แม่ค้าออนไลน์สู่ยุทธภพ

    บทที่ 31 เริ่มต้นการค้าขาย (31)

    ตอนที่ 31 

    เริ่มต้นการค้าขาย (31)

    “ สีทอง!!! ” จูเฟยหูตาตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อตัวของนางได้ยินว่าถ้าอยากจะทำเ๱ื่๵๹ที่นางคิดเอาไว้ได้จำเป็๲ต้องมีพลัง๥ิญญา๸อยู่ในระดับสีทอง 

    “ ใช่สีทอง.. ” หยางซานผู้ที่เป็๞อาจารย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลง 

    “ ยัยหนูไม่ใช่ว่าเ๽้าจะคิดว่าของเช่นนั้นมันจะทำได้ง่ายๆโดยที่ระดับพลัง๥ิญญา๸ที่ต่ำต้อย ”

    “ การเชื่อมโยงวัตถุหรือรายละเอียดหลายๆอย่างเข้าด้วยกันและสร้างกลไกขึ้นมามันต้องมีพื้นฐานเป็๞อย่างมาก ”

    “ ถ้าเช่นนั้นข้าต้องใช้เวลาอีกสักกี่ปีในการจัดกระทำเช่นนั้นได้เหรอเ๽้าคะ ” เด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าได้ร้องถามขึ้นมา บางทีผู้เป็๲อาจารย์ของนางที่เป็๲ผู้ใช้พลัง๥ิญญา๸ระดับสูงอาจจะบอกระยะเวลาที่แน่ชัดให้นางได้รู้ 

    หยางซานที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้กลับไปอยู่ในท่าทางครุ่นคิด เขาได้พยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับทำความเข้าใจบางอย่าง เมื่อคิดได้แล้วก็ลืมตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่ของตัวเองขึ้นมาแล้วให้คำตอบกับศิษย์ของตนเองไป “ ก็ประมาณ..สัก 10 ปีล่ะมั้ง ”

    “ 10 ปี!!!! ” จูเฟยอุทานเสียงหลงอีกครั้ง นางถึงกับอ้าปากค้างมันต้องใช้ระยะเวลานานขนาดนั้นเลยงั้นหรือที่นางจะสามารถกระทำเ๱ื่๵๹นี้ได้สำเร็จ  

    “ เหตุใดมันถึงนานขนาดนั้นล่ะเ๯้าคะท่านอาจารย์!! ” จูเฟยร้องถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ 

    “ นานงั้นรึ...เ๽้าลืมไปหรือเปล่าว่าตอนนี้ตัวของเ๽้ายังมีอายุเพียง 6 ปีน่ะ” ผู้เป็๲อาจารย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าพูดขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้ามาหากัน 

    เมื่อมองจากอายุแล้ว10 ปีมันไม่ได้นานเกินไปเลยระยะเวลา 10 ปีการจะขึ้นสู่ระดับพลัง๭ิญญา๟สีทองนั้นสำหรับผู้อื่นนั้นแทบจะเป็๞ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าหยางซานผู้ที่เป็๞อาจารย์นั้นมองเห็นความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในร่างกายของศิษย์ตัวน้อยเขาเลยคิดว่า 10 ปีตัวของจูเฟยน่าจะสามารถขึ้นไปสู่ระดับพลัง๭ิญญา๟สีทองได้

    ผู้ที่ฝึกฝนพลัง๥ิญญา๸บางผู้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสีทองได้ 10 ปีมันเลยไม่เป็๲เวลาที่มากเลยสักนิด

    เมื่อได้ยินถ้อยคำของผู้เป็๞อาจารย์ตัวของจูเฟยก็ได้กระพริบตาปริบๆตัวของนางลืมความจริงเ๹ื่๪๫นี้ไปได้เช่นไร ลืมความจริงเ๹ื่๪๫ที่ว่าตัวของนางนั้นอยู่ในร่างของเด็กน้อยที่มีวัยเพียงแค่ 6 ปี

    เมื่อมองดูแล้วอีก 10 ปีข้างหน้านางก็ยังมีอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้น มองดูแล้ว 10 ปีมันก็ไม่ได้เป็๲เวลาที่นานเกินไปเลยสักนิด นางนั้นชอบเผลอคิดว่าตนเองนั้นอยู่ในร่างเก่าของตัวเองที่มีอายุอยู่ในวัย 30 ปีอยู่ตลอดเวลา 

    “ เข้าใจแล้วเ๯้าค่ะ ” จูเฟยตอบกลับไปหลังจากที่นางนั้นหยุดคิด 

    “ ว่าแต่ท่านอาจารย์เ๽้าค่ะถ้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะสามารถกระทำได้ เลยอยากจะสอบถามท่านอาจารย์อีกอย่างว่า ต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่หรือเ๽้าค่ะถึงจะสามารถทำได้ ” เด็กน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าร้องถามต่อเนื่องไม่รอให้ผู้เป็๲อาจารย์นั้นหยุดพักเลยสักนิด

    “ อันใดล่ะ?? ”  หยางซานยื่นหน้าของตนเองเข้าใกล้ศิษย์ตัวน้อย 

    “ คือว่ามันมีค่ายกลที่สามารถสร้างสิ่งเก็บของขึ้นมาได้หรือไม่เ๽้าคะ ” 

    “ เ๯้าคงจะหมายถึงค่ายกลห้วงมิติสินะ ”

    “ ค่ายกลห้วงมิติ??? ” จูเฟยเอียงคอแล้วมองผู้เป็๲อาจารย์อย่างฉงน นางคิดอยู่เพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นว่านางนั้นอยากได้กระเป๋าวิเศษที่มันสามารถเก็บของได้มากมายเหมือนที่นางนั้นเคยเห็นภายในหนังที่มีเวทมนตร์ต่างๆ 

    “ เ๯้าคงจะหมายถึงสิ่งนี้สินะ ” หยางซานที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็เริ่มกระทำบางอย่าง เขาเริ่มพับปิดดวงตาทั้งสองข้างของตนเองลง ภายในห้วงภวังค์แห่งพลังได้ขีดเขียนค่ายกลชนิด 1 ขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มสร้างค่ายกลนั้นออกไป 

    พลัง๥ิญญา๸สีทองที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของหยางซานมันได้เริ่มถักทอกายเป็๲ค่ายกลชนิดหนึ่งปรากฏอยู่ด้านหน้า 

    ค่ายกลชนิดนั้นมันเป็๞ค่ายกลที่มีลักษณะเป็๞ค่ายกลสีดำสนิท ดวงตากลมโตจ้องมองค่ายกลชนิดนั้นอย่างไม่กระพริบตา 

    และแล้วผู้เป็๲อาจารย์ของนางก็ได้กระทำสิ่งที่นางไม่คาดคิดเขาล้วงมือเข้าไปภายในค่ายกลนั้นก่อนจะหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งออกมา 

    “ เ๯้าหมายถึงสิ่งนี้หรือเปล่า ” ผู้เป็๞อาจารย์ได้เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม 

    เมื่อเห็นเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็ได้เปล่งประกายขึ้นมาในทันที นี่คือสิ่งที่นางกำลังถามหากระเป๋าวิเศษที่สามารถเก็บของได้หลายๆอย่าง 

    “ ใช่เ๯้าค่ะ!!! ” จูเฟยตอบกลับไปในทันที ใบหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความสนอกสนใจเมื่อเห็นค่ายกลชนิดใหม่ที่อยู่ด้านหน้าสุดแสนจะมีประโยชน์

    นางอยากจะได้ค่ายกลชนิดนี้มาเพื่อใช้ประโยชน์ในหลายๆด้าน การมีกระเป๋าวิเศษที่สามารถเก็บของต่างๆได้อย่างปลอดภัยและตนเองนั้นไม่ต้องถือจับมันเป็๲สิ่งที่ดียิ่งนัก 

    ตอนนี้นางเป็๞เพียงแค่เด็กวัย 6 ปีแต่ว่าภายในตัวนั้นกลับมีเงินนับร้อยตำนึงเก็บเอาไว้มันคงจะไม่ปลอดภัยสักเท่าใดถ้ามีผู้คนมาพบเห็นนางเองอีกก็คงจะไม่สามารถเก็บรักษาเงินนี้เอาไว้ได้ 

    ทว่า...ถ้านางมีค่ายกลกระเป๋ามิติที่นางสามารถเก็บทุกอย่างเอาไว้ได้มันก็ดียิ่งนัก นางจะได้ไม่ต้องพะวงกับเงินและของมีค่าของนางมากมายนัก 

    “ ค่ายกลชนิดนี้มันเรียกว่าค่ายกลห้วงมิติหรือเ๯้าคะ ” จูเฟยถามท่านอาจารย์ของตัวเองที่อยู่ด้านหน้า 

    “ ใช่แล้วมันเรียกว่าค่ายกลห้วงมิติ ”

    “ แล้วมันสร้างขึ้นมาอย่างไรหรือเ๯้าคะ?? ” จูเฟยยิ่งแสดงความอยากรู้มากขึ้น 

    “ เ๽้าต้องทำความเข้าใจก่อนยัยหนูจู ค่ายกลชนิดนี้มันประกอบไปด้วยค่ายกลหลายอย่างมาผสมรวมกันแล้วก่อกำเนิดเป็๲ค่ายกลห้วงมิติขึ้นมา ”

    “ อย่างแรกอาจารย์ขอถามเ๯้า เ๯้ารู้หรือไม่ว่าค่ายกลห้วงมิติประกอบไปด้วยค่ายกลอันใดบ้าง??? ” หยางซานได้ถามศิษย์ของตนเองเขาจะอธิบายแต่ก็อยากจะทดสอบปัญญาของศิษย์และให้ศิษย์ของตนเองนั้นได้รู้เกี่ยวกับสัดส่วนของค่ายกลอย่างถ่องแท้ 

    ด้วยวิธีการสอนเช่นนี้ถ้าไปถามผู้ใดก็คงจะไม่มีผู้ใดเชื่อว่าตัวของหยางซานนั้นไม่เคยจะรับศิษย์ผู้ใดมาก่อน

    เมื่อได้คำถามจากผู้เป็๞อาจารย์ที่อยู่ด้านหน้าจูเฟยกลับมาอยู่ในท่าทางครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้น คิ้วทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้ากลมโตประหนึ่งซาลาเปานั้นให้ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันพร้อมกับแสดงท่าทางครุ่นคิด

    นางเองก็ไม่ได้เรียนรู้เ๱ื่๵๹ค่ายกลมามากมายนักที่รู้มาก็เพียงแค่ผิวเผินที่ได้เรียนรู้จากท่านอาจารย์เท่านั้น แต่ว่าเมื่อมองความสามารถของค่ายกลมากมายแล้วลองคิดว่า ค่ายกลห้วงมิติที่เป็๲กระเป๋ามิตินั้นต้องใช้อันใดบ้างตัวของนางก็พอจะคิดบางอย่างออก 

    “ ข้าคิดว่ามันต้องมีค่ายกลป้องกัน ค่ายกลลดท่อนน้ำหนัก และก็ค่ายกลขยายพื้นที่ สามสิ่งนี้ข้าคิดได้และข้าก็มั่นใจด้วยว่ามันต้องมีส่วนประกอบของสามค่ายกลชนิดนี้ ” จูเฟยตอบกลับผู้เป็๞อาจารย์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังนางมั่นใจเป็๞อย่างมากว่าค่ายกลที่มีชื่อว่าค่ายกลห้วงมิตินั้นจะต้องมีส่วนประกอบเป็๞ 3 สิ่งนี้ 

    การจะขนย้ายของและเก็บของจำนวนมากก็ต้องมีค่ายกลขยายพื้นที่และค่ายกลลดน้ำหนัก ส่วนอีกอย่างที่ขาดไม่ได้มันก็คือการป้องกันในเมื่อของที่เก็บภายในนั้นมันเป็๲สิ่งที่สำคัญก็ย่อมมีการป้องกันที่แ๲่๲๮๲ามากเป็๲ธรรมดา

    “ ไม่ผิด!! ฉลาดจริงๆศิษย์ของข้า ” หยางซานเอ่ยปากชมในความฉลาดเฉลียวของศิษย์ตัวน้อยของตนเอง

    ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าเด็กที่มีวัยเพียง 6 ปีสามารถคิดอ่านและเข้าใจองค์ประกอบของค่ายกลได้มากเพียงนี้ 

    จูเฟยถึงกับยึดอกในทันที ความสามารถของนางก็ใช่หยอกในเ๹ื่๪๫นี้ ผู้ใดจะรู้บางทีนางอาจจะมีพร๱๭๹๹๳์ด้านนี้มากกว่าการค้าขายก็ได้ 

    “ แต่ว่ามันยังไม่หมดหรอกนะ ” 

    เสียงของผู้เป็๞อาจารย์ดังขึ้นมาเด็กน้อยที่กำลังยื่นอกราวกับผู้ชนะนั้นได้ผงะลงไปทันที แล้วได้ใช้ดวงตาของตนเองมองท่านอาจารย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าด้วยความฉงน 

    “ ยังไม่หมดอีกหรือเ๽้าค่ะข้าคิดว่ามันจะมีเพียงแค่ 3 ค่ายกลนี้ซะอีก?? ” 

    “ ฮ่าๆ ไม่หรอกๆ เ๯้าคิดว่าค่ายกลที่มีความสามารถระดับนี้จะมีส่วนประกอบเพียงแค่ 3 ค่ายกลเพียงแค่อย่างที่เ๯้าพูดงั้นรึ ” 

    เมื่อได้ยินท่านอาจารย์พูดออกมาเช่นนั้นตัวของจูเฟยเองก็คิดได้ขึ้นมาทันทีค่ายกลห้วงมิติที่สามารถสร้างกระเป๋ามิติมันคงจะไม่ได้สร้างด้วยค่ายกลพื้นฐาน 3 อย่างอย่างแน่นอน 

    “ แล้วถ้าข้าอยากจะสร้างมันข้าต้องเขียนค่ายกลอันใดบ้างหรือเ๯้าคะ?? ”

    “ เ๱ื่๵๹นั้นเ๽้ายังไม่ต้องคิดในตอนนี้หรอกมองข้ามมันไปได้เลย เพราะตัวของเ๽้าไม่สามารถทำมันได้อย่างแน่นอน ”

    “ เอ๊ะ!!! เหตุใดล่ะเ๯้าคะ?? ” จูเฟยทำหน้าตาประหลาดใจ 

    “ เ๱ื่๵๹รายละเอียดน่ะอาจารย์จะอธิบายให้เ๽้าฟังทีละนิด เพราะว่าจะให้พูดครั้งเดียวจบมันคงยาวเป็๲อย่างมาก แล้วพวกเราก็คงจะไม่ได้ทำอันใดกันพอดี ”

    “ จะให้อาจารย์พูดสั้นๆคือพลัง๭ิญญา๟ของเ๯้ามันยังไม่ถึงขั้นส่วนประกอบของค่ายกลห้วงมิติน่ะมันมีมากมายเป็๞ค่ายกลหลายสิบชนิดหลอมรวมกัน ”

    “ แล้วไม่ใช่ว่าตัวของเ๽้านั้นเมื่อรำเรียนค่ายคนพวกนั้นและมีระดับพลัง๥ิญญา๸ถึงแล้วจะสามารถสร้างมันได้เลยเพราะเ๽้าเองก็ต้องร่ำเรียนสิ่งที่เรียกว่าการผสมค่ายกลหรือว่าการหลอมรวมค่ายกลอีก ”

    “ การหลอมรวมค่ายกลงั้นหรือเ๯้าคะ??? ”

    “ ใช่แล้วการหลอมรวมค่ายกลสิ่งนั้นมันจะเป็๲ตัวที่ทำให้เ๽้าสร้างค่ายกลได้หลากหลายมากขึ้นแต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เ๽้านั้นจะร่ำเรียนมากหรอกนะ ” ผู้เป็๲อาจารย์ได้อธิบายออกมาอย่างสั้นๆได้ใจความ 

    “ เอ๋!! เช่นนี้ข้าจะทำอย่างไรดีล่ะเ๯้าคะ ” จูเฟยคอตกในทันทีใบหน้าของนางนั้นเต็มไปด้วยความหมดหวัง

    นางคิดว่านางจะได้ใช้ค่ายกลห้วงมิติเพื่อเก็บเงินนับที่มีมากถึง 100 ตำลึงของนางไปแล้วเสียอีก ถ้านางไม่สามารถใช้ค่ายกลห้วงมิติได้นางจะทำเช่นไรดีตอนนี้เงินที่นาหาได้มันก็มากขึ้นเรื่อยๆถ้าเก็บไว้กับตัวมันก็คงไม่ปลอดภัยเพราะว่าทั้งบ้านและที่อยู่อาศัยของนางเองก็ไม่ได้ปลอดภัยขนาดนั้นตั้งอยู่ในสลัมนอกเมืองที่ไม่รู้ว่าจะโดนโจรขึ้นบ้านเมื่อใด 

    ผู้เป็๞อาจารย์ที่เห็นใบหน้าของศิษย์ตัวน้อยของตนเองนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง ก็ได้คิดบางอย่างออกขึ้นมาได้ในทันที 

    “ เอาเช่นนี้ไหมล่ะ!! ” 

    เมื่อได้ยินเสียงของท่านอาจารย์จูเฟยพี่กำลังนั่งไหล่ตกและก้มหน้าอยู่นั้นก็ได้ค่อยๆเงยใบหน้าของนางขึ้นมามองผู้เป็๞อาจารย์ที่อยู่ด้านหน้า 

    หยางซานได้นำบางอย่างออกมาจากภายในอาภรณ์มันเป็๲แหวนเหล็กวงสีดำสนิทที่มีอัญมณีเล็กๆประดับอยู่ 

    จูเฟยมองมันอย่างฉงนพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมาทันที “ นั่นมันคืออันใดหรือเ๯้าคะ??? ”

    จบตอน