[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    55 ไม่คาดฝัน

    “ปีเตอร์ นี่แกยังถูกขังอยู่อีกเหรอ ไม่ใช่ว่าพวกเขาลืมแกไปแล้วหรือยังไงกัน”


    ปีเตอร์ลืมตาตื่นมองไปยังชายคนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่านกรงขังของเขาไปแต่วกกลับมาถาม ซึ่งปีเตอร์ไม่รู้จักมันแต่ก็คุ้นหน้าเพราะเป็นหนึ่งในคนที่ฝึกร่วมกัน


    “แกมีอะไร”


    “อ๋อ เปล่าหรอก แค่สงสัยว่าทำไมแกถึงถูกขังอยู่แบบนี้อีก นึกว่าแกจะได้ออกไปสร้างคะแนนแล้ว”


    “แกหมายความว่ายังไง คะแนนที่พูดถึงคืออะไร” ปีเตอร์ลุกขึ้นมานั่งพลางถามชายที่เข้ามาพูดกับเขา


    “ก็คะแนนที่จะได้จากการฝึกไง แกไม่รู้เหรอว่าตอนนี้ทุกคนต่างพยายามทำหน้าที่ของตนเพื่อให้ได้แต้มหลังจบการฝึก หากแกยังถูกขังอยู่แบบนี้แต้มของแกจะติดลบเอาได้นะ”


    “ไม่ใช่ว่ามันจะแบ่งเท่าๆกันเหรอ”


    “ไม่เลย แกไปฟังจากที่ไหนมา แต้มมันจะแบ่งเท่าๆกันได้ยังไง มันจะแบ่งตามสัดส่วนสิ่งที่แกได้ทำ การที่แกยังอยู่ที่นี่แต้มของแกได้ติดลบแน่ มันมีผลกระทบถึงสถานที่ที่แกจะไปบรรจุด้วยนะโว๊ย”


    ชายที่เข้ามาพูดกับปีเตอร์หลังจากเห็นท่าทางวิเคราะห์และท่าทางวิตก มันจึงพูดสิ่งหนึ่งออกมา


    “แกได้คิดเอาไว้แล้วหรือยังว่าจะไปสังกัดหน่วยไหนหากจบหลักสูตรการฝึก”


    “คิดไว้แล้ว ฉันว่าจะเข้าหน่วยสื่อสารของกองทัพที่ 2”


    “ฮะ นี่แกกำลังฝันอยู่หรือเปล่า ด้วยคะแนนของแกตอนนี้เนี๊ยนะ เข้าไม่ได้หรอก แกก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าหน่วยที่อยู่แนวหลังจะเต็มเร็วมาก ใครที่มีคะแนนเยอะกว่าก็ได้ลงก่อน เอางี้ไหม ไปกับฉันเปล่า”


    “ไม่ล่ะขอบคุณ”


    “เฮ่ย อย่าพึ่งปฎิเสธสิ ฟังข้อเสนอก่อน หน่วยที่ฉันจะไปเป็นหน่วยสื่อสารเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่ามันจะต้องไปแนวหน้าอย่างน้อยเดือนละครั้ง หากแกทำผลงานได้ดีแกสามารถโยกย้ายเข้าไปทำงานในกองทัพได้โดยไม่ต้องไปแนวหน้า ลุงของฉันเป็นหัวหน้าหน่วยด้วย เดี๋ยวฉันติดต่อให้”


    “แกแน่ใจนะ”


    “แน่ใจสิ แกจะไปด้วยหรือเปล่า โอกาสมันไม่ได้หาง่ายนะเพื่อน”


    “ไป”


    “งั้นยินดีที่ได้รู้จัก ฉันแชมเปี้ยน”


    “แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง”


    “เอ~ นายก็ไม่ต้องทำอะไรมากนะ หลังจากการทดสอบจบเราก็นัดกัน ฉันจะติดต่อลุงให้ นายเป็นผู้ซิงโครไนซ์ระดับ B ใช่ไหม”


    “ใช่”


    “งั้นก็คุยง่ายเลยล่ะ อ๋อ นายอยากจะทำงานใช่ไหม พอดีฉันต้องนำอุปกรณ์สื่อสารไปฝังตามจุดเหล่านี้ นายทำได้หรือเปล่า”


    “แต่ฉันติดคุกนี่สิ”


    “ไม่น่าเป็นอะไรหรอก หากทุกคนเห็นนายกำลังทำประโยชน์กับค่ายคงไม่มีใครคิดมาก ฝังให้ได้ 5 จุดตามนี้นะ หน่วยสื่อสารจะได้สัญญาณที่ชัดขึ้น”


    ปีเตอร์มองไปยังจุดที่เขียนบนกระดาษบอกรายละเอียดค่ายแห่งนี้ จากนั้นเขาก็มองไปยังถุงสีเขียวที่มีอุปกรณ์บางอย่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมด้านเท่าขนาดไม่ต่างจากกำปั้น เมื่อรู้ว่าหน้าที่ของเขาจะต้องนำมันไปติดตั้งเพื่อกระจายสัญญาณการสื่อสารให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเขาจึงเดินลอดออกไปจากกรงขังเพื่อทำหน้าที่ของตน


    —----------------------------------


    “อีกไกลแค่ไหน”


    นักเรียนที่อยู่ในแถวถามเพื่อนที่สวมใส่ชุดเกราะ การเดินเข้ามาในป่าแม้จะมีการทำเส้นทางเอาไว้ให้พวกเขายังคงรู้สึกกลัวมอนสเตอร์เช่นเดิม เช้านี้พวกเขาได้รับภารกิจใหญ่เพื่อมาทำการแลกเปลี่ยนจึงต้องใช้คนจำนวนมากในการขนย้ายข้าวของกลับไปด้วยจึงมีคนร่วมเดินทางมากับแอชเชอร์ 230 คน  แต่จำนวนคนที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คทูมีเพียง 30 คนเท่านั้น 


    ตอนนี้ชุดเกราะสำหรับค่ายพวกเขาถือว่าขาดแคลนอย่างหนักหัวหน้าค่ายจึงแบ่งกำลังคนสวมชุดเกราะออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกป้องกันค่าย ส่วนอีกกลุ่มป้องกันทีมที่จะเดินทางไปแลกเปลี่ยนสิ่งของ จนทำให้การเดินทางในวันนี้ช้ากว่าปกติเพราะไม่สามารถวิ่งได้เนื่องจากมีคนไม่ได้สวมชุดเกราะมาร์คทูมากเกินไป หากวิ่งล้มอาจจะเกิดการเหยียบกันได้


    “อีก 10 นาทีก็น่าจะถึง ตอนนี้เราใกล้เมืองมากแล้วอดทนหน่อย”


    “โอเค อย่างน้อยๆก็รู้จุดหมาย”


    การเดินทางดำเนินต่อไปกระทั่งพวกเขามาถึงที่นัดหมายทุกคนก็เห็นคนมากมายกำลังจัดกลุ่มแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ในแต่ละกลุ่มล้วนแล้วมีทรัพยากรที่พวกเขาต้องการนำมาแลกเปลี่ยนกับกลุ่มที่ได้ตกลงกันเอาไว้


    “ดูนั่น ชุดเกราะ”


    “นั่นก็อาหาร”


    “ส่วนนั่นแกนมานา ดูเหมือนว่าแต่ละค่ายฝึกจะได้ของที่แทบไม่ซ้ำกันเลยนะ”


    เหล่าคนที่เดินทางมากับแอชเชอร์มองสำรวจกลุ่มต่างๆที่นำทรัพยากรของพวกเขาออกมาวาง กระทั่ง 10 ค่ายฝึกเดินมาพร้อมหน้ากัน ตัวแทนของแต่ละค่ายที่มาพูดคุยทำการตกลงในการแลกเปลี่ยนเมื่อวาน ก็ได้เดินเข้าไปหาค่ายที่ตัวเองทำการตกลงด้วย แอชเชอร์ทำเพียงยืนมองทุกๆคนคุยกันเท่านั้น จนถึงตอนที่แต่ละค่ายแลกเปลี่ยนทรัพยากร หลายคนก็เริ่มขยับเพื่อนำสิ่งที่พวกเขานำติดตัวไปวางให้กับค่ายที่แลกเปลี่ยน


    ระหว่างที่แอชเชอร์ยืนเป็นตอไม้ระบุว่าตำแหน่งนี้เป็นของค่ายที่ 7 ก็ได้มีคนนำชุดเกราะมาวางเอาไว้ด้านหน้าของเขาจนครบตามจำนวนที่เขาได้รับแจ้งเมื่อวาน จากนั้นก็มีการนำแกนพลังมานามาวางเช่นเดียวกันจนทุกๆอย่างที่ได้แลกเปลี่ยนครบทั้งหมด ยาที่พวกเขานำมาก็ถูกนำไปวางให้กับค่ายที่แลกเปลี่ยน กระทั่งทุกๆอย่างถูกวางทั้งหมดทุกคนก็ได้เดินกลับไปยืนในตำแหน่งของตัวเอง


    “มีใครของไม่ครบหรือไม่”


    ตัวแทนค่ายที่ 1 บอกให้แต่ละค่ายทบทวนสิ่งที่ตัวพวกเขาได้รับ ใครที่ได้ไม่ครบตอนนี้ยังสามารถโต้แย้งได้ จนทุกๆค่ายมั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นพวกเขาก็เริ่มขนย้ายสิ่งที่แลกเปลี่ยนขึ้นหลังก่อนจะลากัน ต่อจากนี้ไปนั้นพวกเขาคงจะได้มาพบกันใหม่อีกหน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มแผนการกวาดล้างมอนสเตอร์ภายในเมือง ทันใดนั้นเอง ทุกๆคนที่กำลังแยกย้ายเดินทางกลับไปยังค่ายของพวกเขาต่างหยุดเท้าตัวเองลง เมื่อพบเข้ากับการสั่นไหวของพื้นดินอย่างกับมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นจนทุกคนทรงตัวไม่ได้ต้องลงไปนั่งจับพื้น


    “เกิดอะไรขึ้น ?”


    “มอนสเตอร์จำนวนมากกำลังมาทางนี้เหรอ ?”


    ต่างคนต่างถามสิ่งที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหม แต่ไม่มีใครได้รับคำตอบแอชเชอร์ที่ลงไปนั่งบนพื้นรีบกวาดตามองออกไปรอบๆหาสาเหตุว่ามันเกิดอะไร  มันเป็นฝีมือมอนสเตอร์หรือเป็นฝีมือของสิ่งที่มาจากภายนอกการทดสอบ  หากมันมาจากภายนอกกองทัพจะต้องแจ้งเตือนพวกเขาแล้ว ดังนั้นมันจึงต้องเป็นหนึ่งในสิ่งทดสอบ แต่ชีวิตของเขาจำได้ว่าแผ่นดินไหวไม่เคยเกิดขึ้นในการทดสอบ จึงทำให้เขาต้องระวังตัวเพราะมันอาจจะเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับเสียงแปลกประหลาดเมื่อวานก็ได้


    “ตรงนั้น~!”


    แอชเชอร์ชี้ไปยังจุดที่น่าจะเป็นศูนย์กลางของแผ่นดินไหว จนทุกๆคนมองจ้องตามเขาไปบนเพดาน ท่ามกลางสายตาของนักเรียนที่มองจ้องไปบนเพดานนี้เองนั้น ดินที่อยู่ด้านบนก็เริ่มร่วงตกลงมา ไม่ว่าจะเป็นก้อนเท่ากำปั้นหรือจะเป็นก้อนใหญ่เท้ารถถัง ล้วนหล่นลงมาจากเพดาน  ทันใดนั้นทุกคนก็เห็นบางอย่างทะลวงเพดานลงมา มันเป็นหัวสว่านขนาดใหญ่ ด้วยสิ่งที่กำลังหมุนอยู่บนเพดานในตำแหน่งใจกลางเมืองร้าง ทำให้ทุกๆคนสนใจ


    “เกิดอะไรขึ้น ทางกองทัพกำลังทำอะไร”


    ทุกคนล้วนสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของกองทัพ ว่ากำลังทำอะไรกับการทดสอบ การใช้งานหัวขุดเจาะขนาดใหญ่แบบนี้ต้องการจะปล่อยอะไรเข้ามาในเขตนี้ 


    ทันทีที่พวกเขาคิดหาคำตอบพลางติดต่อกลับไปค่ายเพื่อดูว่ากองทัพติดต่อมาหรือไม่ หัวเจาะขนาดใหญ่ก็ได้ตกลงมาจากเพดานกระทบเข้ากับพื้นใจกลางเมืองร้างส่งเสียงดังสนั่นออกไปไกล  แอชเชอร์ที่จำรูปทรงของมันได้ว่าเป็นอะไรเขาจึงรีบร้องตะโกนสุดเสียงบอกให้เพื่อนของเขาส่งสัญญาณกลับไปยังค่ายเตือนให้ทุกคนไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุด แต่เขากลับช้าไปเพราะหลังจากที่หัวสว่านตกลงไปกลางเมือง มันได้ระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปทั่วเขตนี้จนทำให้ระบบสื่อสารของพวกเขาใช้การไม่ได้


    “วิ่ง ทุกคนวิ่ง กลับไปหลบที่ค่าย ใครที่ตัวเปล่าสวมใส่ชุดเกราะแล้วเก็บข้าวของไปซะ เร็วเข้า~!”


    แอชเชอร์ร้องตะโกนสุดเสียง มันเป็นเสียงที่ทำให้ทุกคนตื่นกลัว เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งที่แอชเชอร์หวาดกลัวถึงที่สุด เขาหวาดกลัวกว่าเสียงปริศนาเมื่อวานนี้ 


    “แอชเชอร์ เกิดอะไรขึ้น นายรู้อะไร เมื่อกี้นี้มันเป็นของกองทัพใช่ไหม”


    มอแกนที่ยังไม่เดินทางจากไปร้องตะโกนถามแอชเชอร์ ตัวแทนค่ายต่างๆที่ยังคงอยู่ใกล้กันล้วนแล้วรอฟังคำตอบจากแอชเชอร์ที่ดูเหมือนว่าจะรู้จักสิ่งนี้ดี พลางพยายามติดต่อกลับค่ายของพวกกเขา


    —----------------------


    “เกิดเหตุขัดข้อง ระบบทุกอย่างที่ใช้ตรวจสอบเขตการทดสอบเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ครับ”


    เสียงรายงานดังก้องไปทั่วห้องควบคุมที่อยู่ในกองทัพที่ 1 ทำเอาผู้บัญชาการย่นคิ้ว เนื่องจากการมองดูนักเรียนที่กำลังทดสอบไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น การที่ระบบขาดหายไปแบบนี้ทำให้เขาได้รับผลกระทบเพราะมันแสดงให้คนอื่นมองเห็นการทำงานที่หละหลวมของพวกเขาที่ปล่อยให้ระบบเสียหาย


    “เกิดอะไรขึ้น”


    “ผู้บัญชาการครับ ระบบทุกอย่างในกองทัพปกติ สายสัญญาณใต้ดินยังคงปกติเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าก่อนที่ระบบจะขาดหายไปนั้น กล้องของเราตรวจพบสิ่งนี้ใจกลางเมืองร้างเขตการทดสอบ”


    ภาพสุดท้ายที่กล้องตรวจจับได้ใจกลางเมืองร้างเขตทดสอบถูกฉายขึ้นไปบนอากาศ ทางผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ที่เห็นรูปภาพของมันต่างเบิกตากว้างทันที


    “เปิดใช้รหัสฉุกเฉิน  ส่งหน่วยพิเศษไปช่วยเหลือเร็วเข้า~!!!”


    เหล่าคนที่นั่งอยู่ในห้องควบคุมล้วนแล้วกดเแป้มพิมพ์พลางเข้ารหัสส่งสัญญาณไปยังหน่วยต่างๆ ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ล้วนแล้วแข่งกับเวลาเนื่องจากสิ่งที่โผล่ในการทดสอบอันตรายมาก หากพวกเขาช้าไปนักเรียนรุ่นนี้จะตายกันทั้งหมด แม้จะมีครูฝึกอยู่ข้างใน 100 คน แต่สิ่งที่โผล่มามันอยู่นอกเหนือแผนการรับมือที่พวกเขาเตรียมเอาไว้


    —------------------------------


    “แอชเชอร์ เจ้าสิ่งนั้นมันคืออะไร~!!!”


    ทุกคนยังรอคำตอบจากแอชเชอร์ไม่ไปไหน เหล่าคนที่เคยฝึกร่วมกับแอชเชอร์ต่างแสดงความวิตกกังวลใจหลังจากเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของแอชเชอร์ที่แสดงออกมา การที่ระดับ S ย่นคิ้วทำหน้าวิตกจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่


    โฮก~!


    เสียงคำรามลั่นของมอนสเตอร์ดังกระหึ่มมาจากใจกลางเมืองร้าง ทำเอาขนทั่วร่างของทุกๆคนลุกชั้น เตรียมตัวปะทะกับมอนสเตอร์ที่กำลังประสานเสียงร้องจนไม่รู้ว่ามีมากเท่าไหร่ ทันใดนั้นเพดานที่เกิดรูขนาดใหญ่ก็ปรากฎร่างของมอนสเตอร์กำลังไต่เข้ามา บางตัวที่พลาดท่ามันก็ร่วงออกมาจากรูที่ถูกหัวสว่านขนาดใหญ่ขุดขึ้น


    “แอชเชอร์”


    แอชเชอร์ที่ถูกเรียกอีกครั้งเขาก็รีบหันมองจ้องไปยังเพื่อนที่อยู่รอบๆ เขาจำได้ว่าตัวเองบอกให้ทุกคนวิ่งแล้วแต่ทุกคนกลับยังคงยืนอยู่กับที่ เขาจึงอ้าปากบอกสิ่งที่รู้ทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนได้หาทางรับมือด้วยตัวเอง


    “วิ่งเร็วเข้า หัวสว่านนั่นเป็นหนึ่งในรูปแบบยานของคอนโทรลเลอร์”


    ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างกับชื่อที่แอชเชอร์เอ่ยออกมา ก่อนที่พวกเขาจะรีบวิ่งกลับไปยังค่ายของตัวเองด้วยความรวดเร็ว



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน