พลิกชะตามาเป็นสาวงาม

    ตอนที่ 37 ถอนราก

              สามวันต่อมาองค์ชายน้อยทรงมีพระอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทำให้เหล่าบรรดาขุนนางพากันเลิกสงสัยในตัวหมอหญิงฉู่หลินและฉู่หลินนั้นก็ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยยอมเผยแพร่สูตรสมุนไพรที่ใช้แก้พิษเพียงหลับให้เหล่าบรรดาหมอหลวงได้รับรู้นั่นจึงทำให้หมอหลวงเข้าใจและรู้ว่าสมุนไพรทั้ง 20 ชนิด หาได้ทั่วไปและไม่มีพิษถึงขั้นทำให้เกิดอัมพาตและพูดไม่ได้

              ถึงแม้ว่าจะสามารถล้างมลทินให้ฉู่หลินได้แล้วแต่นางไม่อาจกลับไปเป็นหมอหลวงหญิงได้อีกแล้วทั้งนี้เพราะทุกคนได้รู้แล้วว่าฉู่หลินยังไม่ได้ตัดสัมพันธ์กับองค์ชายรองดังนั้นฉู่หลินจึงอยู่ในฐานะพระชายา และต้องกลับไปอยู่ที่ตำหนักองค์ชายรองโดยมีนางกำนัลหงเยี่ยนคอยติดตามฉู่หลินมาอยู่ที่ตำหนักนี้ด้วย

              องค์ชายรองทรงเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะกลับไปตำหนักของพระองค์ในฐานะองค์ชายรองดังนั้นพระองค์จึงแสร้งจัดขบวนเสด็จและกลับเมืองหลวงอย่างเป็นทางการพอพระองค์เสด็จไปถึงตำหนักของพระองค์ ที่นี่กลับเงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่

              “ฉู่หลินฉู่หลิน เจ้าอยู่ที่ไหน” องค์ชายรองตรัสเรียกด้วยความเป็นห่วง

              แต่ไร้เสียงตอบใดๆ

              องค์ชายรองทรงพยายามหาทั่วทั้งตำหนักแต่กลับไม่พบพระชายาดังนั้นพระองค์จึงไปเคาะเรียกนางกำนัลคนสนิทของฉู่หลินที่ห้องพักของนาง

              “มีใครอยู่มั้ย”องค์ชายรองทรงเคาะประตูเรียก

              “อื้อ อื้อ อื้อ…”

              องค์ชายรองทรงตกพระทัยเพราะทรงได้ยินแต่เสียงอื้อราวกับคนข้างในถูกปิดปากไว้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงถือวิสาสะเปิดเข้าไปดูในตอนแรกพระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรไม่เห็นใครเลย แต่พอได้ยินเสียงร้องอื้อ อื้อดังขึ้นเรื่อยๆ จึงพบว่ามีคนถูกมัดอยู่หลังฉาก

              องค์ชายรองทรงรีบแก้มัดให้นางกำนัลหงเยี่ยนพอเสร็จเรียบร้อยจึงรีบตรัสถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น”

              “ทูลองค์ชายรองพระชายาทรงคาดการณ์ว่าคนร้ายต้องเข้ามาปองร้ายหม่อมฉันดังนั้นเมื่อคืนพระนางจึงจับหม่อมฉันมาหลบที่หลังฉากพร้อมกับจับมัดมือมัดเท้าและใช้ผ้าปิดปากหม่อมฉันไว้ และตัวพระนางก็ไปนอนที่เตียงแทนที่หม่อมฉันทั้งนี้เพราะหม่อมฉันไม่ยินยอมให้พระนางมาเสี่ยงอันตรายแทนพระนางจึงทำกับหม่อมฉันเช่นนี้” หงเยี่ยนรายงาน

              “แล้วยังไงคนร้ายเข้ามาหวังลักพาตัวเจ้าจริงๆใช่มั้ย” องค์ชายรองทรงเค้นถาม

              “ใช่แล้วเพคะแม้คนร้ายสวมชุดดำแต่หม่อมฉันพอจะเดาออกว่าชายคนนั้นต้องเป็นมารฟงเหวินที่ต้องการฆ่าหม่อมฉันปิดปากเป็นแน่เพคะ”หงเยี่ยนกล่าวอย่างมั่นใจ

              “เราจำเป็นต้องพาเจ้าไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยนั่นคือตำหนักขององค์รัชทายาท ที่นั่นมีทหารองครักษ์คุ้มกันแน่นหนา ส่วนเรื่องชายาเดี๋ยวเราจัดการเอง” องค์ชายรองตรัส

              “พระองค์ต้องช่วยพระนางให้ได้นะเพคะ”หงเยี่ยนเป็นห่วงเจ้านายที่แสนดีคนนี้มาก

              “เราคงต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าวังบุปผาตอนนี้พวกเรารีบไปตำหนักองค์รัชทายาทกันเถอะ” องค์ชายรองตรัส

              ดังนั้นหงเยี่ยนในตอนนี้จึงได้ไปรับใช้องค์รัชทายาทแทนเพื่อความปลอดภัยของนางเอง

              ******************************

              ณ ผาน้ำตกทมิฬ

              ชายาฉู่หลินทรงถูกโปะยาสลบแล้วพามาวางในถ้ำใกล้ๆน้ำตก

              ชายาฉู่หลินทรงค่อยๆรู้สึกตัวตื่นแต่ก็ต้องตกพระทัยเพราะพระนางทรงทอดพระเนตรเห็นจอมยุทธ์ชุดดำที่เปิดใบหน้าออกแล้วกำลังคร่อมตัวพระนางไว้“เจ้าเป็นใคร ออกไปนะ” ฉู่หลินพยายามผลักฝ่ายชายสุดแรงแต่ไม่อาจสู้แรงผู้ชายได้

              “555 แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้ตัวหงเยี่ยนแต่พอมาพบสาวงามอย่างเจ้าเช่นนี้ นับว่าข้าโชคดียิ่งนักรับรองว่าข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เจ้าจะมีความสุขในค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน” มารฟงเหวินพอใจในรูปลักษณ์ของชายาฉู่หลิน

              ชายาฉู่หลินทรงลืมพระองค์ว่าตนไม่ใช่เหวยเซียงคนที่มีใบหน้าขี้ริ้วขี้เหร่อีกแล้วในตอนนี้พระนางทรงรู้สึกขยะแขยงที่ถูกฝ่ายชายพยายามเล้าโลมพระนางทรงพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดฤทธิ์ อีกทั้งยังตะโกนขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”

              “ในป่าแห่งนี้ไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก แม่นางคนสวยของข้า” มารฟงเหวินยังคงจูบพรมไปทั่วใบหน้าหญิงสาวอย่างใจเย็น

              ชายาฉู่หลินทรงใช้แรงฮึดสุดท้ายกัดไปที่ไหล่ของฝ่ายชายแล้วผลักเขาออกไปจนสุดแรง จากนั้นก็ลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

              “ฤทธิ์มากนักนะข้าไม่น่าประมาทเจ้าเลย” มารฟงเหวินเสียหลักล้ม พอตั้งตัวได้ก็รีบเดินตามเหยื่อไป

              ชายาฉู่หลินวิ่งจนไปถึงน้ำตกในขณะที่มารฟงเหวินค่อยๆเดินตามหญิงสาวไปอย่างใจเย็นพร้อมกับผิวปากอย่างอารมณ์ดี

              ในที่สุดก็ถึงทางตันด้านหลังของชายาฉู่หลินเป็นน้ำตกที่สูงชันมาก

              “ยอมเป็นเมียข้าเสียเถอะเจ้าเจอทางตัน ไม่มีทางให้เจ้าหนีได้อีกแล้วคนสวย”มารฟงเหวินยืนประจันหน้าหญิงสาว

              “เจ้าคือมารฟงเหวินใช่หรือไม่”ชายาฉู่หลินทรงพยายามถามเพื่อถ่วงเวลาเผื่อมีคนมาช่วยนาง

              “ไม่ยักรู้ว่าเจ้ารู้จักข้าด้วย”มารฟงเหวินยิ้มมุมปาก

              “ท่านยอมมอบตัวเสียเถิดองค์รัชทายาททรงตามจับเจ้าเสียทั่ว ท่านหนีไม่รอดหรอก” ชายาฉู่หลินทรงพยายามกล่อม

              “ใครจะมาจับตัวข้าได้”มารฟงเหวินมั่นใจในฝีมือของตัวเอง

              “ข้ามีสามีแล้วข้าไม่คู่ควรกับท่านหรอก” ฉู่หลินกล่าวอ้าง

              “ผู้หญิงที่มีสามีแล้วนี่แหละยิ่งมีเสน่ห์รู้มั้ย” มารฟงเหวินไม่สนใจ

              “ปล่อยข้าไปเถอะข้าไม่ใช่หงเยี่ยนเสียหน่อย” ฉู่หลินกล่าว

              “เจ้าอยากใช้อุบายให้ข้าจับผิดคนเองนี่ดังนั้นเจ้าต้องมาบำเรอข้าแทนนาง” มารฟงเหวินกล่าว

              ชายาฉู่หลินทรงเม้มพระโอษฐ์เพราะทรงไม่มีทางเลือกพระนางทรงตั้งพระทัยว่าจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีศักดิ์ศรีของพระนาง จึงคิดยอมตายดังนั้นพระนางจึงตัดสินพระทัยกระโดดน้ำตกเพื่อหนีมารฟงเหวิน

              หลังจากกระโดดไปแล้วเสียงน้ำด้านล่างน้ำตกกระเซ็นไปทั่ว แม่น้ำด้านล่างเป็นน้ำลึกมากในตอนนี้ชายาฉู่หลินกำลังจมดำดิ่งไปอยู่ใต้น้ำลึก พระนางทรงดำริในพระทัยว่า “เหวยเซียงเอ๊ยเหวยเซียง เจ้าได้ผ่านชีวิตมามากมายแล้ว ได้พบภยันตรายต่างๆนานาแต่ครั้งนี้คงถึงเวลาแล้วสินะที่เจ้าต้องจากโลกไปเสียที”

              สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนใครสักคนกระโดดน้ำตกลงมาด้านล่างเหมือนกันเขาคนนั้นเป็นชายที่สง่างามคนหนึ่ง เขาพยายามว่ายและดำลงไปจนเขาพบตัวชายาฉู่หลินเขาจึงเข้าไปกอดและจุมพิตกับหญิงสาวเพื่อแบ่งอากาศให้ ก่อนที่จะพาขึ้นเหนือน้ำไปด้วยกัน

              ชายาฉู่หลินทรงลืมตาไปมองผู้มีพระคุณอย่างอ่อนแรงทำให้พระนางทรงมองเห็นพระสวามีของตนเอง พระนางทรงพึมพำว่า “นี่หม่อมฉันฝันไปใช่มั้ยเพคะ พระองค์ทรงไม่มีวันอยู่ที่นี่ได้หรอก”

              “ชายาฉู่หลินปลอดภัยแล้วใช่มั้ยพะย่ะค่ะ”เสียงอีกด้านตะโกนถาม

              “นางหายใจปกติแล้ว”ชายที่ช่วยเหลือชายาฉู่หลินตะโกนบอกสหาย

              “งั้นพระองค์ทรงมาช่วยกระหม่อมจับมารฟงเหวินสิพะย่ะค่ะ”เจ้าวังบุปผากล่าว

              “รู้แล้วจะรีบไปเดี๋ยวนี้” องค์ชายรองทรงวางชายาฉู่หลินให้นอนลงดีๆก่อนจะกระโดดไปหาสหายเพื่อช่วยกันจับคนร้าย

              “พวกเจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก”มารฟงเหวินกล่าว

              “ยอมมอบตัวเถอะมารฟงเหวินเจ้าหนีไม่รอดหรอก” องค์ชายรองตรัส

              “ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดจะมอบตัวทำไม” มารฟงเหวินปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

              “เจ้าลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทอย่าคิดว่าจะไม่มีใครรู้” องค์ชายรองตรัส

              “งั้นพวกเจ้าก็ตายตามฝ่าบาทไปก็แล้วกัน”มารฟงเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงอำมหิต

              องค์ชายรองและท่านเจ้าวังบุปผาเข้าโจมตีมารฟงเหวินพร้อมกันมารฟงเหวินมีวรยุทธ์สูงก็จริง แต่โดนรุมแบบนี้ทำให้เขาอาจพลาดท่าได้โดยง่ายดังนั้นจึงใช้ตัวช่วยซึ่งนั่นก็คือ งูพิษที่ตนเลี้ยงไว้

              “ระวังพะย่ะค่ะมันเริ่มใช้งูพิษแล้ว” เจ้าวังบุปผาตะโกนบอก

              แต่ทว่าสิ่งที่ทั้งสองคนคาดไม่ถึงก็คือมารฟงเหวินมีความสามารถเป่าใบไม้เรียกงูพิษมารวมอยู่ที่นี่ได้ด้วย

              องค์ชายรองทรงเป็นห่วงชายาฉู่หลินจึงรีบอุ้มนางเพื่อไปหลบในที่ที่ปลอดภัย

              “ทรงทิ้งกระหม่อมหรือพะย่ะค่ะ”เจ้าวังบุปผากล่าว

              “เจ้าต้านไปก่อนนะเดี๋ยวข้ากลับมาช่วย” องค์ชายรองตรัส

              มารฟงเหวินยังคงเป่าเรียกงูต่อไปในขณะที่เจ้าวังบุปผายังคงฟาดฟันงูพิษไม่หยุด เพราะพวกมันเลื้อยมาเป็นฝูง

              ผ่านไปไม่นาน องค์ชายรองทรงตะโกนบอก “รับนี่ไป”

              “เอาไหเหล้ามาทำไมพะย่ะค่ะ”เจ้าวังบุปผาสงสัย

              “พ่นเหล้าใส่พวกงูนั่นเร็วเข้า” องค์ชายรองตรัสสั่ง

              เจ้าวังบุปผายอมทำตามคำสั่ง

              สักพักองค์ชายรองทรงเป่าชุดไฟพอไฟติดจนร้อนแดงแล้ว จึงโยนชุดไฟไปที่งูเหล่านั้น

              ไฟลุกโชนอย่างรวดเร็วเผาไหม้ฝูงงูพิษแทบไม่เหลือซาก

              “พวกเจ้ากล้าดียังไงมาเผาสัตว์เลี้ยงของข้า” มารฟงเหวินโมโห

              “เจ้าใช้พวกมันเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปมากมายตอนนี้เจ้าไร้ซึ่งพิษสงแล้วเมื่อไม่มีมัน จงยอมมอบตัวเสียเถิด” องค์ชายรองตรัส

              “ไม่มีวันเสียหรอก”มารฟงเหวินยังคงจับดาบพร้อมที่จะต่อสู้

              องค์ชายรองและเจ้าวังบุปผาเข้าโจมตีแต่ตอนนี้มารฟงเหวินเริ่มอ่อนแรง เขาเห็นว่าตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงใช้ระเบิดควันเพื่อหลบหนี

              “บ้าจริงมันหนีไปได้” องค์ชายรองทรงเจ็บพระทัย

              “พระองค์ทรงพาชายาฉู่หลินกลับวังก่อนเถิดเดี๋ยวกระหม่อมจะตามล่ามารชั่วให้เอง” เจ้าวังบุปผาอาสา

              “รบกวนเจ้าแล้ว” องค์ชายรองตรัส

              องค์ชายรองทรงอุ้มชายาฉู่หลินให้ขึ้นขี่ม้าและตัวพระองค์ก็ทรงรีบขึ้นขี่ม้าตามกลายเป็นว่าสองพระองค์ทรงม้าตัวเดียวกันโดยที่พระชายาทรงนอนพิงพระอุระขององค์ชายรองอย่างไร้สติ

              ท่านเจ้าวังบุปผารีบวิ่งออกตามหามารฟงเหวินไปทั่วผาน้ำตกทมิฬ

                        ******************************

              มารฟงเหวินวิ่งหนีมาทางตะวันตกสักพักเขาก็แปลกใจที่เห็นคนรู้จักกำลังขี่รถม้ามุ่งหน้ามาทางเขา

              “ท่านกงกงท่านอยู่ที่นี่ได้ยังไง” มารฟงเหวินตกใจ

              “พระสนมเอกทรงมีรับสั่งให้ข้ามารับท่านกลับวังขอรับ” กงกงกล่าว

              มารฟงเหวินจึงขึ้นรถม้าแต่โดยดีสักพักกงกงก็ยื่นกระบอกน้ำให้มารฟงเหวินดื่ม แล้วขี่รถม้าพามารฟงเหวินกลับวัง

              มารฟงเหวินได้กลิ่นแปลกๆเขาจึงแกล้งกินน้ำและแอบถ่มทิ้ง จากนั้นก็แกล้งสลบไป

              กงกงรู้สึกว่าได้เวลาแล้ว จึงหยุดรถม้าแล้วเตรียมมีดสั้นหมายจะฆ่าชายในรถม้าให้ตาย

              แต่ทว่ามารฟงเหวินรีบลืมตาแล้วบีบข้อมือกงกงจนมีดหลุดมือจากนั้นก็บีบคอของเขา

              “ทำไมต้องฆ่าข้าด้วย”มารฟงเหวินเค้นถาม

              “ขะข้าทำตามคำสั่งของพระสนมเอก ข้าเองก็ไม่อยากทำ” กงกงกล่าวอ้าง

              “เจ้าคิดว่ากงกงอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้ตายซะเถอะ” มารฟงเหวินเริ่มบีบคอแน่นขึ้นกว่าเดิม

              “วะ ไว้ชีวิตข้าด้วย ขะข้าทำตามคำสั่งจริงๆนะ” กงกงพยายามพูด

              มารฟงเหวินกำลังจะบีบคอกงกงให้ตายแต่เขาได้ยินฝีเท้าจอมยุทธ์ท่านหนึ่ง จึงหยุดการกระทำ

              “เจ้าต้องเปลี่ยนชุดกับข้า” มารฟงเหวินเปลี่ยนแผน

              กงกงจึงยอมเปลี่ยนชุดกับมารฟงเหวินเพื่อเอาตัวรอด

              “เจ้าจงวิ่งล่อไปทางตะวันออกถ้าเจ้าไม่ยอมทำตาม เจ้าก็ต้องตายตรงนี้” มารฟงเหวินขู่

              “ได้ๆข้าจะรีบวิ่งไปเดี๋ยวนี้” กงกงที่สวมชุดมารฟงเหวินรีบวิ่งมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

              ส่วนมารฟงเหวินในชุดกงกงก็หลบอยู่หลังพุ่มไม้พอเขามองเห็นว่าเจ้าวังบุปผาวิ่งผ่านหน้าไปติดตามมารฟงเหวินตัวปลอมเขาก็เลยรีบหนีมุ่งหน้าไปตำหนักพระสนมเอกเพื่อคิดบัญชี

                                 ******************************

              เจ้าวังบุปผาสามารถกระโดดไปดักหน้ามารฟงเหวินตัวปลอมได้

              “เจ้าไม่ใช่มารฟงเหวินนี่เจ้าเป็นใคร” เจ้าวังบุปผาตกใจที่ตนเสียรู้

              “ไว้ชีวิตข้าด้วยข้าไม่ใช่มารฟงเหวิน ข้าคือกงกงประจำตำหนักพระสนมเอก ข้าถูกมารคนนั้นบังคับให้เปลี่ยนชุดเพื่อล่อท่านมาทางนี้ตอนนี้มารฟงเหวินตัวจริงคงหนีไปไกลแล้ว”กงกงพยายามร้องขอชีวิต

              “งั้นข้าจะพาเจ้ากลับตำหนักองค์รัชทายาท”เจ้าวังบุปผากล่าว

              “ขอเพียงไว้ชีวิตข้าข้ายอมทั้งนั้น” กงกงยอมให้จับกุมแต่โดยดี

              เจ้าวังบุปผาจึงจับกงกงมัดแล้วนำไปขึ้นรถม้าจากนั้นเจ้าวังบุปผาก็ขี่รถม้ากลับวัง

              กงกงในสภาพถูกมัด เขาคิดในใจว่า “555ในที่สุดข้าก็สามารถแก้แค้นแทนน้องสาวที่เป็นนางกำนัลได้สำเร็จพระสนมเอกทรงส่งน้องสาวกระหม่อมไปบำเรอมารชั่วนั่น จนน้องสาวของกระหม่อมฆ่าตัวตายแค้นนี้ต้องชำระ บัดนี้มารชั่วเข้าใจผิดคิดว่าพระสนมเอกทรงทรยศหมายฆ่าเขาปิดปากมารชั่วนั่นต้องกลับไปแก้แค้นพระสนมเอกอย่างสาสมเป็นแน่พระองค์ทรงต้องรับกรรมครั้งนี้ พระสนมเอก”

                                 ******************************

              ณ ตำหนักพระสนมเอก

              พระสนมเอกทรงตามหากงกงส่วนพระองค์ทั่วตำหนักก็หาไม่เจอจนกระทั่งมาเจอกงกงหันหลังให้

              “กงกงเจ้าไปอยู่ไหนมา เราตามหาเจ้าเสียทั่ว” พระสนมเอกตรัส

              “ทรงรอฟังว่างานสำเร็จหรือไม่ใช่มั้ยพะย่ะค่ะ” กงกงตัวปลอมกล่าวเสียงเย็น

              “เราไม่ได้สั่งให้เจ้าทำอะไรเสียหน่อย”พระสนมเอกทรงไม่รู้เรื่อง

              กงกงหันมากลายเป็นมารฟงเหวิน

              “ทำไมเจ้ายังอยู่ที่นี่อีกเราบอกให้เจ้าหนีไปไม่ใช่หรือ” พระสนมเอกทรงตกพระทัย

              “พระองค์ทรงส่งกงกงไปลอบฆ่ากระหม่อมแต่เสียใจด้วยที่กระหม่อมรู้ทันจึงรอดชีวิตมาได้” มารฟงเหวินกล่าว

              “เราเปล่านะเราไม่รู้เรื่อง” พระสนมเอกทรงฉงนกับคำพูดของมารฟงเหวิน

              “อย่าทำเป็นไขสือแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยพะย่ะค่ะ” มารฟงเหวินไม่เชื่อ

              “อย่าเข้ามานะเจ้าจะทำอะไรน่ะ” พระสนมเอกทรงตกพระทัยที่ผ่ายชายเดินเข้ามาใกล้พระนางเรื่อยๆ

              “ความจริงกระหม่อมหมายปองพระองค์มานานแล้วนะพะย่ะค่ะแต่พระองค์ทรงแลกด้วยการนำนางกำนัลมาปรนนิบัติกระหม่อมแทนพระองค์ในเมื่อพระองค์ทรงทรยศกระหม่อม ดังนั้นวันนี้กระหม่อมจะไม่อ่อนข้ออีก” มารฟงเหวินกล่าว

              “อย่านะไม่งั้นเราจะเรียกทหาร” พระสนมเอกตรัสขู่

              มารฟงเหวินจี้จุดใบ้และจี้จุดทำให้สาวงามวัย35 ปีขยับตัวไม่ได้จากนั้นเขาก็แบกตัวพระนางไว้บนบ่าเข้าไปในห้องบรรทมของพระสนมเอกครั้งนี้มารฟงเหวินได้กระทำการย่ำยีพระเกียรติของหญิงสูงศักดิ์พระนางได้ตกเป็นของเขา กว่าจะหนำใจเขาก็ฟ้าสางเสียแล้ว

                                           ******************************

              เนื่องจากท่านเจ้าวังบุปผาได้พาตัวกงกงประจำตำหนักพระสนมเอกไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทในตอนนี้กงกงยอมเป็นพยานเอาผิดพระสนมเอกพระองค์จึงทรงพาทหารเข้าล้อมจับกุมพระสนมเอกที่ตำหนักของพระนาง

              ในตอนนี้เหล่านางกำนัล กงกงและทหารองครักษ์ต่างพากันยอมจำนน พวกเขายอมคุกเข่ารับผิด

              “พระสนมเอกอยู่ที่ไหน”องค์รัชทายาทตรัสถาม

              “ทูลองค์รัชทายาทพระนางทรงยังอยู่ในห้องบรรทมเพคะ” นางกำนัลรายงาน

              องค์รัชทายาทพร้อมทหารจึงบุกรุกเข้าไปในห้องบรรทมแต่ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนต่างพากันตกใจในตอนนี้พระสนมเอกทรงบรรทมภายใต้อ้อมกอดของมารฟงเหวินในสภาพไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ส่วนมารฟงเหวินค่อยๆรู้สึกตัวตื่น

              มารฟงเหวินรีบลุกขึ้นกะว่าจะไปสวมเสื้อผ้าแต่เขาถูกดาบขององค์ร้ชทายาทจ่อไปที่คอของเขา

              “พิธีพระศพยังไม่ทันเสร็จสิ้นพระสนมเอกกล้าคบชู้เลยงั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัสอย่างเอาเรื่อง

              พระสนมเอกทรงยังคงนอนร้องไห้ในสภาพขยับตัวและพูดไม่ได้

              องค์รัชทายาททรงสังเกตได้จึงจี้จุดคืนสภาพให้กับพระนาง

              “หม่อมฉันถูกมารชั่วนี่ขืนใจต่างหากเพคะ”พระสนมเอกทรงแค้นพระทัย

              องค์รัชทายาททรงเห็นพระทัยจึงถอดเสื้อคลุมคลุมตัวพระนางให้  

              “เจ้ามีความผิดฐานลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาทด้วยงูพิษเรามีพยานรู้เห็น ดังนั้นวันนี้เราจะจับเจ้าเข้าคุก รอศาลตัดสินโทษ” องค์รัชทายาทตรัส

              พระสนมเอกทรงมองไปรอบๆก็เห็นคนของพระองค์ถูกทหารล้อมจับไปหมดแล้วตอนนี้พระองค์ทรงรู้สึกเหมือนตนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งยังถูกมารชั่วย่ำยีอีกดังนั้นพระนางจึงแสร้งยอมให้จับกุม สักพักก็แย่งดาบจากทหารองครักษ์แล้วแทงไปที่มารฟงเหวินจากทางด้านหลัง

              “พะพระองค์ทรงฆะ ฆ่ากระหม่อมทะ ทำไม”มารฟงเหวินหันไปเห็นคนที่แทงเขาคือพระสนมเอก

              ทุกคนกำลังจะเข้าไปห้ามแต่พระสนมเอกทรงฟาดฟันดาบไปทั่วสักพักก็หันไปกระหน่ำแทงชายที่ย่ำยีตัวเองอย่างไม่ยั้งจนจอมยุทธ์นอนตายคาที่ในสภาพอเนจอนาถ

              พอพระสนมเอกทรงหมดแรงทหารจึงเข้าไปจับกุม พาตัวพระนางไปในที่คุมขัง

              องค์รัชทายาททรงดำริในพระทัยพร้อมกับส่ายพระพักตร์“เจ้าอุตส่าห์เป็นจอมยุทธ์มีวรยุทธ์เหนือผู้ใดแต่ต้องมาตายเพราะผู้หญิงที่เจ้าย่ำยี กรรมสนองกรรมโดยแท้”

                                           ******************************

              องค์รัชทายาททรงนำทหารเข้าล้อมจับกุมกองกำลังของพระสนมเอกได้ทั้งหมดทั้งนี้เพราะกงกงข้างกายพระสนมเอกยอมสารภาพทุกอย่างส่วนพระสนมเอกในตอนนี้ทรงมีสภาวะจิตเลอะเลือนไม่ปกติเหมือนเดิมอีกแล้วแม้มีความผิด แต่ด้วยพระเมตตาขององค์รัชทายาทดังนั้นพระองค์จึงทรงปลดพระนางเป็นสามัญชนให้ไปอยู่ที่เมืองจิงโจวบ้านเกิดของพระนาง

              องค์รัชทายาททรงพิจารณาถึงความปลอดภัยขององค์ชายน้อยพระองค์ทรงยังเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งคงมีสักวันหนึ่งที่องค์ชายน้อยทรงอาจถูกใครบางคนหลอกใช้และเผลอกระทำผิดซ้ำรอยเดิมของพระสนมเอกดังนั้นองค์รัชทายาทจึงทรงส่งน้องชายคนเล็กไปอยู่กับท่านอาจารย์หยางซูเพื่อคอยอบรมสั่งสอนณ เรือนบัณฑิต

              ในเมื่อองค์รัชทายาททรงสามารถล้างมลทินให้กับอดีตฮองเฮาได้แล้วจึงคืนสถานะให้กับพระองค์ พร้อมกับเปิดเผยว่าพระองค์ทรงยังคงมีชีวิตอยู่เพื่อที่ต่อไปพระองค์ทรงจะได้กลายเป็นไทเฮาหลังจากที่องค์รัชทายาทหยางฉีขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้แคว้นฉีคนใหม่

                                           ******************************

              ชายาฉู่หลินทรงบรรทมหลายวันติดกันกว่าจะตื่นก็เข้าสู่วันที่ห้าเสียแล้ว

              พระนางค่อยๆรู้สึกตัวตื่นก็พบว่าองค์ชายรองทรงจับพระหัตถ์ของพระองค์อยู่ข้างพระแท่นบรรทม

              “พระองค์ทรงช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ใช่มั้ยเพคะ” ชายาฉู่หลินตรัสอย่างอ่อนแรง

              “เราไม่ยอมเสียเจ้าไปหรอกเหวยเซียง” องค์ชายรองตรัสเผย

              เหวยเซียงในร่างฉู่หลินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“พระองค์ทรงทราบได้อย่างไรเพคะ”

              “ฉู่หลินเติบโตมาก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายนางไม่ได้เรียนรู้วิชาทางการแพทย์ อีกอย่างนางมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัวและสามารถฆ่าใครก็ได้ที่ขวางทางของนาง ซึ่งต่างจากเจ้ามากเลยนะเหวยเซียงเจ้ามีจิตเมตตาช่วยชีวิตผู้คนตั้งมากมาย นั่นจึงทำให้เราหลงรักเจ้าแต่ก่อนเราเกลียดฉู่หลินมาก และยิ่งเกลียดมากที่นางเป็นคนตั้งใจฆ่าเจ้าแต่พอเจ้ามาอยู่ในร่างของฉู่หลินเช่นนี้ ด้วยลักษณะนิสัยและพฤติกรรมอ่อนน้อมถ่อมตนของเจ้ามันทำให้เราแค้นฉู่หลินไม่ลงนับวันเราก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงรักฉู่หลินมากขึ้นเรื่อยๆในวันนี้เรารู้คำตอบแล้ว เพราะเหวยเซียงย้ายมาอยู่ในร่างของฉู่หลินนี่เอง”

              “ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงหลงความงามของฉู่หลินหรือเพคะ”เหวยเซียงไม่เชื่อ

              “เราไม่เคยรักใครเพราะความงามภายนอกเรารักคนที่จิตใจต่างหาก” องค์ชายรองทรงมั่นพระทัย

              “แต่สมัยก่อนพระองค์ทรงแกล้งหม่อมฉันมาโดยตลอดนี่เพคะ”เหวยเซียงก็ยังไม่เชื่อ

              “เจ้าไม่รู้หรือว่าเรามีนิสัยชอบแกล้งคนที่รัก” องค์ชายรองตรัสเผย

              “หม่อมฉันอยากไปล้างหน้าล้างตาแล้วเพคะ”เหวยเซียงเขินจนทำอะไรไม่ถูกเลยกล่าวอ้าง

               องค์ชายรองทรงประคองตัวเหวยเซียงให้ลุกขึ้นจากพระแท่นบรรทมดีๆ

              เหวยเซียงเริ่มสำรวจตัวเองก็พบว่าตนไม่ได้สวมชุดเดิม

              “เอ่อหงเยี่ยนเปลี่ยนชุดให้หม่อมฉันใช่มั้ยเพคะ”เหวยเซียงรอฟังอย่างมีความหวัง

              “เปล่านางอยู่ตำหนักองค์รัชทายาท เราเป็นคนเปลี่ยนให้เจ้าเอง” องค์ชายรองตรัสราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

              “อะไรนะเพคะ” เหวยเซียงตกใจสุดขีด

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตามาเป็นสาวงาม ที่คุณอ่าน