“น่าจะมีทางอยู่นะ”
เขามั่นใจว่าเกมคงไม่ใจจืดใจดำขนาดนั้น เขาบินตระเวนหาช่องทางสีขาว ซึ่งกินเวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมงเขาก็เจอ เรียกได้ว่ามันแอบมิดมาก ๆ พลันเขาเข้ามาออร่าสีขาวนั้นก็สลายหายไปกลายเป็นสีแดง ซอว์ขนวดคิ้วเล็กน้อยรีบตระเวนไปสำรวจกำแพงอีกครั้ง โชคดีที่กินเวลาไปเพียงชั่วโมงเดียวเขาก็เจอช่องสีขาวอันใหม่
“แบบนี้ใครจะไปรอดวะ” เข้าได้แต่ออกไม่ได้? ที่นี่มีช่องเกือบเป็นหมื่นตลอดตามกำแพงจรดลงด้านล่าง มันไม่มีทางเลยที่ใครคนนึงจะเข้ามา แล้วเสล่อดวงดีออกไปได้ ดวงดี!!? แม่มึงเถอะ….ถ้ามันมีคนทำแบบนั้นได้เขาเดาว่าชีวิตนี้มันจะเจอแต่ความโชคร้ายแล้วล่ะ ในเมื่อใช้ดวงไปหมดกับเกม ๆ นี้
ซอว์เข้าใจได้ทันทีเลยว่ากำแพงสีแดงเถือกนี้ ต่อให้รู้ทริคที่เหมือนกับกระจกแห่งโศกอันแรกในรูปแบบของแนวตั้ง ก็คงไม่สามารถผ่านกำแพงเวรนี้ได้อยู่ดี ไม่งั้นทั้งหมื่น ๆ ช่องจะมีช่องสีขาวอันเดียวได้อย่าง? แถมยังกลายเป็นกับดักหลังจากเข้ามาอีก…ดูก็รู้ว่าผู้สร้างต้องการให้ตายหยังเขียดในนี้
“ที่นี่มีอะไรดีกันนะ”
ซอว์ขี่นกยักษ์ไปยังเกาะขนาดเล็กมาก ๆ มีเพียงบ้านโทรม ๆ ขนาดเท่ากระท่อมหลังหนึ่ง เขาใช้เขตแดนตรวจสอบหลายครั้งก็ไม่พบกับดักอะไรก็วางใจโดดลงจากสัตว์ขี่ของเขา พลางปรายตามองรบ ๆ สถานที่แห่งนี้เป็นเกาะที่เล็กมากเกินไป เล็กขนาดที่ว่าสร้างบ้านนี้ขึ้นมาก็เดินไปไม่กี่สิบเมตรก็สุดขอบเกาะแล้ว ซอว์มองบ้านโทรม ๆ ชั้นเดียวหลังนั้นพร้อมเปิดตูเข้าไป ตูม~
“ประตูพังเฉยเลย” ชายหนุ่มส่ายหน้าเดินเข้ามา เขากวาดสายตามองรอบ ๆ ก็ไม่เจออะไรเว้นแต่โต๊ะอันนึงที่มีของวางอยู่สามอัน ชิ้นแรกคือเคียวสีดำน่ากลัวราวกับอาวุธของยมทูตอมสีม่วงแพร่ออร่าน่ากลัวออกมา
ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกหลังจากเห็นรายละเอียดของมันที่บอกว่า [ไอเทม: เคียวยมทูตแห่งความตาย (ภาพลวงตา) ] มีเสริมด้วยว่าของปลอมของเก๋ของที่ไม่มีอยู่จริง เอาไปสุดท้ายก็จะหายทันทีที่ออกจากกำแพงกระศกแห่งโศกนี้
“เหอะ! ดูเหมือนว่าคัมภีร์สืบค้นจะหายากจริง ๆ ” แถมสำคัญสุด ๆ ด้วย
เขาเกือบโดนเคียวกระจอก ๆ นี้ที่เป็นภาพลวงตาหลอกซะแล้ว ชายหนุ่มกวาดสายตามาอันที่สอง…ครั้งนี้มันคือ ‘ปืน!’ แม่จ้าว~ แต่แล้วเขาก็แอบสบถเมื่อเห็นว่ามันก็เป็นภาพลวงตาเหมือนกันที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกผู้เล่นให้คล้ายกับไอเทมที่ใช้งานได้จริง ๆ
“นี่กะจะไม่ให้อะไรผู้เล่นที่บากบั่นได้เลยใช่ไหม? ” ซอว์เหลือบตามองชิ้นที่สาม
“คัมภีร์ทักษะหรอ? ” ชายหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อยรีบอ่านรายละเอียด
– – – – – – – – – – – --
[คัมภีร์สกิลทักษะ: เขตแดนราชัน ระดับ: ทองแดง (พัฒนาได้) ]
เขตแดนราชันเกิดจากความสามารถที่ถูกสั่งสมประสบการณ์ ควบรวมความเข้าใจ และการพลิกแพลงต่าง ๆ จากเหล่ามหาอำนาจทั้งเผ่ามังกร เผ่ายักษ์ เผ่าเงือก และเผ่ามายาเพื่อต่อสู้กับราชาปีศาจ สกิลทักษะนี้สามารถทำให้ผู้เล่นได้รับลมปราณจากธรรมชาติมาโดยชอบธรรมชั่วคราว หลังจากใช้สกิลนี้แล้วในระยะที่กำหนดท่านจะสามารถมีระดับลมปราณที่ตนเองเลือกเอาไว้ได้ในระยะเวลาจำกัด
[รายละเอียด]
ผู้เล่นระดับลมปราณที่ 30 สามารถใช้เขตแดนราชัน 5 นาที
ผู้เล่นระดับลมปราณที่ 40 สามารถใช้เขตแดนราชัน 10 นาที
ผู้เล่นระดับลมปราณที่ 50 สามารถใช้เขตแดนราชัน 15 นาที
ผู้เล่นระดับลมปราณที่ 60 สามารถใช้เขตแดนราชัน 20 นาที
หมายเหตุ: ทักษะนี้เรียนรู้ได้เพียง 1 คน
– – – – – – – – – – – --
“เชี่ย…” ของโคตรดีย์⁓
ในที่สุดวะ ในที่สุดก็มีสกิลแบบกับเขาสักที!
“ลูกรักของพ่อ”
ซอว์หยิบขึ้นมาเขารู้ว่ามันมีอะไรบางอย่างผนึกอยู่ ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ เว้นเสียแต่จะออกจากที่นี่เท่านั้น ไม่คาคคิดเลย เขารู้สึกว่าสกิลแบบนี้ควรไม่ถูกเอาไปน่าจะดีที่สุดแล้ว ชายหนุ่มพบว่าเก็บลงแหวนมิติไม่ได้ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขารู้อยู่แล้วว่าคงต้องออกจากกำแพงแห่งโศกสีแดงเถือกนี่ก่อน
“ไป! ” เขาโดดขึ้นหลังนกยักษ์และบินออกไปได้อย่างง่ายดาย
ชายหนุ่มมองผนึกที่คลายออกก็แสยะยิ้มเปิดคัมภีร์เรียนรู้ทันที
“ติ้ง!! ท่านความว่างเปล่าได้เรียนรู้สกิลทักษะ ‘เขตแดนราชัน’ ระดับทองแดง (สามารถพัฒนาได้) ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะสำหรับสกิลทองแดงชิ้นแรก…ระบบทำการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า ท่านความว่างเปล่ามีระดับลมปราณที่ 40 ผ่านเกณฑ์ที่สองของสกิลทักษะ ท่านสามารถใช้เขตแดนราชันเป็นจำนวนเวลา 10 นาทีค่ะ ขอให้ท่านความว่างเปล่าพยายามต่อไป ขอให้มีความสุข และโชคดีกับการเดินทางค่ะ”
“ว้าว! ” ชายหนุ่มตกใจ
“อยู่ดี ๆ ระบบก็พูดมากผิดปกติ…” ซอว์ไม่ได้สนใจ เขาฉีกยิ้มเมื่อได้รับสกิลสุดแสนวิเศษกลับมา สกิลนี้ไม่ได้ทำให้เขาเลเวลไว เพราะอย่างไงข้าทาสบริวารเขาก็สามารถสร้างขึ้นได้ไม่ยากหากเขาต้องการจะทำ แถมตัวละครของเขาก็มีภารกิจปลดล็อกเวรนั้นอีก
ดังนั้นสกิลนี้จึงกลายเป็นสกิลโชว์เทพไปปริยาย แน่นอนว่าการที่ไม่เขียนคูลดาวน์สกิลก็สามารถมองได้ว่า มันสุ่มคูลดาวน์ที่เราไม่มีทางรู้หรอก บางทีอาจสิบนาที หนึ่งวัน หรือทั้งชาติเลย?
“แมร่งเอ้ย ๆ ตื่นเต้นวะ! ” สกิลเชี่ยนี้สมควรเป็นสกิลระดับทองคำด้วยซ้ำในความคิดเขา
“วะฮ่า ๆ ๆ ” ชายหนุ่มหัวเราะบ้าคลั่ง ดีที่ซอมบี้ไม่สามารถเรียนรู้สกิลได้ แต่เขาสามารถที่จะใช้มันแล้วส่งต่อไปยังโหมดมนุษย์ ไม่งั้นหากเขากลายร่างเป็นคนธรรมดาไอ้นกยักษ์เวรนี้คงฆ่าเขาตายทันที ซอว์รู้สึกดีก็ตบมันเบา ๆ ให้บินต่อไป อารมณ์ของเขาดีมาก
ดีแบบ…
ดีมว๊ากก⁓
“โอ้ย~ มีความสุขจังเลย” ชายหนุ่มใช้เวลานานพอสมควรก่อนจะมาถึงจุดที่อสูรลวงตาอยู่ เขาก็พบว่าพวกหล่อนนั้น เอิ่ม! รวมถึงไอ้เวรเทพอสูรด้วย มีระดับลมปราณที่ 54 กันแล้ว และก็คงกำลังจะตันในช่วงนี้ เนื่องจากไม่สามารถหาทางไปต่อได้ มากสุดก็ต้องฆ่าซอมบี้เลเวล 55 ไปจนถึงเลเวลของมันและฆ่าอีกร้อยตัวเพื่อไปห้าสิบหก
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันช้าเกินไป และอัตราการเกิดของซอมบี้ก็ไม่ได้รวดเร็วเหมือนแมลงสาบหลังบ้านที่โผล่แมร่งมาทุกวัน ไม่รู้ทะลุออกจากกำแพงหรือเป็นกำแพงเองที่แมร่งคลอดลูกเป็นแมลงสาป?
“คนอื่น ๆ ก็ไม่ธรรมดาเลยนิ”
เขามองคนในสำนักที่ปากันไปเลเวล 47 48 49 กันหมดแล้ว และก็มีบ้างประปรายที่มีระดับ 50-53 ตามเจ้าสำนักไปติด ๆ ซอว์ละความสนใจบินไปด้านหลังห่างจากกลุ่มของพวกหล่อนกว่าห้าสิบเมตร ก่อนจะลงจากนกยักษ์ลูบหัวมันเบา ๆ ไม่นานสัตว์ขี่ของเขาที่พาเราไปตะลุยเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ก็กระพือปีกหายไปในเมฆหมอก
“ถึงคราวเราตามไปดีกว่า”
ซอว์วิ่งไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเดินไม่ให้เขารู้ว่าเขาระดับลมปราณที่เท่าไหร่ พวกสำนักลวงตาที่ได้ยินเสียงเท้าก็หันมามองขวับ ก็พบว่าเป็นซอว์ที่เดินยิ้ม ๆ อย่างอารมณ์ดีเข้า แน่นอนว่าระหว่างทางก็กลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว
“นายหายไปไหนมาเนี่ย? ไหนบอกจะเดินเล่นไง…” ซอว์เลิกคิ้วมองอสูรลวงตาอย่างประหลาดใจ และตวาดสายตาใส่ยัยพลอยที่กำลังทำหน้าโมโหใส่เล็กน้อย จนเขาที่อารมณ์ดีอยู่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กล่าวเบา ๆ
“ระหว่างทางก็ต้องมีซอมบี้บ้าง~ แต่ดูสิ! พวกเธอเดินเข้ามาหลังจากเจอฉันและทำตัวอารมณ์เสียใส่ ทั้ง ๆ ที่พวกเธอเองก็หายหัวไปกันหมด รู้ไหม? ฉันต้องเล่นกายกรรมโชว์พวกมันแค่ไหนกว่าจะผ่านแต่ละเมตรได้ มันยากยิ่งกว่าการพยายามทำความเข้าใจว่าคณิตกับฟิสิกส์แมร่งก็คำนวณเหมือนกัน แต่ทำไมมันเสล่อยากกว่าก็ไม่รู้”
อสูรลวงตา และคนอื่น ๆ หลุดหัวเราะออกมา