ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    การบังคับการประลอง

            เมื่อต้าหมิงเข้ามายืนอยู่บนสนามประลองร่างเงาหนึ่งก็พุ่งลงมาจากชั้นคนดูอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มคนนี้เป็นระดับขุนพลขั้นสูงซึ่งเมื่อเทียบกับต้าหมิงแล้วยังด้อยกว่า แต่ว่าชายหนุ่มนั้นขัดเกลาตัวเองในสังเวียนโลหิตมามากและสังหารคู่ต่อสู้ไปแล้วถึง 10 คนทำให้มีความมั่นใจที่จะเอาชนะเด็กใหม่แบบต้าหมิง

            “ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้แรกให้เจ้าเอง” ชายหนุ่มกล่าว

            “นั่นมันอสูรหมีไม่ใช่เหรอ” เสียงคนดูดังขึ้น

            “หึ เร็วจริงๆนะคงจะรอไม่ใหมที่จะได้เชือดเด็กใหม่แล้วสิ” เสียงเหยียดหยามดังขึ้น

            “ก็ไม่แปลกถึงเด็กใหม่จะมีพลังสูงแต่คงมาจากตระกูชั้นสูงและถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเมื่อได้เจอกับจิตสังหารของพวกเราคงจะต้องกลัวจนตัวสั่นอยู่แล้ว” เสียงเย้ยหยันดังขึ้น

            “ด้วยพลังระดับเจ้าคิดจะท้าทายข้าจริงๆ” ต้าหมิงกล่าว

            “แน่นอน ข้าฉายาอสูรหมีไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับเด็กใหม่อยู่แล้ว” อสูรหมีกล่าว

            ในสังเวียนโลหิตมักจะใช้ฉายาแทนนามของตนเอง ซึ่งเกือบทุกคนก็มีฉายากันและใช่นามนั้นในสังเวียน

            “ย่อมได้” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับดวงตาสีทับทิมส่องสว่าง

            พริบตานั้นเองอสูรมีก็ก้าวออกไปและสร้างฝ่ามือหินออกมา อสูรหมีเป็นจอมเวทย์ธาตุดินและการควบคุมพลังเวทย์ก็ทำได้ดีอย่างมากเช่นกัน ฝ่ามือทั้งสองข้างปรากฎและประกบเข้าหากันหมายจะบดร่างของต้าหมิง

            แต่ในตอนนั้นเองต้าหมิงก็ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมาพร้อมกับเคลื่อนใหวด้วยความเร็วอย่างมากพริบตาเดียวก็พุ่งผ่านร่างของอสูรหมีไป ในตอนนั้นเองผู้คนต่างลุกยืนขึ้นและดวงตาฉายแววหวาดกลัวเพราะตอนนี้ในมือของต้าหมิงมีหัวใจดวงหนึ่งกลังเต้นอยู่

            “เป็น...ไป...ไม่ได้” อสูรหมีกล่าวพร้อมกับเบิกตากว้างก่อนจะสิ้นใจทันที

            ต้าหมิงนั้นหลอมรวมกับปักษาดาบวายุทันทีที่อีกฝ่ายปรากฏตัวและใช้ความเร็วสูงสุดสังหารอีกฝ่าย

            “นี่มันอะไรกัน เขาทำได้อย่างไร” มีชายคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว

            “เดี๋ยวก่อนหน้ากากอันนั้นมันดูคุ้นๆ”

            “ไม่คุ้นแล้วนั่นมันใช่เลย อสูรคลั่ง เจ้านั่นคืออสูรคลั่ง” ผู้คนกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว

            ผู้ดูแลสนามประลองรีบนำศพของผู้แพ้ออกไปทันที ต้าหมิงมองดูแสงสว่างโลหิตจากมือของอสูรหมีลอยเข้าสู้สัญลักษณ์ของตัวเองอย่างช้าๆ ต้าหมิงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายสังหารในร่างของตนเข้มข้นขึ้นมาทันที

            “ต่อไป” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “หึ อสูรคลั่งแล้วยังไงวันนี้ข้าจะสอนให้เจ้ารู้ถึงความน่ากลัวของสังเวียนโลหิตเอง” ในตอนนั้นเองมีชายร่างใหญ่ขึ้นหนึ่งปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพลังที่รุนแรงปะทุ

            “แขนเหล็กงั้นเหรอ เขาคืออันดับ 5 ในรายชื่อคนที่แข็งที่สุดในสนามประลองที่ 1”

            “เห็นได้ชัดว่าอสูรคลั่งอวดดีเกินไป แขนเหล็กเลยต้องการจะสั่งสอนอสูรคลั่ง”

            ต้าหมิงไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครและตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที แขนเหล็กกลายเป็นโกรธที่ต้าหมิงเมินคำกล่าวของตัวเอง

            “ตาย!!!!!!!!!!” แขนเหล็กคำรามและพลังเวทย์เสริมกำลังก็ปะทุ แขนทั้งสองข้างของแขนเหล็กถูกสวมไว้ด้วยเกาะแขนเหล็กสีแดงซึ่งดูแล้วทรงพลังอย่างมาก แน่นอนว่านั่นคืออุปกรณ์เวทระดับสีม่วง

            “นี่เจ้าเสริมพลังมาแล้วงั้นเหรอทำไมถึงได้อืดอาดแบบนี้” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงความเร็วของตนออกไป

            “คิดว่าข้ามองไม่เห็นความเร็วของเจ้างั้นเหรอ” แขนเหล็กคำรามและชกไปที่ด้านหลังทันที แต่พริบตาที่แขนเหล็กชกออกไปยังร่างของต้าหมิงที่อยู่หน้าหลังสีหน้าของแขนเหล็กก็เปลี่ยนไปเพราะร่างของต้าหมิงที่อยู่ด้านหลังเป็นเพียงภาพติดตา ร่างจริงของต้าหมิงค่อยๆปรากฎออกมาอย่างช้าๆที่ด้านข้างของแขนเหล็กพร้อมกับชกหมัดออกไปด้วยกำลังกายทั้งหมดของตัวเอง

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!”

            ภาพที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนปรากฏขึ้นอีกครั้ง หัวของแขนเหล็กระเบิดออกมาทันทีตอนนี้แม้แต่อันดับหนึ่งยังต้องแสดงสีหน้าจริงจังออกมา

            “ต่อไป” ต้าหมิงกล่าว

            ผู้คนหันไปมองคนที่อยู่ในรายชื่ออันดับที่ 4 ถึง 1 แต่กลับไม่มีใครขยับเลยเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครกล้าเสี่ยงไปต่อสู้กับอสูรคลั่งผู้โหดเหี้ยม

            “ความแข็งแกร่งของเขาเป็นของจริง” หมิงเย่ที่มองอยู่ใกลๆกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

            และหยางเซิ่นและกูหลางเองก็อยู่ในสนามประลองที่สามก็แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวออกมาในฐานะของคนที่เคยต่อสู้กับอสูรคลั่งย่อมรับรู้ได้ว่าอสูรคลั่งยังไม่ได้เอาจริงเลยแม้แต่น้อย

            “ไม่มีใครคิดจะประลองต่องั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

            ในตอนแรกผู้คนในสนามประลองในชั้นที่ 1 ต่างพากันมองต้าหมิงไม่ต่างจากหมูบนเขียงแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นหวาดกลัวจนขาสั่น

            “ถ้าไม่มี จะเปิดใช่การบังคับประลอง” เสียงของชายชราดังขึ้น

            “บัดซบแย่แล้ว ถ้าเปิดใช้การบังคับประลองถึงจะเป็นแบบสุ่มแต่มันก็เสี่ยงอยู่ดี”

            “ข้าไม่น่ากลับมาสังเวียนเร็วเกินไปเลยจริงๆ” ผู้คนในสนามประลองที่ 1 พากันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

            “วิ้ง!!!!!!!!”

            ในตอนนั้นเองสนามประลองที่ 1 ก็ปรากฏรัศมีพลังโลหิตปกคลุม การเปิดใช้การบังคับประลองเป็นการบังคับผ่านตราสัญลักษณ์ และในตอนนั้นเองชายคนหนึ่งก็ถูกแสงโลหิตส่องไปที่ตัวและร่างของชายหนุ่มคนนั้นก็ถูกลากขึ้นไปบนสนามประลองทันที

            ใบหน้าของชายหนุ่มซีดเผือดด้วยความกลัวแต่หลังจากได้สติก็ไม่รอช้ารีบกล่าวยอมแพ้ทันที เมื่อชายหนุ่มกล่าวยอมแพ้สัญลักษณ์โลหิตก็ใหลเข้าสู่ร่างของต้าหมิงและชายหนุ่มคนนั้นก็ถูกขับออกจากสังเวียนโลหิตตลอดกาล

             ต่อมาการบังคับการประลองก็ยังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่ต้าหมิงไม่คิดจะหยุดการบังคับประลองก็ยังคงดำเนินต่อไป 5 คน 10 คน 15 คนต้าหมิงสังหารและเอาชนะคู่ต่อสู้อย่างง่ายดายจนกระทั้งที่สุดก็เหลือคนสุดท้ายและบังเอิญคนที่ถูกแสงโลหิตส่องไปถึงตัวกลับเป็นอันดับที่ 1 ของสนามประลองโลหิตในตอนนี้ กู่ไท่

            “ยอดเยี่ยมในที่สุดกู่ไท่ก็ได้ออกโรงเสียที”

            “เจ้าคิดว่ากู่ไท่จะเอาชนะอสูรคลั่งได้จริงๆงั้นเหรอ”

            “นั่นมันก็ไม่แน่ กู่ไท่อยู่จุดสูงสุดของระดับขุนพลมานานอีกก้าวเดียวก็จะกลายเป็นจอมพลแล้วเขาอาจจะเอาชนะอสูรคลั่งได้”

            กู่ไท่ไม่สนใจเสียงของผู้คนที่พูดออกมาก่อนจะมองไปยังต้าหมิงด้วยสีหน้าสงบ

            “เจ้าในตอนนี้ใช้พลังไปกี่ส่วนแล้ว” กู่ไท่กล่าว

            “ 1 ส่วน” ต้าหมิงตอบด้วยสีหน้าสงบ

            “งั้นเหรอ ถ้างั้นข้าขอยอมแพ้” กู่ไท่กล่าวพร้อมกับยิ้มด้วยสีหน้าขมขื่น

            ตลอดการประลองต้าหมิงสังหารคู่ต่อสู้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวซึ่งต่อให้เป็นตัวกู่ไท่ก็ทำไม่ได้ดังนั้นกู่ไท่จึงไม่อยากจะเสี่ยงชีวิตกับสัตว์ประหลาดแบบอสูรคลั่ง

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน