ฝนต้นฤดูโปรยลงบนหลังคาสังกะสีของแฟลตทหารในค่ายเงียบงันเสียงหยดน้ำกระทบขอบหน้าต่างดังสม่ำเสมอ ราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังนับความเหงาของผู้ชายคนหนึ่ง
พันโท “ต้นไม้”
นั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เก่าในห้องทำงานเล็กๆภายในบ้านพักทหาร เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มธรรมดา ทำให้เขาดูต่างจากตอนสวมเครื่องแบบจนแทบเป็คนละคนไม่มีเสียงหัวเราะของลูก ไม่มีเสียงภรรยาที่เดินคุยโทรศัพท์อยู่ในครัว ไม่มีแสงไฟอุ่นจากบ้านที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชวาตอนนี้ชีวิตเหลือเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์สีฟ้าจางๆ และคำว่า “Signin to MSN Messenger” ต้นไม้ถอนหายใจยาวก่อนจะกดล็อกอินเหมือนคนที่ไม่ได้คาดหวังอะไรแค่้าให้คืนวันเงียบๆ ผ่านไปเร็วขึ้นเท่านั้น สถานะของเขาขึ้นว่า “Online” แล้วไม่ถึงห้านาทีก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
ติ๊ง หญิงสาวคนหนึ่งทักมา
“สวัสดีค่ะ”
ต้นไม้นิ่งไปเล็กน้อยเขามองประโยคนั้นอยู่พักหนึ่งก่อนพิมพ์ตอบกลับช้าๆ
“ครับ”
ปลายทางส่งอีโมจิหัวเราะมา
“ตอบสั้นจัง”
เขาหลุดยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว นั่นเป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผู้ชายวัยสี่สิบรู้สึกว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้เงียบจนเกินไปนัก ต้นไม้ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรออ่านข้อความพวกนั้นทุกคืนทั้งที่มันเป็เพียงเื่ธรรมดาเหลือเกิน แต่สำหรับชีวิตที่เต็มไปด้วยระเบียบคำสั่ง และหน้าที่ ความธรรมดาของเธอกลับอบอุ่นเหมือนแสงไฟสีส้มในคืนฝนตก เขาเริ่มรู้จักเสียงหัวเราะของเธอผ่านตัวอักษรเริ่มจินตนาการได้ว่า เวลาพิมพ์เร็วๆ เธอคงย่นจมูกนิดหนึ่ง และเวลาอายเธอน่าจะเม้มปากเล็กๆแบบเด็กดื้อ
ส่วนกานต์แก้วเองก็เริ่มคุ้นชินกับผู้ชายที่พูดน้อยคนนั้นผู้ชายที่ชอบถามว่า
“กลับถึงแฟลตหรือยัง”
“กินข้าวไหม”
“เหนื่อยหรือเปล่า” เป็คำถามธรรมดาแต่ไม่มีใครถามเธอด้วยน้ำเสียงรู้สึกห่วงใยแบบนั้นมานานแล้ว
คืนหนึ่งหลังจากคุยกันมาเกือบสี่เดือนกานต์แก้วนั่งกอดหมอนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ลมหนาวปลายปีพัดผ่านหน้าต่างห้องพักเก่าๆ เธอพิมพ์ถามเขาเบาๆ
“พี่ต้นคะ”
“ครับ”
“ถ้าวันหนึ่งเราไม่ได้คุยกันพี่จะคิดถึงหนูไหม”ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ เธอนึกว่าเขาหลับหรือไม่ก็รำคาญคำถามงี่เง่าของเธอ แต่แล้วข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้นช้าๆ
“มากครับ”
หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจนมือสั่นและในเวลาเดียวกันผู้ชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ก็กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความรู้สึกผิดบาปอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนต้นไม้รักครอบครัวของเขา รักภรรยา รักลูก และไม่เคยคิดทอดทิ้งหน้าที่ของตัวเอง แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับกานต์แก้วก็เป็เื่จริงเช่นกัน “มันไม่ใช่ไฟราคะ ไม่ใช่ความลุ่มหลงฉาบฉวย มันเป็ความรู้สึกอ่อนโยนที่ค่อยๆเติบโตในพื้นที่เงียบงันของหัวใจคนสองคน” ความรักที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องไม่มีสถานะและไม่สามารถเดินออกไปกลางแดดได้อย่างเปิดเผยแต่กลับงดงามอย่างประหลาดราวกับดอกไม้เล็กๆ ที่แอบผลิบานอยู่ใต้เงาของกำแพงสูง
คืนหนึ่งต้นไม้ถามเธอว่า “เคยเสียใจไหมที่มารู้จักพี่”
กานต์แก้วนั่งเงียบก่อนตอบกลับไปช้าๆ
“ไม่เลยค่ะ”
“เพราะั้แ่รู้จักพี่โลกมันใจดีกับหนูขึ้นเยอะเลย”ประโยคนั้นทำให้ผู้ชายวัยสี่สิบต้องหลับตาลงช้าๆ ต้นไม้อ่านประโยคนั้นสองรอบ อ่านรอบแรกเพราะอยากให้แน่ใจว่าอ่านถูกอ่านรอบสองเพราะหัวใจมันสั่น สั่นในแบบที่ผ่านสนามรบมาหลายครั้ง ผ่านเสียงปืน ผ่านคำสั่งผ่านความสูญเสีย แต่ไม่เคยมีตัวอักษรไหนทำให้มือสั่นได้เหมือนบรรทัดนั้น
และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ไม่มีใครควรรับรู้ความรักที่เกิดขึ้นในยุค MSN ยังมีเสียงแจ้งเตือนดัง“ติ๊ง” ในคืนที่คนเหงาสองคนบังเอิญล็อกอินเข้ามาเจอกัน ทั้งที่ต่างรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วอาจไม่มีวันได้กันจริงๆ เลยก็ตาม แต่บางครั้ง “ความรักที่งดงามที่สุดก็อาจเป็ความรักที่รู้หน้าที่ของหัวใจตัวเองและไม่คิดทำร้ายใครเลยแม้แต่คนเดียว”