ไม่นานนัก เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปยันเช้า แสงอรุณคลี่ตัวออกจากขอบฟ้าอย่างเชื่องช้า เงาของราตรีถูกกลืนหายไปทีละส่วน
เสียงลมยามเช้าพัดผ่านชายคาและหน้าต่างของบ้านพัก ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสดชื่นปะปนความสงบเยือกเย็น
หวงเยี่ยที่ฝึกฝนพลังวิญญาณอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้น ลมหายใจของชายหนุ่มยาวและสม่ำเสมอ สายตาที่เคยขุ่นมัวกลับแจ่มใสขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังมีเศษเสี้ยวของความฟุ้งซ่านหลงเหลืออยู่ในส่วนลึกของจิตใจ แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับความสงบนิ่งที่เขาพยายามหล่อหลอมขึ้นมา
เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่ลังเล ก่อนจะรีบเข้าไปชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย หวงเยี่ยจึงออกมาแต่งกายอย่างเรียบร้อย ท่าทางของเขาในยามนี้ดูต่างจากเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด
ความสับสนที่เคยปรากฏกลับถูกเก็บซ่อนไว้ภายใน เหลือเพียงความมั่นคงและความตั้งใจ
เพราะในตอนนี้ หวูเหยียนจีได้เรียกเขาไปเพื่อสั่งสอนบางสิ่ง แม้จะยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องใด แต่หวงเยี่ยก็ไม่ปฏิเสธมัน
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น หวงเยี่ยก็ก้าวออกมาจากภายในห้องพัก สายลมยามเช้าปะทะใบหน้า ทำให้จิตใจปลอดโปร่งขึ้นเล็กน้อย เขากำลังจะเดินทางออกไป ทว่าขณะที่กำลังก้าวผ่านประตู สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ถูกวางอยู่มุมหนึ่งของห้อง
กล่องเหล็กยาวที่ถูกปิดสนิท ผิวโลหะของมันสะท้อนแสงอ่อนๆจากภายนอก ดูเงียบงันปลพแฝงความหนักอึ้งอย่างชัดเจน
หวงเยี่ยหยุดชะงักในทันที
“นั่นสินะ?”
“ตอนนี้ข้ามีแหวนมิติแล้ว”
“ต่อให้จะยกกล่องที่ใส่หอกจักรพรรดิทองคำเอาไว้ไม่ได้.. แต่ถ้าเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติที่ไม่สนใจถึงน้ำหนัก มันก็น่าจะ..”
เมื่อความคิดเริ่มชัดเจนขึ้น หวงเยี่ยยกฝ่ามือขึ้นอย่างไม่ลังเล สัมผัสลงไปบนผิวโลหะเย็นเยียบของกล่องเหล็ก
จากนั้นจึงกระตุ้นพลังเล็กน้อยไปยังแหวนมิติที่สวมอยู่บนปลายนิ้ว
ในชั่วพริบตา กล่องโลหะขนาดใหญ่ที่เคยตั้งอยู่อย่างมั่นคงก็พลันหายวับไปจากตรงหน้า
ไร้เสียง ไร้แรงสั่นสะเทือน เหมือนกับว่ามันไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก
หวงเยี่ยชะงักเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากจะค่อยๆยกขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ไม่เลว! ว่ากันว่าหอกจักรพรรดิทองคำเล่มนี้หนักมากกว่าสิบตัน แต่ถ้ามันอยู่ภายในแหวนมิติ มันก็แทบจะไม่มีน้ำหนัก!”
“ไม่ใช่สิ.. มันไม่มีน้ำหนักเลยต่างหาก!”
แววตาของเขาฉายความตื่นเต้นที่ยากจะปกปิด
“ช่างเป็นแหวนที่วิเศษจริงๆ”
ระบบกลืนกินมังกรที่ได้เห็นท่าทางอันตื่นเต้นของเขาก็ตอบกลับในทันที
【เรื่องปกติค่ะโฮสต์】
【แหวนมิติส่วนใหญ่ที่มีอยู่ภายในอารยธรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตอนนี้ แทบทั้งหมดมาจากวิทยาการชั้นสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณที่เคยมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น พวกเขามีเทคโนโลยีที่เหนือล้ำยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปไกลนับหลายหมื่นหลายแสนปีเลยทีเดียว】
【แหวนมิติเองก็ถือเป็นหนึ่งในนั้น โครงสร้างของแหวนมิติถูกสร้างมาจากโลหะลึกลับ ทั้งยังผสานเข้ากับเจตจำนงแห่งห้วงมิติ สร้างช่องว่างกาลอวกาศขึ้นมาในสิ่งของชิ้นเล็กๆ ว่ากันว่าแหวนมิติที่มีขนาดใหญ่สุด สามารถกักเก็บดวงดาวได้นับพันๆดวงเลยทีเดียว】
【เรียกได้ว่ามีอาณาเขตภายในอันไร้ที่สิ้นสุดเลยก็ว่าได้】
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
“มนุษย์โบราณ..”
หวงเยี่ยยืนอยู่กับที่และรับฟังมัน สายตายังคงจับจ้องไปยังแหวนมิติในมือของตน ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
พร้อมกับที่ภาพของซากปรักหักพังที่กระจายอยู่ทั่วโลกมนุษย์ผุดขึ้นในความคิด
นับตั้งแต่โลกขยายตัวขึ้นนับหลายพันเท่า ดินแดนที่เคยไม่มีผู้ใดรู้จักก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
สถานที่เหล่านั้นเต็มไปด้วยความลี้ลับ เต็มไปด้วยอันตราย และเต็มไปด้วยโอกาสที่มากมายสำหรับนักล่ามังกร
ทว่าต่อให้คำอธิบายของระบบเกี่ยวกับอารยธรรมโบราณจะชวนให้หัวใจสั่นไหวเพียงใด หวงเยี่ยก็ไม่คิดมันมากนัก
เพราะถึงอย่างไรเรื่องราวพวกนั้นก็ยังห่างไกลเกินเอื้อมสำหรับตนในเวลานี้
หลังออกจากบ้านพัก หวงเยี่ยก็มุ่งตรงไปยังอาคารไม้หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านในของอาณาเขตมหาวิทยาลัย สถานที่แห่งนั้นถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้สูงชะลูด เงาใบไม้ทอดทาบลงบนพื้นดินราวกับลวดลายธรรมชาติที่เคลื่อนไหวไปตามสายลมยามเช้า
เสียงนกร้องเบาบางดังเป็นจังหวะอยู่ห่างๆ เสริมให้บรรยากาศยิ่งสงบลึกขึ้นไปอีกขั้น
เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวอาคาร
ภายในห้องโถงกว้าง มีเพียงสองร่างนั่งเผชิญหน้ากัน หวงเยี่ยยืนอยู่กลางห้องอย่างสงบนิ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งคือชายวัยกลางคนหนวดเคราเฟิ้ม ใบหน้าคมเข้ม แววตาลึกซึ้งดั่งบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง นั่นคือหวูเหยียนจี ผู้เป็นอาจารย์ของเขานั่นเอง
ทันทีที่หวงเยี่ยมาถึง หวูเหยียนจีก็เผยรอยยิ้ม ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างช้าๆ
“หวงเยี่ย! เมื่อวานอาจารย์ลืมถามถึงเรื่องที่สำคัญมากที่สุด แล้วอาจารย์ก็คาใจจนแทบจะนอนไม่หลับ เลยต้องให้เจ้ามาหาในเช้าตรู่เช่นนี้!”
“ก่อนอื่นเลย.. เจ้าเข้าใจคุณค่าของวิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิที่อาจารย์สร้างขึ้นหรือไม่?”
“บอกต่อข้ามาตามตรง!”
คำถามนั้นหนักแน่นเหมือนหินก้อนใหญ่ที่วางอยู่บนอก หวงเยี่ยไม่ได้รีบร้อนตอบ ครุ่นคิดเล็กน้อย จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นอย่างเรียบสงบ
“เข้าใจตั้งแต่ที่ได้บรรลุขั้นแรกแล้วครับท่านอาจารย์!”
“หุ่นจิตพฤกษาโบราณแต่ละตัวไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักล่ามังกรตัวเป็นๆ”
“อันที่จริงมันก็เป็นเพียงแค่รากไม้ที่สวมใส่พลังวิญญาณเข้าไป จึงทำให้พวกมันสามารถเคลื่อนไหวได้ตามการควบคุมของตนเอง!”
หวงเยี่ยหยุดไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังรวบรวมความคิดให้ถี่ถ้วน ก่อนจะกล่าวต่ออย่างชัดเจน
“ทว่าสิ่งที่ศิษย์สัมผัสได้มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพละกำลังที่แข็งแกร่ง หรือการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วเลยซักนิด!”
“เพราะหุ่นจิตพฤกษาโบราณที่สร้างขึ้นด้วยเจตจำนงและพลังวิญญาณ พวกมันจะเชื่อมต่อเข้ากับโสตประสาทและความคิดของผู้สร้าง ทำให้พวกเรามองเห็นเหมือนที่หุ่นเหล่านั้นมองเห็น!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวูเหยียนจีก็หัวเราะร่า ก่อนที่รอยยิ้มจะขยายกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ถูกต้องอย่างมาก!”
“หุ่นจิตพฤกษาโบราณน่ะ เป็นวิชาที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดในเรื่องการสอดแนมหรือออกค้นหา! โดยที่พวกเราสามารถสั่งการหุ่นจิตพฤกษาโบราณให้ไปยังอาณาเขตที่อันตรายแทนตัวเราได้ เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว!”
“การมีหุ่นจิตพฤกษาโบราณเหล่านี้ มันทำให้เจ้าเหมือนกับมีตาที่สาม! สามารถรับรู้อันตรายได้ก่อนที่มันจะเข้ามาถึงตัว!”
“เพราะงั้นแล้วนะศิษย์รัก ถ้าต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย เจ้าควรจะใช้หุ่นจิตเหล่านี้นำร่องสำรวจเส้นทาง!”
หวูเหยียนจีมองตรงมายังหวงเยี่ย แววตาจริงจัง
“อย่าประเมินคุณค่าของมันจากพละกำลังเพียงอย่างเดียว วิชาระดับจักรพรรดิที่แท้จริง ไม่ได้ยืนอยู่บนความรุนแรงอย่างเดียว”
“บางครั้งสิ่งที่ทำให้พวกเรารอดชีวิตได้ มันไม่ใช่หมัดที่หนักแน่น หรือหอกยาวอันแหลมที่คมกริบ!”
“แต่เป็นการมองเห็นสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็นต่างหาก!”
ตัวของหวงเยี่ยเองก็ยืนนิ่งและฟังทุกคำอย่างตั้งใจ ความเข้าใจต่อวิชานี้เองก็ค่อยๆสำคัญและชัดเจนยิ่งขึ้น หุ่นจิตพฤกษาอาจไม่ใช่อาวุธที่ใช้ฟาดฟันโดยตรง แต่มันคือดวงตาที่ขยายออกไป คือสัมผัสที่แผ่ไกลกว่าร่างกาย คือการยืดขอบเขตของการรับรู้ให้เกินกว่าข้อจำกัดเดิม
เขาค้อมศีรษะเล็กน้อย
“ศิษย์เข้าใจแล้วครับ!”
หวูเหยียนจีพยักหน้าอย่างพอใจ
“ดีมาก!”