(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด

    บทที่ 8 ตำราทักษะ

    บทที่ 8ตำราทักษะ

     

     

     

    [ทักษะ:การอ่านเขียน (ระดับเริ่มต้น) (0/100)]

     

    [ทักษะ:หมัดสิบสองรูปแบบ (ยังไม่เข้าระดับ) (0/10)]

     

    ‘แค่อ่านตำราหมัดก็สร้างทักษะการอ่านเขียนได้จริงด้วย’

     

    ความยินดีแล่นผ่านหัวใจของลู่เฟิงเมื่อเห็นแผงข้อความแจ้งเตือนทักษะใหม่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกันทักษะการอ่านเขียนที่ระดับเริ่มต้นเหมือนวิชาดาบผ่าฟืน

     

    ส่วนหมัดสิบสองรูปแบบยังระบุว่าไม่เข้าระดับ

     

    เด็กหนุ่มระงับความตื่นเต้นแล้วตั้งใจศึกษาเนื้อหาในตำราต่อ

     

    หมัดสิบสองรูปแบบถูกสร้างขึ้นโดยยอดฝีมือผู้เฝ้าสังเกตท่วงท่าและจิตวิญญาณของสัตว์สิบสองชนิด ก่อนจะนำมาผสานเข้ากับประสบการณ์ต่อสู้จริง

     

    สัตว์ทั้งสิบสองตัวประกอบด้วยมังกร พยัคฆ์ หมี อสรพิษ เหยี่ยวหางกุด วานร ม้า ไก่ นางแอ่น แมลงผิวน้ำ เหยี่ยวและอินทรี

     

    วิชานี้ไม่ใช่วิชาหมัดแยกกันสิบสองชุดแต่เป็นแก่นเดียวกันที่สอดคล้องกับวิธีใช้แรงสิบสองลักษณะ คือ เคลื่อน หยุด ขึ้นลง ยืน ประคอง งอ หมุน เบา หนัก ช้า และเร็ว

     

    รูปแบบมังกรนำท่วงท่าทะยานไร้พันธนาการรูปแบบพยัคฆ์ใช้ความดุดันกดข่ม รูปแบบวานรเน้นความคล่องแคล่วว่องไวส่วนรูปแบบนางแอ่นโฉบผ่านช่องว่างอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อผสานท่าหมัดเข้ากับท่ายืนและวิธีหายใจ วิชานี้จึงไม่เพียงใช้ต่อสู้ แต่ยังช่วยขัดเกลาปราณโลหิต กล้ามเนื้อและกระดูก มันจึงเป็นวิชาพื้นฐานอันล้ำค่าที่สุดของพรรคเจ็ดดารา

     

    ลู่เฟิงอ่านทีละบรรทัดพลางจดจำภาพและเคล็ดวิชาสำคัญ

     

    ทว่าต่อให้อ่านซ้ำหลายครั้งระบบก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนตอนที่เขาได้สัมผัสดาบของหลี่ชิงเสวี่ย

     

    ‘ตำราที่แจกนี่คงเป็นฉบับคัดลอกต้องได้สัมผัสเล่มต้นฉบับจริงเท่านั้นถึงจะสกัดประสบการณ์ของผู้สร้างได้’

     

    หากเขามีพลังวิญญาณมากพอและได้แตะต้องคัมภีร์เล่มจริงเขาอาจได้รับประสบการณ์การฝึกฝนทั้งชีวิตของผู้สร้างวิชา

     

    ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดไปได้เยอะ

     

    ลู่เฟิงเหลือบมองผู้ดูแลหอคัมภีร์ชายชราร่างผอมผมหงอกกำลังเอนตัวบนเก้าอี้ไม้ไผ่ หลับอุตุอย่างสบายอารมณ์

     

    เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้แล้วกระซิบข้างหู

     

    "ผู้อาวุโสขอรับ..."

     

    "หา!"

     

    ชายชราสะดุ้งโหยงจนเกือบตกเก้าอี้พอลืมตาเห็นลู่เฟิงก็ทำหน้าถมึงทึงราวกับอยากจะกินคน

     

    "มีอะไร?!"

     

    ลู่เฟิงยิ้มแห้งอย่างขออภัย

     

    "ข้าอยากเรียนถามว่าในหอคัมภีร์แห่งนี้มีต้นฉบับของหมัดสิบสองรูปแบบเก็บรักษาไว้บ้างหรือไม่ขอรับ?"

     

    "อยากดูต้นฉบับงั้นรึ?"

     

    ชายชราแค่นหัวเราะ

     

    "คัมภีร์นั่นอยู่กับท่านประมุขพรรคมาโดยตลอดนอกจากท่านแล้ว ต่อให้จักรพรรดิหยกเสด็จมาเองก็ไม่มีสิทธิ์ได้แตะเลิกเพ้อเจ้อซะเถอะ!"

     

    เขาลดเสียงต่ำลงเตือน

     

    "เจ้าเพิ่งเข้าพรรคมาใหม่อย่าสอดรู้เรื่องที่ไม่ควรถาม มิฉะนั้นปากจะนำภัยมาให้ตัว"

     

    "ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะขอรับ"

     

    ลู่เฟิงประสานมือแล้วถอยกลับมาอย่างผิดหวังในเมื่อทางลัดถูกปิดตาย เขาก็คงต้องพึ่งพาการฝึกฝนไปทีละก้าว

     

    เมื่อเขานั่งลงจ้าวเทียนซิงซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็ใช้นิ้วชี้ตัวอักษรในตำราแล้วถาม

     

    "พี่ลู่ตัวนี้อ่านว่าอะไรหรือ?"

     

    "แมลงผิวน้ำ"

     

    ลู่เฟิงอธิบาย

     

    "มันเป็นแมลงตัวเล็กขายาวหกขาหลังฝนตกมักจะชอบไถลไปตามผิวน้ำอย่างรวดเร็ว"

     

    จ้าวเทียนซิงเบิกตากว้าง

     

    "ท่านผอมบางเหมือนไม้ไผ่บนเขาไม่นึกเลยว่าในหัวจะมีความรู้มากขนาดนี้!"

     

    ใบหน้าของลู่เฟิงมืดลงทันที

     

    "ถ้าเจ้าไม่รู้วิธีชมคนก็ไม่จำเป็นต้องชมหรอกนะ"

     

    "ขออภัยๆ"

     

    เด็กหนุ่มนายพรานหัวเราะแห้งแก้เก้อก่อนชี้ตัวอักษรอีกตัว

     

    "แล้วคำนี้เล่า?"

     

    "เหยี่ยวหางกุด"

     

    ลู่เฟิงชี้ภาพประกอบ

     

    "เจ้าเป็นนายพรานมาตั้งแต่เด็กกลับจำมันไม่ได้รึ?"

     

    จ้าวเทียนซิงตบต้นขาฉาด

     

    "ที่แท้ก็คือเจ้านี่เอง!นายพรานบางคนชอบจับลูกมันมาเลี้ยง ตะไบกรงเล็บออกแล้วใช้ล่ากระต่ายป่าข้าเคยเห็นอยู่บ่อยๆ"

     

    ลู่เฟิงพยักหน้ารับเหยี่ยวชนิดนี้ชอบเกาะกิ่งไม้สูง คอยก้มหัวชูหางจ้องมองพื้นเบื้องล่างเมื่อเห็นเหยื่อก็พุ่งดิ่งลงมาดุจลูกธนู และแทบไม่เคยพลาดเป้า

     

    ทั้งสองคนช่วยกันอ่านและแลกเปลี่ยนความรู้กัน ความกระอักกระอ่วนในตอนแรกเริ่มมลายหายไปกลายเป็นความสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

     

    ทุกครั้งที่ลู่เฟิงพลิกหน้ากระดาษข้อความจากระบบจะแจ้งเตือนขึ้นมาเป็นระยะ

     

    [แต้มประสบการณ์การอ่านเขียน+1]

     

    กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งหลั่งไหลเข้าสู่สมองราวกับฝนโปรยช่วยให้เขาจดจำตัวอักษร และความหมายได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

     

    หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามลู่เฟิงก็ยกมือนวดขมับเบาๆ

     

    [การอ่านครั้งนี้ได้รับแต้มประสบการณ์การอ่านเขียนรวม25 แต้ม]

     

    เขายังจดจำเนื้อหาในตำราได้ไม่ถึงครึ่งเพราะภาษาโบราณ และท่วงท่ามีความซับซ้อนมาก

     

    บางครั้งดุดันดุจพยัคฆ์ลงเขาบางครั้งพลิกแพลงคล้ายอสรพิษออกจากถ้ำ

     

    หากต้องการจำทั้งหมดคงต้องใช้เวลาอีกสามถึงห้าวันและถึงจะจำได้หมดก็เป็นเพียงความรู้บนหน้ากระดาษต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะและลงมือฝึกซ้ำๆ ถึงจะเข้าใจแก่นแท้

     

    ทักษะการอ่านเขียนเพิ่มพูนช้ากว่าวิชาดาบผ่าฟืนหนึ่งชั่วยามได้เพียงยี่สิบห้าแต้มแต่หากเขาฝืนอ่านต่ออีกสี่ชั่วยามก็อาจจะทะลวงเข้าสู่ขั้นชำนาญได้

     

    ระหว่างที่ลู่เฟิงกำลังคิดว่าการเลื่อนระดับทักษะจะมอบความสามารถใดให้ผู้คนในหอคัมภีร์ก็เริ่มทยอยลุกขึ้น

     

    จ้าวเทียนซิงบิดขี้เกียจยืดแขนอย่างร่าเริง

     

    "พี่ลู่ถึงเวลาอาหารแล้ว! พวกเราไปกินให้อิ่มจากนั้นค่อยไปลานฝึกเรียนหมัดสิบสองรูปแบบกันเถอะ"

     

    สีหน้าตื่นเต้นของเขาทำให้ลู่เฟิงแยกไม่ออกว่าอีกฝ่ายดีใจเพราะจะได้เรียนวิชาหรือดีใจเพราะกำลังจะได้กินข้าวกันแน่

     

    นายพรานหนุ่มยังคงพูดยิ้มๆต่อไป

     

    "ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงดั้นด้นเข้าพรรคเจ็ดดารา?"

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด ที่คุณอ่าน