไปด้านล่างหน้าร้านขายเซาปิ่ง เหม่ยเซียนหันมองตาม
“อืม..ไม่เจอกันหลายวันคงรู้ข่าวเื่ของข้าแล้วสินะ” สักพักจึงเห็นไป่เยว่ชิงเดินมาทางด้านหลังทักทายตู้ฟางซิน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่สนใจและพยายามเดินหนี “นี่พวกนางทะเลาะกันรึ??” ถามสองสาวใช้
“วันปักปิ่นของคุณหนู…คุณหนูไป่พยายามผลักคุณหนูตู้ให้ล้มหมายจะให้ถูกพระวรกายขององค์ชายสามเพื่อเรียกร้องความสนใจเ้าค่ะ” อี้หงเป็คนตอบเพราะตอนนั้นตนยังเป็เงาคอยติดตามสององค์ชายจึงได้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
“มิน่าล่ะวันนั้นจึงเหลือไป่เยว่ชิงเพียงคนเดียว..ถ้าข้าเป็ตู้ฟางซินข้าก็โกรธนะเป็สหายกันแล้วมาทำเช่นนี้ได้อย่างไร” นั่งมองดูละครสหายรักด้านล่างอย่างสนใจ 'ถ้าฟางซินยอมคืนดีด้วยก็คงจะถูกหลอกใช้อย่างเดิมเพราะความคิดของนางคงจะตามเยว่ชิงไม่ทันหรอก แล้วแต่บุญแต่กรรมละกันนะ' จากนั้นก็ได้ยินเสียงโวยวายด้านล่าง
“ถอยไปให้ไกลจากข้านะเยว่ชิง!!! นับจากวันนั้นข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไม่นับเ้าเป็สหายอีกต่อไป..เชิญเ้าไปตามหาสหายใหม่ผู้โง่งมด้านหน้าเถอะ” ตู้ฟางซินผลักไป่เยว่ชิงอย่างแรง ผลักก!!!
“ว้ายย!!!” เสียงสาวใช้ซือโถววิ่งถลาไปรับคุณหนูของนาง ผู้คนมากมายมองอย่างสนใจ แต่เดิมคุณหนูคู่นี้เป็สหายรักกันมานานเหตุใดวันนี้จึงเกิดการแตกหักกันขึ้นกลางตลาดได้
“ข้ามาพบเ้าวันนี้ก็เพื่อมาขอโทษเ้า เื่ที่เกิดขึ้นมิใช่ความผิดข้าเื่นี้เ้าก็รู้ดีแต่เหตุใดเ้าจึงโกรธเคืองข้าอยู่” ทำน้ำตาคลอจนผู้คนสงสาร
เหม่ยเอ๋อร์ที่อยู่บนชั้นสองได้แต่ทำหน้าเหลือเชื่อ 'เหตุใดนางจึงเก่งเื่การแสดงเช่นนี้นะ..นับถือๆ' หันไปบอกเสี่ยวถง
“ลงไปบอกคุณหนูตู้ว่าข้าเชิญมาร่ำสุรา้า” เสี่ยวถงทำหน้าเหวอร้อยวันพันปีคุณหนูมิเคยญาติดีกับพวกนั้นนี่ ถึงจะไม่เข้าใจแต่นางก็เดินลงไปทำตามสั่ง
ด้านล่างโรงเตี๊ยมเสี่ยวถงเดินเข้าไปใกล้คุณหนูทั้งสองก่อนที่จะเปิดฉากรบกันอีกรอบ
“คุณหนูตู้เ้าคะ” ตู้ฟางซินหันมองมาทางเสี่ยวถง นางจำได้ว่านี่คือสาวใช้ของจูเหม่ยเซียน
“มีอันใด!!” ผู้ถูกเรียกกล่าวเสียงเครียด
“คุณหนูของข้าให้มาเชิญคุณหนูขึ้นไปร่ำสุรา้าด้วยกันเ้าค่ะ” กล่าวจบก็ชี้มือขึ้นไป้า ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันมองตามไปยังชั้นสองของโรงเตี๊ยมเงาพระจันทร์ ภาพที่ทุกคนเห็นคือ…สาวงามนามจูเหม่ยเซียนโบกมือยิ้มหวานทักทายผู้คนอยู่้า
“ตกลง!!!!” ตู้ฟางซินตอบเสียงดังฟังชัดพลางเหยียดตามองไป่เยว่ชิงที่นั่งเสแสร้งน้ำตาคลออยู่บนพื้น "หึ..ข้าจะย้ายข้าง!!” กล่าวจบตู้ฟางซินก็เดินเชิดหน้าเข้าโรงเตี๊ยมไป
จูเหม่ยเซียนนั่งหัวเราะ มองความร้าวฉานนั้นอย่างชอบใจ