ภายใต้เงามืดของแมกไม้หนาทึบชายในชุดดำสนิทราวกับความมืดมิดยามราตรียืนมองไปยังแสงเรืองรองที่ส่องสว่างขึ้นจากค่ายทหารของแคว้นต้า เหลียงแสงไฟจากคบเพลิงและกองไฟน้อยใหญ่ส่องกระทบผืนฟ้าเป็นสีส้มนวลดูสงบและเยือกเย็นในสายตาของเขา
ร่างสูงสง่าของชายผู้นั้นยืนหยัดอย่างมั่นคงแม้จะอยู่ในความมืดมิด แต่ก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาดวงตาคมกริบภายใต้ผ้าคลุมศีรษะจับจ้องไปยังค่ายทหารอย่างไม่วางตาราวกับกำลังประเมินสถานการณ์หรือวางแผนการบางอย่าง
ในมือของเขายังคงถือธนูคันเดิมที่เพิ่งปลิดลูกศรสังหารหมายชีวิตแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นไปเมื่อครู่แม้เป้าหมายจะรอดพ้นไปได้แต่ในแววตาของชายชุดดำก็มิได้มีความผิดหวังหรือเสียใจปรากฏอยู่ กลับกันกลับฉายแววเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว
เขาเพียงยืนนิ่งมองแสงไฟที่ส่องสว่างจากค่ายทหาร ราวกับกำลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างหรือกำลังคิดคำนวณถึงผลลัพธ์ของการกระทำของตนเองความเงียบสงัดของยามราตรีโอบล้อมร่างของเขาไว้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืดมิดนั้นเองมีเพียงเสียงลมพัดแผ่วเบาที่ลอดผ่านใบไม้เท่านั้นที่ทำลายความเงียบสงัดนั้น
ชายชุดดำกล่าวกับบุรุษชุดดำอีกคนที่ยืนอยู่บนเนินดิน"นายท่าน...พวกเราประเมินสถานการณ์ผิดพลาด...ข่าวล่าสุดบ่งชี้ว่าแม่ทัพใหญ่แคว้นต้าเหลียงสามารถกลับถึงค่ายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ บ่งชี้ว่าได้รับพิษ ปลุกกำหนัด ซึ่งตามแผนของพวกเขาแล้วแม่ทัพฮวาควรจะทรมานจากฤทธิ์ยา..."
ชายชุดดำผู้สง่างามที่ยืนอยู่ด้านหน้ายังคงมองตรงไปยังค่ายทหารแคว้นต้าเหลียงแววตาของเขาสงบนิ่ง ไม่แสดงความตกใจหรือความหงุดหงิดออกมาให้เห็น
ชายชุดดำผู้สง่างามยังคงตรึงสายตาไปยังค่ายทหารแคว้นต้าเหลียงแววตาของเขาสงบนิ่งดุจผืนน้ำลึกไม่ปรากฏร่องรอยของความตกใจหรือหงุดหงิดต่อข่าวที่ได้รับ
ชายชุดดำ มีน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มแต่แฝงความมั่นใจ"เขาได้รับพิษ... และแก้พิษแล้ว" เขาย้ำคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"เพียงแต่พวกเรายังไม่รู้ว่าผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือแม่ทัพใหญ่ต้าเหลียงผู้นี้...ช่างน่าสนใจยิ่งนัก"
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบุคคลปริศนาที่เข้ามาขัดขวางแผนการของตน
ชายชุดดำซึ่งหัวหน้ากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ถึงอย่างไร...พิษปลุกกำหนัดย่อมทิ้งร่องรอยไว้... มันจะส่งผลต่อจิตใจและร่างกายของเขาอย่างแน่นอน...เจ้าไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้"
เขาละสายตาจากค่ายทหารหันมามองชายชุดดำคนที่หนึ่งที่รายงานข่าว
ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้า"เรื่องที่ข้าสั่งให้เจ้าดำเนินการ...การส่งยาปลุกกำหนัดไปยังคนของเราในทัพเป่ยหม่าน... เป็นอย่างไรบ้าง?" น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดและบ่งบอกถึงความสำคัญของภารกิจนี้
ชายชุดดำคนเป็นลูกน้องตอบรับด้วยความเคารพ "เรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน...ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้"
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองเจ้านายด้วยความสงสัยใคร่รู้
ชายชุดดำคนลูกน้องกล่าวต่อ"ไม่ทราบว่านายท่านมีเหตุผลอันใด...ถึงต้องดำเนินการก่อกวนทัพเป่ยหม่านด้วยขอรับ?"
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเหยียดยิ้มเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายวาววับ "เป่ยหม่าน...ก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานนี้... หากปล่อยให้ต้าเหลียงแข็งแกร่งเกินไป...ในภายภาคหน้า พวกมันจะเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ต่อแคว้น เหยียนของเรา"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยมองไปยังทิศทางที่ตั้งของทัพเป่ยหม่านด้วยสายตาที่คาดการณ์ไกล
ชายชุดดำหัวหน้า"การยุยงให้เป่ยหม่านเปิดศึกกับต้าเหลียง...คือการตัดกำลังของทั้งสองฝ่ายไปพร้อมๆ กัน...ปล่อยให้พวกมันอ่อนแอลงจากการสู้รบ... เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม...แคว้นเหยียนของเราก็จะสามารถเข้ายึดครองทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย...โดยไม่ต้องเสียกำลังพลมากนัก"
ชายชุดดำหัวหน้า หันกลับมามองลูกน้องด้วยแววตาที่เฉียบคม
"จำไว้...ผลประโยชน์ของแคว้นเหยียน... คือเป้าหมายสูงสุดของเรา... ทุกสิ่งที่ข้าทำ...ล้วนมีเหตุผลซ่อนอยู่เบื้องหลัง"
ชายชุดดำลูกน้อง“ขอรับ...ข้าน้อยรับทราบ”
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าเขาเห็นสีหน้าไม่เข้าใจของลูกน้อง จึงอธิบายเพิ่มเติม
"เจ้าจะถามว่าเหตุใดต้องไปสร้างความวุ่นวายให้กับเป่ยหม่านใช่หรือไม่?จงฟังให้ดี...เป่ยหม่านเป็นดั่งดาบสองคมที่ข้าจะใช้สังหารต้าเหลียง...โดยที่มือของข้าไม่ต้องเปื้อนเลือดโดยตรง"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยมองไปยังทิศทางที่ตั้งของทัพเป่ยหม่านด้วยสายตาที่คาดการณ์ไกล
"การส่งยาปลุกกำหนัดไปสร้างความวุ่นวายในทัพเป่ยหม่าน...จะทำให้พวกมันเกิดความระแวงแคลงใจซึ่งกันและกัน... ก่อให้เกิดความแตกแยกภายใน...เมื่อทัพเป่ยหม่านอ่อนแอลง...ข้าก็จะปล่อยข่าวลือว่าต้าเหลียงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด...ยุยงให้พวกมันโกรธแค้นและเปิดศึกกับต้าเหลียง"
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าหันกลับมามองลูกน้องด้วยแววตาที่เฉียบคม
"ปล่อยให้สองแคว้นใหญ่ต่อสู้กันเองจนกำลังอ่อนล้า...ทรัพยากรถูกใช้ไปในการทำสงคราม... นั่นคือการตัดกำลังต้าเหลียงที่ดีที่สุด...โดยที่แคว้นเหยียนของเรา... จะไม่ต้องเสียกำลังพลไปโดยใช่เหตุ... เข้าใจหรือไม่?"
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้ามองไปยังทิศทางของเป่ยหม่านด้วยแววตาที่คาดการณ์"เมื่อภายในของเป่ยหม่านอ่อนแอ...ไม่ว่าจะเป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างพวกมันเอง...หรือเพราะสงครามกับต้าเหลียงที่ข้าจะยุยงขึ้น...นั่นก็คือโอกาสทองของแคว้นเหยียน..."
ชายชุดดำคนที่ 2 พึมพำกับชายชุดดำคนที่ 3 "ท่านแม่ทัพกำลังวางแผนให้สองแคว้นใหญ่ทำสงครามกันเอง...ช่างเป็นกลยุทธ์ที่..."
ชายชุดดำคนที่ 3 ด้านหลัง กระซิบตอบ"...เหมือนกับที่เขาว่า... 'นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน'*กระมัง?"
ชายชุดดำผู้เป็นหัวหน้าได้ยินสิ่งที่ลูกน้องกระซิบกระซาบกันเขายิ้มเล็กน้อยโดยไม่หันมา
เขายังได้กล่าวต่อ ด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความพึงพอใจ"พวกเจ้าก็เข้าใจนี่... ปล่อยให้พวกมันอ่อนแอลงด้วยน้ำมือของกันและกัน...ถึงเวลานั้น... แคว้นเหยียนของเราก็จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย...โดยไม่ต้องเสียกำลังพลไปโดยใช่เหตุ"
นายท่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่สั่งการได้
"เจ้าจงไปบัญชาคนที่อยู่ในเมืองหลวงแคว้นต้าเหลียงให้โหมกระพือความวุ่นวายให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีกจงทำให้พวกมันไม่มีแม้แต่เวลาที่จะได้สัมผัสความสงบสุขแม้เพียงชั่วครู่"
ดวงตาคมกริบของ"นายท่าน" จับจ้องไปยังร่างเงาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าราวกับจะมองทะลุไปยังจิตใจของอีกฝ่าย
"จงทำให้เมืองหลวงของพวกมันลุกเป็นไฟด้วยความขัดแย้งและความหวาดระแวงจงสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะเป็นในตลาด ในตรอกซอกซอยหรือแม้แต่ในวังหลวง"
"จงใช้ทุกวิถีทาง""นายท่าน" สั่งการต่อ"ปล่อยข่าวลือที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในอำนาจของผู้ปกครองยุยงให้เกิดความแตกแยกในหมู่ขุนนาง ก่อกวนการค้าและสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนจงทำให้ทุกวันของพวกมันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความอลหม่าน"
"จงทำให้พวกมันจดจ่ออยู่กับการดับไฟที่ลุกโชนอยู่ตรงหน้าจนไม่มีเวลาที่จะหันมาสนใจภัยคุกคามที่แท้จริงที่กำลังคืบคลานเข้าไป" นายท่านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"จงจำไว้ว่าเป้าหมายของเราคือการกัดกร่อนแคว้นต้าเหลียงจากภายใน ทำให้พวกมันอ่อนแอลงทีละน้อยเหมือนหนอนที่ชอนไชอยู่ในเนื้อไม้จนกระทั่งถึงเวลาที่โครงสร้างทั้งหมดจะผุพังลง"
ร่างเงาที่ยืนอยู่เบื้องหลังนายท่าน น้อมรับคำสั่งอย่างเงียบเชียบ
“ขอรับ”ลูกน้องทั้งสามคนรับคำอย่างแข็งขัน
สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและความอดทนที่ไร้ขีดจำกัดของ"นายท่าน" พวกเขารู้ดีว่าคำสั่งนี้คือการประกาศสงครามเงียบๆต่อแคว้นต้าเหลียง สงครามที่จะกัดกินความสงบสุขและความมั่นคงของอาณาจักรอย่างช้าๆแต่แน่นอน
จากนั้นร่างเงาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หายลับเข้าไปในความมืด เพื่อไปถ่ายทอดบัญชาของ"นายท่าน" ให้ถึงมือบรรดาผู้ที่แทรกซึมอยู่ในเมืองหลวงแคว้นต้าเหลียงความวุ่นวายระลอกใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้นและเมืองหลวงที่เคยสงบสุขกำลังจะถูกคลื่นแห่งความปั่นป่วนซัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง
*นั่งบนภูดูเสือกัดกัน ความหมายคือ การที่บุคคลหนึ่งอยู่ห่างไกลจากปัญหาหรือความขัดแย้งและเฝ้าดูผู้อื่นกำลังเผชิญกับความยากลำบาก โดยที่ตนเองไม่ได้รับผลกระทบใดๆและอาจจะไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ