ขณะนั้นเองบนวิหารในประตูอัญมณีสีม่วง
บัดนี้ปรากฏร่างจางเซียนที่นอนโดยร่างกายแหลกละเอียดทุกอย่าง โดยเฉพาะแขนขวาที่ขาดกระจุยออกจากร่าง เขาไม่ต่างจากสวะข้างถนนเลยสักนิด ไม่ต่างจากถังหยังฉาคาดไว้ แม้อีกฝ่ายจะทำสำเร็จ สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี
บนวิหารนั้นมีแท่นสีขาวอันหนึ่ง พร้อมกับลูกไฟสีแดงเดือด มันคือ 【ลูกไฟแห่งการพิพากษา】และ【วิหคเพลิงแห่งการรักษา】ทั้งสองชื่อนี้คือความหมายของมัน ทั้งโจมตี และรักษาสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง
โดยส่วนใหญ่ของพวกนี้คือ 【ทักษะลับ】
ทักษะลับคือสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยทักษะนี้จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีสติ สมาธิ ปัญญา แต่ไร้ซึ่งร่างกาย บ้างก็อาจจะหายไปอยู่ในโลกส่วนใดส่วนหนึ่ง และที่น่ากลัวที่สุดคือหากมันไม่พอใจผู้ใช้คนไหน มันอาจจะทำลายอีกฝ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นการเกิดเหตุการณ์นี้ก็เพียงมีครั้งเดียวในปรัมปราเท่านั้น
ขณะนั้นเองที่จางเซียนได้ตายไป พจนานุกรมก็ปล่อยออร่าไร้การมองเห็นเป็นเส้นบางอย่างจับเข้าที่ร่างชายหนุ่ม กับลูกไฟที่พยายามหลบหนีจากเส้นใยนั้น แต่แล้วมันก็ราวกับมดที่ถูกช้างเหยียบย่ำ มันไม่อาจต่อกรได้เลยแม้แต่นิดเดียว เป็นเพียงมดที่หมายจะปะทะกับอุกกาบาต
ทันใดนั้นเองกระดาษหน้าที่ 7 ของพจนานุกรมก็เกิดอักษรบางอย่าง
มันเขียนว่า...
[1] "ทักษะลับ : ลูกไฟแห่งการพิพากษา / วิหคเพลิงแห่งการรักษา"
"โจมตีด้วยพลังของวิหคเพลิง ยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่ พลังก็ยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น"
[2] "ทักษะลับ : แก่นอสูรวิหคเพลิง"
"สร้างพลังหยาง ธาตุไฟให้กับร่างกาย สามารถโจมตีรุนแรงมากขึ้น ไม่ต่างจากพลังพิเศษที่จะรักษาร่างกายในขณะเดียวกัน"
แม้มันจะออกมา 2 ทางเลือกให้จัดการเองว่าทางไหนควรดีต่อจางเซียน แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มที่ได้ตายไปแล้ว มีหรือที่จะสามารถเลือกได้เอง , แต่แล้วทุกอย่างก็เกิดความคาดหมาย เมื่ออยู่ดีๆ ข้อความแรกได้หายไป หลงเหลือไว้อันที่ 2 จวบจนลูกไฟถูกชักจูงเข้ามาในร่างกายชายหนุ่ม
ด้วยพลังที่มากมาย และผสมผสานอย่างลงตัว จนน่าแปลกใจ ทำให้จางเซียนมีพลังปราณมากขึ้นหลายสิบเท่าตัว พร้อมกับร่างกายที่กระดูกทั้งหมดหายเป็นเหมือนเดิม แขนถูกงอกออกมาใหม่ทดแทนอันเก่าที่ขาดหายไป โดยที่แขนที่ขาดไปนั้นกลายเป็นปราณไรบางอย่างสีทองพุ่งเข้าหน้าอกชายหนุ่ม
ก่อนจะมีเสียงลึกลับประโยคหนึ่งดังขึ้น
"ในเมื่อท่านต้องการให้ข้าปกป้องเด็กคนนี้ ข้าวิหคเพลิงแห่งโลก 4 ตระกูลสวรรค์จะน้อมรับคำบัญชาท่านเอง"
คลื่นๆ ๆ ๆ เหมือนมีบางอย่างปรากฏขึ้น
ห่างออกไปไกลแสนไกล อาณาจักรทั้ง 4 ได้ถูกทำลายลงราวกับไร้ซึ่งพลังในการค้ำยัน ลูกไฟจำนวน 3 ลูกได้ถูกพุ่งเข้าไปในร่างจางเซียนอย่างสามัคคี อย่างไร้ซึ่งเหตุผล แต่แทนที่พลังเขาจะเพิ่มขึ้น กลับกลายเป็นว่ามันถูกผนึกไว้ภายในจิตใจ ไม่ต่างจากความสามารถของวิหคเพลิงที่รักษาจางเซียนไปเมื่อกี้
นั้นหมายความว่าเขาไม่อาจใช้พลังที่ 4 นี้ได้ไม่ว่าจะเป็น วิหคเพลิง พยัคฆ์ขาว มังกรฟ้า เต่าดำ ทุกอย่างถูกซ่อนอยู่ภายในจิตใจรอวันใดวันหนึ่งปรากฏออกมา
ในช่วงเวลานั้นเองหน้าวิหารก็มีชายแก่คนหนึ่งวิ่งพุ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก ขึ้นบันไดสวรรค์อย่างไร้ซึ่งความเจ็บปวด ชายแก่คนนี้มองร่างจางเซียนด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใย ก่อนจะก้มหัวเคารพเล็กน้อยอุ้มขึ้น ก่อนจะหายไปในอากาศ
พลังของเขามากมายจนเรียกว่า 'อาณาจักรมนุษย์' ยังต้องหวาดกลัว
บึม!!!
เสียงการระเบิดรอบด้านศูนย์กลางสวรรค์ ได้ทำให้ทุกคนตื่นตระหนกอย่างไม่มีสาเหตุ
เหตุใดอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ถึงพังทลายเช่นนี้
ณ หอคอยทางภาคกลาง ที่ถูกรายล้อม 4 อาณาจักรนี้ นั้นก็คือ 'ศูนย์กลางของสวรรค์'
ได้ปรากฏชายแก่คนหนึ่งมองทอดยาวออกไปด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง และที่เหงื่อไหลออกมาจำนวนมาก เขาคนนี้คือกษัตริย์ชินเจี้ยน ที่เป็นคนรวบรวมคนจากทั่วโลกเพื่อสังหารคนตระกูลจางทั้งหมด
ชายแก่คนนี้มีรูปร่างน่าประหลาด เขาไม่มีเปลือกตา ไร้ซึ่งดวงตา ราวกับเนื้อหนังปิดไปทั้งหมด สวมชุดสีดำอมม่วง มีดาบสีดำเล่มหนึ่งข้างตัว
ชายแก่หันไปรอบๆ พูดลอยๆ
"สัมผัสดีเป็นคนของตระกูลจางไม่ผิดแน่...มันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว" ตำนานที่ไม่เคยลืมเลือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทุกคนที่หลุดออกจากศูนย์กลางที่เป็นตระกูล ญาติ หรือมีส่วนร่วมในการสังหารตระกูลจาง ถูกชายแก่ชุดดำคนหนึ่งฆ่าทิ้งเสียหมด ชายคนนี้มาราวกับภูตผี หายไปราวกับรากพฤกษา
ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ ให้เสาะหา
"มีพลังมากพอที่จะทำลายโลกนี้ แต่เหตุใดยังเก็บพวกข้าไว้อยู่..." กษัตริย์ตระกูลชินเจี้ยนส่ายหน้าถอนหายใจ ก่อนจะมองไปยังลูกชายของเขาที่ตอนนี้อายุ 30 ปีกว่าแล้ว
"เจ้าจงบอกกองกำลังจันทราโลหิต และสำนักนายพรานพฤกษาซะ อีกไม่นานพวกเขาต้องประจบพบเจอหายนะแน่" ชายวัยกลางพยักหน้าก่อนจะหายไป , กษัตริย์ศูนย์กลางแห่งสวรรค์ถอนหายใจ
"ถังหยังฉาศิษย์ของข้าได้แล้วสินะ" ชายแก่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ ก่อนจะสะบัดอาพรหายตัวไป
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมาก
ทั้งหัวหน้าขุนนางที่จางเซียนพบ หรือศัตรูอย่างนายท่านเฟินมิงฮาย ต่างก็โดนหินจำนวนมากทับตายอย่างน่าอนาถ นี้ยังไม่รวมคนนับล้านๆ คนที่ต้องถูกฆ่าอย่างไม่รู้สาเหตุ หากจางเซียนรับรู้เรื่องแบบนี้เขาคงตื่นเต้น หรืออะไรบ้าๆ บอๆ เป็นแน่
ในเวลานั้นเองที่เวลาผ่านไปถึง 7 วัน , เสียงแห่งการนินทา และตอบโต้อย่างสนุกสนานปนหวาดกลัวถึงการล่มสลายของอาณาจักรทั้ง 4 ได้ขยายออกไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทวีปลุ่มแม่น้ำทางตอนใต้ ทวีปรกร้างตอนเหนือ หรือเหล่านักพเนจรที่สลอนหน้าเข้าไป ก็รับรู้เรื่องทั้งหมด
แม้จะไม่มีมูลเหตุความจริง แต่พวกเขาเชื่อแน่นอนว่าพลังของ 4 อสูรที่เป็นแกนนำของตระกูลจางต้องไม่พอใจ ถึงได้ทำลายทุกสิ่ง ซึ่งนี่คือสาเหตุที่เหล่าชาวบ้าน ชาวเมืองคิดได้ทั้งหมด
อาจจะกล่าวได้นี้คือตำนานในรูปแบบหนึ่งที่กษัตริย์ได้ออกอุบายไป เพื่อทำให้ทุกคนใจสบาย เพราะไม่ว่าอย่างใด จิตวิญญาณทั้ง 4 หาได้เป็นร่างกาย หรือสิงสู่ใครไม่ และต่อให้สู้กับคนอื่น ก็ใช่ว่าจะชนะเสมอไป เพราะเนื่องจากพลังที่ไม่คงตัว นั้นทำให้การหลบหนีกร่อยไปด้วย
หรือจะกล่าวว่าหากออกไปให้คนอื่นเห็น คนทั่วโลกคงออกตามล่ามันเป็นแน่
ถึงตอนนั้นคงจะไม่เหลือที่ให้มันซุกหัวนอน