บทที่ 97
..อีกด้านหนึ่ง ณ บริษัทเทียนหลงกรุ๊ป..“พวกคุณเป็นใครกันครับ.. ถ้าไม่ใช่พนักงาน หรือลูกค้าที่มาติดต่อธุรกิจ ทางเราไม่สามารถให้เข้าบริษัทนะครับ..” รปภ.ของบริษัทกล่าวออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะตอนนี้กลุ่มคนจำนวนนับร้อยกำลังยืนเหมือนรออะไรบางอย่างอยู่ที่หน้าบริษัท และท่าทางของแต่ละคนบอกได้ในทันทีว่าเป็นพวกนักเลง“เป็นใครอย่างนั้นเหรอ.. เป็นพ่อของประธานบริษัทอย่างไรล่ะ” ชายคนที่อยู่หน้าสุดเคาะไม้เบสบอลในมือเบาๆ และกล่าวตอบไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นมันก็ไม่รอช้า เร่งหวดอาวุธในมือพุ่งเข้าหน้าของรปภ.ในทันที“โอ๊ยยย!...” รปภ.ที่ทำใจดีสู้เสือผู้กล่าวถามกับพวกนักเลงก่อนหน้านี้ ถูกไม้เบสบอลฟาดจนตัวปลิวกลิ้งกับพื้นอย่างน่าสงสาร และมันไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆอีก ลูกน้องนักเลงที่เหลือเห็นลูกพี่ของพวกมันเปิดให้ก่อนแล้ว มันก็วิ่งเข้าไปรุมรปภ.คนที่เหลืออย่างรวดเร็ว“ใครขวางทางก็ทุบพวกมันทุกตัวซะ!.. อย่าให้นายภาคภูมิต้องผิดหวัง...” หัวหน้านักเลงกล่าว พร้อมกับเดินเข้าบริษัทเทียนหลงกรุ๊ปอย่างเท่ๆ เหล่านักเลงต่างก็วิ่งเข้าไปข้างในตึก และทำลายสิ่งของเป็นว่าเล่น เอกสารทุกแผ่นถูกฉีก คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะถูกทุบจนแตก เรียกได้ว่ามันทำลายทุกอย่างที่อยู่ภายในบริษัทจริงๆ ..ห้องบนสุดของบริษัทเทียนหลงกรุ๊ป..ห้องประธานบริษัทที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ทว่าในเวลานี้มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเลขาประจำตัวของประธานบริษัทได้วิ่งเข้า-ออกเป็นว่าเล่น ปัญหาเรื่องลูกค้า และความสัมพันธ์ต่างๆทางธุรกิจ พวกเขากำลังถูกยกเลิกถี่ๆหลายเจ้า แม้แต่ลูกค้าประจำเองก็ตาม พวกเขาถอนการสั่งซื้ออย่างไม่มีเหตุผล“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่.. ทำไมพวกเขาถึงได้ทำเช่นนี้กับเรา” ประธานบริษัท ‘หลงไห่’ กล่าวอย่างไม่เข้าใจ ในระยะเวลาไม่ถึง 5 นาทีที่ผ่านมาทั้งบริษัทรับจัดหาวัตถุดิบ ทั้งลูกค้ารายใหญ่ ต่างก็ยกเลิกกันเป็นแถวๆ แม้ว่าเขาจะพยายามขอเหตุผลกับทางลูกค้า และบริษัทวัตถุดิบแล้วก็ตาม คำตอบที่เขาได้รับจากทุกคนก็คือ.. ‘เทียนหลงกรุ๊ปเข้าไปยุ่งกับบุคคลที่ไม่สมควรจะยุ่ง’ แน่นอนว่าเขาปวดหัวมาก ทั้งเช้านี้ที่ผ่านมาเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนอกจากประชุม แล้วเขาไปสร้างปัญหาอะไรมันตอนไหนกัน ในระหว่างที่เขากำลังกุมขมับคิดอยู่นั้นเอง เลขาของเขาก็เปิดประตูเข้ามาในห้องอีกรอบหนึ่ง ท่าทางของเธอดูรีบร้อนไม่น้อย..“ท่านประธานคะ สินค้าของเราถูกศุลกากรตรวจสอบทั้งหมดค่ะ.. เออ..” เลขากล่าวอย่างลังเล เหมือนกับไม่มั่นใจว่าจะบอกดีหรือไม่ หลงไห่ที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย..“มีอะไรก็รีบๆบอกมาทีเดียวเลย แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว..” หลงไห่กล่าว เพราะเขากำลังคิดว่าจะหาแหล่งซื้อวัตถุดิบเพื่อทำสินค้าของเขาอย่างไรดี อีกเรื่องหนึ่งคือต้นตอของเรื่องที่ทำให้ลูกค้าของเขาหายไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ และถ้ามันจะมีข่าวร้ายอะไรก็บอกมาให้หมดเลยจะดีกว่า..“เออ..ค่ะ.. คือพวกเขาแจ้งกับเราว่าพบสารเสพติดในตู้คอนเทนเนอร์ของเราที่กำลังจะถูกส่งไปจีนน่ะค่ะ ตอนนี้พวกเขาแจ้งให้กับพวกเราว่าต้องกักสินค้า และตู้ของทางบริษัททุกตู้เพื่อทำการขยายผลต่อไป.. นอกจากนี้ยังมีเรื่อง...” เลขากล่าวปัญหาออกมาทุกเรื่องที่ได้รับแจ้ง ซึ่งมันทำให้หลงไห่ถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว.. ใครกันนะ! ที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้..” หลงไห่เบิกตากว้าง และกล่าวกับตัวเองเบาๆ เพราะมันอาจจะเรียกได้ว่าทุกเรื่องเลยก็เป็นไปได้ที่มันมีปัญหาพร้อมๆกัน สินค้าของเขาที่อยู่ท่าเรือจังหวัดชลบุรีถูกตรวจสอบทั้งหมด และยังพบสารเสพติดที่เขาเองก็ยังไม่รู้เรื่องเลยสักนิดอีกด้วย ไหนจะเหตุการณ์ปล้นรถขนสินค้าของทางบริษัทจากกลุ่มคนปริศนา การจับกุมคนขับรถบรรทุกสินค้าที่วิ่งรับ-ส่งสินค้าของพวกเขาทั่วประเทศพร้อมๆกันในข้อหาเมาแล้วขับ.. เมื่อเชื่อมโยงทุกอย่างเข้ามารวมๆกันแล้ว เขาเข้าใจได้ในทันทีเลยว่าทำไมกลุ่มลูกค้าอีก 60 เปอร์เซ็นต์ถึงยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งซื้อเหมือนเจ้าอื่นๆ มันเป็นเพราะว่าทางบริษัทเทียนหลงจะต้องสูญเสียค่าปรับมหาศาลให้กับพวกเขา เนื่องจากส่งสินค้าล่าช้าไม่ตรงระยะเวลากำหนดในสัญญา มันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าบังเอิญเกินไป ถ้าจะมองในมุมมองนั้น และมันจะต้องเป็นฝีมือของใครสักคน และใครคนนั้นจะต้องมีอำนาจระดับประเทศอย่างแน่นอน..“ทางกรมกระทรวงพลังงานยื่นหนังสือมาเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบของทางเรามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่ะ.. ทางกรมสรรพากรพบว่าการเสียภาษีของทางบริษัทมีปัญหาในเมื่อปีที่ผ่าน ขอให้ท่านประธานชี้แจ้งค่ะ.. กรมสาธารณสุขยื่นหนังสือร้องเรียนมลพิษที่อาจจะส่งผลต่อพนักงานของเราค่ะ.. กรมแรงงานยื่นหนังสือร้องเรียนในเรื่องค่าแรงงานของพนักงานในบริษัท...กรม...”เลขายืนอ่านทั้งวันมันก็คาดว่าอาจจะยังไม่หมด และเธอก็กำลังอ่านปัญหาที่ถูกส่งผ่านมาทางอีเมลเป็นรายวินาที เรียกได้ว่าอีเมลเด้งรัวๆผ่านจอแท็บเล็ตเลยก็ว่าได้ มันจึงทำให้หลงไห่ยิ่งมั่นใจกว่าเดิมว่าเขากำลังโดนกลั่นแกล้ง และถูกโจมตีจากใครบางคนอยู่..“พอแล้ว.. เธอออกไปก่อน!..” หลงไห่กล่าวสั่งกับเลขาก่อนจะนั่งกุมขมับอย่างอับจนหนทาง และไม่ว่าเขาจะคิดสักเท่าไร เขาก็ยังคงได้คำตอบเดิม คือเขาไม่รู้ว่าเขาไปมีเรื่องกับใคร เลขาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ก้มหัว และก้าวเท้าเดินจากไป ปล่อยให้ท่านประธานได้คิดอะไรของเขาไป.. หลงไห่อับจนหนทาง อย่างแรกที่เขาต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมดนี้ เขาจะได้จัดการให้ถูกวิธี เพื่อไม่ให้บริษัทที่บรรพบุรุษสร้างมาด้วยแรงเหงื่อ และแรงกายต้องล่มสลายในวันนี้ และสิ่งที่เขาคิดได้มีอย่างคนหนึ่งที่สามารถให้คำตอบเขาได้.. นายหญิงแห่งตระกูล ‘โรจนรัตติกุล’ ตระกูลยิ่งใหญ่แห่งเมืองหลวง เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ กดสายต่อตรงไปถึงท่านหญิงทันที..“สวัสดีขอรับท่านพ่อบ้านใหญ่.. ตอนนี้ผมกำลังเดือดร้อน และมีเรื่องจะขอร้องกับคุณหญิงท่านน่ะขอรับ ได้โปรดกรุณาให้กระผมได้คุยกับท่านหญิงด้วยเถอะขอรับ” หลงไห่กล่าวออกมาอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อีกฝ่ายแม้จะเป็นพ่อบ้าน แต่ชายคนนั้นสามารถเหยียบเขาให้จมดินได้ในพริบตา“เรื่องที่คุณกำลังพบเจอ.. ท่านหญิงของเราไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยว หรือสร้างปัญหาเอาไว้ก็ควรจะแก้ไขเอาเอง..” พ่อบ้านกล่าวตอบกลับอย่างไม่ไยดีกับหลงไห่ ถึงแม้ว่าบริษัทของมันจะมีค่า แต่สูญเสียไปมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อีกอย่างตระกูลสุวรรณภูมิก็ยังคงทำงานเร็วเสมอ ส่งทูตมาเจรจากับท่านหญิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ช่วยกระผมด้วยเถอะขอรับ.. กระผมสัญญาว่าจะไม่ลืมบุญในครั้งนี้เลยขอรับ สินค้าที่ผลิตได้ เราจะส่งให้กับทางตระกูลท่านในราคาทุนเลยก็ได้ขอรับ.. ได้โปรดช่วยเหลือกระผมสักครั้งเถอะขอรับ..” หลงไห่กล่าวขอร้องทั้งน้ำตา และเขาก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะร้องขอให้ใครเป็นคนช่วยอีก ถ้าท่านหญิงกล่าวปฏิเสธ.. เสียงจากปลายสายที่ดังออกมาผ่านลำโพงมันช่างเรียกร้องให้ท่านหญิงสนใจที่จะลงไปเล่นด้วยตัวเอง นานๆทีจะมีเรื่องให้สนุกพักผ่อนจิตใจบ้างอย่างนี้ มันช่างหาได้ยากจริงๆ เธอหยิบโทรศัพท์ของพ่อบ้าน และคิดจะพูดด้วยตัวเอง และสีหน้าในตอนนี้ของเธอดูสนุกเอามากๆ“สวัสดีค่ะคุณหลงไห่.. ฉันต้องขอถามสักหน่อยว่าถ้าดิฉันช่วยเหลือคุณในครั้งนี้ พวกเราจะได้อะไรอย่างนั้นเหรอ คงไม่บอกว่าจะส่งสินค้าในราคาทุนหรอกนะคะ เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้นข้อเสนอของอีกฝ่ายยังจะน่าสนใจมากกว่าหลายเท่าตัวมาก..” ท่านหญิง ‘ภิญญาพัชญ์’ หรือชื่อที่บุคคลที่สนิทๆจะเรียกคือ ท่านหญิง ‘พิญช์’ (ออกเสียง พิษ) อายุของเธอดูไม่เกิน 30 ปีเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเธอได้ชื่อว่า ผู้นำตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงที่อายุน้อยที่สุด และแม้ว่าเธอจะอายุเพียงเท่านั้น แต่ความฉลาดของเธอเรียกว่าได้อัจฉริยะ จบปริญญาเอกจากเมืองนอกตั้งแต่อายุ 17 ปี การเมืองการบริหารของเธอไม่ได้ทำให้ตระกูล ‘โรจนรัตติกุล’ ของเธอเสียหน้าเลยสักครั้งเดียว “ท่านหญิงขอรับ.. ไม่ว่าท่านหญิงต้องการอะไร ผมสามารถจัดหาให้ได้ทุกอย่างขอรับ ขอเพียงท่านหญิงช่วยเหลือกระผม” หลงไห่กล่าว ตระกูลหลงของเขานั้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นคู่ค้า และได้รับการสนับสนุนหลายต่อหลายครั้งกับตระกูลโรจนรัตติกุลทั้งในอดีต และปัจจุบัน เรียกได้ว่าพึ่งพากันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หรือจะใช้คำว่า ‘พันธมิตรทางการค้า’ ก็ไม่ผิด“ไม่ว่าอะไรอย่างนั้นเหรอคะ.. ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกเงื่อนไขศัตรูของคุณที่เขาส่งมาก่อนก็แล้วกัน.. เขาเสนอยกบริษัทของคุณให้กับฉัน โดยที่ไม่จำเป็นต้องสูญเสียเงินแม้แต่บาทเดียว อีกอย่างวัตถุดิบสำหรับการผลิตที่จะส่งมา เป็นราคาต้นทุนในระยะเวลากว่า 3 เดือน.. คุณหลงไห่ เมื่อคุณได้ยินเช่นนี้แล้ว คุณจะเสนออะไรให้กับฉันอย่างนั้นเหรอคะ..”ท่านหญิงพิญช์กล่าวด้วยรอยยิ้ม การแกล้งทำลายความหวังของอีกฝ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้น เป็นอะไรที่เธอนั้นชื่นชอบมากที่สุดแล้ว และด้วยคำตอบนั้นของท่านหญิง มันยิ่งทำให้หลงไห่ถึงกับช็อกไปเลย นอกจากศัตรูคนดังกล่าวจะต้องการให้ตระกูลของเขารับผลกระทบจนล้มละลายแล้ว เขายังต้องการเทคโอเวอร์ไปอีก..“..ฉันบอกเอาไว้ก่อนเลยนะคะ ว่าฉันเองก็ไม่อยากจะมีปัญหากับศัตรูของคุณ.. และถ้าคุณยื่นข้อเสนอที่ต่ำกว่า หรือเทียบเท่าพวกเขา ฉันก็คงจะต้องขอกล่าวปฏิเสธเช่นกัน.. หวังว่าคุณหลงไห่จะเข้าใจนะคะ..” หญิงพิญช์กล่าวราวกับมีดที่มันถูกแทงเข้ามาที่หัวใจของหลงไห่ ตอนนี้เขาอยากจะกระโดดตึกตายเสียให้ได้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะมอบสิ่งใดให้ท่านหญิงเพื่อเป็นการตอบแทนดี หรืออาจจะเรียกได้ว่าเขาไม่มีสิ่งใดที่จะมอบให้เสียมากกว่า ไม่ว่าทางไหนเขาก็ต้องสูญเสียบริษัทอย่างนั้นเหรอ มันช่างเป็นอะไรที่บีบรัดหัวใจจริงๆ อีกอย่างท่านหญิงเองก็ยังได้กล่าวชัดถ้อยชัดคำว่าท่านหญิงไม่ต้องการมีปัญหากับศัตรูของเขา นั่นก็หมายความว่าอีกฝ่ายก็น่าจะอยู่ในระดับใกล้กับท่านหญิงหรือมากกว่าเท่านั้น และเขาก็สงสัยว่าเขาไปมีปัญหาหรือสร้างความไม่พอใจให้กับพวกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่“กระผมไม่มีสิ่งใดที่มีค่ามากพอจะมอบให้ท่านหญิงขอรับ.. แต่มันจะเป็นพระคุณมาก ถ้าท่านหญิงจะกรุณาบอกกับกระผมว่า กระผมนั้นกำลังต่อกรอยู่กับผู้ใด หรือตระกูลไหน..” หลงไห่กล่าว ท่านหญิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหัวเราะออกมาในทันที..“..ฮ่าๆๆ คุณยังไม่รู้อีกอย่างนั้นเหรอคะว่าศัตรูของคุณคือใคร.. ช่างน่าสงสารจริงๆ ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกให้เอาบุญ.. บุคคลที่คุณกำลังมีปัญหาด้วยนั้นมีนามว่า ภาวิน.. หม่อมหลวงภาวิน ณ สุวรรณภูมิ..ยังไงล่ะ”