ใน่บ่ายของวัน.. จูหงเฟยได้รับอนุญาตจากทางโรงเรียนให้กลับบ้านไปพักผ่อนได้ แต่วันพรุ่งนี้จูหงเฟยจะต้องพาผู้ปกครองมาพบกับผู้อำนวยการของโรงเรียนประถมที่จูหงเฟยเรียนอยู่
เมื่อจูหงเฟยกลับมาถึงห้องคอนโดของครอบครัวแล้ว จูหงเฟยก็เดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบเอาน้ำแข็ง 2 ก้อนออกมาจากช่องฟรีซของตู้เย็น
ที่จูหงเฟยต้องเอาน้ำแข็งออกมา 2 ก้อนก็เพราะว่าก้อนแรกนั้นจูหงเฟยเอามาประคบตรงบริเวณหน้าฝากที่ปูดโนขึ้นมาของเขา
ส่วนอีกก้อนนั้นจูหงเฟยเอามาประคบที่ใบหูข้างซ้าย ซึ่งโดนแม่ของเขาบิดไปบิดมาอย่างเมามันแทบจะตลอดเวลาที่จูหงเฟยอยู่ในโรงพยาบาลที่แม่ของเขาทำงานอยู่ พร้อมกับคำด่า-คำสอนมากมายที่ออกมาจากปากของแม่ราวกับขบวนรถไฟซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด
"เฮ้อ.. หน้าผากโนยังไม่พอ ยังต้องมาเจ็บที่หูอีก แม่นะแม่ เฮ้อ.." จูหงเฟยบ่นไปก็เอาน้ำแข็งประคบแล้วค่อยๆนวดไป
ในตอนนี้ยังไม่ถึงตอนเย็น พ่อกับแม่ของจูหงเฟยยังไม่กลับมาจากที่ทำงาน จูหงเฟยจึงประคบน้ำแข็งไปด้วยแล้วเริ่มตั้งสมาธิกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลไปด้วย
แล้วเวลาก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมง โดยที่จูหงเหยยังคงมีสมาธิกับการกำหนดลมหายใจ..
"เอ๋..!! ทำไมหูเราถึงหายเจ็บแล้วแฮะ.. ส่วนไอ้เ้าหน้าผากที่โนขึ้นมาเหมือนกับลูกเกาลัดนี่ มันก็ยุบลงไปมากกว่าครึ่งแล้ว..?? "
"หรือว่าไอ้เ้าวิธีการกำหนดลมหายใจแปลกๆนี่มันจะรักษาร่างกายของเราได้ด้วย ลองดูอีกซักหน่อยว่าหน้าผากของเรามันจะยุบจนหายเป็ปรกติได้ไหมนะ"
จูหงเฟยสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง หลังจากที่เขากำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลมาได้เป็เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
จากนั้นจูหงเฟยก็อยู่ในภวังค์สมาธิเพื่อกำหนดลมหายใจแบบแปลกๆของเขาต่อไป
"นี่ๆๆๆ.. นี่ๆๆ.. นี่มันอะไรกัน.. เพิ่งผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียว หน้าผากของเราที่โนขึ้นมามันก็ยุบหายไปหมดแล้ว แถมยังไม่ปวดอีกแล้วด้วย" ว่าแล้วจูหงเฟยก็เอานิ้วไปกดจิ้มๆๆ..ตรงหน้าผากของเขาที่เคยปูดโนขึ้นมาอย่างแรงหลายๆครั้ง
"ฮ่าๆๆๆ.. ไอ้วิธีหายใจแปลกๆนี่มันใช้ได้ผลดีจริงๆ เรากลับมาหล่อเหมือนเดิมแล้ว ฮ่าๆๆๆ.."
จูหงเฟยนั้นเคยหัวโน หรือแม้กระทั้งเคยหัวแตกมาแล้วหลายต่อหลายครั้งเนื่องมาจากความซุกซนเป็ลิงของเขา แล้วจูหงเฟยก็รู้ดีว่ากว่าหัวที่โนจะยุบลงได้จนหายสนิท มันจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 - 7 วัน ซึ่งก็แล้วแต่ความรุนแรงของอาการในแต่ละครั้ง
แต่ในครั้งนี้จูหงเฟยใช้เวลาไปเพียงแค่ 1 ชั่วโมงด้วยการกำหนดลมหายใจแบบแปลกๆจากระบบเทพยุทธ์ จึงทำให้หน้าผากที่ปูดโนยุบลงได้อย่างรวดเร็ว ทำเอาจูหงเฟยยิ่งมีกำลังใจในการกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก
เเล้ว่เวลาตอนเย็นก็มาถึง เมื่อพ่อของจูหงเฟยเปิดประตูห้องคอนโดเข้ามา เขาก็เห็นจูหงเฟยกำลังนั่งเล่นเกมส์ออนไลน์ในคอมพิวเตอร์อยู่อย่างสนุกสนาน
"นี่เฟยเอ๋อ.. แม่เขาโทรมาหาพ่อ บอกว่าลูกทะเลาะกับเพื่อนจนต้องไปโรงพยาบาลเลยเหรอ"
"แล้วเห็นแม่เขาบอกว่าหน้าผากของลูกโนขึ้นมาลูกใหญ่มากนี่ ไหนขอพ่อดูหน่อยว่ามันใหญ่ขนาดไหน" จากนั้นพ่อของจูหงเฟยก็เดินอ้อมจูหงเฟยที่นั่งหันหลังให้ แล้วไปยืนอยู่ข้างๆโต๊ะคอมพิวเตอร์
"เอ๋..!! หน้าผากก็ไม่เห็นโนเลยนี่ หรือว่าพ่อจะฟังมาผิด.." ว่าแล้วพ่อของจูหงเฟย ก็เอามือมาลูบๆคลำๆไปทั้งศีรษะของจูหงเฟย แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามีส่วนไหนที่ปูดโนขึ้นมา พ่อของจูหงเหยจึงเอามือไล่ลูบศีรษะของจูหงเฟยดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
จูหงเฟยชักรู้สึกรำคาญ เขาจึงพูดกับพ่อของเขาว่า "พ่อครับไอ้ที่มันโน มันก็อยู่ตรงหน้าผากของผมนั่นแหละครับ แต่ว่าตอนนี้มันยุบหายไปหมดแล้วครับ"
"อ้อ.. ยุบหายไปแล้วก็ดีแล้วล่ะ" พ่อของจูหงเฟยคิดว่าห้วที่โนของจูหงเฟยนั้นลูกไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร กินยาเเก้อักเสปแล้วประคบน้ำแข็งสักพักก็คงหายไปเอง เนื่องจากร่างกายของเด็กนั้นสามารถพื้นตัวได้เร็วกว่าผู้ใหญ่มากนัก แล้วตอนที่แม่ของจูหงเฟยโทรมาบอกนั้นก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเื่หน้าผากที่โนของจูหงเฟยมากมายเท่าไหร่ แต่เน้นไปที่วีรกรรมในเื่การทะเลาะวิวาทของจูหงเฟยเสียมากกว่า รวมถึงเื่ที่ทางโรงเรียนเชิญให้ผู้ปกครองไปพบในวันพรุ่งนี้ด้วย
จากนั้นพ่อกับลูกก็ช่วยกันทำกับข้าวแล้วนั่งกินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน เนื่องมาจากวันนี้แม่ของจูหงเฟยเข้าเวรกลางคืนกว่าจะกลับมาถึงห้องคอนโดก็เกือบ 5 ทุ่ม จึงเหลือแค่พ่อกับลูก 2 คนเท่านั้น
โดยที่ในคืนนี้พ่อของจูหงเฟยก็ไม่ได้เอ่ยปากตำหนิจูหงเฟยเื่การทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเลยแม้แต่คำเดียว
เมื่อถึงเวลา 3 ทุ่ม จูหงเฟยก็เข้านอนตามเวลานอนปรกติของเขา จูหงเหยนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว ประมาณว่าหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บ
แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!! แกร๊งๆๆๆ...!!!
เวลาตีห้าตรงเป๊ะ..เสียงระฆังั์จากระบบเทพยุทธ์ก็มาตามนัด จนทำให้จูหงเฟยต้องใแหกตาตื่นขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้..