บืนๆๆๆ
รถบัสคันใหญ่ที่แล่นไปตามท้องถนน ซึ่งต่างเต็มไปด้วยซอมบี้มากมาย ด้วยขนาดที่ใหญ่และความแข็งแรงของตัวรถ ทำให้การพุ่งชนซอมบี้ที่ขวางทางไร้ซึ่งปัญหาใดๆ นอกจากการเสียเวลาในการเดินทางอยู่บ้างเล็กน้อย
ส่วนท้องถนนที่มีรถจอดกันเกลื่อนกลาด ซึ่งเกิดจากการถูกทิ้งร้างเอาไว้นั้น ตัวเขาที่มีพละกำลัง 100 เท่าย่อมไม่ใช่ปัญหาที่จะจัดการขนย้ายพวกมันที่ขวางทางอยู่ให้ออกไปให้พ้นทาง
คนอื่นๆที่เห็นพละกำลังของเขา ต่างพากันตื่นตกใจ และอดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้เขานั้นยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ หรือว่าเขากลายเป็นซูปเปอร์แมนไปแล้วกันแน่
ระยะทางระหว่างเป้าหมายกับพวกเขา ย่อมต้องใช้เวลาในการเดินทางอย่างน้อยครึ่งวันตามสถานการณ์ปกติ
ทว่าในตอนนี้ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและการเสียเวลาเล็กๆน้อยๆกับการจัดการปัญหาที่ขวางเส้นทาง ทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาเดินทางไปถึงเป้าหมายอย่างน้อย 3 วันเป็นอย่างต่ำ
ด้วยเหตุนี้เมื่อประเมินวันเวลาในการเดินทางได้แล้ว พวกเขาจึงมีมติเห็นชอบว่าทุกระยะทางที่พวกเขาผ่านไป จะต้องแวะกักตุนเสบียงอาหาร น้ำดื่มและน้ำมันด้วย
อนึ่งอย่างลืมว่าพวกเขายังเป็นมนุษย์การอดอาหารและน้ำดืิ่มย่อมไม่ใช่สิ่งอันควร ที่สำคัญน้ำมันนั้นมีความจำเป็นอย่างสูงต่อการเดินทางของพวกเขา หากขาดมันไปเกรงว่าพวกเขาจะต้องเสียเวลามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว แถมเสี่ยงต่อชีวิตของพวกเขาเองด้วย
ตัวเขาไม่มีปัญหาหรือความเห็นขัดแย้งแต่อย่างใด สิ่งที่เขาหวังไว้คือความปลอดภัยของหยก และพ่อแม่ของตัวเองเท่านั้น
แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่รู้ถึงสถานที่ที่พ่อและแม่หลบภัยอยู่ แต่อย่างน้อยการที่เขาจะไปยังบ้านหลังเดิมได้เขาจำเป็นจะต้องนั่งรถเดินทางซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 วันและรวมเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้คงกินเวลาไปหลายวันเป็นอย่างต่ำ
หรือว่าหากเขาต้องการเดินทางที่รวดเร็วกว่านี้ เขาจำเป็นจะต้องเดินทางบนอากาศแทน ซึ่งต้องอาศัยเครื่องบิน ทว่าปัญหาหลักคือเขาขับมันไม่เป็น และหากต้องหาคนที่ขับเป็นเขายังไม่รู้แน่ชัดว่าจะต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
ดังนั้นเป้าหมายรองซึ่งเป็นสิ่งที่เขาวางไว้ คือการหาที่มั่นที่น่าจะปลอดภัย ยิ่งเป็นสถานที่ทางการ และมีเฮลิคอปเตอร์ด้วยแล้วยิ่งดี ซึ่งการไปส่งพวกเขาในครั้งนี้ถือเป็นผลพลอยได้เท่านั้นเอง
"อะ พี่วิน"หลินยื่นน้ำดื่มและอาหารแห้งที่ผ่านการอบใหม่ๆมาให้แก่เขา เขาที่มองอาหารในมืออดที่จะสังเวชตัวเองไม่ได้
ฐานะของเกรทและครอบครัวนั้นถือว่าร่ำรววล้นฟ้าอย่างแท้จริง รถบัสบ้านเคลื่อนที่คันนี้ต่างเพรียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนาวจความสะดวกมากมาย
ทำให้การเดินทางของพวกเขาที่น่าจะลำบากกลับกลายเป็นชิวๆไปซะงั้น ด้วยอาหารต่างๆที่นำมาจากทั้งเซเว่นหรือร้านสะดวกซื้อ มีทั้งของสดของแห้ง โดยเฉพาะอาหารสดที่ถูกแช่แข็งไว้ในซเว่นนั้น กลับถูกพวกเขาหยิบจับขึ้นมาเป็นอันดับแรก
ด้วยระบบไฟฟ้าที่ตัวรถเดิมมีอยู่แล้ว ทำให้การเวฟอาหารหรืออุ่นอาหารใหม่ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธว่ามันแย่ แต่ต้องยอมรับว่ามันสะดวกสบายดีจริงๆ
"อืม ขอบใจนะ"
เขายิ้มให้หลิน ส่วนหลินที่เห็นเขายิ้มให้ เธอพลันหน้าแดงเป็นลูกตำลึง พร้อมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักและรีบหันหลังหนีทันที
"มะ ไม่ ปะ เป็นไรคะ"
ส่วนเขาที่เห็นท่าทางและปฏิกิริยาของเธอก็อดที่จะยิ้มกรุ่มกริ่มไม่ได้เช่นกัน แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองอยู่บ้างและรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้สานสัมพันธ์่ต่อแต่อย่างใด
ไม่ใช่หลินไม่สวย หรือไม่ดี แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้มันยังไม่ปลอดภัย เขาจึงไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่หากจะสานสัมพันธ์ในสถานการณ์เช่นนี้
หลินนั้นเป็นผู้หญิงที่จัดว่าขาวหมวยแท้จริง หยกเคยเล่าให้เขาฟังว่าหลินเป็นลูกครึ่งจีนไทย ซึ่งเดิมที่เธอเกิดและอาศัยอยู่ที่จีน จนกระทั่งอายุได้ 10 ปีเธอจึงย้ายมาอยู่ที่ไทยตามพ่อของเธอที่เป็นนักธุรกิจเฉกเช่นพ่อของเกรท
ด้วยรูปร่างที่เล็กปราดเปรี่ยวของเธอ บวกกับผิวพรรณและน่าอกที่ดูกระชับเป็นสัดส่วน ทำให้เธอเป็นหนึ่งในหญิงสาวที่มีเสน่ห์เย้ายวนไม่น้อย ซึ่งไม่แตกต่างจากเพื่อนๆของเธอเลย
"หืม น่ารักดี"
บืนๆๆการเดินทางของพวกเขาแม้จะเสียเวลาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการพักผ่อนแต่อย่างใด ทั้งอาหารการกินและความปลอดภัยในตอนนี้ล้วนดีเลิศไปหมด ทำให้การเดินของพวกเขาแทบไม่ต่างจากการท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายแม้แต่น้อย
ตลอดเส้นทางการเดินทางของรถ มักจะเจอซอมบี้เดินตามท้องถนน แม้พวกเขาจะเร่งมุ่งหน้าไปยังศูนย์บัญชาการทหาร แต่ตลอดการเดินทางพวกเขาก็ยังสอดส่องหาผู้รอดชีวิตอยู่เสมอ
หือ"หยุดรถก่อน"
เส้นทางเบื้องหน้าที่ปรากฏขึ้นมา คือ รถจำนวนมากมายก่ายกองที่ถูกจอดทิ้งร้างเอาไว้ เขาที่เห็นเช่นนั้นพลันขมวดคิ้วทันที การเรียงตัวของรถมันช่างดูผิดปกติเกินไป ทั้งตำแหน่งและการขวางทางของรถที่จอดทิ้งไว้ เสมือนพวกมันถูกวางเอาไว้ด้วยความจงใจ
บืนๆๆๆแกรก
"อย่าขยับเว้ย"
พลันมีเสียงรถขับเข้ามา พร้อมกับปรากฏร่างมนุษย์เดินออกมาจากซอกซอยตึกนับ 10 กว่าคน พวกเขาแต่ละคนต่างถือปืนมากันคนละกระบอก ส่วนพวกที่ขับรถเข้ามาต่างจอดขนาบข้างรถบัสคันใหญ่ของพวกเขา เพื่อป้องการการหลบหนี
"แย่ละ"ลุมสมหมายที่เห็นเหตุการณ์อดอุทานไม่ได้ ส่วนคนอื่นๆต่างรู้สึกถึงความผิดปกติของสถานการณ์ยิ่งเห็นชายฉกรรจ์กลาย 10 คนถือปืนเดินเข้ามา เพื่อปิดล้อมทางออกของรถ พวกเขาต่างอดที่จะหวั่นวิตกไม่ได้
"ไป!!"คึก เอียดดบืนนนนนน
ลุงสมหมายที่ได้ยินเสียงของนายหญิง พลันกระตุกเกียร์รถ และเหยียบคันเร่งถอยกลับสุดแรง รถที่ขยับ ทำให้พวกชายฉกรรจ์ที่รายล้อมต่างกระโดดหลบกันจ้าละหวั่น
"เชี้ยเอ้ย ยิงมันเลย"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆเคล้งๆๆๆๆ
เรียกสั่งการดังขึ้น ชายฉกรรจ์ที่ตั้งตัวได้ต่างเริ่มสาดกระสุนเข้าใส่รถบัสที่กำลังเคลื่อนที่ถอยหลังทันที ทำให้ตัวรถที่ถูกยิงกลับไม่สะทกสะท้านใดๆ ซึ่งบ่งบอกกลายๆว่ามันกันกระสุนได้
คนในรถและคนข้างนอกต่างตื่นตกใจ โดยเฉพาะเขาที่แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา "ทำไมรวยกันจังวะ" รถบัสบ้านเคลื่อนที่สำหรับใช้ท่องเที่ยวกลับเป็นรถบัสกันกระสุน ซึ่งราคาค่างวดของมันต้องแพงหูฉี่เป็นแน่
ครอบครัวของเธอทำไมถึงร่ำรวยขนาดนี้!!ชิ
"ถอยรถไปเรื่อยๆ ระวังอย่าให้พวกมันปิดล้อมได้ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง"
ฟุบไม่รอการตอบรับของคนอื่นๆเขาพลันตัดระยะออกมาจากรถ และพุ่งตัวเขาหาพวกชายฉกรรจ์ที่กำลังยืนยิงกระหน่ำรถอย่างบ้าระห่ำ
ปังๆๆๆๆฟุบเคร้งๆๆปังๆๆๆๆฟุบเคร้งๆๆๆ
การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนตาแทบมองไม่ทัน ยิ่งกว่านั้น พละกำลังและประสาทสัมผัสที่เหนือมนุษย์ทำให้กระสุนดอกเดียวก็ไม่อาจเฉียดกายโดนเขาได้
"เชี้ย ปีศาจชัดๆ"
พวกชายฉกรรจ์ที่เห็นเหตุการณ์ต่างหวาดกลัว มันจะมีมนุษย์คนไหนที่บ้าดีเดือดวิ่งเข้าหาดงกระสุน แถมยังหลบกระสุนได้หมดทุกลูกจนน่าเหลือเชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วที่วิ่งเข้ามามันเร็วเกินมนุษย์มนาจะมีไปแล้ว
ฟุบผัวะๆฟุบๆๆผัวะๆ
การต่อสู้ในสายตาคนอื่น สำหรับเขามันไม่ต่างจากสนามเด็กเล่น มนุษย์ธรรมดาไม่อาจต่อสู้กับเขาได้แม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นเวลาเพียง 1 นาที เขาจึงล้มคนมากกว่า 20 คนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พวกคนในรถแม้จะทำใจเชื่อและะชินชามาบ้างแล้ว กลับต้องลอบปาดเหงื่อและอดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้
หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยุติลง รถบัสที่ขับถอยหนีไปตอนนี้ได้ขับมาจอดขนาบข้างเขาแล้ว ด้วยสถานการณ์ที่พลิกกลับว่าเขาเป็นฝ่ายได้ชัยทำให้ทุกๆคนรู้สึกโล่งใจอย่างช่วยไม่ได้
จากนั้นพวกเขาต่างทยอยเดินลงมา ซึ่งเวลานั้นเขากำลังลากร่างที่สลบไสลของพวกชายฉกรรจ์มากองไว้รวมกัน
เขาไม่ได้ตัดสินใจฆ่า ด้วยมีเหตุผลบางประการ เฉกเช่นเดียวกับบุรุษร่างกำยำและลูกน้องของเขาที่เวลานี้ยังสลบไสลไม่ได้สติมา 2 วันแล้ว ยังผลให้คนอื่นๆอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกมันโดนอะไรมาถึงได้ยังไม่ตื่น
"จะเอายังไงกับพวกเขาดี"หยกถามพี่ชายของเธอด้วยสายตาใคร่รู้ ตั้งแต่ที่เธอเห็นพี่ชายสังหารมนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ตัวนั้นลงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว นับจากนั้นมาทำให้เธอนับถือและเชื่อมั่นต่อพี่ชายชนิดที่ว่าไม่มีอะไรที่เขาจะทำไม่ได้อีกแล้ว
"คงต้องเค้นหาข้อมูลก่อน"
"เออ ทำไมเราไม่รีบไปที่ศูนย์กันละคะ"
มิ้งเอ่ยถามขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความหวั่นวิตก แม้สถานการณ์ตอนนี้จะคลี่คลายไปแล้ว แต่ความกลัวมนุษย์เพศชายที่เธอพบเจอมานั้นมันยังตราตรึงอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเธอไม่เสื่อมคลาย
เพื่อนสนิทอีกคนของเธอถูกโจรพวกนั้นพาไปข่มขื่นทำร้าย ตอนที่พวกเขากำลังหนีออกมา เธอพลันพบเพื่อนเธอและแม่บ้านอีกคนที่รู้จักอยู่ในสภาพเปลือยกายนอนตาเหลือกอยู่บนเตียง บนเนื้อตัวต่างเต็มไปด้วยน้ำสีขาวขุ่นเหนียวเคอะ
ส่งผลให้เธอรู้สึกสะอึดสะเอียนมนุษย์เพศชายเป็นอย่างมาก บวกกับชายฉกรรจ์พวกนั้นที่คิดจะทำร้ายเธอ มันจึงปลุกความรู้สึกหวาดกลัวของเธอให้กลับมาอีกครั้ง
จนกระทั่งเธอเห็นวิน ชายหนุ่มที่แข็งแกร่งและกล้าหาญจัดการพวกชายฉกรรจ์ลงได้ มันจึงทำให้เธอรู้สึกใจชื่นขึ้นมาและอดคิดไม่ได้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีเพศชายคนหนึ่งที่ดูจะไม่ได้เลวร้ายใดๆอยู่เหมือนกัน
"ผมจะขอพูดกับทุกๆคนตอนนี้เลยว่า"
"เป้าหมายของผม คือ การรวบรวมผู้คนและสร้างฐานที่มั่นที่ปลอดภัย"
"แม้พวกเราจะไปยังศูนย์ สำหรับผมไม่ได้รู้สึกเชื่อมั่นความปลอดภัยที่ตนเองจะได้รับแม้แต่น้อย"
"โลกเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน จิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง ผมไม่คิดจะบังคับใคร"
"เป้าหมายเดิมของพวกเรายังเป็นศูนย์บัญชาการเช่นเดิม เพียงแต่หลังผมส่งพวกคุณแล้ว ผมจะขอแยกตัวออกมา"
"และการที่ผมเดินทางไปส่งพวกคุณ ผมก็มีเป้าหมายอีกอย่างคือ เฮลิคออปเตอร์ ซึ่งคาดว่ามันน่าจะมีอยู่ที่นั่น ผมจำเป็นต้องใช้มันเดินทางเพื่อไปหาพ่อกับแม่ที่อยู่ต่างจังหวัด"
"ดังนั้นผมจำเป็นต้องเค้นข้อมูลจากคนเหล่านี้ก่อน เพราะเกรงว่าพวกมันที่มีอาวุธครบมือน่าจะมีฐานที่มั่นที่ปลอดภัยให้ผู้คนหลบอาศัย"
เขาที่บอกเจตนารมณ์ของตนเองออกมา แววตาที่คมกริบและดุดัน สะกดข่มให้คนอื่นๆพากันตื่นตกใจ กับความบ้าบิ่นและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของเขา
หยกที่ได้ยินสิ่งที่พี่ชายตัวเองพูดออกมา เธอรู้สึกได้ถึงความเด็ดขาดและดื้อดึงของเขา ตัวเธอที่เป็นน้องย่อมรู้ดีถึงนิสัย ยิ่งพี่ชายของเธอตัดสินใจที่จะทำอะไรแล้ว เขาจะไม่ยอมแพ้และฟันฝ่ามันไปให้สำเร็จให้ได้
เมื่อมันเป็นเช่นนี้เธอที่เป็นน้องสาว จึงไม่ปฏิเสธและเลือกที่จะเดินเคียงข้างพี่ชายของเธอ ซึ่งถือเป็นครอบครัวแท้ๆที่เธอมีอยู่อย่างไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
"อีกอย่างหนึ่ง"
"ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันจะยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด"
"แต่มันน่าจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น"
End