บทที่ 49 ฤดูหนาวมาเยือน (รีไรต์)
“เรื่องนี้เอาไว้ว่ากันทีหลัง!”
แม่เฒ่าฉินมีสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะอุ้มฉินเยาเยาลุกขึ้นแล้วเดินจากไป
สวี่ซิ่วอิงดึงแขนฉินเหล่าซื่อกลับห้อง เตรียมจะพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว
ส่วนคนอื่น ๆ ในครอบครัวต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก รีบกินข้าวก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องของตน
เหลือเพียงหลี่อันที่ยังคงนั่งจิบสุราเคี้ยวผักดองอย่างสบาย ๆ
แม่เฒ่าฉินกอดเล่อเหนียงนอนอยู่บนเตียง ภายในใจยังคงครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานาจนเผลอหลับไปในที่สุด
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าฉินหลับสนิท ฉินเยาเยาจึงอาศัยจังหวะนี้แอบเข้าไปในพื้นที่มิติทันที นางต้องหาอาวุธดี ๆ ให้ท่านพ่อกับอาฮั่นหลินสักหน่อย
แม้ว่าตอนนี้ท่านย่าจะไม่พูดอะไร แต่ในใจลึก ๆ แล้วท่านย่าต้องเห็นด้วยกับเรื่องนี้แน่นอน เพียงแต่เป็นห่วงกลัวจะเกิดอันตรายขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้บ้านเมืองวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้อพยพ เกิดกองโจรปล้นสะดมไปทั่วสารทิศ แม้ว่าท่านพ่อจะแข็งแรงมาก แต่ก็ยังขาดอาวุธดี ๆ
นางจึงเร่งรีบไปยังโซนเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้อาหารพวกมัน จากนั้นจึงไปเก็บผลไม้ที่สุกงอมเต็มต้นในสวน พร้อมกับรดน้ำพืชสมุนไพร
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘หญ้าเพลิงมรณะ’ อันเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
หลังจากนั้นนางจึงไปยังห้องเก็บของเพื่อหาอาวุธให้ท่านพ่อกับท่านอาฮั่นหลิน อันที่จริงแล้ว แทนที่จะเรียกว่าห้องเก็บของ เรียกว่าห้องเก็บสมบัติจะเหมาะกว่า
ชาติที่แล้วบรรดาผู้มีอำนาจในประเทศ ชอบเอาอาวุธแปลก ๆ มาทิ้งไว้ในพื้นที่มิติของนางมากมาย ทั้งที่ยังทำไม่เสร็จและที่ชำรุด
แม้กระทั่งปืนใหญ่ก็ยังมี!
ร่างเล็ก ๆ ของนางค้นหาไปทั่วห้อง
ปืนพก
ไม่เอา
AK
ไม่เอา
ธนู
ไม่เอา
เอ๊ะ ดาบ
อันนี้น่าสนใจ
ฉินเยาเยามองไปที่มุมห้อง มองดูดาบสองเล่มที่วางทับกันอยู่ นางจึงตัดสินใจเลือกอันนี้
พอดีมีสองเล่ม ท่านพ่อกับอาฮั่นหลินคนละเล่ม
นางยังเจอสนับมือและมีดสั้นอีกเล่มหนึ่ง
แม่เฒ่าฉินยังคงกังวล จึงตื่นแต่เช้าตรู่
แสงแดดยามเช้า ส่องกระทบใบหน้าหลานสาว นางจึงตั้งใจจะห่มผ้าให้ แต่กลับตกใจเมื่อเห็นดาบสองเล่มอยู่ใต้ผ้าห่ม
นางก้มลงจูบแก้มหลานสาวเบา ๆ แล้วถอนหายใจยาว
นางสงสารลูกชายของตน พวกเขารอนแรมอย่างยากลำบาก กว่าจะตั้งรกรากที่นี่ได้ ลูกชายก็กตัญญู คิดหาวิธีแบ่งเบาภาระให้ครอบครัว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินฟู่หลินพาผู้อาวุโสสามมาที่บ้านแต่เช้า
“พี่ชุนหลาน ข้าได้ยินมาว่าลิ่งอวี่จะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาเติงเคองั้นหรือ”
แม่เฒ่าฉินรีบเข้าไปช่วยประคองผู้อาวุโสสามนั่งลง
“แล้วหลานคนอื่น ๆ เล่า” ผู้อาวุโสสามถามอย่างร้อนใจ
เกียรติยศของหมู่บ้านฉินขึ้นอยู่กับเด็ก ๆ พวกนี้แล้ว
“ข้าส่งลิ่งอวี่ไปเรียนก่อน ส่วนคนอื่น ๆ อีกสองปีค่อยไปเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสสามพยักหน้าเห็นด้วย
ที่จริงแล้วที่เขามาวันนี้ก็ตั้งใจจะมาบอกให้ฉินชุนหลานส่งหลานไปเรียนคนเดียวก่อน หากส่งไปทั้งหมดพร้อมกันนั้นจะดูเป็นที่สะดุดตาเกินไป
“พี่ชุนหลาน ภรรยาของข้าได้ยินว่าลิ่งอวี่จะไปเล่าเรียนหนังสือ นางจึงเย็บถุงหอมอวยพรให้สอบผ่านมาให้ ข้างในใส่ใบสะระแหน่ พิมเสน และสมุนไพรต่าง ๆ สามารถช่วยให้สดชื่นแจ่มใส หากลิ่ง อวี่อ่านหนังสือแล้วรู้สึกง่วง ก็เอาออกมาดมก็จะหายง่วงได้”
แม่เฒ่าฉินรีบกล่าวขอบคุณแล้วรับมา
ผู้อาวุโสสามส่งกระดาษที่ตนเขียนบทกลอนด้วยตนเองให้
…อย่ากังวลว่าเส้นทางข้างหน้าจะไร้มิตรแท้
ใต้หล้านี้ใครเล่าจะไม่รู้จักเจ้า
อวยพรให้สอบจอหงวนผ่าน…
ฉินลิ่งอวี่ได้ยินเสียง จึงวางตะกร้าลงแล้วเดินมาขอบคุณ
“ลิ่งอวี่เอ๋ย เจ้าจงตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ และสร้างชื่อเสียงให้หมู่บ้านของพวกเรา สู้ให้ถึงที่สุด”
“ขอรับ ข้าจะจดจำไว้”
ผู้อาวุโสสามพูดคุยเรื่องทั่วไปอีกเล็กน้อย ก่อนจะกลับไป
ผู้คนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าฉินลิ่งอวี่จะไปเรียนที่สำนักศึกษาเติงเคอ บางบ้านก็นำไข่ไก่มาให้ บางบ้านก็นำผักตากแห้งมาให้ แวะเวียนมาที่บ้านแม่เฒ่าฉินเพื่อทำความคุ้นเคยกับซิ่วไฉในอนาคต
“ลิ่งอวี่ เจ้าต้องตั้งใจเรียนนะ สอบจอหงวนได้เป็นขุนนางใหญ่ แล้วซื้อคนรับใช้มาปรนนิบัติย่าของเจ้า”
ฉินลิ่งอวี่หน้าแดง รับปากทุกคำพูด
แม่เฒ่าฉินเห็นหลานชายถูกพวกนางพูดจนหน้าแดงหูแดง จึงบอกให้เขาไปเก็บของ
“พี่หญิงฉิน หลานชายของท่านล้วนแต่เป็นผู้มีอนาคตไกลทั้งนั้น แม้แต่ลิ่งผิงกับลิ่งอันที่เด็กที่สุดก็เป็นถงเซิงแล้ว ส่วนโก่วเอ๋อร์ของข้า โตกว่าลิ่งผิงกับลิ่งอันตั้งสองปี วัน ๆ ยังเอาแต่เล่นโคลนในทุ่งนาอยู่เลย”
แม่เฒ่าฉินยิ้มร่า ฟังพวกเขาชมหลานชายตนเอง พร้อมกับหยิบเมล็ดแตงโมและเกาลัดยัดใส่มือพวกเขาเป็นระยะ
จงชมเขาไป ชมเข้าไป!
ชมหลานข้าเยอะ ๆ เลย!
“ท่านแม่ เรื่องที่ข้ากับฮั่นหลินจะไป...”
ฉินเหล่าซื่อยังพูดไม่ทันจบ แม่เฒ่าฉินก็ทำหน้าบึ้งตึงหันหลังเดินเข้าไปในห้อง
เมื่อเห็นดังนั้น หัวใจของฉินเหล่าซื่อก็พลันจมดิ่ง
สวี่ซิ่วอิงแตะมือเขาเบา ๆ เพื่อปลอบใจ “เหล่าซื่อ บางทีท่านแม่อาจจะไม่อยากให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายอีก เพราะพวกเราเพิ่งจะตั้งรกรากได้ไม่นาน”
นางก็ไม่อยากให้สามีออกไปเสี่ยงอันตรายในตอนนี้เช่นกัน แต่นางรู้ว่าสามีต้องการช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ถึงแม้นางจะไม่อยากให้ไป แต่ก็ทำได้เพียงสนับสนุนเท่านั้น
ไม่นาน แม่เฒ่าฉินก็กลับออกมา แล้วยื่นดาบสองเล่มให้พวกเขา
“ดาบสองเล่มนี้ถือว่าข้าให้พวกเจ้า ‘ยืม’ พวกเจ้าต้องนำมาคืนด้วย และต้องคืนด้วยมือของพวกเจ้าเอง!”
“ขอบคุณท่านแม่!”
ฉินเหล่าซื่อดีใจยิ่งนัก จึงคุกเข่าคำนับแม่เฒ่าฉิน แล้วรับดาบมา ลองเหวี่ยงไปมาสองสามที
“ดาบดีจริง!”
ไม่มีบุรุษคนใดไม่ชอบอาวุธ ฉินเหล่าซื่อและเฉินฮั่นหลินก็ไม่ต่างกัน
พอได้ดาบมา ทั้งสองก็พากันออกไปฝึกฝนข้างนอก
ส่วนสวี่ซิ่วอิงกับสือไห่ถัง ช่วยกันจัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับฉินลิ่งอวี่ และสิ่งของจำเป็นสำหรับการเดินทางของฉินเหล่าซื่อและเฉินฮั่นหลิน
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันที่ฉินลิ่งอวี่ต้องไปเรียน สือไห่ถังตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารเช้า
ทำตามที่แม่สามีสั่ง นางต้มไข่ไก่หลายฟองให้ฉินลิ่งอวี่เอาไปด้วย
ฉินเหล่าเอ้อร์ช่วยยกสัมภาระของฉินลิ่งอวี่ขึ้นรถม้า
ฉินเหล่าซื่อกับเฉินฮั่นหลิน หลังจากเก็บของเสร็จก็ขึ้นรถม้า
วันนี้พวกเขาก็จะออกเดินทางไปทางใต้ด้วย พยายามกลับมาให้ทันก่อนตรุษจีน
ทุกคนในครอบครัวยืนมองพวกเขาที่หน้าประตูด้วยความอาลัยอาวรณ์
“แอ้ แอ้”
ฉินเยาเยาอยู่ในอ้อมแขนของแม่เฒ่าฉิน ยื่นมือเล็ก ๆ พยายามจะไปหาฉินเหล่าซื่อกับฉินลิ่งอวี่
ฉินเหล่าซื่อเดินเข้ามา อุ้มฉินเยาเยาขึ้นมาจูบอย่างรักใคร่ “เล่อเหนียงคนดี เจ้ารอพ่อกลับมานะ พ่อจะซื้อของเล่นสนุก ๆ มาให้เจ้า”
ฉินลิ่งอวี่ก็เดินเข้ามา ใช้แก้มแนบแก้มน้องสาวเบา ๆ
แม่เฒ่าฉินหยิบซองแดงสามซองที่ทำจากกระดาษสีแดงออกมาจากอกเสื้อ ข้างในมีเงินอยู่ แล้วยื่นให้พวกเขาคนละซอง
นี่เป็นธรรมเนียมแถบชายแดน เพื่ออวยพรให้พวกเขาเดินทางอย่างราบรื่น ปลอดภัย
หลังจากที่ฉินเหล่าซื่อกับเฉินฮั่นหลินออกเดินทางไปแล้ว ชีวิตของคนในครอบครัวก็ยังคงดำเนินต่อไป แม่เฒ่าฉินอยู่บ้านเลี้ยงหลาน
สวี่ซิ่วอิงกับสือไห่ถังหากไม่มีอะไรทำก็จะพากันขึ้นเขา ทุกครั้งมักจะเก็บเห็ดกลับมาได้เต็มตะกร้าบ้างครึ่งตะกร้าบ้าง
ส่วนฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานก็พาเด็ก ๆ ไปช่วยชาวบ้านซ่อมแซมบ้าน
ทุกปีที่เมืองหลวงจะมีหิมะตกหนักตกติดต่อกันเป็นเดือน หากบ้านไหนไม่ยอมซ่อมแซมให้ดี เวลาหิมะตกหนักหลังคาบ้านอาจจะพังถล่มลงมาได้
เฝิงเสี่ยวฮวาช่างแปลกประหลาดเหลือเกินในระยะนี้ นางหอบเก้าอี้มานั่งในลานบ้านโดยไม่มีเหตุผล อ้างว่าจะเฝ้าบ้าน แต่ความจริงแล้ว สายตาของนางกลับจับจ้องอยู่ที่หนังเสือผืนนั้นที่ตากอยู่ในลานบ้านไม่วางตา