สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 8 ตอนที่ 237 ปลงพระชนม์ราชา

        นับจากวันที่ตระกูลเกาถูกทำลายวันนี้ก็เข้าวันที่เจ็ดแล้ว ราชามู่ฉางเยียนทรงรับสั่งให้อันเจิงพาคนไปค้นบ้านตระกูลเกาเพราะเมื่อครั้งก่อนเหล่าทหารเหมือนไปรื้อค้นบ้านของตระกูลเกาอย่างรวบรัดเท่านั้นฉะนั้นจึงต้องเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านอย่างละเอียดอีกครั้งอันเจิงรู้สึกได้ว่าช่วงนี้มู่ฉางเยียนมักจะอยากให้เขาอยู่นอกตำหนักวิหารสวรรค์ตลอดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อันเจิงคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ

 

        อาจเพราะมู่ฉางเยียนปล่อยวางแล้วจริง ๆ? หรือเพียงแค่อยากให้อันเจิงปกป้องเสี่ยวชีเต้าให้ดีเท่านั้น

 

       ไม่มีใครรู้ว่าสวนบ้านของตระกูลเกามีความลับซ่อนอยู่มากเท่าไหร่เพื่อให้ตู้โซ่วโซ่วเพิ่มประสบการณ์มากยิ่งขึ้น อันเจิงจึงพาทุกคนออกมาด้วย

 

        สวนบ้านของตระกูลเกากว้างมากกว้างจนดูแปลกเกินไป เพราะไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งหรือจัดสวน มันดูธรรมดาจนทำให้คนอื่นอาจคิดว่าตัวเองมาผิดที่ตอนนี้คนที่รับหน้าที่ดูแลตรวจสอบสวนของบ้านนี้คือทหารที่มาจากหน่วยทหารส่วนผู้ที่สำรวจสถานที่สำคัญก็คือเชียนจีที่เป็นทหารยอดฝีมือทั้งนั้น ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำให้บรรยากาศดูเงียบจนน่ากลัว

 

        ไม่ว่าจะเป็นเชียนจีหรือผู้ตรวจการสำนักก็มีความรู้สึกดีๆ กับอันเจิงทั้งนั้น เพราะหากไม่มีอันเจิงหน่วยทหารคงถูกไทเฮาจัดการจนล่มสลายไปแล้ว

 

        ตู้โซ่วโซ่วเดินเข้าไปด้านในพลางมองไปรอบด้านจากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ “พื้นที่ส่วนนี้ว่างจนเหมือนสนามซ้อมของหน่วยทหารหรือเพราะตระกูลเกาเสียดายเงินที่จะซื้อต้นไม้มาปลูก?”

 

        คำพูดนี้เตือนใจอันเจิง ทำให้เขาหยุดนิ่งทันทีแล้วมองไปยังรอบด้านสวนบ้านของตระกูลเกาใหญ่มากเลยทีเดียว และพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่ว่างเปล่าเท่านั้นมีเพียงกระถางดอกไม้วางอยู่มุมหนึ่ง แต่ดอกไม้ที่ปลูกไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย เป็นดอกไม้ธรรมดาที่เห็นตามบ้านของคนทั่วไปเท่านั้นฉะนั้นสวนของบ้านหลังนี้ หากไม่ใช่เพื่อใช้ฝึกกองทัพอะไรละก็มันต้องมีเป้าหมายอย่างอื่นแน่

 

       แต่ตระกูลเกาเลี้ยงลูกน้องในเมืองฟางกู้เป็นจำนวนมาก หากนึกถึงคืนที่ตระกูลเกาลอบปลงพระชนม์ราชามันเป็นภาพที่น่ากลัวมาก และหากรวบรวมลูกน้องและสมาชิกในตระกูลเกาทั้งหมดละก็เกรงว่าอย่างน้อยต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่าหมื่นคนแน่นอน ฉะนั้นสวนบ้านที่กว้างขวางเช่นนี้ความเป็นไปได้ก็คือใช้ฝึกบ่มเพาะพลังวัตรหรือฝึกซ้อมทักษะทางด้านร่างกาย

 

        อันเจิงเดินไปถึงพื้นที่ว่างเปล่ามุมหนึ่งจากนั้นก็นั่งยอง ๆ ดมกลิ่น แล้วกลิ่นขี้เถ้ากับก้อนหินก็ลอยเข้าจมูก

 

        แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่เพียงพอต่อการสงสัยอะไรก้อนหินและขี้เถ้าอาจถูกใช้ถมบ้านเพื่อเพิ่มความแข็งแรงก็ได้แต่อันเจิงมักจะมีความรู้สึกแปลกประหลาด เขาหันกลับไปโบกมือ “สั่งคนมาที่นี่แล้วขุดดินตรงนี้”

 

        ผ่านไปเพียงไม่นาน ทหารกำยำห้าสิบถึงหกสิบคนก็เริ่มขุดลงไปใต้พื้นตู้โซ่วโซ่วแปลกใจว่าอันเจิงสังเกตเห็นอะไร จึงหยิบพลั่วจากทหารแล้วลงไปช่วยขุดเองเลยทหารเหล่านี้ถูกฝึกทักษะด้านร่างกายมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำทำให้ผ่านไปไม่นานก็สามารถขุดลงไปลึกหนึ่งเมตรแล้ว เมื่อขุดลงไปถึงหนึ่งเมตรครึ่งสีของดินก็ขาวมากขึ้นเรื่อย ๆ ขี้เถ้าเริ่มกองสูง เมื่อขุดลงไปอีกหลายสิบเซนติเมตรพลั่วที่ขุดลงไปก็แทบจะกลายเป็นเปลวไฟเล็ก ๆ

 

        “ขุดต่อไม่ได้แล้วด้านล่างเต็มไปด้วยหินและขี้เถ้า”

 

        ตู้โซ่วโซ่วเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมา“อาจเพราะตอนที่ตระกูลเกาจะปลูกบ้านจึงถมลงไป? ขนาดของหินไม่เท่ากัน แล้วยังถมหนามาก”

 

        เสี่ยวช่านนั่งที่ไหล่ของอันเจิงจากนั้นก็มองลงไปในหลุมพร้อมส่งเสียงร้อง มันใช้ตัวถูหน้าของอันเจิงเบา ๆราวกับเต็มไปด้วยความหวาดผวาและรังเกียจ

 

        อันเจิงยื่นเสี่ยวช่านให้ชวีหลิวซีอุ้มแล้วตัวเองก็กระโดดลงไปด้านในหลุม เมื่อกระโดดลงไปถึงก้อนหินเหล่านั้นอันเจิงก็จ้องมองอย่างละเอียดแล้วขุดหินก้อนหนึ่งออกมาเพ่งมอง “หินก้อนนี้ถูกฝังอยู่ในนี้ไม่เกินสองปีต้องไม่ใช่หินที่ฝังตอนตระกูลเกาสร้างบ้านหลังนี้แน่นอนอย่างน้อยตระกูลเกาต้องอยู่ในเมืองฟางกู้มานานนับร้อยปีด้านล่างนี้ต้องมีของอย่างอื่นอีกแน่ อีกทั้งยังฝังไว้ไม่เกินสองปีด้วย”

 

        “ย้ายก้อนหินพวกนี้ออกไปให้หมด!”

 

        หลังอันเจิงสั่งการ ทหารเหล่านั้นก็เริ่มเคลื่อนย้ายก้อนหินพวกเขามีร่างใหญ่กำยำ บวกกับความประหลาดใจที่มี ทุกคนจึงเร่งมือกันมากขึ้นก้อนหินถมหนากว่าครึ่งเมตร อีกทั้งถมมาเป็นเวลานานสองปี เมื่ออยากจะย้ายออกก็ไม่ง่ายเหมือนกันกว่าหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เหล่าชายกำยำเพิ่งขนย้ายก้อนหินไปได้เพียงสามสิบถึงสี่สิบเซนติเมตรเท่านั้นแต่ทว่าใต้ก้อนหินก็เป็นเถ้าถ่านอีกชั้น

 

        ทุกคนต่างก็ผิดหวังไปตาม ๆ กันหรืออาจเป็นเพราะเมื่อสองสามปีก่อน ตระกูลเกาถมพื้นที่ในสวนบ้านเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรอย่างที่คิดอันเจิงหยิบพลั่วมาจากทหารแล้วขุดลงไปที่เถ้าถ่าน เมื่อขุดลงไปอีกหลายเซนติเมตรจึงสังเกตเห็นว่าด้านล่างมีอะไรบางอย่างที่แปลกประหลาดพวกเขาปัดเถ้าถ่านออก เพียงครู่เดียว ทุกคนที่มองดูก็เหงื่อไหลไปตาม ๆ กัน

 

        ศพคน

 

        อันเจิงขึ้นมาจากหลุม จากนั้นก็ส่งคนไปรายงานที่ตำหนักวิหารสวรรค์และหน่วยทหารให้ส่งคนมาดูเหตุการณ์นี้ด้วยผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หน่วยทหารส่งทหารมากว่าห้าร้อยคน ส่วนทางด้านตำหนักวิหารสวรรค์ก็ส่งองครักษ์มาร้อยกว่าคนเช่นกันแล้วยังสั่งให้กรมราชทัณฑ์ส่งคนมาตรวจสอบด้วย ก่อนเรื่องนี้จะแน่ชัด เขาไม่อยากเคลื่อนย้ายหรือแตะต้องอะไรทั้งนั้น

 

        หน่วยทหารส่งหวังไคไท่ ส่วนทางด้านตำหนักวิหารสวรรค์ส่งอันเฉิงมาทั้งสองคนสนิทกัน เดิมทีตอนมาด้วยกันยังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแต่เมื่อเห็นศพในหลุมแล้ว สีหน้าของเขาทั้งสองคนก็เริ่มซีดทันที

 

        คนกว่าแปดร้อยคนล้อมบ้านหลังนี้เอาไว้ในสวนบ้านมีหลุมใหญ่หลายที่และด้านล่างล้วนเต็มไปด้วยศพคน อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าพันศพระยะเวลาที่ศพเหล่านี้ถูกฝังก็ต่างกัน เมื่อมองไป อันเจิงจึงสังเกตเห็นว่าศพที่ถูกฝังนานที่สุดคือเมื่อหลายสิบปีก่อน ส่วนศพที่ใหม่ที่สุดถูกฝังอยู่ครึ่งปี ศพเหล่านี้ไม่มีผู้ชายเลยสักคนทั้งหมดล้วนเป็นศพของหญิงสาวและเด็ก

 

        “มารดามันเถอะ!”

 

        ตู้โซ่วโซ่วทิ้งพลั่วลงไปด้านข้าง จากนั้นก็กุมหัวตัวเองพร้อมนั่งยองๆ “ตระกูลเกาสารเลวสิ้นดี!”

 

        กู่เชียนเยว่และชวีหลิวซีจับมือกันเดินไปมองด้านข้างทั้งสองคนต่างตกใจ ดวงตาแดงก่ำ พวกนางไม่กล้ามองลงไปในหลุม ถึงแม้ร่างของศพที่ใหม่ที่สุดจะเน่าแล้วแต่ยังสามารถดูออกว่าครึ่งหนึ่งเป็นศพของหญิงสาวอายุน้อย ส่วนอีกครึ่งก็คือศพเด็กที่อายุต่ำกว่าสิบปี

 

        หวังไคไท่เบิกตาโต “ทุกปีเมืองฟางกู้มักมีคนสูญหายตลอดหน่วยฟางกู้สืบมานานหลายปี แม้กระทั่งกรมราชทัณฑ์เองก็สืบเช่นกันแต่กลับไม่พบเบาะแสอะไรเลยสักนิด ที่แท้แล้ว...ศพทั้งหมดก็อยู่ที่นี่นั่นเอง มารดามันเถอะ...ตระกูลเกาจะก่อเรื่องเลวทรามอะไรกันแน่!”

 

        อันเจิงใช้ผ้าเช็ดเหงื่อบนหน้าจากนั้นก็ลงไปตรวจสอบอีกครั้ง คดีรูปแบบนี้ ต่อให้จะเป็นคนทำคดีในกรมราชทัณฑ์ที่มากประสบการณ์ก็ยังสู้อันเจิงไม่ได้เลยผ่านไปไม่นาน ถางไทเช้อของกรมราชทัณฑ์ก็มาด้วย หลังจากเห็นศพที่กองอยู่ในหลุม สีหน้าของเขาก็ขาวซีดทันที

 

       ถางไทเช้อใช้ผ้าปิดปากก่อนจะกระโดดลงไปในหลุม แล้วนั่งยอง ๆอยู่ข้างอันเจิง “เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ บาดแผลที่เห็นได้ชัดของทุกคนอยู่ในตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด”

 

        อันเจิงพยักหน้ารับ “ถูกคนควักหัวใจ”

 

        ถางไทเช้อสูดหายใจเข้าลึก ๆ“ระยะเวลากว่าสิบปี คนจำนวนกว่าพันคนถูกควักหัวใจในบ้านหลังนี้ตระกูลเกาอยากทำอะไรกันแน่?”

 

        “มนต์ดำ”

 

        อันเจิงลุกขึ้น “มีคนบอกว่า...การกินหัวใจของเด็กดิบๆ สามารถช่วยให้อายุยืน”

 

        ถางไทเช้อชะงักไป “นี่มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลรึ!”

 

        “หรืออาจ...”

 

        แววตาอันเจิงสั่นประกาย “หรืออาจ...หรือตระกูลเกาอาจเลี้ยงเยาโซ่วอยู่พวกเขาทำเช่นนี้เพื่อนำมาเลี้ยงเยาโซ่ว”

 

        ถางไทเช้อถามขึ้น “แล้วทำไมถึงมีหญิงสาวจำนวนมากเช่นนี้ศพที่อยู่ในนี้ หากไม่ใช่ศพของเด็กก็คือศพของหญิงสาวทั้งนั้น”

 

        อันเจิงส่ายหน้า ต่อให้เป็นตอนนั้นที่อันเจิงเป็นผู้ดูแลกรมตุลาการก็ตามเขายังไม่เคยเจอคดีที่โหดร้ายเช่นนี้มาก่อน ตระกูลเกาคิดจะทำอะไรกันแน่ทำไมถึงต้องฆ่าคนตายมากขนาดนี้

 

        ถางไทเช้อพูดขึ้น “ต่อให้จะเอารายการแจ้งบุคคลสูญหายในหน่วยฟางกู้และกรมราชทัณฑ์มารวมกันจำนวนคนก็ไม่มากขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีคนที่มาจากนอกเมืองฟางกู้ด้วยนี่ตระกูลเกาคิดจะทำอะไรกันแน่? ทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้หรือพวกเขาไม่กลัวกรรมตามสนอง?”

 

        “หากนำเรื่องชั่วและคนชั่วมาอยู่บนพื้นฐานของเวรกรรมดูเหมือนคนชั่วจะมีชีวิตดีกว่าเสียอีกนะ”

 

        อันเจิงหันกลับ“จัดการพื้นที่ในบ้านทั้งหมด!”

 

        ทหารของหน่วยทหารและคนจากกรมราชทัณฑ์เริ่มเคลื่อนไหวทุกคนขุดดินด้วยอาการสั่นเทา ต่างก็หวังว่าจะไม่เจอศพอยู่ด้านล่างอีกเด็กที่ตายเหล่านั้น คนที่อายุมากที่สุดก็คงไม่เกินสิบปี คนที่มีความชั่วเช่นนี้และเหตุการณ์ชั่วร้ายแบบนี้แม้กระทั่งพระพุทธเจ้าเองก็ยังไม่อาจยับยั้งความโกรธได้เลยแต่พวกเขากลับเจอศพมากกว่าเดิมอีก ในสวนบ้านยังมีสถานที่ที่ฝังศพไว้อีกถึงสามแห่ง แม้ขนาดหลุมที่ขุดเจอจะไม่ใหญ่เท่าครั้งแรกแต่อย่างน้อยก็มีศพมากกว่าสามร้อยศพ และระยะเวลาที่ศพเหล่านี้ถูกฝังก็เหมือนจะนานกว่าศพที่เจอในตอนแรกอันเจิงเดาว่า อย่างน้อยก็ศพนี้คงตายมาสิบถึงสิบห้าปีแล้วล่ะ

 

        “และนั่นก็หมายความว่าเรื่องนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่สิบห้าปีก่อน?”

 

        ถางไทเช้อขมวดคิ้ว “เมื่อกลับไปแล้วข้าจะตรวจสอบอย่างดีว่าสิบห้าปีก่อนตระกูลเกาเกิดเรื่องอะไรขึ้นและนั่นก็คงเป็นเหตุผลที่พวกเขาเริ่มทำความชั่วเช่นนี้”

 

        จู่ ๆ อันเจิงก็นึกถึงเรื่องที่จูเก๋อเชียวหยุนพูดก่อนหน้านี้นั่นคือเรื่องหลุมศพและเถาวัลย์โลหิต จูเก๋อเชียวหยุนพูดว่าการจะเลี้ยงเถาวัลย์โลหิตมาเฝ้าหลุมศพ วิธีที่ดีที่สุดก็คือสังหารคนทั้งตระกูล ต่อให้ตระกูลเกาจะชั่วมากขนาดไหนก็คงไม่กล้าทำเรื่องเช่นนี้อีกทั้งศพเหล่านี้ก็ไม่เหมือนคนในตระกูลเดียวกันไม่มีตระกูลไหนจะรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาสิบปีเช่นนี้ได้

 

        อันเฉิงรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเริ่มอยากอาเจียนขึ้นมาเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกสักวินาทีเดียว “คือ...ข้าจะรีบกลับไปรายงานฝ่าบาทก่อนก็แล้วกันเรื่องนี้มอบให้กรมราชทัณฑ์เป็นคนตรวจสอบเถอะ”

 

        หลังจากพูดจบเขาก็เดินจากไป เกือบจะวิ่งออกไปเลยด้วยซ้ำ

 

        หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หวังไคไท่ก็พูดขึ้น“เรื่องนี้อย่าเพิ่งปล่อยให้ข่าวออกไปเลย หากเรื่องนี้ถูกเผยออกไปละก็ราชสำนักต้องทนต่อแรงโมโหของประชาชนไม่ได้แน่ โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์และหน่วยฟางกู้”

 

        ชวีเจิ้งเซิงผู้ดูแลหน่วยฟางกู้ที่กำลังเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาพยักหน้าทันที“ใช่ ๆ ๆ...หากเรื่องนี้ถูกเผยออกไปจริง ๆ ละก็ หน่วยฟางกู้ต้องมีประชาชนมาล้อมแน่ๆ”

 

        อันเจิงมองไปยังทางที่อันเฉิงจากไปจากนั้นก็มองไปยังชวีเจิ้งเซิง “ใต้เท้าชวีเคยได้ยินมาก่อนหรือไม่เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ตระกูลเกาเกิดเรื่องอะไรบ้าง?”

 

        “สิบห้าปีก่อน?”

 

        ชวีเจิ้งเซิงรู้ว่านี่คือเรื่องใหญ่และไม่กล้าพูดไปเรื่อยหลังจากครุ่นคิดอย่างละเอียดแล้วจึงพูดขึ้น “ข้าจำได้ว่าสิบกว่าปีที่แล้ว บุตรชายคนโตของตระกูลเกาพี่ชายของเกาหยวนหูเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น? นอกจากเรื่องนี้ก็เหมือนจะไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรอีกเลยอ้อจริงด้วย สิบกว่าปีที่แล้วฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลเกาออกมาด้วยตัวเองแล้วเชิญหมอยาที่มีชื่อเสียงในเมืองฟางกู้มาเกือบหมด นอกจากนี้ตระกูลเกายังส่งคนไปจักรวรรดิต้าซีและแคว้นอื่น ๆ อีกหลายสิบแคว้นเพื่อเชิญตัวหมอยาที่มีชื่อเสียงยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังเคยเข้าไปในเทือกเขาชางหมานเพื่อหาสมุนไพรโบราณอีกด้วย”

 

        อันเจิงพยักหน้านี่อาจเป็นสาเหตุการตายของหญิงสาวและเด็กเหล่านั้น

 

        ในขณะเดียวกัน อันเฉิงไม่อยู่ในตำหนักวิหารสวรรค์และข้างกายราชามู่ฉางเยียนก็มีเพียงเนี่ยชิงคนเดียวเท่านั้น

 

        เนี่ยชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังราชามู่ฉางเยียนมีสีหน้านิ่งเรียบแต่เมื่ออันเฉิงจากไป ในแววตาของเขาก็ประกายความดุร้ายที่เห็นแล้วต้องขนลุก เขาบีบพระศอราชามู่ฉางเยียนจากด้านหลังจากนั้นก็ใช้มือฟาดไปที่หลังพระเศียร ราชามู่ฉางเยียนไม่ทรงมีโอกาสต้านทานเลยสักนิดก็ถูกเนี่ยชิงจัดการเสียแล้ว

 

        เนี่ยชิงหยิบกล่องหยกออกมาจากนั้นก็เทตัวหนอนที่น่าสะอิดสะเอียนออกมาตัวหนึ่ง แล้วยัดเข้าพระโอษฐ์ของราชามู่ฉางเยียน

 

        จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าผ้าใบเล็กออกมา ด้านในเต็มไปด้วยเข็มขนาดเล็กใหญ่มากมายเขาใช้เข็มเหล่านั้นปักลงบนพระวรกายของราชามู่ฉางเยียนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วมาก แต่กลับดูแข็งกระด้าง ผ่านไปเพียงระยะเวลาสั้น ๆเข็มเหล่านั้นก็เข้าสู่พระวรกายหมดแล้ว มองไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยของเข็มสักเล่ม

 

        แววตาของเนี่ยชิงประกายความน่ากลัวออกมาหากใครเห็นต้องใจสั่นขึ้นมาทันทีแน่นอน

คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.21M 3107
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
1.11M 1756
ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
781K 869
[New Life] อิสระของชีวิต

[New Life] อิสระของชีวิต

นิยาย แฟนตาซี
140K 171
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
หมื่นจักรภพสยบราชันย์

หมื่นจักรภพสยบราชันย์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.77M 4643