จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 50 หลอกล่อ


            หลิวอี้เดินมาหาเย่เอ๋อที่ตอนนี้นางกำลังนั่งดีดพิณของนางอยู่ที่ศาลาริมผา นางทั้งดีดพิณพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมา หลิวอี้เห็นทุกการกระทำของนาง


            ที่เย่เอ๋อนางเป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าชายคนรักของนางไม่มาตามนัด นางรอเขาอีกห้าวันเขาก็ยังไม่ยอมมา นางไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหนทำไมเขาถึงไม่มาตามนัด นางได้แต่เสียใจและเสียน้ำตา

            

            หลิวอี้เดินเข้ามาและกอดนางเอาไว้จากทางด้านหลัง

            

            “อีกไม่กี่วันพวกเราจะออกเดินทาง เจ้าไปเตรียมตัวได้แล้ว”หลิวอี้พูดพร้อมกับเอามือเช็ดน้ำตาให้กับนาง


            ตอนแรกเย่เอ๋อหลงคิดไปว่าเป็นองค์ชายที่กอดนาง แต่พอนางได้ยินเป็นเสียงของหลิวอี้ ความหวังทั้งหมดของนางแตกสลายลงไปจนหมด


            หลิวอี้อยู่ที่สำนักหมื่นโอสถอีกสามวันระหว่างนั้นเขาเริ่มฝึกตำราแปลงกลายที่มู่เจี้ยนผิงมอบเอาไว้ให้กับเขา ส่วน มู่เจี้ยนผิงนางถูกเซียนของสำนักหมื่นดารามารับตัวของนางไปเมื่อวันก่อน


            หลิวอี้ฝึกฝนเพียงแค่สามวันเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของเขาได้แล้ว หากคนอื่นๆรู้เรื่องนี้พวกเขาคงจะตกใจจนช็อคตายเลยที่เดียวเชียว


            หลิวอี้กับเย่เอ๋อกลับเข้ามาภายในเมืองหลวง เขาไปส่งเย่เอ๋อที่จวนจากนั้นเขาเดินทางไปที่หอแสงจันทร์มาถึงเรือนริมน้ำของจือเหยา เห็นนางนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำเพียงลำพังเขาจึงเดินเข้าไป


            “ท่านหายไปไหนมาหลายวัน”


            “เจ้าไม่ต้องคิดถึงข้าขนาดนั้น”


            “ข้าไม่มีวันที่จะคิดถึงท่านแน่นอน แต่คนที่คิดถึงท่านคือผู้ดูแลเรือนของท่าน เขามาถามหาท่านกับข้าทุกวันเขาต้องการหินกำเนิดปราณ”


            หลิวอี้ได้ฟังถึงกับปวดหัวขึ้นมา 


            “แล้วเจ้าได้มอบให้กับเขาไปหรือไม่”

            

            “ไม่ ข้ากับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน เขาเป็นคนของท่าน ท่านต้องรับผิดชอบเขาด้วยตัวเอง”


            “เจ้าช่างเป็นหญิงงามแต่ใจแคบยิ่งนัก”


            จือเหยาได้แต่ยิ้มรับ


            “ข้ากำลังจะกลับไปยังสำนักของข้า ข้าจึงอยากจะบอกกับท่านก่อน”


            “เจ้าจะกลับไปก็ได้แต่เจ้าอย่าได้ลืมสถานะของเจ้า”


            นางมองมาที่หลิวอี้ด้วยสีหน้าโกธเคือง นางลุกขึ้นจากนั้นก็เดินออกไปจากศาลาทันที


            หลิวอี้ไม่คิดว่านางบอกว่าจะไปก็เดินไปแบบนี้เขายังไม่ได้ผสมสายเลือดกับนางเป็นการทิ้งทวนเลยแม้แต่น้อย


            เขาเข้ามาในเรือนสิบทิศ มีชายแก่ยืนรอเขาอยู่ที่ด้านหน้าของเรือน


            “นายท่านกลับมาแล้ว”


            หลิวอี้รู้ว่าชายแก่ต้องการอะไรเขาจึงโยนหินกำเนิดปราณให้กับชายแก่ไป ชายแก่ได้รับสิ่งที่ต้องการก็รีบทำการดูดซับทันที


            หลิวอี้ทำการหลอมโอสถขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ส่วนวัตถุดิบเป็นหอหงอี้เอาไปส่งให้กับเขาที่จวนสกุลเย่ ตอนแรกหลิวอี้คิดว่าจะนำโอสถที่เขาหลอมขึ้นมาไปมอบให้หอหงอี้เพื่อเเลกกับหินกำเนิดปราณแต่พอเขานึกถึงหน้าของแม่นางเยี่ยนฟางที่โจมตีเขาที่นอกเมืองหลวงเขาจึงเปลี่ยนใจ เขาจะใช้โอกาสนี้แก้แค้นนางโดยการบิดโอสถ ไม่ยอมส่งโอสถให้นางและออกจากทวีปซีไปอย่างเงียบๆ เขาจะเอาโอสถพวกนี้เก็บเอาไว้ใช้เองเพราะว่าเขากำลังจะต้องออกเดินทางไกลไม่รู้ว่าระหว่างทางจะต้องพบเจอกับอะไร


            เตรียมทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นหลิวอี้เดินออกมาจากตัวเรือนสิบทิศจากนั้นย่อส่วนของเรือนสิบทิศให้เล็กลงและนำมันไปเก็บไว้ในแหวนมิติ และกลับมาที่จวนเย่


            “เย่เอ๋อ วันพรุ้งนี้เจ้านั่งรถม้าไปรอข้าที่หน้าเมืองหลวง ข้าจะให้คนไปรับเจ้าที่นั่น”


            “แล้วท่านจะไปไหน”


            “มีคนคอยแอบติดตามข้าตลอดทาง ข้าจะต้องหลอกล่อพวกเขาไปอีกทางก่อน”


            หลิวอี้นัดแนะกับเย่เอ๋อเสร็จ เขาเดินทางออกจากเมืองหลวงทันที ทิศทางที่เขาไปเป็นที่ตั้งของสำนักหมื่นโอสถ หลิวอี้เข้าไปภายในสำนักหมื่นโอสถจากนั้นปลอมตัวเป็นศิษย์ของสำนักหมื่นโอสถและกลับเข้ามาภายในเมืองหลวง


            คนที่สะกดลอยตามหลิวอี้ตอนนี้ยังคิดว่าเขาอยู่ภายในสำนักหมื่นโอสถเพราะพวกเขายังไม่เห็นหลิวอี้ออกมาจากที่แห่งนั้น


            หลิวอี้กลับมาถึงเมืองหลวงเขาเเปลงโฉมอีกรอบ คราวนี้เปลี่ยนเป็นคนขับรถม้า ขับรถม้าออกจากตัวเมืองหลวงทันที 


            ภายในรถม้ามีเย่เอ๋อนั่งตกตลึงกับการกระทำของหลิวอี้ ที่นางตกตลึงเป็นเพราะว่าหลิวอี้สามารถใช้วิชาของสายเลือดมารแปลงโฉมเป็นคนอื่นได้ ตอนนี้นางไม่รู้ว่านางคิดถูกหรือคิดผิดที่มาติดตามบุรุษที่มีสายเลือดมาร


            รถม้าวิ่งไปยังทิศทางของทวีปลิ่วที่หลิวอี้ต้องการไป

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพกระบี่ ที่คุณอ่าน