สามวันต่อมาองค์ชายน้อยทรงมีพระอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำให้เหล่าบรรดาขุนนางพากันเลิกสงสัยในตัวหมอหญิงฉู่หลินและฉู่หลินนั้นก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยยอมเผยแพร่สูตรสมุนไพรที่ใช้แก้พิษเพียงหลับให้เหล่าบรรดาหมอหลวงได้รับรู้นั่นจึงทำให้หมอหลวงเข้าใจและรู้ว่าสมุนไพรทั้ง 20 ชนิด หาได้ทั่วไปและไม่มีพิษถึงขั้นทำให้เกิดอัมพาตและพูดไม่ได้
ถึงแม้ว่าจะสามารถล้างมลทินให้ฉู่หลินได้แล้วแต่นางไม่อาจกลับไปเป็นหมอหลวงหญิงได้อีกแล้วทั้งนี้เพราะทุกคนได้รู้แล้วว่าฉู่หลินยังไม่ได้ตัดสัมพันธ์กับองค์ชายรองดังนั้นฉู่หลินจึงอยู่ในฐานะพระชายา และต้องกลับไปอยู่ที่ตำหนักองค์ชายรองโดยมีนางกำนัลหงเยี่ยนคอยติดตามฉู่หลินมาอยู่ที่ตำหนักนี้ด้วย
องค์ชายรองทรงเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะกลับไปตำหนักของพระองค์ในฐานะองค์ชายรองดังนั้นพระองค์จึงแสร้งจัดขบวนเสด็จและกลับเมืองหลวงอย่างเป็นทางการพอพระองค์เสด็จไปถึงตำหนักของพระองค์ ที่นี่กลับเงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่
“ฉู่หลินฉู่หลิน เจ้าอยู่ที่ไหน” องค์ชายรองตรัสเรียกด้วยความเป็นห่วง
แต่ไร้เสียงตอบใดๆ
องค์ชายรองทรงพยายามหาทั่วทั้งตำหนักแต่กลับไม่พบพระชายาดังนั้นพระองค์จึงไปเคาะเรียกนางกำนัลคนสนิทของฉู่หลินที่ห้องพักของนาง
“มีใครอยู่มั้ย”องค์ชายรองทรงเคาะประตูเรียก
“อื้อ อื้อ อื้อ…”
องค์ชายรองทรงตกพระทัยเพราะทรงได้ยินแต่เสียงอื้อราวกับคนข้างในถูกปิดปากไว้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงถือวิสาสะเปิดเข้าไปดูในตอนแรกพระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรไม่เห็นใครเลย แต่พอได้ยินเสียงร้องอื้อ อื้อดังขึ้นเรื่อยๆ จึงพบว่ามีคนถูกมัดอยู่หลังฉาก
องค์ชายรองทรงรีบแก้มัดให้นางกำนัลหงเยี่ยนพอเสร็จเรียบร้อยจึงรีบตรัสถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น”
“ทูลองค์ชายรองพระชายาทรงคาดการณ์ว่าคนร้ายต้องเข้ามาปองร้ายหม่อมฉันดังนั้นเมื่อคืนพระนางจึงจับหม่อมฉันมาหลบที่หลังฉากพร้อมกับจับมัดมือมัดเท้าและใช้ผ้าปิดปากหม่อมฉันไว้ และตัวพระนางก็ไปนอนที่เตียงแทนที่หม่อมฉันทั้งนี้เพราะหม่อมฉันไม่ยินยอมให้พระนางมาเสี่ยงอันตรายแทนพระนางจึงทำกับหม่อมฉันเช่นนี้” หงเยี่ยนรายงาน
“แล้วยังไงคนร้ายเข้ามาหวังลักพาตัวเจ้าจริงๆใช่มั้ย” องค์ชายรองทรงเค้นถาม
“ใช่แล้วเพคะแม้คนร้ายสวมชุดดำแต่หม่อมฉันพอจะเดาออกว่าชายคนนั้นต้องเป็นมารฟงเหวินที่ต้องการฆ่าหม่อมฉันปิดปากเป็นแน่เพคะ”หงเยี่ยนกล่าวอย่างมั่นใจ
“เราจำเป็นต้องพาเจ้าไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยนั่นคือตำหนักขององค์รัชทายาท ที่นั่นมีทหารองครักษ์คุ้มกันแน่นหนา ส่วนเรื่องชายาเดี๋ยวเราจัดการเอง” องค์ชายรองตรัส
“พระองค์ต้องช่วยพระนางให้ได้นะเพคะ”หงเยี่ยนเป็นห่วงเจ้านายที่แสนดีคนนี้มาก
“เราคงต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าวังบุปผาตอนนี้พวกเรารีบไปตำหนักองค์รัชทายาทกันเถอะ” องค์ชายรองตรัส
ดังนั้นหงเยี่ยนในตอนนี้จึงได้ไปรับใช้องค์รัชทายาทแทนเพื่อความปลอดภัยของนางเอง
******************************
ณ ผาน้ำตกทมิฬ
ชายาฉู่หลินทรงถูกโปะยาสลบแล้วพามาวางในถ้ำใกล้ๆน้ำตก
ชายาฉู่หลินทรงค่อยๆรู้สึกตัวตื่นแต่ก็ต้องตกพระทัยเพราะพระนางทรงทอดพระเนตรเห็นจอมยุทธ์ชุดดำที่เปิดใบหน้าออกแล้วกำลังคร่อมตัวพระนางไว้“เจ้าเป็นใคร ออกไปนะ” ฉู่หลินพยายามผลักฝ่ายชายสุดแรงแต่ไม่อาจสู้แรงผู้ชายได้
“555 แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้ตัวหงเยี่ยนแต่พอมาพบสาวงามอย่างเจ้าเช่นนี้ นับว่าข้าโชคดียิ่งนักรับรองว่าข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เจ้าจะมีความสุขในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน” มารฟงเหวินพอใจในรูปลักษณ์ของชายาฉู่หลิน
ชายาฉู่หลินทรงลืมพระองค์ว่าตนไม่ใช่เหวยเซียงคนที่มีใบหน้าขี้ริ้วขี้เหร่อีกแล้วในตอนนี้พระนางทรงรู้สึกขยะแขยงที่ถูกฝ่ายชายพยายามเล้าโลมพระนางทรงพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์ อีกทั้งยังตะโกนขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”
“ในป่าแห่งนี้ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก แม่นางคนสวยของข้า” มารฟงเหวินยังคงจูบพรมไปทั่วใบหน้าหญิงสาวอย่างใจเย็น
ชายาฉู่หลินทรงใช้แรงฮึดสุดท้ายกัดไปที่ไหล่ของฝ่ายชายแล้วผลักเขาออกไปจนสุดแรง จากนั้นก็ลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
“ฤทธิ์มากนักนะข้าไม่น่าประมาทเจ้าเลย” มารฟงเหวินเสียหลักล้ม พอตั้งตัวได้ก็รีบเดินตามเหยื่อไป
ชายาฉู่หลินวิ่งจนไปถึงน้ำตกในขณะที่มารฟงเหวินค่อยๆเดินตามหญิงสาวไปอย่างใจเย็นพร้อมกับผิวปากอย่างอารมณ์ดี
ในที่สุดก็ถึงทางตันด้านหลังของชายาฉู่หลินเป็นน้ำตกที่สูงชันมาก
“ยอมเป็นเมียข้าเสียเถอะเจ้าเจอทางตัน ไม่มีทางให้เจ้าหนีได้อีกแล้วคนสวย”มารฟงเหวินยืนประจันหน้าหญิงสาว
“เจ้าคือมารฟงเหวินใช่หรือไม่”ชายาฉู่หลินทรงพยายามถามเพื่อถ่วงเวลาเผื่อมีคนมาช่วยนาง
“ไม่ยักรู้ว่าเจ้ารู้จักข้าด้วย”มารฟงเหวินยิ้มมุมปาก
“ท่านยอมมอบตัวเสียเถิดองค์รัชทายาททรงตามจับเจ้าเสียทั่ว ท่านหนีไม่รอดหรอก” ชายาฉู่หลินทรงพยายามกล่อม
“ใครจะมาจับตัวข้าได้”มารฟงเหวินมั่นใจในฝีมือของตัวเอง
“ข้ามีสามีแล้วข้าไม่คู่ควรกับท่านหรอก” ฉู่หลินกล่าวอ้าง
“ผู้หญิงที่มีสามีแล้วนี่แหละยิ่งมีเสน่ห์รู้มั้ย” มารฟงเหวินไม่สนใจ
“ปล่อยข้าไปเถอะข้าไม่ใช่หงเยี่ยนเสียหน่อย” ฉู่หลินกล่าว
“เจ้าอยากใช้อุบายให้ข้าจับผิดคนเองนี่ดังนั้นเจ้าต้องมาบำเรอข้าแทนนาง” มารฟงเหวินกล่าว
ชายาฉู่หลินทรงเม้มพระโอษฐ์เพราะทรงไม่มีทางเลือกพระนางทรงตั้งพระทัยว่าจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีศักดิ์ศรีของพระนาง จึงคิดยอมตายดังนั้นพระนางจึงตัดสินพระทัยกระโดดน้ำตกเพื่อหนีมารฟงเหวิน
หลังจากกระโดดไปแล้วเสียงน้ำด้านล่างน้ำตกกระเซ็นไปทั่ว แม่น้ำด้านล่างเป็นน้ำลึกมากในตอนนี้ชายาฉู่หลินกำลังจมดำดิ่งไปอยู่ใต้น้ำลึก พระนางทรงดำริในพระทัยว่า “เหวยเซียงเอ๊ยเหวยเซียง เจ้าได้ผ่านชีวิตมามากมายแล้ว ได้พบภยันตรายต่างๆนานาแต่ครั้งนี้คงถึงเวลาแล้วสินะที่เจ้าต้องจากโลกไปเสียที”
สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนใครสักคนกระโดดน้ำตกลงมาด้านล่างเหมือนกันเขาคนนั้นเป็นชายที่สง่างามคนหนึ่ง เขาพยายามว่ายและดำลงไปจนเขาพบตัวชายาฉู่หลินเขาจึงเข้าไปกอดและจุมพิตกับหญิงสาวเพื่อแบ่งอากาศให้ ก่อนที่จะพาขึ้นเหนือน้ำไปด้วยกัน
ชายาฉู่หลินทรงลืมตาไปมองผู้มีพระคุณอย่างอ่อนแรงทำให้พระนางทรงมองเห็นพระสวามีของตนเอง พระนางทรงพึมพำว่า “นี่หม่อมฉันฝันไปใช่มั้ยเพคะ พระองค์ทรงไม่มีวันอยู่ที่นี่ได้หรอก”
“ชายาฉู่หลินปลอดภัยแล้วใช่มั้ยพะย่ะค่ะ”เสียงอีกด้านตะโกนถาม
“นางหายใจปกติแล้ว”ชายที่ช่วยเหลือชายาฉู่หลินตะโกนบอกสหาย
“งั้นพระองค์ทรงมาช่วยกระหม่อมจับมารฟงเหวินสิพะย่ะค่ะ”เจ้าวังบุปผากล่าว
“รู้แล้วจะรีบไปเดี๋ยวนี้” องค์ชายรองทรงวางชายาฉู่หลินให้นอนลงดีๆก่อนจะกระโดดไปหาสหายเพื่อช่วยกันจับคนร้าย
“พวกเจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก”มารฟงเหวินกล่าว
“ยอมมอบตัวเถอะมารฟงเหวินเจ้าหนีไม่รอดหรอก” องค์ชายรองตรัส
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดจะมอบตัวทำไม” มารฟงเหวินปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
“เจ้าลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทอย่าคิดว่าจะไม่มีใครรู้” องค์ชายรองตรัส
“งั้นพวกเจ้าก็ตายตามฝ่าบาทไปก็แล้วกัน”มารฟงเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงอำมหิต
องค์ชายรองและท่านเจ้าวังบุปผาเข้าโจมตีมารฟงเหวินพร้อมกันมารฟงเหวินมีวรยุทธ์สูงก็จริง แต่โดนรุมแบบนี้ทำให้เขาอาจพลาดท่าได้โดยง่ายดังนั้นจึงใช้ตัวช่วยซึ่งนั่นก็คือ งูพิษที่ตนเลี้ยงไว้
“ระวังพะย่ะค่ะมันเริ่มใช้งูพิษแล้ว” เจ้าวังบุปผาตะโกนบอก
แต่ทว่าสิ่งที่ทั้งสองคนคาดไม่ถึงก็คือมารฟงเหวินมีความสามารถเป่าใบไม้เรียกงูพิษมารวมอยู่ที่นี่ได้ด้วย
องค์ชายรองทรงเป็นห่วงชายาฉู่หลินจึงรีบอุ้มนางเพื่อไปหลบในที่ที่ปลอดภัย
“ทรงทิ้งกระหม่อมหรือพะย่ะค่ะ”เจ้าวังบุปผากล่าว
“เจ้าต้านไปก่อนนะเดี๋ยวข้ากลับมาช่วย” องค์ชายรองตรัส
มารฟงเหวินยังคงเป่าเรียกงูต่อไปในขณะที่เจ้าวังบุปผายังคงฟาดฟันงูพิษไม่หยุด เพราะพวกมันเลื้อยมาเป็นฝูง
ผ่านไปไม่นาน องค์ชายรองทรงตะโกนบอก “รับนี่ไป”
“เอาไหเหล้ามาทำไมพะย่ะค่ะ”เจ้าวังบุปผาสงสัย
“พ่นเหล้าใส่พวกงูนั่นเร็วเข้า” องค์ชายรองตรัสสั่ง
เจ้าวังบุปผายอมทำตามคำสั่ง
สักพักองค์ชายรองทรงเป่าชุดไฟพอไฟติดจนร้อนแดงแล้ว จึงโยนชุดไฟไปที่งูเหล่านั้น
ไฟลุกโชนอย่างรวดเร็วเผาไหม้ฝูงงูพิษแทบไม่เหลือซาก
“พวกเจ้ากล้าดียังไงมาเผาสัตว์เลี้ยงของข้า” มารฟงเหวินโมโห
“เจ้าใช้พวกมันเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากมายตอนนี้เจ้าไร้ซึ่งพิษสงแล้วเมื่อไม่มีมัน จงยอมมอบตัวเสียเถิด” องค์ชายรองตรัส
“ไม่มีวันเสียหรอก”มารฟงเหวินยังคงจับดาบพร้อมที่จะต่อสู้
องค์ชายรองและเจ้าวังบุปผาเข้าโจมตีแต่ตอนนี้มารฟงเหวินเริ่มอ่อนแรง เขาเห็นว่าตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงใช้ระเบิดควันเพื่อหลบหนี
“บ้าจริงมันหนีไปได้” องค์ชายรองทรงเจ็บพระทัย
“พระองค์ทรงพาชายาฉู่หลินกลับวังก่อนเถิดเดี๋ยวกระหม่อมจะตามล่ามารชั่วให้เอง” เจ้าวังบุปผาอาสา
“รบกวนเจ้าแล้ว” องค์ชายรองตรัส
องค์ชายรองทรงอุ้มชายาฉู่หลินให้ขึ้นขี่ม้าและตัวพระองค์ก็ทรงรีบขึ้นขี่ม้าตามกลายเป็นว่าสองพระองค์ทรงม้าตัวเดียวกันโดยที่พระชายาทรงนอนพิงพระอุระขององค์ชายรองอย่างไร้สติ
ท่านเจ้าวังบุปผารีบวิ่งออกตามหามารฟงเหวินไปทั่วผาน้ำตกทมิฬ
******************************
มารฟงเหวินวิ่งหนีมาทางตะวันตกสักพักเขาก็แปลกใจที่เห็นคนรู้จักกำลังขี่รถม้ามุ่งหน้ามาทางเขา
“ท่านกงกงท่านอยู่ที่นี่ได้ยังไง” มารฟงเหวินตกใจ
“พระสนมเอกทรงมีรับสั่งให้ข้ามารับท่านกลับวังขอรับ” กงกงกล่าว
มารฟงเหวินจึงขึ้นรถม้าแต่โดยดีสักพักกงกงก็ยื่นกระบอกน้ำให้มารฟงเหวินดื่ม แล้วขี่รถม้าพามารฟงเหวินกลับวัง
มารฟงเหวินได้กลิ่นแปลกๆเขาจึงแกล้งกินน้ำและแอบถ่มทิ้ง จากนั้นก็แกล้งสลบไป
กงกงรู้สึกว่าได้เวลาแล้ว จึงหยุดรถม้าแล้วเตรียมมีดสั้นหมายจะฆ่าชายในรถม้าให้ตาย
แต่ทว่ามารฟงเหวินรีบลืมตาแล้วบีบข้อมือกงกงจนมีดหลุดมือจากนั้นก็บีบคอของเขา
“ทำไมต้องฆ่าข้าด้วย”มารฟงเหวินเค้นถาม
“ขะข้าทำตามคำสั่งของพระสนมเอก ข้าเองก็ไม่อยากทำ” กงกงกล่าวอ้าง
“เจ้าคิดว่ากงกงอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้ตายซะเถอะ” มารฟงเหวินเริ่มบีบคอแน่นขึ้นกว่าเดิม
“วะ ไว้ชีวิตข้าด้วย ขะข้าทำตามคำสั่งจริงๆนะ” กงกงพยายามพูด
มารฟงเหวินกำลังจะบีบคอกงกงให้ตายแต่เขาได้ยินฝีเท้าจอมยุทธ์ท่านหนึ่ง จึงหยุดการกระทำ
“เจ้าต้องเปลี่ยนชุดกับข้า” มารฟงเหวินเปลี่ยนแผน
กงกงจึงยอมเปลี่ยนชุดกับมารฟงเหวินเพื่อเอาตัวรอด
“เจ้าจงวิ่งล่อไปทางตะวันออกถ้าเจ้าไม่ยอมทำตาม เจ้าก็ต้องตายตรงนี้” มารฟงเหวินขู่
“ได้ๆข้าจะรีบวิ่งไปเดี๋ยวนี้” กงกงที่สวมชุดมารฟงเหวินรีบวิ่งมุ่งหน้าไปทางตะวันออก
ส่วนมารฟงเหวินในชุดกงกงก็หลบอยู่หลังพุ่มไม้พอเขามองเห็นว่าเจ้าวังบุปผาวิ่งผ่านหน้าไปติดตามมารฟงเหวินตัวปลอมเขาก็เลยรีบหนีมุ่งหน้าไปตำหนักพระสนมเอกเพื่อคิดบัญชี
******************************
เจ้าวังบุปผาสามารถกระโดดไปดักหน้ามารฟงเหวินตัวปลอมได้
“เจ้าไม่ใช่มารฟงเหวินนี่เจ้าเป็นใคร” เจ้าวังบุปผาตกใจที่ตนเสียรู้
“ไว้ชีวิตข้าด้วยข้าไม่ใช่มารฟงเหวิน ข้าคือกงกงประจำตำหนักพระสนมเอก ข้าถูกมารคนนั้นบังคับให้เปลี่ยนชุดเพื่อล่อท่านมาทางนี้ตอนนี้มารฟงเหวินตัวจริงคงหนีไปไกลแล้ว”กงกงพยายามร้องขอชีวิต
“งั้นข้าจะพาเจ้ากลับตำหนักองค์รัชทายาท”เจ้าวังบุปผากล่าว
“ขอเพียงไว้ชีวิตข้าข้ายอมทั้งนั้น” กงกงยอมให้จับกุมแต่โดยดี
เจ้าวังบุปผาจึงจับกงกงมัดแล้วนำไปขึ้นรถม้าจากนั้นเจ้าวังบุปผาก็ขี่รถม้ากลับวัง
กงกงในสภาพถูกมัด เขาคิดในใจว่า “555ในที่สุดข้าก็สามารถแก้แค้นแทนน้องสาวที่เป็นนางกำนัลได้สำเร็จพระสนมเอกทรงส่งน้องสาวกระหม่อมไปบำเรอมารชั่วนั่น จนน้องสาวของกระหม่อมฆ่าตัวตายแค้นนี้ต้องชำระ บัดนี้มารชั่วเข้าใจผิดคิดว่าพระสนมเอกทรงทรยศหมายฆ่าเขาปิดปากมารชั่วนั่นต้องกลับไปแก้แค้นพระสนมเอกอย่างสาสมเป็นแน่พระองค์ทรงต้องรับกรรมครั้งนี้ พระสนมเอก”
******************************
ณ ตำหนักพระสนมเอก
พระสนมเอกทรงตามหากงกงส่วนพระองค์ทั่วตำหนักก็หาไม่เจอจนกระทั่งมาเจอกงกงหันหลังให้
“กงกงเจ้าไปอยู่ไหนมา เราตามหาเจ้าเสียทั่ว” พระสนมเอกตรัส
“ทรงรอฟังว่างานสำเร็จหรือไม่ใช่มั้ยพะย่ะค่ะ” กงกงตัวปลอมกล่าวเสียงเย็น
“เราไม่ได้สั่งให้เจ้าทำอะไรเสียหน่อย”พระสนมเอกทรงไม่รู้เรื่อง
กงกงหันมากลายเป็นมารฟงเหวิน
“ทำไมเจ้ายังอยู่ที่นี่อีกเราบอกให้เจ้าหนีไปไม่ใช่หรือ” พระสนมเอกทรงตกพระทัย
“พระองค์ทรงส่งกงกงไปลอบฆ่ากระหม่อมแต่เสียใจด้วยที่กระหม่อมรู้ทันจึงรอดชีวิตมาได้” มารฟงเหวินกล่าว
“เราเปล่านะเราไม่รู้เรื่อง” พระสนมเอกทรงฉงนกับคำพูดของมารฟงเหวิน
“อย่าทำเป็นไขสือแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยพะย่ะค่ะ” มารฟงเหวินไม่เชื่อ
“อย่าเข้ามานะเจ้าจะทำอะไรน่ะ” พระสนมเอกทรงตกพระทัยที่ผ่ายชายเดินเข้ามาใกล้พระนางเรื่อยๆ
“ความจริงกระหม่อมหมายปองพระองค์มานานแล้วนะพะย่ะค่ะแต่พระองค์ทรงแลกด้วยการนำนางกำนัลมาปรนนิบัติกระหม่อมแทนพระองค์ในเมื่อพระองค์ทรงทรยศกระหม่อม ดังนั้นวันนี้กระหม่อมจะไม่อ่อนข้ออีก” มารฟงเหวินกล่าว
“อย่านะไม่งั้นเราจะเรียกทหาร” พระสนมเอกตรัสขู่
มารฟงเหวินจี้จุดใบ้และจี้จุดทำให้สาวงามวัย35 ปีขยับตัวไม่ได้จากนั้นเขาก็แบกตัวพระนางไว้บนบ่าเข้าไปในห้องบรรทมของพระสนมเอกครั้งนี้มารฟงเหวินได้กระทำการย่ำยีพระเกียรติของหญิงสูงศักดิ์พระนางได้ตกเป็นของเขา กว่าจะหนำใจเขาก็ฟ้าสางเสียแล้ว
******************************
เนื่องจากท่านเจ้าวังบุปผาได้พาตัวกงกงประจำตำหนักพระสนมเอกไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทในตอนนี้กงกงยอมเป็นพยานเอาผิดพระสนมเอกพระองค์จึงทรงพาทหารเข้าล้อมจับกุมพระสนมเอกที่ตำหนักของพระนาง
ในตอนนี้เหล่านางกำนัล กงกงและทหารองครักษ์ต่างพากันยอมจำนน พวกเขายอมคุกเข่ารับผิด
“พระสนมเอกอยู่ที่ไหน”องค์รัชทายาทตรัสถาม
“ทูลองค์รัชทายาทพระนางทรงยังอยู่ในห้องบรรทมเพคะ” นางกำนัลรายงาน
องค์รัชทายาทพร้อมทหารจึงบุกรุกเข้าไปในห้องบรรทมแต่ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนต่างพากันตกใจในตอนนี้พระสนมเอกทรงบรรทมภายใต้อ้อมกอดของมารฟงเหวินในสภาพไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ส่วนมารฟงเหวินค่อยๆรู้สึกตัวตื่น
มารฟงเหวินรีบลุกขึ้นกะว่าจะไปสวมเสื้อผ้าแต่เขาถูกดาบขององค์ร้ชทายาทจ่อไปที่คอของเขา
“พิธีพระศพยังไม่ทันเสร็จสิ้นพระสนมเอกกล้าคบชู้เลยงั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัสอย่างเอาเรื่อง
พระสนมเอกทรงยังคงนอนร้องไห้ในสภาพขยับตัวและพูดไม่ได้
องค์รัชทายาททรงสังเกตได้จึงจี้จุดคืนสภาพให้กับพระนาง
“หม่อมฉันถูกมารชั่วนี่ขืนใจต่างหากเพคะ”พระสนมเอกทรงแค้นพระทัย
องค์รัชทายาททรงเห็นพระทัยจึงถอดเสื้อคลุมคลุมตัวพระนางให้
“เจ้ามีความผิดฐานลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทด้วยงูพิษเรามีพยานรู้เห็น ดังนั้นวันนี้เราจะจับเจ้าเข้าคุก รอศาลตัดสินโทษ” องค์รัชทายาทตรัส
พระสนมเอกทรงมองไปรอบๆก็เห็นคนของพระองค์ถูกทหารล้อมจับไปหมดแล้วตอนนี้พระองค์ทรงรู้สึกเหมือนตนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งยังถูกมารชั่วย่ำยีอีกดังนั้นพระนางจึงแสร้งยอมให้จับกุม สักพักก็แย่งดาบจากทหารองครักษ์แล้วแทงไปที่มารฟงเหวินจากทางด้านหลัง
“พะพระองค์ทรงฆะ ฆ่ากระหม่อมทะ ทำไม”มารฟงเหวินหันไปเห็นคนที่แทงเขาคือพระสนมเอก
ทุกคนกำลังจะเข้าไปห้ามแต่พระสนมเอกทรงฟาดฟันดาบไปทั่วสักพักก็หันไปกระหน่ำแทงชายที่ย่ำยีตัวเองอย่างไม่ยั้งจนจอมยุทธ์นอนตายคาที่ในสภาพอเนจอนาถ
พอพระสนมเอกทรงหมดแรงทหารจึงเข้าไปจับกุม พาตัวพระนางไปในที่คุมขัง
องค์รัชทายาททรงดำริในพระทัยพร้อมกับส่ายพระพักตร์“เจ้าอุตส่าห์เป็นจอมยุทธ์มีวรยุทธ์เหนือผู้ใดแต่ต้องมาตายเพราะผู้หญิงที่เจ้าย่ำยี กรรมสนองกรรมโดยแท้”
******************************
องค์รัชทายาททรงนำทหารเข้าล้อมจับกุมกองกำลังของพระสนมเอกได้ทั้งหมดทั้งนี้เพราะกงกงข้างกายพระสนมเอกยอมสารภาพทุกอย่างส่วนพระสนมเอกในตอนนี้ทรงมีสภาวะจิตเลอะเลือนไม่ปกติเหมือนเดิมอีกแล้วแม้มีความผิด แต่ด้วยพระเมตตาขององค์รัชทายาทดังนั้นพระองค์จึงทรงปลดพระนางเป็นสามัญชนให้ไปอยู่ที่เมืองจิงโจวบ้านเกิดของพระนาง
องค์รัชทายาททรงพิจารณาถึงความปลอดภัยขององค์ชายน้อยพระองค์ทรงยังเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งคงมีสักวันหนึ่งที่องค์ชายน้อยทรงอาจถูกใครบางคนหลอกใช้และเผลอกระทำผิดซ้ำรอยเดิมของพระสนมเอกดังนั้นองค์รัชทายาทจึงทรงส่งน้องชายคนเล็กไปอยู่กับท่านอาจารย์หยางซูเพื่อคอยอบรมสั่งสอนณ เรือนบัณฑิต
ในเมื่อองค์รัชทายาททรงสามารถล้างมลทินให้กับอดีตฮองเฮาได้แล้วจึงคืนสถานะให้กับพระองค์ พร้อมกับเปิดเผยว่าพระองค์ทรงยังคงมีชีวิตอยู่เพื่อที่ต่อไปพระองค์ทรงจะได้กลายเป็นไทเฮาหลังจากที่องค์รัชทายาทหยางฉีขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้แคว้นฉีคนใหม่
******************************
ชายาฉู่หลินทรงบรรทมหลายวันติดกันกว่าจะตื่นก็เข้าสู่วันที่ห้าเสียแล้ว
พระนางค่อยๆรู้สึกตัวตื่นก็พบว่าองค์ชายรองทรงจับพระหัตถ์ของพระองค์อยู่ข้างพระแท่นบรรทม
“พระองค์ทรงช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ใช่มั้ยเพคะ” ชายาฉู่หลินตรัสอย่างอ่อนแรง
“เราไม่ยอมเสียเจ้าไปหรอกเหวยเซียง” องค์ชายรองตรัสเผย
เหวยเซียงในร่างฉู่หลินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“พระองค์ทรงทราบได้อย่างไรเพคะ”
“ฉู่หลินเติบโตมาก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายนางไม่ได้เรียนรู้วิชาทางการแพทย์ อีกอย่างนางมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัวและสามารถฆ่าใครก็ได้ที่ขวางทางของนาง ซึ่งต่างจากเจ้ามากเลยนะเหวยเซียงเจ้ามีจิตเมตตาช่วยชีวิตผู้คนตั้งมากมาย นั่นจึงทำให้เราหลงรักเจ้าแต่ก่อนเราเกลียดฉู่หลินมาก และยิ่งเกลียดมากที่นางเป็นคนตั้งใจฆ่าเจ้าแต่พอเจ้ามาอยู่ในร่างของฉู่หลินเช่นนี้ ด้วยลักษณะนิสัยและพฤติกรรมอ่อนน้อมถ่อมตนของเจ้ามันทำให้เราแค้นฉู่หลินไม่ลงนับวันเราก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงรักฉู่หลินมากขึ้นเรื่อยๆในวันนี้เรารู้คำตอบแล้ว เพราะเหวยเซียงย้ายมาอยู่ในร่างของฉู่หลินนี่เอง”
“ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงหลงความงามของฉู่หลินหรือเพคะ”เหวยเซียงไม่เชื่อ
“เราไม่เคยรักใครเพราะความงามภายนอกเรารักคนที่จิตใจต่างหาก” องค์ชายรองทรงมั่นพระทัย
“แต่สมัยก่อนพระองค์ทรงแกล้งหม่อมฉันมาโดยตลอดนี่เพคะ”เหวยเซียงก็ยังไม่เชื่อ
“เจ้าไม่รู้หรือว่าเรามีนิสัยชอบแกล้งคนที่รัก” องค์ชายรองตรัสเผย
“หม่อมฉันอยากไปล้างหน้าล้างตาแล้วเพคะ”เหวยเซียงเขินจนทำอะไรไม่ถูกเลยกล่าวอ้าง
องค์ชายรองทรงประคองตัวเหวยเซียงให้ลุกขึ้นจากพระแท่นบรรทมดีๆ
เหวยเซียงเริ่มสำรวจตัวเองก็พบว่าตนไม่ได้สวมชุดเดิม
“เอ่อหงเยี่ยนเปลี่ยนชุดให้หม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ”เหวยเซียงรอฟังอย่างมีความหวัง
“เปล่านางอยู่ตำหนักองค์รัชทายาท เราเป็นคนเปลี่ยนให้เจ้าเอง” องค์ชายรองตรัสราวกับเป็นเรื่องธรรมดา
“อะไรนะเพคะ” เหวยเซียงตกใจสุดขีด