ฤดูหนาวของมณฑลเฮยอุณหภูมิมักจะติดลบอยู่ที่สิบกว่าองศาบนพื้นเต็มไปด้วยแผ่นน้ำแข็งบาง หากทักษะการขี่จักรยานไม่ดีพอ และล้อจักรยานลื่นไถลอีกสักหน่อยรถก็จะล้มเอาได้ง่ายๆ
โดยเฉพาะ่เวลาพลบค่ำที่แสงสว่างตามท้องถนนมืดสลัวเพราะทัศนียภาพที่ถูกจำกัด ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
มิหนำซ้ำสวีหว่านหนิงนั้นยังต้องวางกล่องพัสดุใบใหญ่เอาไว้ด้านหน้าตัวเองตอนขี่จักรยานอีกด้วย
กล่องพัสดุไม่หนักแต่กินพื้นที่เป็อย่างมาก ถือเป็อุปสรรคในการขับขี่ของเธอ
ด้วยเหตุนี้เธอจึงรถล้มถึงสามครั้งหลังปฏิเสธความช่วยเหลือจากหลินอันไปสองรอบสุดท้ายสวีหว่านหนิงก็ต้องยอมประนีประนอม ด้วยการเป็ฝ่ายขอร้องหลินอัน
“ถ้าไม่อย่างนั้นคุณช่วยขนกล่องพัสดุแทนฉันทีสิ”
เพราะเหมือนกำลังตบหน้าตัวเองสวีหว่านหนิงจึงแก้มแดงระเรื่อ โชคดีที่ฟ้ามืดแล้วมิเช่นนั้นเธอคงแทบเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
สวีหว่านหนิงเตรียมใจรับมือกับความปากจัดของหลินอันแล้วแต่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่เอ่ยอะไรสักคำ เขายกกล่องพัสดุไปวางไว้ด้านหน้าแล้วหยิบไฟฉายออกมา
“แกะยางรัดผมของเธอมาใช้หน่อยได้ไหม”
สวีหว่านหนิงไม่รอช้าเธอแกะยางมัดผมยื่นให้กับหลินอัน
หลินอันใช้ยางมัดผมมัดไฟฉายเอาไว้ที่มือจับของจักรยาน
“ขี่ตามแสงไฟฉายคอยตามหลังฉันอย่างระมัดระวัง”
“ได้”
เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหลินอันแล้วการเดินทางจึงราบรื่นขึ้นไม่น้อย
สวีหว่านหนิงขี่จักรยานตามหลังหลินอันมองแผ่นหลังกว้างของเขาแล้วรู้สึกอุ่นใจ
ถ้าหลินอันไม่ได้ครองคู่กับนางเอกเธอก็อยากจะลอง ‘แต่งก่อนรักทีหลัง’ กับเขาดูสักครั้ง
หนึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสองคนก็มาถึงหน้าสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่
สวีหว่านหนิงเพิ่งเข็นรถจักรยานเข้าประตูมาก็ได้ยินเสียงถกเถียงของใครหลายคนดังออกมาจากในสำนักงาน
นักบัญชีสวีนวดขมับพลางอธิบายอย่างอ่อนแรงว่า “หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านพวกคุณสองคนเลิกทะเลาะกันก่อนเถอะครับเื่นี้จะตกมาถึงหมู่บ้านต้าเจียงของพวกเราหรือเปล่าก็ยังไม่แน่!”
“ไม่มีอะไรไม่แน่นอนไม่ว่าอย่างไรมันก็จะต้องถูกสั่งลงมา!”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีคำว่าแต่!นี่คือโอกาสงามที่หาได้ยากนักไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็จะต้องคว้ามาให้ได้!”
นักบัญชีสวีทำหน้าอ่อนใจ
ตอนนี้หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านดันสามัคคีกันเถียงเขาแทน!
นักบัญชีสวีถอนหายใจ
หางตาของเขาเหลือบไปเห็นสวีหว่านหนิงที่เข็นจักรยานมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องพอดี
ตาของเขาเป็ประกายในชั่วพริบตา
“หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ให้สวีจือชิงลองดูดีไหมครับ”
สวีหว่านหนิงได้ยินประโยคนี้พอดีจึงใช้นิ้วชี้มาที่ปลายจมูกของตัวเอง“ฉันเหรอคะ?”
หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านสบตากันทั้งสองคนพากันชักชวนสวีหว่านหนิงให้เข้ามาในห้อง
สวีหว่านหนิงเดินเหมือนหุ่นกระบอกจนกระทั่งทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ เธอก็ยังอยู่ในสภาพจับต้นชนปลายไม่ถูก
เธอก็แค่มาคืนจักรยานทำไมเ้าหน้าที่รัฐสามคนกลับทำท่าเหมือนอยากจะปรึกษาเื่ใหญ่ระดับประเทศกับเธอ
“หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ผู้ใหญ่บ้าน นักบัญชีสวี มีอะไรให้ฉันช่วยเหรอคะ”
นักบัญชีสวีเห็นหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านไม่มีทีท่าจะปริปากเขาจึงถามว่า “สวีจือชิง คุณมาจากปักกิ่งใช่ไหมถ้าอย่างนั้นคุณทำอาหารปักกิ่งเป็หรือเปล่า ทำอาหารรสชาติดั้งเดิมที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ร่างเดิมทำไม่เป็แต่เธอทำเป็!
ไม่ใช่แค่อาหารตะวันตกอาหารจีนแปดตระกูลใหญ่ รวมถึงอาหารขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่ เธอทำเป็ทั้งนั้น
เธอเป็ถึงสตรีผู้ทำอาหารจัดเลี้ยงเต็มโต๊ะได้ด้วยตัวคนเดียวเชียวนะ!
แต่สวีหว่านหนิงคงไม่เผยไต๋ตัวเองง่ายๆเธอจึงพูดอย่างถ่อมตัวว่า “พอทำได้นิดหน่อยค่ะ”
“เยี่ยมไปเลย!” นักบัญชีสวีถูมืออย่างหมายมั่น “คุณพอจะสอนพ่อครัวลู่จากร้านอาหารรัฐได้ไหมฉันจะจ่ายค่าจ้างให้เต็มจำนวน!”
สวีหว่านหนิงเม้มปาก“ที่จริงให้ฉันทำเองก็ได้นะคะ”
พอเป็เื่เกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของตนเธอก็อยากจะมีส่วนร่วม
อีกอย่างเท่าที่ฟังเ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าของหมู่บ้านสามคนนี้พูดมาท่าทางพวกเขาจะต้องต้อนรับคนใหญ่คนโต เธอไม่คิดจะโผล่หน้าออกไปแต่ถ้าได้รับการยอมรับด้านฝีมือการทำอาหารจากคนใหญ่คนโตไม่แน่อนาคตมันอาจจะกลายเป็เส้นสายที่เธอใช้งานได้
“นี่มัน...” นักบัญชีสวีไม่มีอำนาจตัดสินใจ เขาจึงหันไปมองหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่และผู้ใหญ่บ้าน
บ้านของผู้ใหญ่บ้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลหลินเขาเคยได้กลิ่นหอมตอนสวีหว่านหนิงทำอาหารหลายครั้งแล้วกลิ่นนั้นยั่วน้ำลายกว่าอาหารที่พ่อครัวของร้านอาหารรัฐทำเสียอีก
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพูดกับหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ว่า“ผมว่าได้!”
“เอาอย่างนี้แล้วกันฉันจะอธิบายสถานการณ์ให้ฟังก่อนจะมีหัวหน้ามาจากปักกิ่งหลายคนเพื่อมาดูงานที่มณฑลเฮยท้ายที่สุดก็ตัดสินใจเลือกดูงานที่ชุมชนของพวกเรา ฉันกับหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่พยายามประสานงานกับทางเทศบาลอยู่นานกว่าจะโน้มน้าวให้เ้าหน้าที่ระดับสูงมาดูงานที่หมู่บ้านต้าเจียงของพวกเราได้สำเร็จ”
“สวีจือชิงคุณจะหัวเราะเยาะผมก็ไม่เป็ไร แต่คนบ้านนอกอย่างพวกเราแม้จะไม่พิถีพิถันเื่อาหารการกิน ขอแค่กินอิ่มท้องก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีผู้หลักผู้ใหญ่เดินทางมาดูงานก็คงปล่อยให้พวกเขากินเนื้อหมูกับบะหมี่ง่ายๆ ไม่ได้จริงไหมเพราะฉะนั้นเื่อาหารการกินจึงต้องใส่ใจเป็พิเศษ”
หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่เงียบไปชั่วอึดใจแล้วเสริมว่า “ผมอธิบายรายละเอียดให้คุณฟังได้ที่พวกเขามาดูงานคราวนี้เกี่ยวข้องกับเื่การบริโภคอาหาร เพราะฉะนั้นสวีจือชิงภารกิจต้อนรับครั้งนี้สำคัญเป็อย่างยิ่ง ผมคงต้องเตือนเอาไว้ล่วงหน้าว่าหากอาหารที่คุณเตรียมไว้ไม่สามารถทำให้พวกท่านพึงพอใจและส่งผลให้การดูงานครั้งนี้ล้มเหลว ผมคงต้องถามหาความรับผิดชอบจากคุณ”
หลังหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่พูดจบก็รับรู้ได้ว่าน้ำเสียงของตนออกจะเข้มงวดเกินไป เขาจึงพูดต่อว่า “แน่นอนว่าคุณอย่าได้กดดันจนเกินไปพยายามทำให้เต็มที่ก็พอ”
สมองของสวีหว่านหนิงประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำเื่รายละเอียดในนิยาย
อาจเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเส้นเื่ของพระนางโดยตรงนิยายจึงไม่ได้บรรยายเื่นี้เอาไว้
ไม่สิ...
ในนิยายบอกว่าครึ่งปีหลังหรือก็คือ่ฤดูร้อนของปี 1978 หมู่บ้านต้าเจียงก่อตั้งสถานีแปรรูปอาหารแห่งหนึ่งขึ้นมาเพราะเป็งานที่สบาย และทำให้ทุกคนได้กินอาหารเหมือนกับคนในเมืองหลายคนจึงพยายามหาวิธีแย่งชิงกันเข้าทำงานที่นั่น
และเพราะว่านางเอกเรียนจบชั้นมัธยมปลายเธอจึงได้รับเลือกให้เข้าไปทำงานในนั้นเป็กลุ่มแรกนอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแล้ว เธอยังเก็บสะสมเงินเดือนเอาไว้ทุกครั้งเวลาหลินอันกลับหมู่บ้านมาอย่างเหนื่อยล้าเธอมักจะซื้อธัญญาหารและเนื้อสัตว์มากมายมาทำอาหารเพื่อบำรุงร่างกายเขา
และความสัมพันธ์ของพระนางพัฒนาขึ้นอย่างช้าๆเพราะสาเหตุนี้
หากไม่มีเื่ไม่คาดฝันครั้งนี้ที่เ้าหน้าที่ระดับสูงจากปักกิ่งมาดูงานน่าจะเป็เพราะเื่สถานีแปรรูปอาหาร
หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่พูดถูกหากเื่นี้ประสบความสำเร็จ ชีวิตของชาวบ้านหมู่บ้านต้าเจียงจะดีขึ้นมาก
ไม่ว่าจะมองจากมุมใดเธอก็จะต้องทำงานนี้ให้ประสบความสำเร็จ
“หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ผู้ใหญ่บ้าน วางใจได้ค่ะ ฉันรับประกันว่าจะทุ่มฝีมือทำอาหารอย่างเต็มที่แต่ก่อนหน้านั้นพวกคุณสองคนคงต้องออกแรงสักหน่อย ช่วยสืบทีสิคะว่ากลุ่มคณะดูงานพวกเขาชอบทานอาหารอะไรหรือไม่ก็มีอาหารประเภทไหนที่พวกเขาไม่ทานหรือเปล่า”
“สวีจือชิงละเอียดรอบคอบจริงๆถึงได้คิดถึงจุดนี้ด้วย วางใจได้ พรุ่งนี้พวกเราจะไปสืบให้”
“สวีจือชิงเื่นี้คงต้องมอบหมายให้คุณแล้ว คุณจะต้องตั้งใจทำให้ดีล่ะ!”
“อีกสามวันคณะดูงานจะมาถึงหมู่บ้านต้าเจียงไม่กี่วันนี้คุณลองคิดดูว่าจะทำอาหารอะไรบ้าง และทดลองทำดูที่บ้านไปก่อนก็ได้แน่นอนว่าวัตถุดิบที่ใช้ฝึกทำอาหาร ทางฝ่ายคณะใหญ่จะเป็ผู้รับผิดชอบเอง! คุณไม่ต้องกังวล!”