Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 36

    “เอาล่ะครับทุกคน! ถึงแม้ว่าผมจะมีคลิปของไอ้แก่หื่นกามนี่อยู่ แต่ก็คงจะส่งให้ดูตอนนี้ไม่ได้เพราะยังไม่ได้เซ็นเซอร์หน้าของผู้เสียหาย เอาเป็นว่าหลังจากนี้อีกสักสองสามวันผมจะโพสต์ลงโซเชียลมีเดียละกัน หากว่าผู้หญิงคนนั้นเขาอนุญาตล่ะนะ” กรที่จู่ๆก็ประกาศว่าจะเปิดเผยคลิปลับนั้นก็ทำให้ผู้คนแตกตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทางฝ่ายของบอดี้การ์ดที่ไม่พอใจ และโกรธสุดๆในตอนนี้ก็ตะโกนขัดขึ้นมาอีกเช่นกัน“เฮ้ย! ถ้าแกลงคลิปในโซเชียลมีเดียทำให้ผู้อื่นเสียหาย รับรองได้ว่าถูกฟ้องจนล้มละลายแน่นอน!” บอดี้การ์ดหนุ่มที่ไม่รู้จะเอาอะไรไปแก้ตัวก็ได้แต่ข่มขู่ออกมา“เหอะ! แน่ใจเหรอว่าพวกแกจะทำอย่างนั้น แต่ก็เอาเถอะนั่นเป็นสิทธิ์ที่ทำได้อยู่แล้ว และถึงจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ขอบอกแกก่อนเลยนะ ว่าแกกำลังข่มขู่พยานอยู่ และแน่นอนว่าพยานไม่ได้มีเพียงแค่ฉันคนเดียวคนอื่นๆในที่นี้ก็ด้วย ถึงพวกเขาจะไม่ใช่คนเผยแพร่คลิปแต่หากไอ้แก่นี่มันผิดจริง คดีพลิกเลย” น้ำเสียงของกามเทพหนุ่มกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน แม้ว่าแท้จริงแล้วเขาจะไม่แน่ใจในข้อกฎหมาย แต่คำพูดของเขาก็มีน้ำหนักเสียจนอีกฝ่ายเถียงต่อไม่ออกนี่เองก็เป็นจังหวะที่ดีอีกครั้งเมื่อพวกบอดี้การ์ดเงียบสนิท เพราะพวกเขาก็ไม่มันใจว่าถ้าเกิดการฟ้องร้องขึ้นมาใครจะเป็นฝ่ายชนะคดี ถึงแม้ว่าเจ้านายของเขาจะมีเงินทองมากมาย แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาก็ป่นปี้ไปหมดแล้วไร้ซึ่งความน่าเชื่อถืออีกต่อไป กรที่ได้โอกาสก็พร้อมประกาศเรื่องราวสำคัญ ที่จะเป็นหลักฐานในการยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมผูกมัดพวกบอดี้การ์ดให้ดิ้นไม่หลุดจากความผิดไปได้“สุดท้ายนี้ก่อนที่ตำรวจจะมา ผมอยากอธิบายหลักฐานทางด้านเวลาผ่านพยานทุกคนในที่นี้ ว่าไอ้แก่นี่กับพวกบอดี้การ์ดนั้นทำเรื่องที่มีพิรุธน่าสงสัยกลางที่สาธารณะได้ยังไง ถ้ารวมกับภาพจากกล้องวงจรปิดก็คงจะเข้าใจได้พอดีเช่นกัน” กรเกริ่นนำเรียกร้องความสนใจจากเหล่าไทยมุงอีกครั้ง แน่นอนว่าทุกคนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ต้องจดจ่อมาที่กรเป็นสายตาเดียว ทั้งการอัดคลิปวิดีโอ และถ่ายทอดสดลงโซเชียลมีเดียล้วนโฟกัสมาที่ชายหนุ่มหมวกฟางลึกลับโดยอัตโนมัติ“อย่างแรกหลายๆท่านที่ออกบูธใกล้ๆนี้คงจะเห็นแล้วนะครับว่าพวกบอดี้การ์ดหลายสิบคนมาปิดขวางทางเดินเส้นนี้มาสักพักแล้ว นั่นก็ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะบังเอิญเดินมาทางนี้เสียอีก และพวกคุณคงจะรู้สึกว่าการกระทำนี้มันน่าสงสัยจริงๆ ใครกันที่จะมีอภิสิทธิ์ขนาดนี้ และสาเหตุที่ทำไปนั้นเพื่อเหตุผลอะไรกัน” กรกล่าวอธิบายจนจบ และชี้ให้เห็นถึงจุดที่น่าสงสัย ซึ่งเหล่าผู้ชมก็เงียบตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก “อย่างที่สองก็คือบูธของมูลนิธิสองข้างทางที่ถูกปิดกั้นเส้นทางอยู่นี้ก็เป็นบูธใหญ่จากมูลนิธิเดียว ซึ่งป้ายก็บ่งบอกชื่อเอาไว้แล้วนะครับว่าชื่ออะไร ส่วนจะเป็นของใครผมนั้นก็ไม่ทราบ อย่างที่สามนั้นทุกคนลองสังเกตให้ดีสิครับ เจ้าหน้าที่มูลนิธิหายไปไหนกันหมดทั้งที่พื้นที่ออกจะใหญ่ซะขนาดนี้” หลังจากกล่าวจบคราวนี้เสียงผู้คนก็ฮือฮาดังขึ้นกว่าเดิม เพราะเหล่าไทยมุงก็มองตามข้อสังเกตที่กรได้อธิบายเอาไว้ทั้งหมด และความมีพิรุธของมันก็เชื่อมโยงเข้ากันได้ในทันที “ใช่แล้ว! นี่มันมูลนิธิของไอ้เฮียตงนี่หว่า!”“ถ้าเป็นงั้นจะให้คนของตัวเองออกไปเมื่อไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”“มันจะทำอะไรในพื้นที่ของตัวเองได้โดยที่ไม่มีใครรู้เลย แถมยังมีบอดี้การ์ดคอยกันเอาไว้อีก”“นี่มันที่สาธารณะนะเว้ย!”“มันเป็นประธานจัดงานนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ? แถมยังเป็นประธานหอการค้าอีก คิดว่าใหญ่แล้วจะทำอะไรก็ได้ว่างั้น” ยังไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าเกรียนคีย์บอร์ดในโซเชียลมีเดีย แค่ผู้คนที่อยู่รอบด้านในตอนนี้ก็กล่าวสาปแช่งกันไม่หยุดหย่อนแล้ว เหล่าบอดี้การ์ดที่เห็นว่าเรื่องราวมันชักจะใหญ่โตเกินจะควบคุมไปแล้ว สุดท้ายเจ้านายของเขาเสียชื่ออยู่ดีแม้ว่าจะมีเส้นสายกับคนใหญ่คนโตมากมายเพียงใดแต่ก็ไม่อาจพ้นความสูญเสียแน่นอน และสุดท้ายคนที่ต้องมารองรับอารมณ์ความโกรธเกรี้ยวของเจ้านายก็ต้องเป็นบอดี้การ์ดอย่างพวกเขานั่นเอง ถ้าอยู่ในพื้นที่ปิดที่ไม่มีใครเห็นบอดี้การ์ดผู้โหดเหี้ยมเหล่านี้อาจจะฆ่าเฮียตงปิดปากไปแล้ว ไม่มีทางที่ตัวเองจะยอมรับความทรมานจนตายจากพวกผู้มีอิทธิพลแบบนี้แน่นอน อย่างไรก็ตามคนที่เป็นต้นเหตุให้เรื่องทั้งหมดถูกเปิดเผยจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตก็คือชายหนุ่มหมวกฟางลึกลับ เพราะฉะนั้นสำหรับพวกบอดี้การ์ดแล้วคนที่สมควรตายที่สุดก็คือกรนั่นเอง มาถึงตรงนี้ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ไม่เหลือที่ยืนในวงการบอดี้การ์ดแล้ว เรียกว่าอาจจะหมดทางทำมาหากินกับอาชีพที่ได้เงินเยอะแบบนี้อีกเลย และคนที่ต้องรับผิดชอบก็สมควรตกตายถึงจะหายแค้น“มึง! ตาย!” บอดี้การ์ดหนุ่มคนหนึ่งชักปืนออกมาจากอกเสื้อ แล้วลั่นไกยิงปืนใส่กรด้วยความโกรธเกินกว่าจะระงับไว้“ปัง!!!” เสียงปืนดังลั่นออกมากลบเสียงผู้คนมากมาย กรที่หันหน้ามองทางด้านบอดี้การ์ดอยู่แล้วก็ตกใจอ้าปากค้างเมื่อเห็นปืน แน่นอนว่าเขาตัวแข็งทื่อจนทำอะไรไม่ถูก แต่ใจวินาทีนั้นที่กระสุนถูกลั่นไกออกจากรังเพลิง ชายลึกลับภายใต้หน้ากากไม้ก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่ายืนบังอยู่ด้านหน้าของกรพอดี“ผับ!” ชายหน้าแปลกที่โผล่มาอย่างกับหายตัวคว้ากระสุนที่พุ่งมากลางอากาศด้วยมือเปล่า ความเร็วนั้นมากเสียจนดวงตามนุษย์ไม่อาจมองได้ทัน“เอ่อ...” กรที่ยังตกใจอยู่พยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง“เราต้องไปกันแล้ว” เสียงของเดวิดดังออกมาจากภายใต้หน้ากากไม้ และในทันทีที่พูดจบชายทั้งสองก็หายวับไปกับความว่างเปล่าอย่างกับว่าไม่เคยมีใครยืนอยู่ตรงนั้นมาก่อน ผู้คนมากมายที่ตื่นตกใจกับเสียงปืนต่างก็ก้มตัวหลบลงกับพื้น บางคนก็วิ่งหนีออกไปไกลจากจุดเกิดเหตุ สถานการณ์ในตอนนี้ชุลมุนวุ่นวายเป็นอย่างมาก เสียงกรีดร้องโวยวายด้วยความขวัญเสียของชาวบ้าน ยิ่งทำให้ช่องทางโซเชียลมีเดียโหมกระพือข่าวความรุนแรงในครั้งนี้ให้ออกไปอีกอย่างรวดเร็วลุงพอล : เฮ้ย! ถึงขั้นยิงกันเลยเหรอ ตำรวจมัวทำอะไรอยู่นานแล้วมาไม่ถึงสักทีแฉ777 : คือ...คนไลฟ์สดที่ผมดูอยู่เขาหมอบลงกับพื้นพอดี ผมเลยไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นอ่ะ?นักสืบโซเชียล : เมื่อตะกี้ฉันเห็นเหมือนมีคนเข้ามายืนขวางหน้าผู้ชายหมวกฟางคนนั้นไว้เหมียว เหมียว : เขาหายไปแล้ว!!!John Wig : What is it?เชฟกระทะโหด : เอิ่ม...พวกเขาสองคนหายตัวได้งั้นเหรอ? ในเวลาเดียวกันหลังจากสิ้นเสียงเสียงปืน ตำรวจสามนายก็เข้ามาชาร์จตัวบอดี้การ์ดหนุ่มคนนั้นจากด้านหลังพอดี“อยู่นิ่งๆ อย่าขัดขืน!” ตำรวจออกคำสั่งคนร้ายที่ยิงปืนในที่สาธารณะพร้อมกับใส่กุญแจมืออย่างชำนาญ“มาจับผมทำไม จับมันด้วยสิ มันทำร้ายเจ้านายผมนะ!” บอดี้การ์ดประท้วงความไม่เป็นธรรม“แกหมายถึงใคร?” นายตำรวจถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ บอดี้การ์ดหนุ่มเมื่อได้ยินดังนั้นก็หันกลับไปมองในจุดที่ชายหนุ่มหมวกฟางเคยยืนอยู่ และเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อไม่เห็นใครยืนอยู่ตรงนั้นแล้วสักคน แต่ในทางกลับกันในที่แห่งนี้มีพยานซึ่งเห็นเหตุการณ์อยู่มากมาย รวมทั้งเพื่อนบอดี้การ์ดอีกสิบกว่าคนด้วยเช่นกัน“เอ่อ...คือคุณตำรวจครับ ที่จริงแล้วเมื่อตะกี้มีคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายเสี่ยตงเจ้านายของพวกเรา แล้วมันพยายามจะหนีเพื่อนของผมก็เลยชักปืนยิงสกัดมันไว้น่ะครับ แต่ตอนนี้เหมือนกับว่ามันจะอาศัยช่วงชุลมุนหนีไปได้” กลุ่มบอดี้การ์ดพยายามพูดแก้ต่างให้กับเพื่อนของเขา“คุณตำรวจอย่าไปเชื่อพวกมัน ไอ้เสี่ยตงมันพยายามปล้ำผู้หญิงแล้วผู้ชายที่ใส่หมวกฟางนั่นก็เข้ามาช่วย โชคดีที่มีคนหายตัวมาหยุดกระสุนไว้แล้วพาเขาวาร์ปหนีไปได้” เมื่อเสี่ยตง และบอดี้การ์ดถูกกรแฉเรื่องราวทุกอย่างออกมาแล้ว เหล่าไทยมุงทั้งหลายก็สามารถเป็นพยานได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่...“หยุดกระสุน? หายตัวหนี? หมายความว่าไงกันครับ?”