“ปีเตอร์ นี่แกยังถูกขังอยู่อีกเหรอ ไม่ใช่ว่าพวกเขาลืมแกไปแล้วหรือยังไงกัน”
ปีเตอร์ลืมตาตื่นมองไปยังชายคนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่านกรงขังของเขาไปแต่วกกลับมาถาม ซึ่งปีเตอร์ไม่รู้จักมันแต่ก็คุ้นหน้าเพราะเป็นหนึ่งในคนที่ฝึกร่วมกัน
“แกมีอะไร”
“อ๋อ เปล่าหรอก แค่สงสัยว่าทำไมแกถึงถูกขังอยู่แบบนี้อีก นึกว่าแกจะได้ออกไปสร้างคะแนนแล้ว”
“แกหมายความว่ายังไง คะแนนที่พูดถึงคืออะไร” ปีเตอร์ลุกขึ้นมานั่งพลางถามชายที่เข้ามาพูดกับเขา
“ก็คะแนนที่จะได้จากการฝึกไง แกไม่รู้เหรอว่าตอนนี้ทุกคนต่างพยายามทำหน้าที่ของตนเพื่อให้ได้แต้มหลังจบการฝึก หากแกยังถูกขังอยู่แบบนี้แต้มของแกจะติดลบเอาได้นะ”
“ไม่ใช่ว่ามันจะแบ่งเท่าๆกันเหรอ”
“ไม่เลย แกไปฟังจากที่ไหนมา แต้มมันจะแบ่งเท่าๆกันได้ยังไง มันจะแบ่งตามสัดส่วนสิ่งที่แกได้ทำ การที่แกยังอยู่ที่นี่แต้มของแกได้ติดลบแน่ มันมีผลกระทบถึงสถานที่ที่แกจะไปบรรจุด้วยนะโว๊ย”
ชายที่เข้ามาพูดกับปีเตอร์หลังจากเห็นท่าทางวิเคราะห์และท่าทางวิตก มันจึงพูดสิ่งหนึ่งออกมา
“แกได้คิดเอาไว้แล้วหรือยังว่าจะไปสังกัดหน่วยไหนหากจบหลักสูตรการฝึก”
“คิดไว้แล้ว ฉันว่าจะเข้าหน่วยสื่อสารของกองทัพที่ 2”
“ฮะ นี่แกกำลังฝันอยู่หรือเปล่า ด้วยคะแนนของแกตอนนี้เนี๊ยนะ เข้าไม่ได้หรอก แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าหน่วยที่อยู่แนวหลังจะเต็มเร็วมาก ใครที่มีคะแนนเยอะกว่าก็ได้ลงก่อน เอางี้ไหม ไปกับฉันเปล่า”
“ไม่ล่ะขอบคุณ”
“เฮ่ย อย่าพึ่งปฎิเสธสิ ฟังข้อเสนอก่อน หน่วยที่ฉันจะไปเป็นหน่วยสื่อสารเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ามันจะต้องไปแนวหน้าอย่างน้อยเดือนละครั้ง หากแกทำผลงานได้ดีแกสามารถโยกย้ายเข้าไปทำงานในกองทัพได้โดยไม่ต้องไปแนวหน้า ลุงของฉันเป็นหัวหน้าหน่วยด้วย เดี๋ยวฉันติดต่อให้”
“แกแน่ใจนะ”
“แน่ใจสิ แกจะไปด้วยหรือเปล่า โอกาสมันไม่ได้หาง่ายนะเพื่อน”
“ไป”
“งั้นยินดีที่ได้รู้จัก ฉันแชมเปี้ยน”
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง”
“เอ~ นายก็ไม่ต้องทำอะไรมากนะ หลังจากการทดสอบจบเราก็นัดกัน ฉันจะติดต่อลุงให้ นายเป็นผู้ซิงโครไนซ์ระดับ B ใช่ไหม”
“ใช่”
“งั้นก็คุยง่ายเลยล่ะ อ๋อ นายอยากจะทำงานใช่ไหม พอดีฉันต้องนำอุปกรณ์สื่อสารไปฝังตามจุดเหล่านี้ นายทำได้หรือเปล่า”
“แต่ฉันติดคุกนี่สิ”
“ไม่น่าเป็นอะไรหรอก หากทุกคนเห็นนายกำลังทำประโยชน์กับค่ายคงไม่มีใครคิดมาก ฝังให้ได้ 5 จุดตามนี้นะ หน่วยสื่อสารจะได้สัญญาณที่ชัดขึ้น”
ปีเตอร์มองไปยังจุดที่เขียนบนกระดาษบอกรายละเอียดค่ายแห่งนี้ จากนั้นเขาก็มองไปยังถุงสีเขียวที่มีอุปกรณ์บางอย่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาดไม่ต่างจากกำปั้น เมื่อรู้ว่าหน้าที่ของเขาจะต้องนำมันไปติดตั้งเพื่อกระจายสัญญาณการสื่อสารให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเขาจึงเดินลอดออกไปจากกรงขังเพื่อทำหน้าที่ของตน
—----------------------------------
“อีกไกลแค่ไหน”
นักเรียนที่อยู่ในแถวถามเพื่อนที่สวมใส่ชุดเกราะ การเดินเข้ามาในป่าแม้จะมีการทำเส้นทางเอาไว้ให้พวกเขายังคงรู้สึกกลัวมอนสเตอร์เช่นเดิม เช้านี้พวกเขาได้รับภารกิจใหญ่เพื่อมาทำการแลกเปลี่ยนจึงต้องใช้คนจำนวนมากในการขนย้ายข้าวของกลับไปด้วยจึงมีคนร่วมเดินทางมากับแอชเชอร์ 230 คน แต่จำนวนคนที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คทูมีเพียง 30 คนเท่านั้น
ตอนนี้ชุดเกราะสำหรับค่ายพวกเขาถือว่าขาดแคลนอย่างหนักหัวหน้าค่ายจึงแบ่งกำลังคนสวมชุดเกราะออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกป้องกันค่าย ส่วนอีกกลุ่มป้องกันทีมที่จะเดินทางไปแลกเปลี่ยนสิ่งของ จนทำให้การเดินทางในวันนี้ช้ากว่าปกติเพราะไม่สามารถวิ่งได้เนื่องจากมีคนไม่ได้สวมชุดเกราะมาร์คทูมากเกินไป หากวิ่งล้มอาจจะเกิดการเหยียบกันได้
“อีก 10 นาทีก็น่าจะถึง ตอนนี้เราใกล้เมืองมากแล้วอดทนหน่อย”
“โอเค อย่างน้อยๆก็รู้จุดหมาย”
การเดินทางดำเนินต่อไปกระทั่งพวกเขามาถึงที่นัดหมายทุกคนก็เห็นคนมากมายกำลังจัดกลุ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ในแต่ละกลุ่มล้วนแล้วมีทรัพยากรที่พวกเขาต้องการนำมาแลกเปลี่ยนกับกลุ่มที่ได้ตกลงกันเอาไว้
“ดูนั่น ชุดเกราะ”
“นั่นก็อาหาร”
“ส่วนนั่นแกนมานา ดูเหมือนว่าแต่ละค่ายฝึกจะได้ของที่แทบไม่ซ้ำกันเลยนะ”
เหล่าคนที่เดินทางมากับแอชเชอร์มองสำรวจกลุ่มต่างๆที่นำทรัพยากรของพวกเขาออกมาวาง กระทั่ง 10 ค่ายฝึกเดินมาพร้อมหน้ากัน ตัวแทนของแต่ละค่ายที่มาพูดคุยทำการตกลงในการแลกเปลี่ยนเมื่อวาน ก็ได้เดินเข้าไปหาค่ายที่ตัวเองทำการตกลงด้วย แอชเชอร์ทำเพียงยืนมองทุกๆคนคุยกันเท่านั้น จนถึงตอนที่แต่ละค่ายแลกเปลี่ยนทรัพยากร หลายคนก็เริ่มขยับเพื่อนำสิ่งที่พวกเขานำติดตัวไปวางให้กับค่ายที่แลกเปลี่ยน
ระหว่างที่แอชเชอร์ยืนเป็นตอไม้ระบุว่าตำแหน่งนี้เป็นของค่ายที่ 7 ก็ได้มีคนนำชุดเกราะมาวางเอาไว้ด้านหน้าของเขาจนครบตามจำนวนที่เขาได้รับแจ้งเมื่อวาน จากนั้นก็มีการนำแกนพลังมานามาวางเช่นเดียวกันจนทุกๆอย่างที่ได้แลกเปลี่ยนครบทั้งหมด ยาที่พวกเขานำมาก็ถูกนำไปวางให้กับค่ายที่แลกเปลี่ยน กระทั่งทุกๆอย่างถูกวางทั้งหมดทุกคนก็ได้เดินกลับไปยืนในตำแหน่งของตัวเอง
“มีใครของไม่ครบหรือไม่”
ตัวแทนค่ายที่ 1 บอกให้แต่ละค่ายทบทวนสิ่งที่ตัวพวกเขาได้รับ ใครที่ได้ไม่ครบตอนนี้ยังสามารถโต้แย้งได้ จนทุกๆค่ายมั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นพวกเขาก็เริ่มขนย้ายสิ่งที่แลกเปลี่ยนขึ้นหลังก่อนจะลากัน ต่อจากนี้ไปนั้นพวกเขาคงจะได้มาพบกันใหม่อีกหน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มแผนการกวาดล้างมอนสเตอร์ภายในเมือง ทันใดนั้นเอง ทุกๆคนที่กำลังแยกย้ายเดินทางกลับไปยังค่ายของพวกเขาต่างหยุดเท้าตัวเองลง เมื่อพบเข้ากับการสั่นไหวของพื้นดินอย่างกับมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นจนทุกคนทรงตัวไม่ได้ต้องลงไปนั่งจับพื้น
“เกิดอะไรขึ้น ?”
“มอนสเตอร์จำนวนมากกำลังมาทางนี้เหรอ ?”
ต่างคนต่างถามสิ่งที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหม แต่ไม่มีใครได้รับคำตอบแอชเชอร์ที่ลงไปนั่งบนพื้นรีบกวาดตามองออกไปรอบๆหาสาเหตุว่ามันเกิดอะไร มันเป็นฝีมือมอนสเตอร์หรือเป็นฝีมือของสิ่งที่มาจากภายนอกการทดสอบ หากมันมาจากภายนอกกองทัพจะต้องแจ้งเตือนพวกเขาแล้ว ดังนั้นมันจึงต้องเป็นหนึ่งในสิ่งทดสอบ แต่ชีวิตของเขาจำได้ว่าแผ่นดินไหวไม่เคยเกิดขึ้นในการทดสอบ จึงทำให้เขาต้องระวังตัวเพราะมันอาจจะเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับเสียงแปลกประหลาดเมื่อวานก็ได้
“ตรงนั้น~!”
แอชเชอร์ชี้ไปยังจุดที่น่าจะเป็นศูนย์กลางของแผ่นดินไหว จนทุกๆคนมองจ้องตามเขาไปบนเพดาน ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่มองจ้องไปบนเพดานนี้เองนั้น ดินที่อยู่ด้านบนก็เริ่มร่วงตกลงมา ไม่ว่าจะเป็นก้อนเท่ากำปั้นหรือจะเป็นก้อนใหญ่เท้ารถถัง ล้วนหล่นลงมาจากเพดาน ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นบางอย่างทะลวงเพดานลงมา มันเป็นหัวสว่านขนาดใหญ่ ด้วยสิ่งที่กำลังหมุนอยู่บนเพดานในตำแหน่งใจกลางเมืองร้าง ทำให้ทุกๆคนสนใจ
“เกิดอะไรขึ้น ทางกองทัพกำลังทำอะไร”
ทุกคนล้วนสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของกองทัพ ว่ากำลังทำอะไรกับการทดสอบ การใช้งานหัวขุดเจาะขนาดใหญ่แบบนี้ต้องการจะปล่อยอะไรเข้ามาในเขตนี้
ทันทีที่พวกเขาคิดหาคำตอบพลางติดต่อกลับไปค่ายเพื่อดูว่ากองทัพติดต่อมาหรือไม่ หัวเจาะขนาดใหญ่ก็ได้ตกลงมาจากเพดานกระทบเข้ากับพื้นใจกลางเมืองร้างส่งเสียงดังสนั่นออกไปไกล แอชเชอร์ที่จำรูปทรงของมันได้ว่าเป็นอะไรเขาจึงรีบร้องตะโกนสุดเสียงบอกให้เพื่อนของเขาส่งสัญญาณกลับไปยังค่ายเตือนให้ทุกคนไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุด แต่เขากลับช้าไปเพราะหลังจากที่หัวสว่านตกลงไปกลางเมือง มันได้ระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปทั่วเขตนี้จนทำให้ระบบสื่อสารของพวกเขาใช้การไม่ได้
“วิ่ง ทุกคนวิ่ง กลับไปหลบที่ค่าย ใครที่ตัวเปล่าสวมใส่ชุดเกราะแล้วเก็บข้าวของไปซะ เร็วเข้า~!”
แอชเชอร์ร้องตะโกนสุดเสียง มันเป็นเสียงที่ทำให้ทุกคนตื่นกลัว เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งที่แอชเชอร์หวาดกลัวถึงที่สุด เขาหวาดกลัวกว่าเสียงปริศนาเมื่อวานนี้
“แอชเชอร์ เกิดอะไรขึ้น นายรู้อะไร เมื่อกี้นี้มันเป็นของกองทัพใช่ไหม”
มอแกนที่ยังไม่เดินทางจากไปร้องตะโกนถามแอชเชอร์ ตัวแทนค่ายต่างๆที่ยังคงอยู่ใกล้กันล้วนแล้วรอฟังคำตอบจากแอชเชอร์ที่ดูเหมือนว่าจะรู้จักสิ่งนี้ดี พลางพยายามติดต่อกลับค่ายของพวกกเขา
—----------------------
“เกิดเหตุขัดข้อง ระบบทุกอย่างที่ใช้ตรวจสอบเขตการทดสอบเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ครับ”
เสียงรายงานดังก้องไปทั่วห้องควบคุมที่อยู่ในกองทัพที่ 1 ทำเอาผู้บัญชาการย่นคิ้ว เนื่องจากการมองดูนักเรียนที่กำลังทดสอบไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น การที่ระบบขาดหายไปแบบนี้ทำให้เขาได้รับผลกระทบเพราะมันแสดงให้คนอื่นมองเห็นการทำงานที่หละหลวมของพวกเขาที่ปล่อยให้ระบบเสียหาย
“เกิดอะไรขึ้น”
“ผู้บัญชาการครับ ระบบทุกอย่างในกองทัพปกติ สายสัญญาณใต้ดินยังคงปกติเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าก่อนที่ระบบจะขาดหายไปนั้น กล้องของเราตรวจพบสิ่งนี้ใจกลางเมืองร้างเขตการทดสอบ”
ภาพสุดท้ายที่กล้องตรวจจับได้ใจกลางเมืองร้างเขตทดสอบถูกฉายขึ้นไปบนอากาศ ทางผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ที่เห็นรูปภาพของมันต่างเบิกตากว้างทันที
“เปิดใช้รหัสฉุกเฉิน ส่งหน่วยพิเศษไปช่วยเหลือเร็วเข้า~!!!”
เหล่าคนที่นั่งอยู่ในห้องควบคุมล้วนแล้วกดเแป้มพิมพ์พลางเข้ารหัสส่งสัญญาณไปยังหน่วยต่างๆ ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ล้วนแล้วแข่งกับเวลาเนื่องจากสิ่งที่โผล่ในการทดสอบอันตรายมาก หากพวกเขาช้าไปนักเรียนรุ่นนี้จะตายกันทั้งหมด แม้จะมีครูฝึกอยู่ข้างใน 100 คน แต่สิ่งที่โผล่มามันอยู่นอกเหนือแผนการรับมือที่พวกเขาเตรียมเอาไว้
—------------------------------
“แอชเชอร์ เจ้าสิ่งนั้นมันคืออะไร~!!!”
ทุกคนยังรอคำตอบจากแอชเชอร์ไม่ไปไหน เหล่าคนที่เคยฝึกร่วมกับแอชเชอร์ต่างแสดงความวิตกกังวลใจหลังจากเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของแอชเชอร์ที่แสดงออกมา การที่ระดับ S ย่นคิ้วทำหน้าวิตกจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่
โฮก~!
เสียงคำรามลั่นของมอนสเตอร์ดังกระหึ่มมาจากใจกลางเมืองร้าง ทำเอาขนทั่วร่างของทุกๆคนลุกชั้น เตรียมตัวปะทะกับมอนสเตอร์ที่กำลังประสานเสียงร้องจนไม่รู้ว่ามีมากเท่าไหร่ ทันใดนั้นเพดานที่เกิดรูขนาดใหญ่ก็ปรากฎร่างของมอนสเตอร์กำลังไต่เข้ามา บางตัวที่พลาดท่ามันก็ร่วงออกมาจากรูที่ถูกหัวสว่านขนาดใหญ่ขุดขึ้น
“แอชเชอร์”
แอชเชอร์ที่ถูกเรียกอีกครั้งเขาก็รีบหันมองจ้องไปยังเพื่อนที่อยู่รอบๆ เขาจำได้ว่าตัวเองบอกให้ทุกคนวิ่งแล้วแต่ทุกคนกลับยังคงยืนอยู่กับที่ เขาจึงอ้าปากบอกสิ่งที่รู้ทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนได้หาทางรับมือด้วยตัวเอง
“วิ่งเร็วเข้า หัวสว่านนั่นเป็นหนึ่งในรูปแบบยานของคอนโทรลเลอร์”
ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างกับชื่อที่แอชเชอร์เอ่ยออกมา ก่อนที่พวกเขาจะรีบวิ่งกลับไปยังค่ายของตัวเองด้วยความรวดเร็ว