หากเป็ซู่หรานคนเก่าคงวิ่งเข้าไปจิกหัวตบหน้าซินซินเหมือนในซีรีส์ย้อนยุคหลายเื่ แต่ตอนนี้ซู่หรานคนใหม่กลับรู้สึกว่าถ้าน้องสาวได้แต่งกับคนหล่อรูปร่างดีขนาดนั้น ต้องเป็คู่ที่เหมาะสมกันมากแน่
ซู่หรานหันหลังตั้งใจจะไปหาใต้เท้าเหมินที่อื่นและกลับไปหาอิงเถา เผื่อว่าอิงเถาจะพบใต้เท้าเหมินแล้ว เธอยืนที่นี่นานคงไม่ดี ระหว่างนั้นซู่หรานชำเลืองมองผ่านๆ เห็นว่ามีคนยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอเช่นกัน
เธอเดินไปสองสามก้าว แต่ก็ต้องหันกลับไปมองคนที่ยืนไม่ไกลจากเธออีกครั้ง คราวนี้หัวใจของซู่หรานเต้นเร็วจนใกล้จะหยุดเต้น เธอรู้สึกว่าเหมือนเวลาถูกหยุดไปชั่วขณะ ทุกอย่างผ่านไปราวกับภาพช้า
สายลมพัดผ่าน ใบไม้ปลิวร่วงหล่น ซู่หรานยังคงขยับไม่ได้อยู่นาน จนคนที่ถูกมองเริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังจ้อง เขาจึงหันมาสบตากับซู่หรานที่เอาแต่มองเขาไม่วางตา
เมื่อได้เห็นหน้าเขาตรงๆ ซู่หรานเหม่อมองเขาอย่างโง่งม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เขามองตอบสงสัย จนเขาเริ่มขมวดคิ้วไม่พอใจที่ซู่หรานเอาแต่มองเขา และสะบัดชายเสื้อเดินจากไป
ตอนนั้นซู่หรานถึงกล้าหายใจแรงออกมา เธอรีบสูดอากาศเข้าปอด หัวใจเต้นเร็วแรงชนิดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอต้องอ้าปากเพื่อช่วยหายใจอีกทาง อกใหญ่ของเธอกระเพื่อมขึ้นลง ซู่หรานยกมือขึ้นมากำเสื้อตรงหัวใจไว้แน่น เหมือนว่าทำแบบนั้นแล้วจะช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง
‘คนอะไรหล่อชะมัด หล่อมากกกก หล่อเหมือนหลุดออกมาจากมันฮัว [1] หล่อจนแทบลืมหายใจ’ ซู่หรานคิดอะไรไม่ออก นอกจากคำว่า หล่อมาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาพชายหนุ่มที่ใบหน้างดงาม ขาวนวลมากกว่าหญิงสาวหลายคน ตากลมโต ตาดำสีเข้มดุจท้องฟ้ายามค่ำคืน ตาขาวเป็ประกายดุจดวงดาวในท้องฟ้า ริมฝีปากแดงอิ่มจนคล้ายว่าจะปริแตกได้ง่ายๆ ถ้าถูกัั จมูกโด่ง คิ้วงามราวมีดดาบ ผิวขาวเนียนละมุนละไมราวกับหยก เอวคอดเล็ก ไหล่กว้างเป็สามเหลี่ยม
ขายาวสะโอดสะอง ดูแล้วผอมบาง เข้ากับชุดแบบโบราณสีขาวชายสีแดงสดปักดิ้นทอง ผมดำยาวสลวยคล้ายเส้นไหมที่ถักทอบนผืนฟ้ายามค่ำ ดูแล้วพลิ้วไหวนุ่มนวลน่าัั ทุกอย่างงดงามเกินกว่าจะบรรยายได้หมด จนคล้ายหลุดออกมาจากภาพวาด ไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่จริง
หัวใจของซู่หรานยังคงระรัวใกล้ะเิทุกครั้งที่นึกถึงชายหนุ่มคนนั้น
“พี่ซู่หราน พี่อยากมาปาลูกดอกหรือ”
ซินซินที่เห็นพี่สาวยืนนิ่งไม่ขยับ จึงเข้ามาเรียก นางคิดว่าซู่หรานอาจอยากร่วมสนุกด้วย แต่ไม่กล้าเข้าไปเพราะคนมาก น้องสาวที่น่ารักเช่นนางจึงลากมือซู่หรานที่ยังไม่หายตกตะลึงกับความงามของชายแปลกหน้าไปเล่นปาลูกดอกด้วยกัน
ซู่หรานพยายามเรียกสติตัวเองแล้วแต่ยังคงมือสั่นจนปาลูกดอกไม่เข้ากระถางเลย หญิงสาวหลายคนตรงนั้นยกผ้าขึ้นมาปิดปากแล้วยิ้มเยาะ ผู้ชายบางคนที่รู้สถานะของซู่หรานดีก็ไม่คิดรักษามารยาท ทั้งโห่ร้อง ทั้งหัวเราะใส่
“พวกเ้า หยุดหัวเราะเยาะพี่สาวข้าได้แล้ว นางเพียงตื่นผู้คน ปกตินางปาลูกดอกเก่งมาก” ซินซินเข้าข้างพี่สาว
“ซินซิน ข้า ข้าต้องเปลี่ยนชุด เสื้อข้าเปื้อนแล้ว” ซู่หรานไม่สนใจสายตาคนอื่น เธอเดินเหมือนร่างไร้ิญญาจากไปท่ามกลางเสียงหัวเราะดูถูก ในหัวยังคงตราตรึงภาพงดงามของคนหล่อ
“พี่ซู่หรานเก่งจริงๆ นะ ข้าไม่ได้โกหก” ซินซินยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาว
“ข้าเชื่อเ้า” หนุ่มหล่อยิ้มงามคนนั้นปลอบใจซินซินด้วยความอบอุ่น พร้อมส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้ซินซิน โชคร้ายที่ซินซินมัวแต่ห่วงพี่สาวจนไม่ได้สังเกตสักนิด
“ขอบคุณหัวหน้าซาน” ซินซินเอ่ยขอบคุณอย่างขอไปที
ซู่หรานกลับไปยังเรือนรับรองที่ทางเ้าภาพจัดให้จวนขุนนางหวัง นางใช้ข้ออ้างว่าจะเปลี่ยนชุด จึงมานั่งในเรือนนี้เงียบๆ ระหว่างนั้นในหัวก็เอาแต่คิดถึงภาพหนุ่มหล่อ เธอเอาภาพเขาออกจากความนึกคิดไม่ได้
เวลาผ่านไปนาน จนซินซินและฮูหยินเข้ามาเปลี่ยนชุดด้วยเพราะเริ่มเย็นแล้ว พวกนางถึงได้เห็นว่าซู่หรานเอาแต่นั่งในห้องมืดเงียบๆ
“พี่ซู่หราน! เหตุใดพี่ถึงมาอยู่ในนี้คนเดียวเ้าคะ”
“ทุกคนทานอาหารเย็นกันแล้ว เ้าหิวหรือไม่” ฮูหยินก็ถามซู่หรานด้วยความเป็ห่วงตามหน้าที่ของคนเป็แม่
ตอนนี้เริ่มจะมืดแล้ว ยิ่งในห้องปิดจึงยิ่งมืด ยังดีที่สาวใช้ของซินซินถือโคมไฟเข้ามาด้วย แสงสว่างนั้นทำให้ซู่หรานเริ่มได้สติ
“จุดโคม..มืดแล้วหรือ?” ซู่หรานถามอย่างใ
“ใกล้แล้วเ้าค่ะ ท่านพ่อบอกว่าจะอยู่ร่วม่ค่ำเพียงไม่นาน รอจนจุดพลุเฉลิมฉลองบ่าวสาวเสร็จ พวกเราก็จะกลับเลย” ซินซินตอบ
“แย่แล้ว!!! อิงเถา” ซู่หรานใ ไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไปขนาดนี้ เธอย่อตัวให้ฮูหยินแม่ของซินซิน และวิ่งออกไป ปล่อยให้สองแม่ลูกยืนประหลาดใจเช่นนั้นต่อไป
“พี่ไม่เปลี่ยนชุดหรือเ้าคะ” ซินซินะโตามหลัง แต่ซู่หรานวิ่งไปไกลมากแล้ว
ซู่หรานวิ่งวุ่นตามหาอิงเถาไปทั่ว ถามสาวใช้คนไหนก็บอกว่าไม่พบอิงเถา ซู่หรานได้แต่ร้อนใจ กลัวว่าใต้เท้าเหมินจะทำร้ายอิงเถาอีก เพราะเขารู้จักอิงเถา เคยตัดลิ้นอิงเถาไปแล้วครั้งหนึ่งด้วย ซู่หรานได้แต่โทษตัวเองที่หลงชายงามจนไม่มีสติมากขนาดนั้น
ผู้คนเริ่มไปรวมตัวตรงสระบัว รอบสระตอนนี้มีรั้วล้อมเอาไว้ กลางสระบัวที่ไม่ได้กว้างมาก มีเรือท้องแบนสามลำจอดเรียงกัน ประดับด้วยโคมไฟสีสันสวยงาม
ระหว่างนั้นซู่หรานเจอสาวใช้คนหนึ่งที่ทำหน้าที่ส่งขนมหวานบอกว่าเห็นอิงเถาแถวๆ ต้นหลิวลู่ลมข้างสระบัว ซู่หรานจึงรีบวิ่งกลับไปที่ต้นหลิว แต่เพราะผู้คนเริ่มทยอยมาจับจองพื้นที่ข้างสระบัว บริเวณใต้ต้นหลิวที่มีโต๊ะนั่งจึงมีคนหนาแน่นมาก ซู่หรานหันไปมาไม่รู้จะทำอย่างไร
“ซู่หราน อย่าวิ่งไปทั่ว ไร้มารยาท” ขุนนางหวัง พ่อของซู่หรานที่เห็นลูกสาวพะว้าพะวังไม่รักษากิริยาจึงตำหนิเบาๆ จากด้านหลัง
[1] หนังสือการ์ตูนของจีน