บทที่ 1 : เทพธิดาตก์กับก้อนแป้งเปียกผู้หิวโหย
ณ แดน์ชั้นเก้า
ท่ามกลางหมอกเมฆสีขาวนวลที่ลอยละล่องและกลิ่นหอมจรุงใจของดอกท้อพันปี บรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ที่ควรจะเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกัมปนาทที่ดังเลื่อนลั่นราวกับฟ้าผ่า
"เทียนลี่! เ้าทำอะไรลงไป!"
เสียงตะคอกนั้นทรงพลังเสียจนเหล่าทหาร์ในชุดเกราะทองคำต้องย่อกายลงคุกเข่าด้วยความหวาดเกรง แม้แต่นกกระเรียนเซียนที่บินผ่านยังต้องรีบกระพือปีกหนีไปให้ไกล
ทว่า... ต้นเหตุของความโกรธเกรี้ยวนี้กลับนั่งเอกเขนกอยู่บนพื้นหยกขาว ใบหน้างดงามปานล่มเมืองแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์สุรา ดวงตาดอกท้อหวานเชื่อมปรือปรอย ริมฝีปากอิ่มสวยคลี่ยิ้มแหยๆ ส่งให้ผู้เป็ใหญ่แห่ง์
นางคือ 'เทียนลี่' หรือ 'เทพธิดาหมื่นบุปผา' ผู้ดูแลสวน์และพืชพรรณทั่วไตรภพ... และเป็เทพเซียนที่ขึ้นชื่อเื่ความ 'รั่ว' มากที่สุดในรอบแสนปี
"ฝ่าา... อึก!" นางสะอึกเสียงดังจนพุงกระเพื่อม
"ท่านจะเสียงดังทำไมเพคะ... ข้าก็แค่... เห็นดอกไม้แห้งๆ เหี่ยวๆ อยู่หลังตำหนัก มันดูน่าสงสารจะตาย... ข้าก็เลย... ดีดนิ้ว... เป๊าะ! แบ่งพลังชีวิตให้นิดเดียวเอง..."
"นิดเดียวบ้านเ้าสิ!" เง็กเซียนฮ่องเต้แทบจะขว้างตราประทับหยกใส่หน้าสวยๆ นั่น
"นั่นมันไม่ใช่ดอกเบญจมาศแห้ง! นั่นมัน 'รากปีศาจา' ที่ถูกมหาเทพผนึกไว้เมื่อหมื่นปีก่อน! เ้าเล่นใส่พลังเทพบริสุทธิ์ลงไปกระตุ้นมัน ตอนนี้มันตื่นขึ้นมาอาละวาดจนแม่ทัพ์ต้องยกทัพลงไปปราบกันให้วุ่นวายไปหมด!"
เทียนลี่ทำตาโตเท่าไข่ห่าน ยกมือป้อมๆ ขึ้นปิดปาก "อ้าว... ผิดต้นหรอกรึ? มิน่าเล่า... หน้าตามันดูอัปลักษณ์ชอบกล"
"ยังจะมาทำหน้าซื่อ!" เง็กเซียนถอนหายใจยาวเหยียดจนหนวดกระดิก
"ความผิดของเ้าครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ข้าไม่อาจละเว้นโทษได้ เทพธิดาเทียนลี่... เ้าจงลงไปชดใช้กรรมในโลกมนุษย์เสียเถิด!"
"หา!?" ความเมาจากสุราทิพย์หายไปเป็ปลิดทิ้ง เทียนลี่ลุกพรวดขึ้นยืน
"ไม่เอานะเพคะ! โลกมนุษย์สกปรกจะตาย ฝุ่นก็เยอะ อาหารก็ไม่อร่อย ไม่มีเหล้าทิพย์รสเลิศ แถมมนุษย์ยังอายุสั้นนิดเดียว ข้าไม่ไป!"
"เ้าต้องไป! จงไปเกิดในที่ที่เ้าต้องดิ้นรน ไปเรียนรู้ความยากลำบากของชีวิตที่ไม่มีพลังวิเศษ เผื่อว่าสมองอันชาญฉลาดแต่ี้เีของเ้าจะรู้จักความรอบคอบบ้าง!"
"ด...เดี๋ยวเพคะ! ข้าสำนึกผิดแล้ว! ให้ข้าไปขัดห้องน้ำ์ก็ได้! อย่าส่งข้าไปโลกมนุษย์เลย กรี๊ดดดดด!"
ไม่ทันได้อุทธรณ์ ร่างบางในชุดผ้าแพรสีชมพูก็ถูกพลังไร้สภาพถีบกระเด็นร่วงหล่นจากแท่นปะาเซียน ร่างกายของนางร่วงหล่นผ่านชั้นเมฆหนาทึบลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง ความทรงจำนับหมื่นปีหมุนคว้าง พร้อมกับคำสาปส่งท้ายของเง็กเซียนที่ลอยตามลมมา
'จงไปเกิดเป็มนุษย์ และจงใช้ปัญญาของเ้าแก้ไขชะตาชีวิตเสีย!'
วูบ!
ความรู้สึกแรกที่รับรู้หลังจากสติดับวูบไป ไม่ใช่ความเ็ปจากการตกกระแทกพื้น แต่เป็ความรู้สึก... อึดอัด!
อึดอัดเหลือเกิน! เหมือนร่างกายถูกบีบอัดอยู่ในช่องแคบๆ ที่ทั้งมืด ทั้งแฉะ และร้อนอบอ้าว เทียนลี่พยายามจะดิ้นรน ขยับแขนขา แต่มันช่างหนักอึ้งและไร้เรี่ยวแรงเหมือนไม่ใช่ร่างกายของตนเอง
ที่นี่ที่ไหน? คุกใต้ดินหรือ? หนอย... ตาแก่เง็กเซียน กล้าขังข้าในที่แคบๆ แบบนี้รึ! ปล่อยข้านะ! นี่ข้าคือเทียนลี่นะเว้ย! ดีดนิ้วทีเดียวูเาก็หายไปครึ่งลูกแล้ว!
นางพยายามจะรวบรวมลมปราณเพื่อะเิพลังทำลายพันธนาการ
แต่ทว่า... ความว่างเปล่าคือคำตอบ
จุดตันเถียนที่เคยเปี่ยมด้วยพลังเซียนอันมหาศาล บัดนี้แห้งเหือดราวกับบ่อน้ำในฤดูแล้ง เหลือเพียงไอพลังจางๆ เท่าหางอึ่งที่พอจะทำให้รู้ว่านางยังไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเสียทีเดียว
"เบ่งเ้าค่ะ! คุณนายรอง! เบ่งอีกนิด! หัวเด็กโผล่แล้ว!"
เสียงะโแหบแห้งของหญิงแก่ดังลอดเข้ามา พร้อมกับแรงบีบรัดมหาศาลที่ผลักดันร่างของนางให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า
เบ่ง? หัวโผล่?
สมองอันชาญฉลาดของเทพเซียนประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะช็อกตาตั้ง
อย่าบอกนะว่า... ข้ากำลังจะคลอด! ข้ากำลังจะออกมาจากช่องคลอดมนุษย์! ม่ายยยยยย! เสียเกียรติ! เสียเกียรติเทพธิดาหมื่นบุปผาที่สุด!
แต่ไม่มีใครสนใจศักดิ์ศรีของนาง แรงดันมหาศาลผลักร่างนางออกมาสู่อากาศภายนอกทันที
พรวด!
ความหนาวเย็นะเืปะทะิัที่เปียกชื้น แสงสว่างจ้าแยงตาจนแสบพร่า เทียนลี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็ก้อนเนื้อไร้ทางสู้ที่ถูกกระชากออกมาจากที่กำบัง
"คลอดแล้ว! คลอดแล้ว!"
เทียนลี่พยายามจะสูดหายใจเพื่อะโด่า์ แต่สัญชาตญาณของร่างใหม่กลับทำงานเร็วกว่า ลมหายใจเฮือกแรกไหลเข้าปอดเล็กจิ๋ว และสิ่งที่ตามมาคือ...
"อุแว้! อุแว้! อุแว้!"
เสียงร้องไห้จ้าดังลั่นกระท่อมไม้ไผ่
หยุดนะ! หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะปากโง่! ข้าไม่ได้จะร้องไห้ ข้าจะด่า! ข้าจะสาปแช่ง!
เทียนลี่กรีดร้องในใจ แต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงทารกแหลมเล็กน่ารำคาญ นางพยายามลืมตาขึ้นมองโลกใหม่ด้วยความยากลำบาก ภาพตรงหน้ายังพร่ามัวเหมือนมองผ่านหมอกหนา เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ของมนุษย์ั์ที่รายล้อม
"ยินดีด้วยเ้าค่ะ ได้ลูกสาวเ้าค่ะ!" หญิงแก่คนหนึ่งน่าจะเป็หมอตำแยประกาศเสียงดังพลางใช้ผ้าหยาบๆ เช็ดตัวให้นาง แรงขัดถูนั้นหนักมือเสียจนผิวบอบบางของเทพเซียนแทบถลอก
เบาๆ สิยายแก่! นั่นผิวผู้ดีนะ! ไม่ใช่หนังหมูป่า! นางดิ้นขลุกขลักประท้วง
"โธ่... อาซือเอ๊ย ลำบากเ้าแล้ว"
เสียงอ่อนโยนแต่แ่เบาของหญิงสาวอีกคนดังขึ้น พร้อมกับััอุ่นๆ ที่รับ่ต่อโอบอุ้มร่างของนางขึ้นมาแนบอก
กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำนม และกลิ่นอายความเศร้าหมองบางอย่างลอยมาแตะจมูก เทียนลี่หยุดร้องไห้ชั่วขณะ พยายามเพ่งมอง 'มนุษย์' ที่บังอาจมาอุ้มตน
ภาพเริ่มชัดขึ้นทีละนิด... หญิงสาวที่อุ้มนางอยู่มีใบหน้าซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทว่าเครื่องหน้ากลับงดงามหมดจด โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันบริสุทธิ์... และความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
"หน้าตาจิ้มลิ้มนัก... ลูกแม่... ช่างน่าสงสาร พ่อเ้าไม่ได้อยู่ดูหน้าเ้าด้วยซ้ำ..." หญิงสาวแม่คนใหม่ของนางน้ำตาไหลพราก หยดน้ำตาอุ่นๆ ร่วงเผาะลงบนแก้มยุ้ยๆ ของเทียนลี่
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิม (ซึ่งไม่มี เพราะเพิ่งเกิด) ผสมกับจิตหยั่งรู้ของเซียน ทำให้เทียนลี่รับรู้สถานะของตัวเองทันที
หญิงผู้นี้คือ 'หลินซือ' มารดาผู้ให้กำเนิด
ส่วนบิดา... ตายในสนามรบไปแล้ว
และที่นี่... คือนรกบนดินที่เรียกว่า 'บ้านสกุลจ้าว'
ทันใดนั้น เสียงกระแทกประตูอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น ปัง! ทำเอาเทียนลี่สะดุ้งเฮือกจนตัวโยน
"ไหน! คลอดแล้วรึ! มัวแต่ร้องโอดโอยอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญ!"
เสียงแหลมปรี๊ดบาดหูของหญิงวัยกลางคนดังแทรกเข้ามา ทำลายบรรยากาศซึ้งกินใจจนหมดสิ้น ร่างท้วมหนาในชุดผ้าไหมราคาถูกแต่สีฉูดฉาดเดินอาดๆ เข้ามาในห้อง นางใช้สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ห่อผ้าในอ้อมกอดหลินซือ
"ด...ได้ลูกสาวเ้าค่ะคุณนายจ้าว" หมอตำแยตอบเสียงสั่นๆ พลางขยับตัวถอยห่าง
หญิงร่างท้วมหรือ 'แม่เฒ่าจ้าว' ย่าแท้ๆ ของร่างนี้เบ้ปากทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ลูกสาว'
"ฮึ! นึกว่าจะมีน้ำยาคลอดลูกชายสืบสกุลให้ลูกสามที่ตายไป ที่แท้ก็ได้แค่ ตัวกินข้าวเปลืองข้าวสุก!"
คำพูดนั้นรุนแรงราวกับน้ำร้อนสาดใส่หน้า
เทียนลี่ที่อยู่ในห่อผ้าอ้อมเบิกตาโพลง จ้องหน้าหญิงร่างท้วมเขม็ง
หนอย... ยัยป้าหน้าหนอนนี่! กล้าดียังไงมาว่าข้าเป็ตัวกินข้าว! ข้าคือเทพธิดาหมื่นบุปผา! รู้ไหมว่าผลท้อ์ผลเดียวที่ข้ากินเข้าไป มีค่ามากกว่าทรัพย์สินทั้งตระกูลเ้าสิบชาติรวมกันเสียอีก!
นางพยายามจะยกมือขึ้นชี้หน้าด่า แต่ท่อนแขนสั้นป้อมที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันกลับขยับได้เพียงเล็กน้อย นิ้วมือน้อยๆ กำแบๆ ดูน่าเอ็นดูมากกว่าน่าเกรงขาม
"ดูมันทำตาเข้า จ้องข้าตาไม่กระพริบ จมูกรั้นเชียว โตขึ้นคงดื้อด้านไม่เบา" แม่เฒ่าจ้าวแค่นหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม
"เสียเงินจ้างหมอตำแยตั้งหลายอีแปะ ได้มาแค่เด็กผู้หญิงไร้ค่า! รู้รึเปล่าว่าั้แ่ผัวแกตาย บ้านเราขัดสนแค่ไหน! ยังจะมีภาระเพิ่มมาอีก!"
หลินซือกอดลูกน้อยแน่นขึ้น ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวแต่ก็พยายามเถียงเสียงแ่ "ท่านแม่... แต่นี่ก็เืเนื้อเชื้อไขของพี่สามนะเ้าคะ..."
"หุบปาก!" แม่เฒ่าจ้าวตวาดแว้ด "ถ้ามันเป็ผู้ชายข้าจะไม่ว่าสักคำ! แต่นี่เป็ผู้หญิง เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก โตขึ้นก็ต้องแต่งออกไปเป็คนของบ้านอื่น! เอาเถอะ... เลี้ยงๆ มันไปให้โตพอกวาดบ้านถูพื้นได้ แล้วค่อยขายออกไปเป็คนใช้บ้านเศรษฐี ถือว่าถอนทุนคืน!"
พูดจบ ย่ามหาภัยก็สะบัดตูดเดินตึงตังออกไป ไม่วายหันมากำชับ "อย่าหวังว่าจะได้กินของดีๆ บำรุงล่ะ! ข้าวสารบ้านเรามีจำกัด ส่วนแบ่งของแกมีแค่ข้าวต้มน้ำใสๆ เท่านั้นแหละ!"
ประตูถูกกระแทกปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบและความหนาวเย็นกลับคืนมาสู่ห้อง
หลินซือปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ นางก้มลงจูบหน้าผากลูกน้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ไม่นะ... แม่ไม่ให้ใครขายลูกแม่... แม่จะปกป้องเ้าเอง... อาหนิง ของแม่... ถึงแม่จะอดตาย แม่ก็จะเลี้ยงเ้าให้โตให้ได้"
อาหนิง...
เทียนลี่ทวนชื่อใหม่ในใจ ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกดูิ่เมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกแปลกประหลาดที่หน้าอกซ้าย
นางเป็เทพเซียนมาหลายหมื่นปี เคยเห็นมนุษย์กราบไหว้ขอพรมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครมอบความรักที่บริสุทธิ์และยอมแลกด้วยชีวิตให้แก่นางเช่นนี้มาก่อน
มนุษย์ผู้หญิงคนนี้... อ่อนแอชะมัด แต่กลับกล้าหาญยิ่งนัก
อาหนิง (ในชื่อใหม่) มองมารดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
เอาล่ะ! ในเมื่อ์ถีบส่งข้ามาอยู่ที่นี่ ในครอบครัวเฮงซวยที่มีแต่คนจ้องจะเอาเปรียบ ข้าเทียนลี่... เอ้ย อาหนิง จะยอมรับคำท้านี้!
ยัยแก่นั่นบอกว่าข้าเป็ตัวล้างผลาญใช่ไหม? คอยดูเถอะ! ข้าจะทำให้บ้านนี้พังพินาศ... เอ้ย ไม่สิ ข้าจะพาแม่หนีไปรวยให้เข็ด! จะรวยให้เอาทองมาปูพื้นเดินเล่นเลยคอยดู!
แต่ก่อนที่จะเริ่มแผนการอันยิ่งใหญ่...
จ๊อกกกกกกก....
เสียงท้องร้องดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความคิดอันสูงส่งของอดีตเทพเซียน
อาหนิงหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะความหิวโหยที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว มันเป็ความรู้สึกแสบท้องที่ทรมานอย่างที่นางไม่เคยััมาก่อนในชีวิตะ
บ้าที่สุด! ความหิวของมนุษย์มันรุนแรงขนาดนี้เลยรึ!? รู้สึกเหมือนกระเพาะจะกินตัวเองอยู่แล้ว!
"โอ๋ๆ ... หิวแล้วหรือลูก อาหนิงคนเก่ง อย่าร้องนะ"
หลินซือรีบเช็ดน้ำตา นางปลดเสื้อตัวบางออกอย่างทุลักทุเล เผยให้เห็นทรวงอกที่แม้จะผ่ายผอมแต่ก็ยังมีน้ำนมไหลซึมออกมา
อาหนิงเบิกตาโต มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตะลึงพรึงเพริด
ด...เดี๋ยวสิ! นี่ข้า... ข้าผู้เป็ถึงเทพธิดาหมื่นบุปผา ต้องมาดูดนมจากเต้ามนุษย์จริงๆ รึเนี่ย!? ไม่นะ! ศักดิ์ศรีข้า!
นางพยายามจะเบือนหน้าหนีด้วยความถือตัว แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำนมและสัญชาตญาณความอยู่รอดกลับทำให้น้ำลายสอ
ฮือออ... ์กลั่นแกล้งข้าชัดๆ! แต่ถ้าไม่กินข้าก็ตาย... ถ้าตายก็ไม่ได้แก้แค้น...
"กินสิลูก... กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ" หลินซือประคองศีรษะเล็กๆ ของลูกสาวเข้าหาอก
อาหนิงหลับตาปี๋ กลั้นใจยอมรับชะตากรรม
เอาก็เอาวะ! กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! รอข้าโตเมื่อไหร่... ยัยป้าหน้าหนอนนั่นต้องชดใช้! แต่ตอนนี้... ขอกินก่อนเถอะ!
ปากเล็กๆ จิ้มลิ้มอ้าออกงับเข้าที่แหล่งอาหาร แล้วเริ่มดูดกลืนน้ำนมแห่งชีวิตด้วยความหิวโหย ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างเล็กๆ พร้อมกับความตั้งใจอันแรงกล้าที่เริ่มก่อตัวขึ้นในดวงตาคู่ใสแจ๋ว
ภารกิจพลิกชะตาชีวิตของเทพเซียนตกอับ... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!