สิ้นเสียงประกาศของผู้อาวุโสเยว่ เหล่าเด็กหนุ่มสาวที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองต่างพากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายตาของพวกเขาทุกคู่จับจ้องไปยัง "ประตูอสูร" สีดำทมิฬบานนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ทั้งความตื่นเต้น, ความมุ่งมั่น, และความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปิดบังได้
"ผู้เข้าทดสอบหมายเลขหนึ่ง... ก้าวออกมา!"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดผ้าไหมสีเขียวเดินตัวสั่นออกมาจากฝูงชน ใบหน้าของเขาซีดเผือด แต่ก็ยังคงรวบรวมความกล้าและโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสเยว่ ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูอสูร
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ... และก้าวเท้าแรกผ่านประตูเข้าไป!
และในวินาทีนั้นเอง...
"อ๊ากกกกกก!"
เขากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนราวกับเห็นภูตผีปีศาจ! ร่างของเขากระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับฝันร้ายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต! เขาทรุดตัวลงกับพื้นและคลานถอยหลังกลับออกมาจากประตูอย่างบ้าคลั่ง สติของเขาแตกสลายไปโดยสมบูรณ์!
ภาพนั้นทำให้ผู้เข้าทดสอบคนอื่นๆ ต้องสูดลมหายใจเย็นเยียบ! นี่มัน...น่ากลัวเกินไปแล้ว!
"ผู้ที่จิตใจอ่อนแอ... ไม่คู่ควรที่จะก้าวเข้าสู่ประตูของสำนักเมฆาคราม" ผู้อาวุโสเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย "ลากตัวออกไป! คนต่อไป!"
การทดสอบดำเนินต่อไป... คนแล้วคนเล่า... เด็กหนุ่มสาวที่เคยเป็นอัจฉริยะในเมืองของตนเอง ต่างก้าวเข้าไปในประตูอสูรด้วยความหวัง... และส่วนใหญ่ก็ออกมาด้วยความล้มเหลว บ้างก็กรีดร้องและวิ่งหนีออกมา, บ้างก็ล้มลงหมดสติในทันที, และบ้างก็ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน น้ำตาและน้ำมูกไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว... พวกเขาได้พ่ายแพ้ให้กับความกลัวในใจของตนเองอย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม มีผู้เข้าทดสอบไปแล้วเกือบร้อยคน แต่ผู้ที่สามารถเดินไปจนถึงแท่นศิลาที่อยู่ปลายทางได้นั้น... มีไม่ถึงสิบคน! และทุกคนที่ผ่านไปได้ล้วนมีสภาพที่น่าอนาถ... ใบหน้าซีดเผือด, ร่างกายสั่นเทา, และดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวาที่ยังคงค้างอยู่
"ต่อไป... หวังเฉิน!"
ในที่สุดก็ถึงตาของ หวังเฉิน! เขาก้าวออกมาอย่างสง่างามและหยิ่งผยอง แม้จะเห็นความล้มเหลวของผู้คนมากมาย แต่ความมั่นใจในตัวเองของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เขาโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสเยว่เล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเฟิงหลงและแสยะยิ้มออกมา
"ไอ้ขยะ! จงดูให้ดี! ดูให้ชัดๆ! ว่าอัจฉริยะที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร!"
สิ้นเสียงพูด เขาก็ก้าวผ่านประตูอสูรเข้าไปอย่างองอาจ!
ทันทีที่ก้าวเข้าไป... คลื่นพลังจิตสังหารที่รุนแรงและบ้าคลั่งนับหมื่นสายก็ถาโถมเข้าใส่จิตใจของเขาราวกับสึนามิ! ภาพมายาของอสูรร้ายนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบตัวของเขา พวกมันคำรามลั่นและพยายามจะฉีกกระชากวิญญาณของเขา!
ใบหน้าของหวังเฉินพลันซีดเผือดลงในทันที! 'แรงกดดัน...แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้!' เขาคิดในใจอย่างตื่นตระหนก
แต่ด้วยความหยิ่งทะนงและความมุ่งมั่นที่จะต้องเป็นที่หนึ่ง เขากัดฟันแน่นจนเลือดไหลซิบและระเบิดพลังปราณออกมาป้องกันจิตใจของตนเอง!
"แค่ภาพมายา... จะทำอะไรข้าได้!"
เขาก้าวเดินไปข้างหน้า... หนึ่งก้าว... สองก้าว... แต่ละก้าวนั้นหนักอึ้งราวกับกำลังแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนบ่า! เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา แต่เขาก็ยังคงเดินต่อไป! จนกระทั่งในที่สุด... เขาก็มาถึงแท่นศิลาที่อยู่ปลายทางได้สำเร็จ!
"โอ้! นายน้อยหวังผ่านแล้ว! ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!" เสียงชื่นชมดังขึ้นจากทั่วบริเวณ
หวังเฉินหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาหันกลับมามองเฟิงหลงด้วยสายตาของผู้ชนะที่เหนื่อยล้า... แต่ก็ยังคงความเย้ยหยันไว้อย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากนั้น หลินเฟิง ก็เป็นคนต่อไป เขามีสีหน้าที่หวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงรวบรวมความกล้าก้าวเข้าไป เขากัดฟันสู้กับความกลัวในใจของตนเอง... และในที่สุดก็ผ่านไปได้อย่างทุลักทุเล... เขาล้มลงหมดสติทันทีที่มือแตะถึงแท่นศิลา แต่ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ
และแล้ว... ก็ถึงตาของเฟิงหลง... "หมายเลขเก้าร้อยแปดสิบเจ็ด... เย่เฟิง"
ทุกสายตาในสนามจับจ้องมาที่ร่างในชุดสีดำธรรมดาๆ ของเขา เสียงกระซิบเย้ยหยันดังขึ้นอีกครั้ง
"ถึงตาของไอ้บ้านนอกนั่นแล้ว!""ข้าพนันได้เลยว่ามันต้องหมดสติตั้งแต่ก้าวแรกแน่ๆ!""ฮ่าๆๆ! ข้าอยากจะเห็นหน้าของมันตอนที่ร้องไห้วิ่งหนีออกมาเสียจริง!"
หวังเฉินมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาและสะใจ... รอคอยที่จะได้เห็นภาพที่น่าสมเพชที่สุด
เฟิงหลงไม่สนใจสายตาหรือคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น เขาเดินออกไปอย่างสงบนิ่ง... ใบหน้าของเขาเรียบเฉยราวกับผืนน้ำในบ่อร้าง... และก้าวเท้าแรก... ผ่านประตูอสูรเข้าไป...
ทันทีที่ร่างของเขาก้าวผ่านประตูเข้าไปจนสุด...
ไอสังหารและแรงกดดันจากจิตวิญญาณของสัตว์อสูรนับหมื่นที่เคยบ้าคลั่งและเกรี้ยวกราด... พลันเงียบสงัดลงในทันที!
อสูรร้ายในภาพมายาที่เคยคำรามอย่างดุร้าย บัดนี้กลับตัวสั่นเทาและหมอบคลานลงกับพื้นราวกับสุนัขที่ได้พบกับราชันย์ของพวกมัน!
เกิดอะไรขึ้น!?
แรงกดดันที่ควรจะถาโถมเข้าใส่จิตใจของเฟิงหลง... บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความ... ยำเกรง!
เพราะในห้วงสำนึกของเฟิงหลงนั้น... "ห้วงวิญญาณอสูรบรรพกาล" ที่หลับใหลอยู่ได้ตื่นขึ้น! มันสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณสังหารอันเป็นอาหารอันโอชะของมัน!
สำหรับคนอื่น... ที่นี่คือขุมนรก...
แต่สำหรับเฟิงหลง... ที่นี่คือ "ห้องจัดเลี้ยง!"
จิตวิญญาณอสูรในร่างของเขาคำรามขึ้นอย่างเงียบๆ! มันไม่ได้ต่อต้านแรงกดดัน... แต่มันกลับ "กลืนกิน" ไอสังหารและความหวาดกลัวเหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม! เปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาหารบำรุงจิตวิญญาณของเขาเอง!
ใบหน้าของเฟิงหลงไม่เพียงแต่ไม่ซีดเผือด... แต่กลับดูสงบนิ่งและสบายอกสบายใจอย่างน่าประหลาด! ราวกับกำลังเดินรับลมชมวิวในวันที่อากาศดี
เขาเริ่มก้าวเดิน... หนึ่งก้าว... สองก้าว... สิบก้าว...
ทุกย่างก้าวของเขานั้นมั่นคงและเป็นธรรมชาติ... เขาไม่ได้เดิน... แต่เขากำลัง "เดินเล่น"... ผ่านด่านทดสอบที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านของตนเอง!
ภาพนั้น... ทำให้ทุกคนในสนามต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง! เสียงหัวเราะเยาะทั้งหมดเงียบกริบลงในทันที! ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบคอของพวกเขาทุกคนไว้!
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของหวังเฉินแข็งค้าง... ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เชื่อสายตา... และสุดท้ายก็กลายเป็นความตกตะลึงและโกรธจัดจนแทบกระอักเลือด! "เป็น...เป็นไปไม่ได้! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?"
บนแท่นสูง... ผู้อาวุโสเยว่ที่ปกติมักจะมีใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก! ประกายแสงแห่งความประหลาดใจอย่างสุดขีดวาบขึ้นในดวงตาที่งดงามของนาง นางจ้องมองร่างในชุดสีดำนั้นไม่วางตา พยายามจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่
เฟิงหลงเดินมาจนถึงแท่นศิลาที่ปลายทาง... เขาวางมือลงบนมันเบาๆ... ก่อนจะหันกลับมา... และเดินกลับออกมา... ด้วยท่าทีที่สบายๆ เช่นเดิม
เขากลับมายืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น... มองไปยังฝูงชนที่กำลังตกตะลึงจนสิ้นสติด้วยแววตาที่เรียบเฉย... ราวกับว่าสิ่งที่เขาเพิ่งทำไปนั้น... ไม่ใช่เรื่องที่สลักสำคัญอะไรเลย