ในตอนนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อมองไปยังหนิ่วเจี้ยนกั๋วด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “เลขาธิการหนิ่ว ผมพูดชัดเจนแล้วว่า หลิวชิงหยู่มีส่วนร่วมในการประชุมครั้งนี้ ถึงแม้เขาไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการก็ตาม แต่ผมขอให้เขาเป็นคนพูด เพราะเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกวนซานและคดีของหานกั๋วชิง หากคุณยังยืนกรานที่จะคัดค้านอีก นี่เท่ากับชี้ให้เห็นแล้วว่า คุณกำลังพยายามหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้หลิวชิงหยู่เอ่ยถึงญาติตัวเอง”
เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดออกไป พร้อมกับปรายตามองหลิวชิงหยู่ด้วยความชื่นชม สมองของหลิวชิงหยู่คำนวณได้เร็วมาก เขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะหาถ้อยคำชี้นำ ทำให้ตัวเองหลุดรอดจากเรื่องนี้ได้ง่ายดายเช่นนี้ นายกหนุ่มคนนี้เคี้ยวยากจริงๆ
ในตอนนี้ เสวี่ยเหวินหลงได้ยินสิ่งที่เซี่ยเจิ้งเต๋อพูด เขาก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์มันเริ่มเลวร้ายแล้ว แม้ว่าเขาอาจจะมีอิทธิพลเหนือกว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อ แต่อีกฝ่ายมีสถานะเป็นผู้นำสูงสุด หากอีกฝ่ายเอาจริง หนิ่วเจี้ยนกั๋ว อาจถูกปลดจากการประชุมครั้งนี้ และเขาจะสูญเสียขุนพลที่มากความสามารถไปคนหนึ่ง ทำให้เสียงคณะกรรมาธิการฝ่ายตนน้อยลง ดังนั้นเขาจึงรีบพูดออกไปว่า “เหล่าหนิ่ว พอเถอะ คุณไม่จำเป็นต้องใส่ใจนักก็ได้ ในเมื่อเลขาธิการเซี่ยให้หลิวชิงหยู่พูด ก็ให้เขาพูดไป”
หนิ่วเจี้ยนกั๋วพยักหน้ารับแล้วนั่งลง ถ้อยคำของหลิวชิงหยู่ก่อนหน้านี้เฉียบขาดจริงๆ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าเสวี่ยเหวินหลงสามารถควบคุมคณะกรรมาธิการได้ เขาจึงตัดสินใจนั่งลงและอดทนไปก่อน
เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่มีความคิดจะให้หนิ่วเจี้ยนกั๋วออกจากการประชุม เพราะ หนิ่วเจี้ยนกั๋ว มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อยที่ทำให้เขาได้ประโยชน์จากการสนับสนุนของคนอื่นๆ และเมื่อเห็นหนิ่วเจี้ยนกั๋วไม่พูดอะไรต่อ เขาก็พยักหน้าแล้วหันไปทางหลิวชิงหยู่ “สหายหลิวชิงหยู่ เชิญพูดได้เลย”
หลิวชิงหยู่ไม่ได้หวั่นวิตกและขี้ขลาดแบบเด็กทั่วๆ ไป เวลาต้องเผชิญกับผู้ใหญ่ แม้ห้องประชุมตอนนี้จะเต็มไปด้วยคณะกรรมาธิการประจำเทศมณฑล แต่หลิวชิงหยู่ก็ยังคงพูดอย่างฉะฉานสบายๆ นอกจากนี้เขายังเล่าเรื่องระหว่างเขาและหานกั๋วชิงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาพของจ้าวเอ้อหยาที่เดินเตร็ดเตร่นอกศูนย์ราชการ เขามักจะยกจ้าวเอ้อหยาออกมาพูดเพื่อให้คนอื่นๆ ที่ฟังเกิดความเกลียดต่อ หานกั๋วชิง พร้อมกับเปิดบันทึกวิดีโอที่ได้จาก เจี่ยซินหยู่ หลังจากคลิปวิดีโอเล่นไปจนจบ หลิวชิงหยู่ ก็พูดต่อไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “คณะกรรมาธิการทุกท่าน ผมคิดว่าทุกท่านคงไม่สงสัยเรื่องบันทึกวิดีโอนี้อย่างแน่นอน เขาคือหานกั๋วชิงไม่ผิดตัวแน่ ตอนที่เห็นครั้งแรกเราอาจสรุปไม่ได้ว่าเขาคือหานกั๋วชิง แต่หลังจากเราให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่าคนคนนี้คือหานกั๋วชิงจริงๆ พูดตามตรง หากไม่ใช่คนตาบอดทุกคนก็คงจะบอกได้ ว่าคนที่ฆ่าเด็กคือ หานกั๋วชิง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตัดสินว่าหานกั๋วชิงไม่มีความผิด แล้วปล่อยตัวเขาไป มันทำให้ผมประหลาดใจมาก ผมไม่ได้ต้องการจะพาดพิงถึงผู้นำคนไหน ดังนั้นผมขอหยุดการให้การไว้เพียงเท่านี้”
ทันทีที่พูดจบ หลิวชิงหยู่ ก็นั่งลง
สองสามประโยคสุดท้ายของหลิวชิงหยู่ทำให้ทุกคนใจสั่น
ในความเป็นจริงทุกคนที่นี่เป็นคนที่ฉลาด ใครบ้างจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นชัดว่าพวกเขาพากันแสร้งโง่ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องของหานกั๋วชิงตรงๆ เพราะหานกั๋วชิงเป็นญาติกับหนิ่วเจี้ยนกั๋ว และหนิ่วเจี้ยนกั๋วก็เป็นเลขาธิการคณะกรรมาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัยประจำเทศมณฑล ใครจะรับประกันได้ว่าพวกเขาจะไม่ถูกหนิ่วเจี้ยนกั๋วจ้องเล่นงาน ยิ่งหนิ่วเจี้ยนกั๋วขึ้นตรงต่อเสวี่ยเหวินหลง และเสวี่ยเหวินหลงก็คือผู้ปกครองเทศมณฑลจิงหลิน ใครจะกล้ามีปัญหากับเสวี่ยเหวินหลง
ในเวลานั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อก็กล่าวด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง “ผมเชื่อว่าทุกคนคงได้ยินคำอธิบายเหตุการณ์จากสหายหลิวชิงหยู่แล้ว นี่คือหัวข้อที่ผมจะเอามาประชุมในวันนี้ ข้าราชการเทศมณฑลของเราจะต้องให้ความสำคัญ จะไม่มีลูกไม้หรือเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ใช้เอาเปรียบประชาชน มิฉะนั้นในฐานะเลขาธิการหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล ผมจะเป็นคนแรกที่จะจัดการเอง ผมขอเสนอว่า เราควรจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับกรณีของหานกั๋วชิงอย่างละเอียด และเราจะตรวจสอบอย่างเปิดเผย โปร่งใส และ ยุติธรรม ไม่อนุญาตให้ใครเข้าแทรกแซงอย่างลับๆ โดยเด็ดขาด มีใครคัดค้านหรือไม่”
เด็ดขาด เด็ดขาดจริงๆ เซี่ยเจิ้งเต๋อตั้งแต่มาถึงจิงหลิน เขาไม่เคยแสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อน
ท่าทีเด็ดเดี่ยวแข็งกร้าวของเซี่ยเจิ้งเต๋อ ทำให้คิ้วเสวี่ยเหวินหลงขมวดแน่น เขามั่นใจว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อน่าจะรู้ว่าหานกั๋วชิงขึ้นตรงกับเขาและเขาต้องออกหน้าปกป้อง แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อกลับเสนอให้มีการรื้อคดีตรวจสอบใหม่อย่างละเอียด อีกฝ่ายวางแผนจะควบคุมเทศมณฑลจิงหลินอย่างนั้นหรือ ถึงแม้นี่จะเป็นการกระทำเพื่อส่วนรวม แต่การกระทำนี้ของ เซี่ยเจิ้งเต๋อ เท่ากับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับเขาโดยสมบูรณ์
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ใบหน้าของเสวี่ยเหวินหลงก็ดูมืดมนไป เขาเงยหน้าแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ผมขอคัดค้าน เพราะเราเคยทำการสอบสวนและสรุปตัดสินไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบใหม่ เราจะต้องเชื่อมั่นในในหน่วยงานของเรา และการพิจารณาตัดสินคดีของฝ่ายยุติธรรม พวกเขาไม่เคยทำงานพลาด หากเรานำคดีนี้รื้อขึ้นมา มันจะทำให้สหายหลายฝ่ายรู้สึกกังวล ”
เซี่ยเจิ้งเต๋อ สวนกลับทันที “ให้คนที่ขาดความกระตือรือร้นและไร้ความรับผิดชอบกังวล ยังดีกว่าปล่อยให้ประชาชนเคลือบแคลงในการทำงานของเรา เราสามารถพลิกเรือได้ แต่ก็ต้องพิจารณาผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ ผู้ว่าการเสวี่ย ผมเชื่อว่าคุณก็ได้ยินที่สหายหลิวพูดแล้ว สหายหลิวพูดเอาไว้ว่า เรื่องของหานกั๋วชิงทำให้ผู้คนในกวนซานเกิดความสงสัย และมีความคิดเห็นตรงกันว่า ศาลจิงหลินเปิดประตูหลังให้ความเป็นธรรมต่อผู้มั่งมี ใครไม่มีอย่าได้สะเออะเข้าไปโดยเด็ดขาด ผู้ว่าการเสวี่ยคุณรู้หรือไม่ ว่าการที่ชาวบ้านคนทั่วไปพูดแบบนี้มันหมายความว่าพวกเขากำลังรู้สึกผิดหวังกับกระบวนการยุติธรรมของเทศมณฑลจิงหลินเรา?”
เสวี่ยเหวินหลง ตกตะลึง เขาหันไปสบตากับเซี่ยเจิ้งเต๋อแล้วพูดขึ้นว่า “ แต่ถ้าคุณใช้แค่หลักฐานตรงหน้า เพื่อสอบสวนตำรวจอย่างหานกั๋วชิงมันออกจะด่วนสรุปเกินไป” นี่คือการใช้คำพูดหลอกล่อของเสวี่ยเหวินหลง หากเซี่ยเจิ้งเต๋อไม่สามารถหาหลักฐานที่ดีกว่านี้มาได้ เขาก็จะเสนอให้มีการเปิดโหวตเพื่อยุติหัวข้อของเซี่ยเจิ้งเต๋อ
อย่างไรก็ตามเซี่ยเจิ้งเต๋อเตรียมการไว้แล้ว มีหรือเขาจะทำให้เสวี่ยเหวินหลงประสบความสำเร็จ เขาหยิบเอกสารที่หลิวชิงหยู่นำมาให้เขา ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ใช้ระบุว่าหานกั๋วชิงได้กระทำเรื่องผิดกฎหมายและฝ่าฝืนวินัยข้อบังคับ ส่งให้เสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดว่า “ผู้ว่าการเสวี่ย เอกสารเหล่านี้เก็บรวบรวมโดยเลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัยของตำบลกวนซาน มันเพียงพอที่จะยื่นฟ้องดำเนินคดีหานกั๋วชิงได้หรือเปล่า?”
หลังจากอ่านเอกสารเหล่านี้ เสวี่ยเหวินหลงก็หน้าซีด เขาไม่คิดว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี แต่เขาก็ไม่ยอมให้มันเป็นไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ เขาส่งเอกสารให้หนิ่วเจี้ยนกั๋ว แล้วพูดว่า "เลขาธิการหนิ่ว เอกสารเหล่านี้ ผมคิดว่าคุณน่าจะเคยเห็นแล้วใช่หรือไม่”
หนิ่วเจี้ยนกั๋ว หยิบเอกสารแล้วมองเล็กน้อยพร้อมพูดว่า “เลขาธิการเซี่ย ผมเคยได้รับเอกสารเหล่านี้แล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบวินัยเองก็ได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารแล้ว เราสรุปว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น แม้ว่าหานกั๋วชิงจะทำบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่เขาก็ไม่ถึงขั้นละเมิดกฎหมายและทำผิดวินัยร้ายแรง หากจำเป็นผมสามารถนำเอาข้อสรุปจากการสอบสวนให้ดูได้”
และหนิ่วเจี้ยนกั๋วเองก็เตรียมตัวข้ออ้างไว้แล้ว
หลิวชิงหยู่มองด้วยสายตาเย็นชา ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาพบว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อเก๋าเกมมาก เขาไม่ได้หยิบไพ่ออกมาทั้งหมดในคราวเดียว แต่ค่อยๆ เผยมันทีละนิดๆ ส่วนด้านเสวี่ยเหวินหลงเองก็ไม่เบาเช่นกัน ที่สามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมรับมือได้ ซึ่งหลิวชิงหยู่ต้องเรียนรู้เรื่องนี้เอาไว้ให้มากๆ แต่สิ่งที่เขาอยากรู้ที่สุดคือเซี่ยเจิ้งเต๋อจะทำยังไงต่อ
ได้ยินคำพูดของหนิ่วเจี้ยนกั๋ว เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ยังคงสงบนิ่งไม่ได้แสดงสีหน้าวิตกหรือถอยหนีใดๆ เขาพูดอย่างเงียบๆ ว่า “เอาล่ะเลขาธิการหนิ่ว เช่นนั้นก็นำข้อสรุปของฝ่ายตรวจสอบวินัย ที่ใช้ประกอบการวินิจฉัยเอกสารชุดนี้ออกมา และนำมาให้คณะกรรมาธิการทุกท่านตรวจสอบ อ้อ อย่าลืมใช้ต้นฉบับล่ะ “
เมื่อเซี่ยเจิ้งเต๋อพูดจบ หนิ่วเจี้ยนกั๋ว กับเสวี่ยเหวินหลงก็ตกตะลึง พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อจะกล้าท้าทายพวกเขาแบบนี้ ต้องรู้ว่า เวลาแบบนี้คงไม่มีใครกล้าคิดว่าเลขาธิการคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัย อย่างหนิ่วเจี้ยนกั๋วจะโกหก แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อนั้นกลับคิดจะตรวจสอบเป็นจริงเป็นจัง มันทำให้เสวี่ยเหวินหลงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่ามันคือจุดไหน ดังนั้นหนิ่วเจี้ยนกั๋ว จึงรู้สึกโกรธแค้นและเรียกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบวินัยนำเอกสารมา
และวินาทีต่อมา เซี่ยเจิ้งเต๋อก็กล่าวกับจินหยู่เผิงว่า “เลขาธิการจิน ผมคิดว่าเพื่อให้แน่ใจว่าเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างโปร่งใส ขอให้คุณประสาน หน่วยงานตำรวจ ฝ่ายอัยการ และศาลให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมา จำไว้ว่าทุกแผ่นต้องใช้เป็นต้นฉบับ เราต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้กระจ่าง มิฉะนั้น เราจะไม่สามารถให้คำอธิบายกับประชาชนคนอื่นๆ ได้ “พูดจบเซี่ยเจิ้งเต๋อก็หันไปมองเสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดว่า “ ผู้ว่าการเสวี่ย เรื่องสอบสวนหานกั๋วชิงเราจะรอตรวจสอบเอกสารก่อน แล้วค่อยหารือกันต่อดีไหม”
สิ่งที่เสวี่ยเหวินหลงกลัวมากที่สุดคือ การเสียภาพลักษณ์ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างไม่ลังเลว่า “ตกลง ไม่มีปัญหาไว้หลังจากที่ดูเอกสารนี้กัน”
ในตอนนี้ เซี่ยเจิ้งเต๋อ กับ หวางเสวี่ยเหวิน ก็ได้บรรลุข้อตกลงกันแล้ว หลิวชิงหยู่รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาทันที เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่มีทางเพิกเฉยต่ออำนาจของเสวี่ยเหวินหลง แต่ที่เขาพูดแบบนี้ นั่นหมายความว่าเขาวางกับดักบางอย่างและรอเสวี่ยเหวินหลงกระโจนลงไป กับดักนั้นมันคืออะไรกันแน่