ด้านหลังฝูงชนมีชายแต่งกายธรรมดาสองคนยืนมองเหตุการณ์ที่ชายชุดดำถูกฮัสกี้ ‘ย่ำยี’ด้วยสีหน้าตกตะลึงอยู่พักหนึ่ง
ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าทำสีหน้าประหลาดแล้วหันไปพูดกับชายวัยกลางคนว่า “หัวหน้า…เราจะลงมือเลยไหมครับ”
ชายวัยกลางคนที่มองฮัสกี้หยุดขย้ำเพราะเหมือนจะเล่นพอแล้วดูฉงนเล็กน้อยพอได้ยินคำถามก็ละสายตา กวาดมองรอบๆ ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า “จัดการ!!”
ว่าแล้ว เขาก็เบียดฝูงชนเดินตรงเข้าไปทันที
ผู้คนยังมัวตื่นตะลึงกับความโกลาหลที่ฮัสกี้ก่อขึ้นแต่แล้วชายวัยกลางคนก็พรวดออกมาจากกลุ่มฝูงชนเขาก้าวฉับไปถึงชายชุดดำที่ยังไม่หายช็อกแล้วใช้ท่าจับกุมกดอีกฝ่ายลงกับพื้นอย่างรวดเร็วก่อนดึงกุญแจมือจากเอวขึ้นมาล็อกไว้แน่นหนา
“อ๊าก!! แก…ทำบ้าอะไรของแก!!”
ชายชุดดำตกใจสุดขีด
ฝูงชนรอบข้างก็ฮือฮา งงงันไม่เข้าใจ
“อย่าขยับ! นอนนิ่งๆ ซะ!” ชายวัยกลางคนกดเขาแนบกับพื้นมืออีกข้างล้วงบัตรจากกระเป๋าเสื้อชูขึ้นให้คนรอบๆ เห็น “ไม่ต้องตกใจ!ฉันคือเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ กองปราบลักเล็กขโมยน้อย สน.ถนนใต้!จับกุมหัวขโมย!!”
ฝูงชนพลันร้องอ๋อ พากันวิจารณ์เซ็งแซ่
ทันใดนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ผู้คนแตกแถวออกไป
ชายเสื้อแจ็กเก็ตที่คอยดูต้นทางพยายามจะหนีแต่ถูกชายหนุ่มอีกคนพุ่งเข้าล็อกกดลงพื้น พร้อมใส่กุญแจมือเรียบร้อย
ชายหนุ่มคนนั้นก็ชูบัตรแสดงตนเช่นกัน พลางบอกเสียงดัง“ทุกคนไม่ต้องกลัว! ผมก็เป็นตำรวจ!”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตามจุดต่างๆของตลาดสดก็เกิดเสียงอุทานดังขึ้นพร้อมๆ กันเป็นคนในชุดนอกเครื่องแบบที่โผล่มาควบคุมตัวคนร้ายหลายรายกดลงกับพื้นแล้วจับกุมอย่างรวดเร็ว
แท้จริงแล้วหน่วยปราบลักเล็กขโมยน้อยได้ซุ่มปฏิบัติการอยู่ที่นี่มานานแล้วเพื่อกวาดล้างแก๊งหัวขโมยที่เฝ้าติดตามมานาน และตอนนี้ก็รวบได้ทั้งหมดในคราวเดียว
เมื่อฝูงชนรู้ความจริง ต่างก็พากันปรบมือด้วยความสะใจ
สวี่มั่วยังอดประหลาดใจไม่ได้ แต่เมื่อเห็นหัวขโมยถูกจับไปแล้วเขาก็คลายโทสะ หันหลังกลับมายืนข้างจ้าวลี่อิ่ง
จ้าวลี่อิ่งรีบคว้าสายจูงกลับมา จ้องฮัสกี้อย่างโมโห “มั่วมั่ว!บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่งพล่าน! ห้ามกัดคน! แต่ละทีแกไม่เคยฟังเลยนะ!ทำฉันโมโหมาก! ถ้าเป็นแบบนี้อีก ต่อไปฉันจะไม่พาแกออกมาแล้วจริงๆ!!”
สวี่มั่วทำเป็นไม่ได้ยิน ส่ายหัวพลางชะเง้อมองไปรอบๆพอเหลือบไปทางตรอกเล็กๆ ไม่ไกลก็ชะงักเล็กน้อย เห็นเงาคนสองคนแอบมุดเข้าไปในนั้น
เขามองไปทางตำรวจนอกเครื่องแบบวัยกลางคนแต่เห็นว่าเขาและพวกยังไม่ขยับ
หรือว่าสองคนนั้นคือพวกที่รอดไปได้?
สวี่มั่วคิดในใจแต่ไม่เข้าไปยุ่ง อาจเป็นแค่คิดมากไปเองบางทีสองคนนั้นอาจไม่ใช่หัวขโมยก็ได้
ขณะเดียวกันที่มุมหนึ่งของตลาดสด ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมกำลังยกมือขยับปกเสื้อ กระซิบเบาๆ“เกิดอะไรขึ้น”
เสียงรายงานดังขึ้นจากหูฟังที่ข้างหู“เหมือนหน่วยต่อต้านการลักเล็กขโมยน้อยกำลังจับพวกหัวขโมยอยู่…”
ทันใดนั้น เสียงอีกสายแทรกเข้ามา “แย่แล้ว! เป้าหมายหายไป!”
สีหน้าของชายวัยกลางคนพลันเปลี่ยนไป เขาพูดอย่างขุ่นเคือง“นี่มันอะไรกัน! ฉันไม่ได้สั่งให้จับตาไว้ให้ดีหรอกเหรอ!”
“เมื่อกี้ตรงนี้ก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาจับคนฉันเลยเผลอไม่ทันระวัง…”
“อย่ามาอ้าง! รีบหาตัวให้เจอ!”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วแน่น เงยหน้ามองรอบๆ ก่อนกำชับเสียงต่ำ“อย่าลงมือถ้าไม่จำเป็น! เป้าหมายอาจมีปืน ระวังให้มาก!”
“รับทราบ!!”
ขณะเดียวกันอีกฟากหนึ่งของตลาดสดกวงโถวเฉียงกับพวกก็มองภาพตำรวจนอกเครื่องแบบจับคนด้วยความตกตะลึง
ชายร่างเล็กพูดเสียงสั่น “ลูกพี่…มีตำรวจเต็มไปหมดเลย…ทำยังไงดี”
กวงโถวเฉียงสบถเสียงต่ำ “ไอ้โง่! แกจะกลัวอะไร!พวกเราไม่ใช่หัวขโมยซะหน่อย!”
ไช่เหอจงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล“แต่…สถานการณ์แบบนี้…เราก็ไม่สะดวกลงมือเหมือนกันนะ…”
กวงโถวเฉียงขมวดคิ้ว มองไปทางจ้าวลี่อิ่งกับฮัสกี้
ก็จริง... ตอนนี้ผู้คนเยอะ แถมมีตำรวจอยู่ตรงนี้จะคิดจับฮัสกี้คงไม่มีทางเป็นไปได้
บัดซบ! อุตส่าห์รอจนมันออกมา สุดท้ายก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆอย่างนั้นหรือ!
ทันใดนั้น ชายหัวเกรียนก็ชี้ไปอีกด้าน พลางร้องด้วยความตกใจ “เฮ้ย?! ทุกคนดูนั่นสิ!!”
ทุกคนชะงัก หันไปตามทิศที่เขาชี้... เห็นตรงนั้นมีเพียงกองขยะ
กวงโถวเฉียงขมวดคิ้ว “อะไรของแก”
ชายหัวเกรียนชี้กองขยะพลางว่า “ตรงนั้น! หมา!นั่นใช่ทิเบตันมาสทิฟของคุณชายโจวหรือเปล่า!”
“หา?!” กวงโถวเฉียงเลิกคิ้วก่อนเพ่งมองอย่างตั้งใจ แล้วก็เห็นเงาสีดำกำลังก้มคุ้ยขยะอยู่
มันเป็นสุนัขตัวใหญ่ ขนทั้งรกรุงรังทั้งสกปรก แต่พอมันเงยหัวขึ้นเขาก็เห็นชัดเจนทันทีว่า...มันคือทิเบตันมาสทิฟ!ซ้ำยังเหมือนกับตัวที่โจวเหล่ยทำหายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเป๊ะ!
ชายร่างเล็กพลันดีใจ “เหมือนจริงด้วย! แม่งที่แท้มันแอบอยู่ที่นี่เอง!”
ตลอดสองสามวันที่ผ่านมานอกจากพวกเขาจะเฝ้าดูฮัสกี้แถวบ้านจ้าวลี่อิ่งแล้วยังแบ่งคนออกตามหาทิเบตันมาสทิฟด้วย แต่ก็ไม่เจอเสียทีไม่คิดเลยว่ามันจะซ่อนตัวอยู่ในตลาดสดแห่งนี้
แววตาของกวงโถวเฉียงเป็นประกาย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนหันไปมองฮัสกี้ที่อยู่กับจ้าวลี่อิ่งแล้ววกกลับไปมองทิเบตันมาสทิฟที่กำลังคุ้ยขยะไม่ต่างอะไรกับหมาจรจัดในมุมตลาด
ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจ “ไป! จับทิเบตันมาสทิฟนั่นก่อน!!”
ทั้งสี่คนค่อยๆ แทรกตัวออกจากฝูงชนมุ่งหน้าไปยังมุมตลาดที่ทิเบตันมาสทิฟฟ์ซ่อนอยู่…