เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 117 องค์ชายเจ็ด [Re-write]


            “อวี้เซิงจี?” หลิงมู่เอ๋อร์แหงนหน้าขึ้นมาดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยปัญญาคู่หนึ่งมองแผ่นป้ายเลี่ยมทอง “องค์ชายเจ็ดถึงกับมิได้ประทับอยู่ในตำหนักองค์ชาย?”

            โจวฉี่เยี่ยนตามนางลงมาจากด้านหลัง หิ้วกล่องยาของเขายืนอยู่ด้านข้าง“องค์ชายทั้งหมดก่อนจะสมรสล้วนต้องอาศัยอยู่ที่ตำหนักองค์ชายในวังหลวงแต่ในวังหลวงมีคนที่เขาไม่เชื่อใจ เพื่อไม่เป็นการตีหญ้าให้งูตื่นจึงได้แต่ลำบากให้เจ้าต้องมาที่นี่แล้ว ”

            “แม้ว่าชานเมืองตะวันตกจะเป็นสถานที่ที่ห่างไกลที่สุดในเมืองหลวงแต่เบื้องหน้ามีขุนเขา เบื้องหลังมีสายน้ำ ทิวทัศน์ชวนให้ผู้คนหลงใหลเป็นอย่างยิ่งสถานที่ที่สงบอย่างลึกล้ำเช่นนี้ ยากที่จะได้มาเยือนสักครั้งจะนับว่าลำบากได้อย่างไร?”หลิงมู่เอ๋อร์ยกกระโปรงเดินไปยืนอย่างเรียบร้อยที่หน้าประตูจวนหันมาพยักหน้าให้เขา

            โจวฉี่เยี่ยนก้าวเข้าไปเคาะประตู หนักสามเบาหนึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นรหัส

            ประตูใหญ่สีแดงชาดถูกคนเปิดออกจากภายใน ถึงกลับมีสตรีอวบอิ่มนางหนึ่งเดินออกมาหลังจากสตรีนางนั้นแลกเปลี่ยนสายตากับโจวฉี่เยี่ยนอยู่ครู่หนึ่งสายตาก็มองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ที่อยู่เบื้องหลัง จากนั้นก็ยิ้มออกมา“ท่านนี้คือแม่นางเซียนแพทย์ใช่หรือไม่ เชิญรีบเข้ามาเถิด

            สตรีนางนั้นมองอายุไม่ออก แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือใบหน้าล้วนงดงามมากโดยเฉพาะในยามที่แย้มยิ้ม ในความเย้ายวนแฝงไปด้วยความเขินอายอยู่หลายส่วนแค่ดูก็รู้ว่าเป็นคนที่มีเรื่องราว

            “ข้าเข้าใจว่าผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลคุ้มกันเรือนปกติแล้วจะเป็นท่านลุงที่มีอายุแล้ว คิดไม่ถึงว่าองค์ชายเจ็ดผู้นี้จะชอบความประณีตงดงามเช่นนี้”หลิงมู่เอ๋อร์อดล้อเล่นอย่างขำขันมิได้บังเกิดความอยากรู้ในตัวองค์ชายเจ็ดผู้นี้เพิ่มมาอีกสองสามส่วน

            สายตาของโจวฉี่เยี่ยนมืดลงดวงตาที่แข็งกร้าวรีบกวาดไปรอบทิศทันที เมื่อมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดแอบฟังจึงได้ลอบถอนหายใจ “มู่เอ๋อร์ จำไว้ หลังจากพบองค์ชายเจ็ดแล้วคำพูดเช่นนี้อย่าได้กล่าวอีกเป็นอันขาด ที่เขาไม่ชอบที่สุดก็คือการที่ผู้อื่นไปวิจารณ์คนข้างหมอนของเขา” มิใช่ว่าเขากลัวองค์ชายเจ็ดผู้นั้นหากคนผู้นั้นกระทำสิ่งใดต่อหลิงมู่เอ๋อร์เพียงเพราะคำพูดที่ผิดพลาดไม่กี่คำเขาจะปกป้องนางไว้เบื้องหลังโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดเขากลัวเพียงอันตรายไม่รู้จะมาถึงเมื่อใด

            “ดูท่าที่องค์ชายเจ็ดหนีการแต่งงานก็เพื่อนาง?” หลิงมู่เอ๋อร์พลันเข้าใจขึ้นมา

            ยังจำเมื่อหนึ่งปีก่อนได้ ที่ซูเช่อถูกคนวางยาก็เป็นเพราะองค์ชายเจ็ดผู้นี้ ตอนนั้น เขาไม่เต็มใจกลับเมืองหลวงกับซูเช่อจึงจัดนางคณิกามาล่อลวงซูเช่อให้เขายุ่งกับเรื่องของตนเองจนไม่มีเวลาไปจัดการกับเขา

            องค์ชายเจ็ดเพิ่งกลับเมืองหลวงได้ไม่กี่วันแม้ฝ่าบาทจะทรงพระราชทานสมรสให้เขาแต่ก็ไม่ได้ยินข่าวเรื่องการประกอบพิธีแต่งงานออกมาเลย

            หลายปีก่อนแม่นางเซิงเอ๋อร์ได้ช่วยชีวิตองค์ชายเจ็ดไว้ครั้งหนึ่งเพื่อตอบแทนบุญคุณ องค์ชายเจ็ดไถ่ตัวให้นาง และซื้อเรือนหลังนี้ไว้ แม่นางเซิงเอ๋อร์แม้จะมีที่มาจากหอนางโลมแต่ก็มิด้อยกว่าคุณหนูสูงศักดิ์ในเมืองหลวงแม้แต่น้อย นางไม่เพียงเชี่ยวชาญ พิณหมากล้อม อักษร ภาพวาด ทั้งยังมีสติปัญญาที่ฉับไว ช่วยองค์ชายเจ็ดไว้หลายครั้งเมื่อเวลาผ่านไปจึงได้กลายเป็นสตรีผู้รู้ใจ

            มิน่าหลิงมู่เอ๋อร์จึงรู้สึกว่าบนร่างของนางมีกลิ่นอายที่คุณหนูสูงศักดิ์ที่คุณหนูทั่วไปไม่มีแต่กลับมีความผ่าเผยและเย้ายวนเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน นางชื่นชมสตรีเช่นนี้

            “เหยีย [1] หมอหลวงมิได้กำชับมิให้ทรงดื่มสุราหรือเพคะเหตุใดเซิงเอ๋อร์มิอยู่เพียงครู่เดียวก็ทรงดื่มแล้วเล่า?”เซิงเอ๋อร์ราวกับได้เห็นเรื่องราวที่แปลกประหลาดก็ไม่ปานขมวดคิ้ววิ่งซอยเท้าเข้าไป แย่งจอกเหล้าในมือขององค์ชายเจ็ดมาอย่างไม่เกรงใจ“เซิงเอ๋อร์จะรินชาพระองค์ นี่เป็นชาใหม่ในฤดูร้อนของปีนี้ดื่มมากหน่อยดีต่อร่างกายนะเพคะ”

            “จิบเพียงไม่กี่จอกเท่านั้น อยู่ในวังหลวงมีคนควบคุมคิดไม่ถึงว่าออกจากวังแล้วก็ยังไม่ยอมให้ข้าได้สาสมใจอีก” แม้คำพูดจะกล่าวเช่นนั้นแต่บนใบหน้าขององค์ชายเจ็ดกลับไม่เห็นการตำหนิใดแต่ในเบื้องลึกของดวงตาและคิ้วกลับเป็นความโปรดปรานเอ็นดูเห็นได้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับแม่นางเซิงเอ๋อร์ผู้นี้มากเพียงใด

            องค์ชายเจ็ดด้านหนึ่งลูบมือของเซิงเอ๋อร์อีกด้านหนึ่งหันสายตามาอย่างไม่ตั้งใจ “พวกเจ้ากลับตรงเวลาเสียจริงท่านนี้คิดว่าน่าจะเป็นแม่นางเซียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงมิน่า เจ้าซูเช่อนั่นถึงได้คะนึงหาเจ้าไม่วายช่างเป็นสตรีที่งามพร้อมด้วยรูปโฉมและสติปัญญาอย่างยากจะหาได้ในโลกมนุษย์จริงๆ ”

            น้ำเสียงของเขามีความล้อเล่นอยู่หลายส่วนแต่อารมณ์ในคำพูดกับเรียบเฉย ทำให้คนมองอารมณ์ไม่ออก มิอาจคาดเดาถึงความคิดในใจได้

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่ชอบถูกคนมองอย่างวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ยังดีที่เขาเหลือบมองเพียงแค่ครั้งเดียว มิเช่นนั้น นางคงจะสะบัดหัวจากไปแล้วอะไรคือองค์ชายเจ็ดผู้ไม่สามัญกัน จากที่นางดูก็เป็นเพียงพวกเหล่าทายาทที่เสเพลเท่านั้น

            “ได้ยินว่าสุขภาพขององค์ชายเจ็ดมีปัญหาหากเชื่อใจข้าก็ทรงยื่นมือข้างซ้ายออกมาได้เพคะ” หลิงมู่เอ๋อร์ทางหนึ่งกล่าววาจาอีกด้านหนึ่งวางกล่องยาลง ทำสัญลักษณ์มือที่แสดงถึงการเชิญ

            “ไม่รีบ อย่างไรซะพิษนี้อยู่ในร่างกายข้าเพียงครู่เดียวคงไม่อาจกำเริบขึ้นมาได้ มิสู้นั่งลงทานข้าวก่อนสักมื้อเซียนแพทย์มาเยือนถึงบ้าน ย่อมมิอาจไม่ดูแลให้ดี” องค์ชายเจ็ดส่ายหัวจากนั้นยื่นมือไปหยิบจอกเหล้า ข้างหูได้ยินเสียงที่แสร้งโกรธเขาหัวเราะแล้วส่ายหัว จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นจอกชา เมื่อดื่มหมดในครั้งเดียวสายตาก็ประสบเข้ากับโจวฉี่เยี่ยน “ยังเหม่ออะไรอยู่เล่า เจ้าก็นั่งลงด้วยแม่นางเซียนแพทย์จะได้ไม่เคร่งครัดมากเกินไป”

            โจวฉี่เยี่ยนขมวดคิ้ว ในอดีตองค์ชายเจ็ดมิได้มีท่าทีเช่นนี้นอกจากเซิงเอ๋อร์แล้ว เขาไม่มีความสนใจในตัวหญิงอื่น ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดกันแน่?

            “รู้สึกไม่สะดวกใจอยู่บ้างจริงๆ เพคะที่โรงหมอยังมีผู้ป่วยอีกมากรอหม่อมฉัน อีกอย่างหากมิใช่พี่โจวเป็นเชื้อเชิญแกมขอร้อง หม่อมฉันก็คงไม่มาตรวจอาการถึงที่นี่”แต่ไรมา กฎของหลิงมู่เอ๋อร์ก็ไม่ชอบให้คนมาทำลาย แต่โจวฉี่เยี่ยนกล่าวว่า บัดนี้ในเมืองเมืองหลวงได้มีหลายคนคอยจับจ้องแล้ว หากนางออกมาในเวลาบ่ายตามความเคยชินจะต้องถูกค้นพบแน่ นางคิดดูแล้วว่าอย่างไรซะก็มีซางจือกับเจี้ยงเซียงอยู่ก็ไม่มีสิ่งใดที่ไม่วางใจ

            “พี่โจว ช่างเป็นคำเรียกที่สนิทสนมเหลือเกิน มิน่าหลายวันมานี้ซูเช่อจึงได้อารมณ์ขุ่นมัวนัก” องค์ชายเจ็ดหัวเราะทีหนึ่งริมฝีปากบางที่ดูเย้ายวนยกขึ้นเล็กน้อย ดูไปแล้วอารมณ์ไม่เลว ทว่าแผนการเล่นงานที่แวบผ่านนั้นผู้อื่นอาจมองไม่เห็นแต่ไม่อาจหนีพ้นสายตาของหลิงมู่เอ๋อร์ไปได้

            เขาตั้งใจลองเชิงความสัมพันธ์ของนางกับโจวฉี่เยี่ยนอยากใช่เรื่องนี้มาควบคุมโจวฉี่เยี่ยน ยังมี เขาจงใจพูดถึงซูเช่อถึงสองครั้งก็เพราะต้องการจะดูการตอบสนองของนาง เพราะในเวลานี้ องค์ชายองค์อื่นๆ ต่างก็ต้องการดึงตระกูลซูไปเป็นพวกหากสามารถกุมข้อผิดพลาดของซูเช่อไว้ได้ ก็เท่ากับกุมจุดอ่อนของเขาไว้ได้จึงจะสามารถควบคุมได้ง่าย

            น่าเสียดายที่เขาดีดลูกคิดผิด

            “สำหรับหม่อมฉันแล้วพี่โจวเป็นทั้งพี่และเพื่อนหากมิใช่เขาเชิญ หม่อมฉันก็ไม่มีทางมาที่นี่เพคะคู่หมั้นของหม่อมฉันซั่งกวนเซ่าเฉิน ก็ไม่มีทางอนุญาตให้หม่อมฉันมาที่นี่เช่นกัน”น้ำเสียงของหลิงมู่เอ๋อร์ก็ราบเรียบเช่นกัน พูดจบก็เล่นเข็มเงินในมือราวกับไม่ใส่ใจสิ่งใดการอธิบายอย่างไม่ได้ตั้งใจเพียงพอให้สีหน้าขององค์ชายเจ็ดหยุดชะงัก

            องค์ชายเจ็ดขมวดคิ้ว มีชั่วขณะหนึ่งที่ประหม่าผู้อื่นไม่รู้ฐานะของซั่งกวนเซ่าเฉิน แต่เขารู้ดีแก่ใจ คิดไม่ถึงว่าช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งปีที่ไม่ได้กลับเมืองหลวงในเมืองหลวงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินเช่นนี้โดยเฉพาะมัจจุราชผู้ชอบใช้ความรุนแรง ซั่งกวนเซ่าเฉินผู้นั้นเขาก็ถึงกลับมีจิตใจของมนุษย์ธรรมดาด้วย ฮ่าดูท่าครั้งนี้มิได้กลับเมืองหลวงมาเสียเปล่าจริงๆ

            “ต่อให้มิใช่ตัวข้าผู้เป็นองค์ชายป่วยก็จะต้องไปนั่งเล่นที่โรงหมอของเจ้าแน่ ครั้งนี้ที่กลับมาชื่อได้ยินมากที่สุดก็คือเจ้า แม่นางเซียนแพทย์ ครั้งนี้ที่ได้พบไม่เหมือนกับคุณหนูสูงศักดิ์นางอื่นในเมืองหลวงจริงๆ พวกเพริศแพร้วพริ้งพราวเต็มไปด้วยแผนการพวกนั้นจะมีความพิเศษเช่นแม่นางเซียนแพทย์ได้อย่างไร” องค์ชายเจ็ดถลกแขนเสื้อขึ้นมาวางข้อมือไว้บนโต๊ะ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง “อาหารของข้า มีผู้ชิมโดยเฉพาะอาภรณ์เครื่องใช้ก็มีผู้ตรวจสอบ ผู้ที่สามารถเข้ามาใกล้ชิดได้ล้วนเป็นคนสนิทไม่รู้จริงๆ ว่าได้รับพิษมาตั้งแต่เมื่อใด ลำบากแม่นางเซียนแพทย์แล้ว”

            ทั้งที่เมื่อครู่ ยังเป็นองค์ชายที่เอาแต่เล่นไม่ทำงานเพียงละสายตาก็กลายเป็นลึกล้ำดำมืด เป็นดังที่คาดเมื่อเข้าสู่ประตูวังก็ลึกล้ำดุจทะเล เด็กที่เติบโตในสถานที่เยี่ยงนั้นบางทีก็คงมีใบหน้าสองแบบกระมัง? เช่นนั้น ซั่งกวนเซ่าเฉินล่ะ? เหตุใดเขาจึงมีใบหน้าเพียงแบบเดียว?

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่รู้เพราะเหตุใดเวลานี้ในสมองของนางจึงคิดถึงชายผู้นั้น

            นางเป็นหมอ ในสายตาของหมอไม่มีดีชั่ว มีเพียงผู้ป่วยต่อให้นางจะไม่ชอบองค์ชายเจ็ด ก็ไม่อาจไม่สนใจผู้ป่วยได้

            “ช่วงที่ผ่านมานี้องค์ชายเจ็ดได้รับบาดเจ็บมาก่อนหรือไม่เพคะ? ทรงได้เคยเสวยผงยาหมาซื่อหรือไม่?” หลิงมู่เอ๋อร์ตรวจชีพจรให้เขาจากนั้นก็ใช้เข็มเงินเจาะเลือดดำออกมาเพื่อทำการตรวจสอบ ณ ที่นั้นครึ่งชั่วจอกชาให้หลัง นางมีสีหน้าเคร่งเครียด

            ในดวงตาขององค์ชายเจ็ดเผยความประหลาดใจออกมาอย่างเด่นชัด“เซียนแพทย์ไม่เสียทีที่เป็นเซียนแพทย์ ครึ่งเดือนก่อนข้าถูกคนลอบสังหารไปพบแพทย์ผู้มีชื่อเสียงจึงสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ ยานั้นของเขามีปัญหาใดหรือ? ”

            หลิงมู่เอ๋อร์หยิบยาชาที่เหลืออยู่ครึ่งขวดที่องค์ชายเจ็ดหยิบออกมาจากในอกมาดมใต้จมูก หลับตาลง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง ในดวงตาก็มีความมั่นใจ“ผงยาหมาซื่อเป็นยาแก้พิษที่หายากอย่างแท้จริง แต่มันเป็นทั้งยาแก้พิษและก็เป็นยาพิษเช่นกัน” เมื่อได้ยินว่าเป็นยาพิษ สตรีนางหนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ทันทีกล่าวด้วยสีหน้าประหม่าว่า “คำกล่าวนี้ของแม่นางอ้างอิงจากสิ่งใด?”

            ไม่แปลกที่เป็นคนข้างหมอนที่องค์ชายเจ็ดเชื่อถือมากที่สุดความกังวลของนางนี้ไม่เหมือนกับเสแสร้ง

            “ผงหมาซื่อหากรับประทานมากเกินไปจะมีผลเสียต่อร่างกายในช่วงเวลาอันสั้น ไม่กำเริบแต่หากรับประทานติดต่อกันเวลานานจะทำให้หัวใจและม้ามถูกทำลาย ตับก็จะค่อยๆ เสียหายลงด้วยก็เหมือนกับผ้าผืนหนึ่งที่สมบูรณ์ไร้ตำหนิ ทันทีที่ติดเปลวไฟ ก็ลุกลามไปทุกส่วนแม่นางเซิงเอ๋อร์เข้าใจสิ่งที่ข้ากล่าวหรือไม่” น้ำเสียงของหลิงมู่เอ๋อร์ราบเรียบสายตามองไปที่องค์ชายเจ็ด “เป็นผู้ใดทำให้องค์ชายเจ็ดได้รับบาดเจ็บกันเป็นผู้ใดให้องค์ชายเจ็ดรับประทานผงหมาซื่อ และเป็นผู้ใดที่รู้อย่างชัดเจนว่าอาการบาดเจ็บนี้ผงหมาซื่อสามารถรักษาได้? เชื่อว่าองค์ชายคงจะทรงมีพระวินิจฉัยของพระองค์เอง”

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่กล่าวมากอีกแต่ให้แม่นางเซิงเอ๋อร์หาพู่กัน น้ำหมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกมาให้นาง“จัดยาตามใบรายการยานี้ รับประทานครั้งละหนึ่งชุด วันละสองครั้งไม่อาจตกหล่นเป็นอันขาด ไม่เกินเจ็ดวัน พิษก็จะถูกกำจัดทิ้งไป ”

            “แม่นางเซียนแพทย์ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ เชื่อว่าหลังจากที่เหยียของข้าทานยาแก้พิษของท่านแล้วจะต้องหายอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับยาแน่นอน? ท่านกล่าวเถอะ อยากได้รางวัลเป็นสิ่งใด” เซิงเอ๋อร์ตื้นตันจนน้ำตาคลอแต่ในดวงตานั้น กลับเป็นความปวดใจและขอบคุณที่มาจากภายในใจจริงๆ

            ทั้งที่เป็นสตรีร่วมห้องที่มิได้แต่งเข้าผู้หนึ่งเท่านั้นหญิงคณิกาที่ไถ่ตัวแล้วนางหนึ่ง บัดนี้ ราวกับเป็นนายหญิงของเรือนแห่งนี้ก็ไม่ปานและองค์ชายเจ็ดยังพยักหน้าอีก สีหน้านั้นราวกับกำลังกล่าวว่า‘เจ้าสามารถบอกข้อเรียกร้องมาได้เลย ข้าจะรับปากทั้งหมด’ เห็นได้ชัดถึงฐานะของเซิงเอ๋อร์ผู้นี้ในใจขององค์ชายเจ็ดดูไปแล้ว พิธีสมรสในวันหน้ามีงิ้วสนุกให้ดูแล้ว

            “พี่โจวได้จ่ายเงินให้ข้าแล้วรับเงินของผู้อื่นช่วยผู้อื่นกำจัดเภทภัย ข้าได้ทำเต็มความสามารถแล้วขอให้องค์ชายเจ็ดแข็งแรงในเร็ววัน”

            นางไม่ชอบมีการติดต่อกับผู้คนในวังหลวงมากนักที่มาช่วยคนที่นี่ก็เป็นเพราะโจวฉี่เยี่ยน ที่จงใจกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อให้เขาได้มีอนาคตที่ดียิ่งขึ้นโจวฉี่เยี่ยนคิดจะใช้องค์ชายเจ็ดในการแก้แค้นหลังจากผ่านเรื่องนี้ไปแล้วย่อมทำให้องค์ชายเจ็ดเชื่อมั่นในตัวเขายิ่งขึ้น

            “รอก่อน หรือแม่นางเซียนแพทย์ไม่อยากรู้ว่าเป็นใครที่ไปล้มอยู่หน้าโรงหมอของเจ้าเมื่อหลายวันก่อนกรรโชกและใส่ร้ายหรือ?”เห็นหลิงมู่เอ๋อร์บอกว่าจะจากไป องค์ชายเจ็ดก็เอ่ยปากอย่างช้าๆ “แม่นางช่วยชีวิตข้าตัวข้าองค์ชายผู้นี้ย่อมควรตอบแทน พ่อครัวของจวนข้าแม้จะเทียบกับร้านอาหารของบ้านเจ้าไม่ได้แต่ก็มีรสชาติไปอีกแบบ”

            องค์ชายเจ็ดส่งสายตาให้โจวฉี่เยี่ยน เป็นสัญญาณให้เขาตามไปก่อนจากไป เขาสั่งการเสียงดังว่า “เซิงเอ๋อร์ ต้องรับแม่นางเซียนแพทย์ให้ดี”

             [1] เหยียเป็นสรรพนามที่มีความหมายว่า นายท่าน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498