เสียงระฆังยามเย็นของโรงเรียนยุทธ์มรณะดังกังวานไปทั่วเทือกเขาจันทราโลหิต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มแก่สาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องดำของหอพักศิษย์รับใช้ เยี่ยฉินนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้แคบๆ ภายในห้องพักที่ซอมซ่อ เขาััได้ถึงกลิ่นอายของฝุ่นและเชื้อรา แต่นั่นไม่ได้ทำให้สมาธิของเขาไขว้เขวแม้แต่น้อย
หลินเสี่ยวรู่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ท่าทางของนางดูประหม่าและระแวดระวัง "ท่าน... ท่านช่วยข้าไว้ในป่าอสูร ข้ายังไม่ได้ถามชื่อท่านเลย"
เยี่ยฉินลืมตาขึ้นช้าๆ วงแหวนสีทองหม่นในดวงตาเลือนหายไป "เรียกข้าว่า 'ฉิน' ก็พอ และไม่ต้องกังวลเื่การล้างแค้นของเ้า ข้าจะสอนวิธีที่ทำให้วิหารเทพต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความตายจากเ้าเอง"
นางพยักหน้าอย่างหนักแน่น ความเชื่อมั่นที่มีต่อเด็กหนุ่มลึกลับคนนี้เพิ่มขึ้นอย่างประหลาด "พรุ่งนี้คือวันแรกที่เราจะได้เข้าสู่ 'หอตำราอสูร' เพื่อเลือกวิชาพื้นฐาน ท่านมีแผนการอะไรหรือไม่?"
"มีสิ..." เยี่ยฉินยกยิ้มที่มุมปาก "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อวิชาพื้นฐานพวกนั้นหรอก"
เช้าวันต่อมา เหล่าศิษย์ใหม่รวมตัวกันที่หน้าหอตำราอสูร ซึ่งเป็อาคารแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินศิลาทมิฬ ซ่งเจี้ยนในชุดศิษย์ฝ่ายในสีขาวสะอาดตาเดินกรีดกรายเข้ามาพร้อมกับสมุนของมัน
"อ้าว! ไอ้ขยะที่รอดตายมาได้นี่นา" ซ่งเจี้ยนถ่มน้ำลายลงบนพื้น "วันนี้ศิษย์รับใช้อย่างพวกเ้าได้รับอนุญาตให้เข้าแค่ชั้นที่หนึ่งเท่านั้นนะ อย่าได้ริอ่านเดินขึ้นชั้นบนเชียวล่ะ เพราะนั่นเป็ที่ของผู้มีพร์อย่างข้า"
เยี่ยฉินเดินผ่านซ่งเจี้ยนไปราวกับธาตุอากาศ ความเ็าของเขาทำเอาซ่งเจี้ยนหน้าแดงด้วยความโกรธ "เ้า! กล้าเมินข้าเหรอ!"
ซ่งเจี้ยนพุ่งเข้าหาเยี่ยฉินหมายจะกระชากคอเสื้อ ทว่าในจังหวะที่มือของมันจะถึงตัวเยี่ยฉิน พลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นกลับทำให้เท้าของซ่งเจี้ยนสะดุดก้อนหินเล็กๆ จนล้มคว่ำหน้าคะมำลงกับพื้นอย่างน่าอนาถ
"อุ๊บ!" ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพยายามกลั้นหัวเราะ
"แก! แกทำอะไรข้า!" ซ่งเจี้ยนลุกขึ้นมาคำราม แต่เยี่ยฉินเดินเข้าไปในหอตำราเรียบร้อยแล้ว โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
ภายในหอตำราชั้นที่หนึ่งเต็มไปด้วยคัมภีร์ยุทธ์ระดับมนุษย์และแก่นแท้ขั้นต้น เยี่ยฉินเดินผ่านชั้นหนังสือเ่าั้อย่างไม่ใยดี เขาเอามือไปแตะที่เสาหินใจกลางอาคาร ซึ่งสลักลวดลายอสูรโบราณไว้
‘สัญลักษณ์ัคาบแก้ว... จุดที่ข้าเคยฝัง "กุญแจเนตรสัจจะ" ไว้เมื่อห้าร้อยปีก่อน’
เขาใช้ ภูตแกนกลางกาลเวลา หมุนย้อนเวลาเฉพาะจุดที่ผิวััของเสาหิน ทันใดนั้น หินที่ดูแข็งแกร่งกลับกลายเป็ดินเหนียวอ่อนนุ่ม เยี่ยฉินล้วงมือเข้าไปและดึงเอาแผ่นหยกสีขาวนวลที่มีรูปร่างเหมือนดวงตามนุษย์ออกมา
หยกชิ้นนี้คือ "เนตรสัจจะ" มันไม่ใช่ดวงตาที่ใช้มองเห็นสิ่งของ แต่เป็ดวงตาที่ใช้มองเห็น "จุดอ่อนของวิชา" และ "ความจริงของพลังปราณ" ใครก็ตามที่มัน จะสามารถมองทะลุภาพมายาและทำลายค่ายกลได้ทุกชนิด
เยี่ยฉินกดแผ่นหยกเข้าที่กลางหน้าผากของตนเอง แสงสีขาวบริสุทธิ์ะเิออกมาในมิติจิติญญา ความเ็ปจากการหลอมรวมอวัยวะพิเศษทำให้เขารู้สึกเหมือนกะโหลกศีรษะกำลังจะแยกออก แต่เขาก็สยบมันลงด้วยปราณันิรันดร์
วูมมมม!
เมื่อเขาลืมตาขึ้น โลกในสายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้เห็นเพียงแค่ชั้นหนังสือหรือคนเดินไปมา แต่เขาเห็น "เส้นด้ายพลังงาน" ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของทุกคน เขามองเห็นว่าซ่งเจี้ยนมีจุดอ่อนที่เส้นชีพจรขาซ้าย และเขามองเห็นว่าหอตำราแห่งนี้มีค่ายกลสังหารซ่อนอยู่ชั้นบนสุด
"ดีมาก... ด้วยเนตรนี้ ข้าจะมองเห็นช่องโหว่ของวิหารเทพทั้งหมด"
"ใครกันที่กล้าใช้พลังิญญารุนแรงในหอตำรา!" เสียงตะคอกของชายแก่หลังค่อมคนหนึ่งดังขึ้น เขาคือ "ผู้าุโม่อ" ผู้คุมหอตำราที่มีระดับ ราชันย์นภา ขั้นที่ 4
ผู้าุโม่อเดินตรงมาที่เยี่ยฉิน สายตาแหลมคมของเขาพยายามจ้องมองทะลุตัวเด็กหนุ่ม แต่เยี่ยฉินใช้เนตรสัจจะประสานกับภูตความทรงจำ สร้างภาพจำลองของศิษย์รับใช้ที่กำลังพยายามฝึกวิชาจนลมปราณตีกลับได้อย่างแเี
"ข้าน้อยขออภัยท่านผู้าุโ ข้าน้อยเพียงแค่ตื่นเต้นที่ได้เห็นคัมภีร์ระดับมนุษย์จนควบคุมปราณไม่อยู่" เยี่ยฉินก้มหัวลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็สั่นกลัว
ผู้าุโม่อหรี่ตาลง ััถึงความผิดปกติบางอย่างแต่กลับหาไม่เจอ "หึ... พวกขยะมักจะมีพลังที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้แหละ ไปซะ! อย่าให้ข้าเห็นเ้าทำความวุ่นวายอีก"
เยี่ยฉินเดินออกมาหาหลินเสี่ยวรู่ที่รออยู่ด้านนอก เขาหยิบคัมภีร์ "เงาสังหารนิลกาฬ" ที่เขาแอบ "แก้ไข" จุดอ่อนด้วยเนตรสัจจะยื่นให้นาง
"ฝึกวิชานี้ซะ ถึงมันเป็วิชาระดับมนุษย์ในสายตาคนอื่น แต่ข้าได้แก้เส้นทางเดินปราณให้มันเทียบเท่าระดับปฐีแล้ว" เยี่ยฉินกระซิบ "ภายในหนึ่งเดือน เ้าจะต้องบรรลุระดับแก่นแท้มนุษย์ ขั้นที่ 9 ให้ได้"
หลินเสี่ยวรู่รับคัมภีร์มาด้วยมือที่สั่นเทา นางััได้ถึงพลังที่แฝงอยู่ในตัวอักษร "ขอบพระคุณนายท่าน... ฉิน"
ในขณะที่เยี่ยฉินกำลังวางรากฐานในโรงเรียนยุทธ์มรณะ ข่าวจากนครหลวงเทียนเทียนก็เริ่มแพร่กระจายไปทั่ว หุ่นเชิดเทียนกงได้ทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม วิหารเทพตอนนี้เชื่อสนิทใจว่าเยี่ยฉินตายไปแล้ว และพวกมันกำลังเตรียมจัดการประมูล "ศิลาิญญาา" ที่พวกมัน (อ้างว่า) ยึดคืนมาได้ เพื่อล่อให้พวกที่เหลือของตระกูลไป๋หรือพันธมิตรของเยี่ยฉินปรากฏตัว
เยี่ยฉินนั่งอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ มองดูนกอินทรีสื่อสารที่บินผ่านไป
‘พวกเ้าจะประมูลของปลอมที่ข้าสร้างขึ้นรึ? น่าสนุกดีนี่... ข้าจะรอให้ถึงวันประมูล แล้วข้าจะไปปรากฏตัวในฐานะ "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ" ที่จะทำลายวันอันแสนสุขของพวกเ้าเอง’
ความจริงที่ถูกมองเห็นเพียงผู้เดียว คืออำนาจที่ไร้เทียมทานที่สุด จอมมารได้ดวงตาที่มองทะลุทุกสิ่งมาแล้ว และโรงเรียนอสูรแห่งนี้จะเป็เพียงสนามเด็กเล่นที่เขาจะใช้ขัดเกลาหุ่นเชิดของเขาให้กลายเป็มีด
สั้นที่พร้อมจะแทงทะลุหัวใจของวิหารเทพ