“มันคือผลของต้นพฤกษาโลกาซึ่งมันคงจะไม่มีเหลืออยู่ในจักรวาลแห่งนี้แล้วข้าพยายามตามหามานานแม้แต่ข่าวคราวของต้นพฤกษาโลกา ข้าเองก็ยังเคยตามหาแต่ก็ไม่เคยทราบข่าวคราวของมันเลย และข้าเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่าตามตำราที่ผู้อาวุโสให้ข้ามานั้นก็เพียงบอกถึงรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนรวมถึงรูปวาดของมันเท่านั้น”
“ผลของต้นพฤกษาโลกา....”
“ใช่ผลของต้นพฤกษาโลกา”
เฟิ่งหยูนำผลของต้นพฤกษาโลกาออกมาพร้อมกับยื่นให้กับองค์ราชันย์
“ใช่ผลแบบนี้หรือเปล่าขอรับ”
องค์ราชันย์หยิบผลพฤกษาโลกาที่เฟิ่งหยูยื่นมาให้พิจารณาอย่างละเอียดเขาหยิบตำราเก่า ๆ เล่มหนึ่งออกมา เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองผลที่อยู่ตรงหน้าของเขาคือผลของต้นพฤกษาโลกาจริงๆ
“เจ้า เจ้าไปได้มันมาจากที่ใดข้าตามหามันแทบจะพลิกจักรวาลแต่ก็ยังไม่เคยพบเจอหรือทราบข่าวของมันเลยมีเพียงโลกที่หายสาบสูญไปเท่านั้นที่มีต้นพฤกษาโลกาอยู่ เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าไปเจอโลกที่หายสาบสูญมา”
“องค์ราชันย์ท่านเข้าใจผิดแล้วสิ่งนี้อาจารย์ของข้าเป็นคนให้มา ข้าเองก็มีมันอยู่ไม่กี่ผล”เฟิ่งหยูรีบปฏิเสธโดยพลัน เขาเกือบจะทำให้ความลับของเขารั่วไหลไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
“ไหนท่านบอกไม่เคยได้รับข่าวเรื่องต้นพฤกษาโลกาทำไมท่านถึงได้รู้ว่ามันอยู่ในโลกที่หายสาบสูญไป”
“ตอนนั้นก่อนที่ผู้ปกครองโลกที่หนึ่งนี้จะเจอวิกฤตข้าเองยังเด็กนักเคยได้ยินท่านพูดออกมาครั้งหนึ่งว่าต้นพฤกษาโลกาอยู่ที่โลกหลบซ่อนและเป็นสถานที่เดียวที่มีต้นพฤกษาโลกา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกเขตการปกครองจะมีผู้ที่มีพลังยุทธ์หยุดอยู่ที่ขั้นพระเจ้าเท่านั้นไม่สามารถก้าวข้ามไปขั้นมหาเทพได้ เหมือนเช่นผู้ปกครองโลกในอดีตทั้งเก้า”
“ท่านผู้ปกครองในอดีตทั้งเก้าเป็นถึงขั้นมหาเทพ แล้วทำไมพวกเข้าไม่สามารถปกป้องพวกท่านได้”
“เรื่องนั้นเพราะความโลภของคนในอดีตพวกเขาทั้งหลายต่างมุ่งแย่งชิงทรัพยากรเพื่อนำมาใช้ประโยชน์สำหรับตนเองและให้คนในโลกของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นทำให้เหล่าจอมยุทธ์ขั้นพระเจ้ากว่าพันคนร่วมมือกันคิดกำจัดพวกเขาทั้งเก้าถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งเก้าจะสังหารจอมยุทธ์ระดับพระเจ้าไปเกือบทั้งหมดแต่พวกเขาทั้งเก้าก็บาดเจ็บไม่น้อยนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาทั้งเก้าหายสาบสูญไปจนถึงทุกวันนี้”
“ในเมื่อตอนนี้ท่านก็ได้ทรัพยากรที่ท่านตามหาแล้วท่านก็ไม่จำเป็นต้องนำทรัพยากรทั้งหมดของท่านมอบให้ข้าน้อยแล้ว”
“ข้าไม่รู้จะตอบแทนเจ้ายังไงดีเอาเป็นว่าหากเจ้าคิดจะทำอะไรในอนาคต ข้าคนนี้จะเป็นคนที่สนับสนุนเจ้าเป็นคนแรกเจ้าไม่ต้องกังวลไป ในเก้าโลกนี้จะไม่มีใครสามารถทำร้ายเจ้าได้ ข้ารับรอง”องค์ราชันย์ยื่นป้ายหยกอันหนึ่งให้กับเฟิ่งหยู
“ป้ายนี้เปรียบเสมือนตัวข้าหากมีใครรังแกเจ้า เพียงแค่เจ้ายื่นป้ายนี้ออกไป แม้จะเป็นเจ้าโลกคนอื่น ๆก็ต้องฟังเจ้า”
“ขอบคุณองค์ราชันย์ข้าจะเก็บป้ายนี้ไว้อย่างดี”เฟิ่งหยูเก็บป้ายที่องค์ราชันย์มอบให้ไว้ในแหวนมิติของเขาทันที
“เจ้าเองก็ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะบอกใครเรื่องของผลของต้นพฤกษาโลกานี้ข้าเองก็จะเก็บเป็นความลับ”
“ขอบคุณองค์ราชันย์”
“ข้าเองก็ต้องขอบใจเจ้าเช่นกันที่ให้ของสำคัญเช่นนี้กับข้า ในอนาคตหากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยเหลืออะไรเจ้าต้องบอกข้าเป็นคนแรก ข้าจะรีบไปช่วยเหลือเจ้าทันที”
“แต่ว่าข้าว่าท่านยังขาดไปอีกอย่างหนึ่ง”เฟิ่งหยูหยิบโอสถหวนคืนให้กับองค์ราชันย์
“หืมม มันคือโอสถอะไรข้าพึ่งจะเคยเห็น เป็นโอสถระดับเจ็ดอีกด้วย”
“เรียนองค์ราชันมันคือโอสถหวนคืนมันสามารถทำให้ท่านอ่อนเยาว์ลงได้ ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่ามันจะช่วยให้ท่านอ่อนเยาว์ลงไปเท่าใดแต่ก็น่าจะมีผลกับท่านบ้าง ท่านลองใช้ดูอีกอย่างมันสามารถฟื้นฟูร่างกายของท่านให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีกด้วยไม่ว่าท่านจะแขนขาด ขาขาด มันก็สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้”
“ขอบใจในน้ำใจของเจ้าเป็นอย่างมากที่ช่วยเหลือเฒ่าชราคนนี้ นี่เป็นสุราเซียนหมื่นปีมันคงมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนร่างกายของเข้าข้าดูแล้วเจ้าคงจะฝึกกายเซียนอยู่เป็นแน่สุราเซียนไหนี้คงมีประโยชน์ให้เจ้าสามารถฝึกฝนจนสำเร็จกายเซียนได้”
“ขอบคุณองค์ราชันย์ ข้าจะใช้มันฝึกฝนร่างกายข้าน้อย”
“ตอนนี้พวกเรากลับไปกันก่อนเถอะ พวกเราเองก็ออกมานานพอสมควรแล้ว”
ฟรึบบบ......
เฟิ่งหยูและองค์ราชันย์กลับมายังห้องเดิมที่เคยอยู่อย่างรวดเร็ว
“งานแต่งตั้งเจ้าเป็นผู้อาวุโสสมาคมโอสถเก้าโลกในวันพรุ่งนี้ข้าจะไปร่วมด้วยอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณองค์ราชัน เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน”
เฟิ่งหยูเดินออกมาตามหาเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายก่อนจะขอตัวกลับไปเตรียมตัวงานแต่งตั้งพวกเขาเป็นผู้อาวุโสสมาคมโอสถเก้าโลกในวันพรุ่งนี้
“เฟิ่งหยูพวกเราพึ่งจะได้รับแจ้งจากประธานสมาคมโอสถเก้าโลกว่าให้เจ้าแสดงฝีมือในงานนี้ด้วย เจ้าพอที่จะให้ความร่วมมือกับทางสมาคมได้ไหมเพียงแค่เจ้าแสดงการหลอมโอสถแบบโบราณสักครั้งบนเวทีพวกเขาคงตะลึงตาค้างกันหมดทั้งงานเป็นแน่”เหลียงจิวเอ่ยขึ้นมา
“ได้สิ มันคงไม่ยากเย็นเกินไปสำหรับข้าก็แค่หลอมโอสถ...”
“เช่นนั้นก็ดีเจ้าก็อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมในงานวันพรุ่งนี้ด้วยหละ”
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เป็นห่วงข้าจะไม่ทำให้สมาคมขายหน้า”
วันถัดมา.....
การจัดงานของสมาคมโอสถเก้าโลกในครั้งนี้นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้เพราะพวกเขาได้เลื่อนขั้นผู้อาวุโสทั้งหก เป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสมาคมโอสถเก้าโลกและที่สำคัญที่สุดคือตำแหน่งของเฟิ่งหยู จะได้รับคือตำแหน่งผู้อาวุโสที่แต่งตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเฟิ่งหยูเองโดยเฉพาะเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์
ตำแหน่งของเฟิ่งหยูคือตำแหน่งตำแหน่งผู้อาวุโสพิเศษที่ทางสมาคมแต่งตั้งให้เฟิ่งหยูโดยเฉพาะเพราะอายุของเฟิ่งหยูยังน้อยและมีผลงานที่โดดเด่นทางสมาคมต้องการคนเช่นนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นทางสภากลางของสมาคมโอสถเก้าโลกจึงได้มอบตำแหน่งนี้ให้กับเฟิ่งหยู
ตำแหน่งผู้อาวุโสพิเศษนี้มีสิทธิ์และอำนาจการตัดสินใจในสภาของสมาคมโอสถเก้าโลกด้วยซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่สูงกว่าตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ลำดับหนึ่งถึงแม้จะเป็นตำแหน่งที่สูงส่งแต่คนในสภาก็ไม่มีใครคัดค้านที่จะมอบตำแหน่งนี้ให้กับเฟิ่งหยูเพราะพวกเขาทุกคนต่างมองอนาคตของเฟิ่งหยูที่จะต้องยิ่งใหญ่กว่านี้ในอนาคตอย่างแน่นอน
การจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองโลกทั้งเก้าพร้อมทั้งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นพระเจ้าอีกหลายคนที่สนับสนุนมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมเข้าร่วมงานในครั้งนี้
การจัดงานในครั้งนี้เฟิ่งหยูได้รับความสนใจจากทั่วทุกโลกเป็นอย่างมากพวกเขาต่างเฝ้ารอดูชายหนุ่มที่ได้รับการยอมรับจากสภาสมาคมโอสถเก้าโลกว่าจะเป็นคนเช่นไร ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยโดยเฉพาะคนของโลกที่หนึ่งและคนของโลกที่สี่ที่ทราบว่าเฟิ่งหยูสามารถเพาะปลูกสมุนไพรในโลกที่เก้าได้นั้นพวกเขาต่างสนใจในตัวของเฟิ่งหยูเป็นอย่างมาก
แต่กลับเป็นสำนักอักษรสวรรค์ที่พากันตื่นตระหนกทั้งสำนักหลังจากได้รับแจ้งจากเจ้าเมืองเอริกว่าเฟิ่งหยูสนใจที่จะเข้าสำนักอักษรสวรรค์
งานที่จัดขึ้นเริ่มขึ้นในตอนบ่ายผู้คนมากมายเริ่มเดินทางเข้ามายังสำนักงานใหญ่สมาคมโอสถเก้าโลกตั้งแต่เช้าตรู่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวดผู้คนของสมาคมโอสถเก้าโลกต่างเดินทางมายังสำนักงานใหญ่ของสมาคมโอสถเก้าโลกอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาถือว่างานนี้เป็นเกียรติประวัติของสมาคมเป็นอย่างมากจึงพากันรีบเดินทางมาจากทั่วทั้งเก้าโลกอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลางานเริ่มขึ้นทางตัวแทนสภาสมาคมโอสถเก้าโลกได้ขึ้นบนเวที ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สามหยาเฟย ได้เป็นผู้ดำเนินรายการเหล่าเจ้าโลกทั้งเก้ามีห้าโลกที่มาร่วมในงานในครั้งนี้ส่วนอีกสี่โลกนั้นไม่ยอมมาร่วมงาน เพราะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานของสมาคมโอสถเก้าโลกของเราในครั้งนี้การแต่งตั้งตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดและตำแหน่งผู้อาวุโสพิเศษของพวกเราสมาคมโอสถเก้าโลกในครั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ทุกโลกทราบถึงการมีอยู่ของอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถสูงและเป็นความหวังสูงสุดที่จะทำให้สมาคมโอสถเก้าโลกของเราเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆขึ้นไป”
“โดยในวันนี้ทางสมาคมได้เชิญนักหลอมโอสถระดับตำนานทั้งสิบแปดคนมาร่วมงานและพวกเขาทั้งสิบแปดคนจะหลอมโอสถระดับสูงให้กับพวกท่านได้ชม และศึกษาอีกด้วย”
หลังจากเสร็จสิ้นเสียงของผู้อาวุโสหยาเฟยเสียงฮือฮาดังไปทั่วทั้งงานทันที พวกเขาส่วนมาเป็นนักหลอมโอสถโอกาสที่จะได้เห็นนักหลอมโอสถระดับตำนานทั้งสิบแปดคนหลอมกลั่นโอสถนับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พวกเขาจะได้เรียนรู้การหลอมกลั่นโอสถระดับสูงขึ้น
“จากนี้ไปเป็นการแต่งตั้งผู้อาวุโสสูงสุดจำนวนหกท่านและผู้อาวุโสพิเศษจำนวนหนึ่งท่าน โดยท่านประธาน และสภากลางสมาคมโอสถเก้าโลกเป็นผู้แต่งตั้งท่านแรก ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สิบ ผู้อาวุโสเหลียงจิว ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สิบเอ็ดผู้อาวุโสเหอสุ่ย ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สิบสอง ผู้อาวุโสเจียวหยูผู้อาวุโสลำดับที่สิบสาม ผู้อาวุโสหวงเล่อ ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สิบสี่ผู้อาวุโสหลิงตาน ผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สิบห้า ผู้อาวุโสอู่หลงและสุดท้ายผู้อาวุโสพิเศษ ผู้อาวุโสเฟิ่งหยู”
เหล่าผู้อาวุโสทั้งหกคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดลำดับที่สิบถึงสิบห้ารวมทั้งเฟิ่งหยูเดินขึ้นเวทีพร้อมกับทุกสายตาที่จ้องมองมายังทุกคนที่อยู่บนเวที เมื่อพิธีแต่งตั้งเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาที่เหล่าผู้คนทั้งหลายต่างรอคอย โดยเฉพาะเหล่านักหลอมโอสถระดับต่ำทั้งหลาย