เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 41 โรคหยินมรณะ

    “ โรคนี้เป็นโรคที่ดูดกลืนชีวิตผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ชาย ที่มีความสัมพันธ์ด้วย ถ้าคาดเดาไม่ผิด สิบปีที่ผ่านมา ไทเฮามีความสัมพันธ์กับชายมาแล้ว 9 คน โดยที่ทั้งเก้าคนได้ถูกกลืนพลังธาตุหยางจนตายไปแล้วทั้งหมด” เทียนกล่าวแล้วมองหน้าไทเฮาเหมือนกับว่ารอคอยคำตอบ

    “ หมอเทวะ สมชื่อจริง ๆ ท่านรู้ใช่ไหม ว่าการพูดแบบนี้ออกมาเท่ากับว่าท่านได้ก้าวเท้าลงนรกไปแล้วครึ่งหนึ่ง” ไทเฮาตอบแบบนี้แสดงว่าเป็นเรื่องจริง

    “ กระหม่อมเป็นหมอเผชิญความเป็นความตายอยู่ทุกวัน ไทเฮาอย่าขู่กระหม่อมเช่นนี้เลย แต่กระหม่อมสงสัยอยากรู้ ผู้ชายที่ตายไปเป็นเพราะเจตนาของพระองค์ หรือไม่” เทียนกำลังคิดว่า จะจัดการกับไทเฮาคนนี้อย่างไรดี

    “ ข้าเป็นมนุษย์ ย่อมต้องมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ทั่วไป มีนักพรตท่านหนึ่งแนะนำเรื่องนี้ให้กับข้า และทุกครั้งที่ก่อนมีความสัมพันธ์ ข้าบอกพวกเขาในเรื่องนี้ พวกเขาจงรักภักดีต่อข้า นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่สบายใจนัก” ไทเฮาเริ่มเปิดเผยความจริง

    “ นี่มันไม่ใช่วิธี การรักษาที่ถูกต้อง พระองค์อาจจะแข็งแรงขึ้นมาภายใน สิบปีนี้เท่านั้น แต่หลังจากนี้พระองค์จะทรมานแสนสาหัส ต่อให้มีชายที่มีพลังหยางมาให้ดูดกลืนอีก ก็ไม่สามารถช่วยพระองค์ ให้รอดชีวิตต่อไปได้” เทียนเอ่ยออกมาเหมือนไม่พอใจเท่าไร

    “ ข้ารู้ ตอนนี้ร่างกายของข้าเริ่มแย่ลงอย่างที่ท่านว่า นักพรตท่านนั้นบอกว่า มีทางเดียวที่จะรักษาชีวิต ต้องใช้หัวใจทารกทีมีพลังหยาง ธาตุอัคคี 9 คนมาเซ่นสังเวย แล้วข้าก็จะหายเป็นปกติอีกครั้ง ท่านว่าข้าควรเชื่อนักพรตผู้นั้นหรือไม่” เทียนฟังแล้วก็ตกใจ ไม่คิดว่านักพรตบ้านั่นจะใช้วิธีรักษาแบบนี้ น่าจะเอาลูกหลานของมันมาเซ่นสังเวยจริง ๆ

    “ หากพระองค์ทรงเชื่อนักพรตปีศาจนั่น พระองค์จะตายภายในสามวัน กระหม่อมเอาหัวเป็นประกัน”

    “ ฮึ ท่านกล้าพูดแบบนี้ ท่านมีวิธีรักษาหรือ” ไทเฮาถามจี้ทันที

    “ ข้าย่อมมีวิธีรักษา แต่ว่า ข้าต้องการตัวยาอยู่ตัวหนึ่ง มันขึ้นเฉพาะในสุสานจักรพรรดิเท่านั้น มันคือ หญ้าอัคคีสุริยัน ท่านเปิดสุสานให้ข้าเข้าไป และข้าจะนำมันมาผสมกับสมุนไพร หมื่นปี และก็หลอมเป็นเม็ดยาเทพสุริยัน จะเข้าไปปรับสมดุลในร่างกายของพระองค์ ให้กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม แต่ต่อไปพระองค์ห้ามกินยาเพิ่มพลังหยินอีกเป็นอันขาด ถึงแม้จะทำให้พระองค์มีลักษณะเหมือนสตรี แต่มันก็ทำลายสุขภาพของพระองค์เช่นกัน” เทียนพูดตามจริง

    “ นี่ท่านรู้ว่าข้าเป็นชายได้ยังไงกัน” ไทเฮาตกใจอีกครั้ง

    “ อย่าลืม กระหม่อมเป็นหมอนะ พะยะค่ะ” เทียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “ เรื่องนี้เป็นความลับห้าแพร่งพราย ถ้าท่านหมอรักษาข้าให้หายได้ ข้าจะให้รางวัลท่านเต็มที่ แต่ถ้าไม่หายท่านก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตอีกต่อไป” ไทเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เทียนยิ้มเหมือนจะบอกว่ากลัวที่ไหน

    “ ให้ใครพากระหม่อมไป ที่สุสานจักรพรรดิเถิด เรื่องนี้มิอาจชักช้า” เทียนไม่อยากเสียเวลา อยากไปดูสนามแข่งวิญญาณซากศพว่าเป็นอย่างไร

    ไทเฮาให้ฉางกงกง พาเทียนนั่งรถม้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของขันทีเพื่อใช้ดับกลิ่นปัสสาวะของตนที่ไม่สามารถ บังคับได้เพราะว่าถูกตัดออกไปทั้งพวง ทำให้มีปัญหาในการควบคุมการฉี่

    “ ท่านฉางกงกง ข้ามียาบำรุงอยู่ขวดหนึ่ง ช่วยให้ท่านสดชื่นแข็งแรง ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ขับถ่ายคล่องควบคุมปัสสาวะได้เป็นปกติ “ เทียนยื่นขวดน้ำทิพย์ให้ฉางกงกง หนึ่งขวด พอรู้ว่าเป็นของดี ฉางกงกงดื่มเข้าปากทันที

    พอกินเข้าไปก็รู้สึกสดชื่นแข็งแรงขึ้นมาทันที ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น ผิวพรรณมีน้ำมีนวล แต่การควบคุมปัสสาวะนั้นยังไม่รู้สึกอะไร แต่ก่อนถึงสุสานฉางกงกง ก็รู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมา แล้วสามารถควบคุมไว้ได้ ทำให้รู้สึกดีใจยิ่งนักที่ต่อไปสามารถควบคุมได้ ไม่ปล่อยให้ไหลออกมาแบบกระปริดกระปรอย ต้องเอาผ้ามาพันหลายชั้นแบบผ้าอนามัย ให้เสียเวลาอีก

    “ ขอบคุณท่านหมอเทวะยิ่งนัก” ฉางกงกง กินยาไปสักพักแล้ว จู่ๆก็เอ่ยขอบคุณเทียนเป็นครั้งที่สอง เทียนได้แต่ยิ้มรับ

    ในที่สุดทั้งสองก็เข้ามาในสุสานจักรพรรดิแห่งต้าหลี่ถัง ด้านหน้ามีทหารคอยเฝ้าอยู่ พอเห็นกงกงมา ก็รีบพาเข้าไปในสุสาน เดินวนไปมา สองรอบก็เข้ามาในสุสานจักรพรรดิ มีโลงศพตั้งเรียงรายอยู่ เป็นระยะ

    “ ต้นสมุนไพรที่ไหนจะมาขึ้นในที่แบบนี้” ฉางกงกงเอ่ย แต่เทียนไม่สนใจใช้พลัง

    จิตปล่อยออกไปสำรวจถึงความร้อนที่มีอยู่ภายในสุสานจักรพรรดิแห่งนี้ เพราะในตำราของอาจารย์บรรพบุรุษบอกว่า ในสุสานจักรพรรดิแห่งนี้ มีดวงจิตอัคคีจักรพรรดิซึ่งเป็น อัคคี ที่เกิดจากดวงจิตของกษัตริย์ที่ตายไปแล้วหลายพันปี และก็หลายๆ คนมารวมกันทำให้มีพลังอำนาจมาก คนที่เป็นจอมเวทย์สายอัคคี ต่างก็ต้องการเป็นเจ้าของยิ่งนัก เทียนสัมผัสได้แล้ว เทียนรีบเข้าไปในชั้นในทันที

    “ ฉางกงกง ในสุสานที่นี่ไม่ได้สร้างกลไกเอาไว้เลยหรืออย่างไร” เทียนสงสัย

    “ สร้างไว้ แต่ไทเฮารู้ว่าท่านจะมาเลยสั่งให้ปิด ตามปกติ ในสุสานไม่มีใครเข้ามาได้ เพราะว่าจะมีน้ำปรอท ไหลอยู่ตลอดเวลา แต่พอพวกเรามาก็ถูกดูดเข้าไปในบ่อปรอทเอาไว้ พอพวกเรากลับออกไป น้ำปรอทก็ขึ้นมาเอง ใครเข้ามาแค่เจอน้ำปรอทก็ตายหมดแล้ว” ฉางกงกง อธิบายให้เทียนฟังอย่างตั้งใจ เทียนมาถึงจุดที่สัมผัสได้ถึง เพลิงอัคคีจักรพรรดิ ด้านในนี้มีกระถางธูปใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง แล้วมี เทียนไขเล่มใหญ่ปักอยู่บนแท่นบูชา อยู่สามแท่ง มีโคมไฟ ติดผนังอยู่ เกือบ 10 จุด พอเดินเข้ามาไฟก็ลุกติดขึ้นมาทันที เทียนมายืนตรงแท่นบูชา มองเปลวไฟที่อยู่บนเทียนไข เป็นเปลวไฟสีเขียว ถ้าไม่สังเกตจะไม่เห็น เทียนนำกล่องขึ้นมา 1 ใบ เป็นกล่องสำหรับเก็บดวงจิตอัคคี ที่ท่านอาจารย์บรรพบุรุษเก็บดวงจิต4ธาตุเอาไว้

    แต่ดวงจิตอัคคีเหมือนมีชีวิต มันไม่ยอมให้จับได้โดยง่าย เทียนเลยต้องใช้พลังเซียนสยบมันไว้ ทำให้จับมันไว้ในกล่องอย่างง่ายดาย แล้ว พอมันจะเข้ามาในกล่องก็มีสายใยเล็ก ๆ เหมือนต้นหญ้าจำนวนมากก็ค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้นเทียนคว้ามันขึ้นมา แล้วเก็บไว้ในกล่องเดียวกัน ฉางกงกง มองดูเทียนทำมือทำไม้เล่นกับไฟ แล้วดึงอากาศไป ดึงมาก็ สงสัยว่าเทียนทำอะไร แต่ไม่กล้าพูดออกมา จนเห็นเทียนปิดกล่องบางอย่าง

    “ เรียบร้อย ได้มาแล้ว ไปรักษาไทเฮากันเถอะ”

    “ เดี๋ยวหญ้าอัคคีที่ท่านว่า คือใยแมงมุมที่ท่านดึงไปดึงมาเมื่อสักครู่นี้นะหรือ” ฉางกงกงถามด้วยความสงสัย

    “ ใช่แล้ว มันคือใยแมงมุมที่มีลักษณะคล้ายต้นหญ้า แต่ต้องมีอัคคีหล่อเลี้ยงมันมาด้วย ข้าจึงต้องใช้กล่องอัคคี เก็บมันเอาไว้ มิเช่นนั้น กว่าจะไปถึงวังหลวง สรรพคุณของมันจะถูกทำลาย” ใยแมงมุมอัคคี หรือ หญ้าอัคคีสุริยันต้องอาศัย ดวงจิตอัคคีจักพรรดิในการดำรงอยู่ ถ้ามีดวงจิตอัคคีจักรพรรดิหญ้าอัคคีสุริยันก็จะอยู่ที่นั่นด้วย เทียนถือว่าโชคดีได้ทั้งสองอย่างกลับมาอย่างง่ายดาย

    พอมาถึงวังหลวงเทียนเริ่มปรุงยาทันที โดยมีตัวยา เห็ดหลิงจือ หมื่นปี ถั่งเช่าหมื่นปี ใบหยินหยางหมื่นปี หญ้าอัคคีสุริยัน และน้ำทิพย์จากสวรรค์ไม่นานก็มีเม็ดยาออกมา 3 เม็ด สีทองเหลืองอร่าม พอไทเฮา กลืนลงคอ ตัวยาเริ่มละลายยาซึมซับทั่วร่างกาย ผิวพรรณที่เริ่มจะแตก ระแหงกลับชุ่มชื้นขึ้นมาใหม่ พระวรกายกระฉับกระเฉงขึ้น พลังหยินหยางในร่างกายปรับสภาพเข้ากันได้อย่างสมดุล ปากที่เคยเขียวคล้ำ กับ เป็นสีชมพู ใบหน้าที่ต้องแต่งเติมอยู่ทุกวัน แทบไม่ต้องแต่งอะไรเลย ไทเฮากับคนสนิทดีใจ น้ำตาไหลกันทั้งหมด ไม่คิดว่า ร่างกายจะกลับมามีสภาพดีแบบนี้ โดยเฉพาะผิวพรรณ หน้าตา ดูคล้ายจะเด็กลงไปอีก

    “ ขอบคุณท่านหมอเทวะ “ ไทเฮาเอ่ยขอบคุณเทียนด้วยใจจริง

    “ พระองค์จะคงสภาพนี้ไปอีก 20 ปี จากนั้นพระองค์ก็สามารถกินอีก 1 เม็ด ยานี้จะช่วยคงโฉมท่านยาวไปอีก 20 ปีโดยที่พระองค์ไม่ต้องกิน ยาเพิ่มธาตุหยินอีกต่อไป” เทียนอธิบายสรรพคุณยา

    “ ท่านหมอเทวะ ท่านต้องการอะไรเป็นของรางวัล ข้าจะให้ทุกอย่างที่ท่านต้องการ” ไทเฮาเอ่ยด้วยถามด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข

    “ ขอให้พระองค์ทรง สร้างโรงทาน ทั้งหมดเก้าแห่ง เพื่ออุทิศให้กับ เก้าชีวิตที่สูญเสียไป กระหม่อมขอแค่นี้เท่านั้น” เทียนบอกความต้องการออกไป ไทเฮา ก็สั่งการฉางกงกง ให้ดำเนินการทันที

    หลังจากนั้นเทียนก็ออกมาจากวังหลวงกลับสำนักหยางซาน พอมาถึงก็ตกใจเพราะว่า มีผู้คนมารอรับการรักษากัน ตั้งแต่กลางคืนเลย เทียนเห็นคนเจ็บฉุกเฉินเลยรีบรักษาให้ก่อน ทำให้คืนนั้นเทียนต้องรักษาคนเจ็บยันเช้ากว่าจะหมด

    พอรุ่งเช้าก็มีคนมารอรักษาต่อเลย เทียนต้องดื่มน้ำทิพย์เพิ่มพลังตัวเองไปอีกขวด ใช้เวลาถึงบ่ายสอง จึงจะหมด จากนั้นเทียนก็ไปสนามประลองวิญญาณซากศพ ต่อ อยากรู้ว่ามันเป็นการประลองแบบไหนกันแน่ พอมาถึงสนามเทียนก็เข้าไปนั่ง

    สนามต่อสู้แห่งนี้ใหญพอขนาดครึ่งสนามฟุตบอล คนดูก็เข้ามาดูกันมากมายจนเต็มสนามคล้ายมาดูมวยชกกัน แต่ว่าสนามที่นี่จะใหญ่กว่า เทียนเห็นสิ่งที่เรียกกันว่านักสู้ซากศพ ยืนอยู่ตรงกลางอย่างนิ่งสงบ โดยแต่งชุด นักรบมีเกราะอ่อนไม่มีอาวุธ ผิกกายมีรอยบาดแผลเป็นเป็นจำนวนมาก หน้าตาก็มีแต่รอยแผลเป็น

    มองไปที่ด้านในร่างก็มีหัวใจเหมือนคนปกติ แล้วจะเป็นซากศพไปได้อย่างไร เทียนเริ่มสงสัย จากนั้นก็มีนักรบมนุษย์เข้ามาในสนามสามสิบคน อาวุธครบมือ มีเสียงระฆังสัญญาณดังขึ้น ทั้งหมดเข้าปะทะกัน ระหว่างมนุษย์ธรรมดากับนักสู้ซากศพ การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด

    ทันใดนั้นก็มีเสียงเบาๆแปลกดังแว่วมา นักสู้ซากศพก็มีปฏิกิริยาบางอย่างตอบรักกับเสียงนี้ ทำให้ร่างของนักสู้ซากศพเริ่มเปลี่ยนเป็นใหญ่โตขึ้น เหมือนมีพลังวิญญาณเพิ่มขึ้น เทียนมองไปรอบๆ ก็สัมผัสได้ว่ามีคนเป่าเสียงนี้ออกมาด้วยนกหวีดแบบที่ไร้เสียงแต่ได้ยินเฉพาะนักสู้ซากศพเท่านั้น นักสู้ซากศพพอได้ยินสัญญาณก็เข้าโจมตี มนุษย์ทันที อาวุธมนุษย์ทั้ง สามสิบคนทำอะไรไม่ได้แลย ถูกต่อย ถูกเตะ บางคนถูกฉีกแขน ฉีกขา ไม่นานทั้งสามสิบคนก็ถูก แบกออกจากสนามกันหมด

    เทียนได้ยินสัญญาณนกหวีดอีกครั้ง นักรบซากศพก็หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว เทียนเห็นคนเจ็บที่นำออกไป ล้วนเป็นคนที่เคยไปรักษากับเทียนแทบทั้งนั้น การต่อสู้ครั้งนี้เทียนรู้แล้วว่านักสู้ซากศพ คือมนุษย์ ถูกควบคุมด้วยนกหวีด โดยใช้ระดับนกหวีดไร้เสียงสั่งงานโดยให้กลายร่าง โจมตี หรือหยุด

    ทันใดนั้นเอง เทียนก็เห็นเด็กชายกับเด็กหญิง สองคนวัย 3-4 ขวบวิ่งลงไปในสนาม แล้วเข้าไปกอด ชายนักสู้ซากศพ แล้วส่งเสียงเรียก

    “ ท่านพ่อ ท่านพ่อ กลับบ้านเถอะ” เด็กทั้งสองทั้งร้องไห้และยินดีที่ได้เจอพ่อ แต่ว่ามีคนใส่ชุดคล้ายนักพรตชุดดำ เดินมากันตัวเด็กทั้งสองออกไป โดยมีแม่ของเด็กทั้งสองวิ่งตามมาทีหลัง มาคอยกอดลูกน้อยทั้งสองเอาไว้ ไม่ให้เข้าไปใกล้พวกนักพรตชุดดำอีก นักสู้ซากศพ ไม่ได้หันมามองสามคนแม่ลูกเลย กลับเดินเข้าไปข้างในที่พักนักสู้อย่างเฉยเมย เด็กทั้งสองร้องไห้ พยายามชูมือทั้งสองเรียกหาท่านพ่ออยู่ตลอดเวลา จนมีเจ้าหน้าที่สนามมาพา

    ทั้งสามคนแม่ลูกออกจากสนามไปเทียนก็ไม่อยู่รอดูการต่อสู้คู่ต่อไป ออกมาเพื่อตามหาสามคนแม่ลูก เพื่ออยากรู้ว่า เรื่องราวมันเป็นอย่างไร ในที่สุดก็พบสามคน แม่ลูกนั่งกอดกันร้องไห้ใต้ต้นไม้แห่งหนี่ง

    “ พี่สาว ช่วยเล่าให้ข้าฟังได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อของเด็กสองคนนี่หรือ” เทียนถามไป ก็ใช้มือลูบหัวเด็กชายกับเด็กหญิงทั้งสอง ที่ยังร้องไห้หาพ่อไม่หยุด

    “ ใช่แล้ว นักสู้คนนั้นเป็นสามีของข้า พี่กระทิงเป็นทหารอยู่ค่ายเสือดำ เมื่อสามเดือนก่อน ทางค่ายเสือดำแจ้งว่าเขาเสียชีวิตจากการรบ ไม่สามารถนำศพกับมาได้ พวกเราเสียใจมาก แต่ว่าไม่กีวันมีชาวบ้านบอกว่า พี่กระทิง กลับมาแล้วแล้วมาเป็นนักสู้ที่นี่ พวกเราก็มา สุดท้ายก็เป็นอย่างที่ท่านเห็น”

    “ ท่านแม่ ท่านพ่อไม่รักเราแล้วใช่ไหม” เด็กหญิงวัยเพียงสามขวบเอ่ยออกมาด้วยความไร้เดียงสา แม่ได้แต่กอดลูกเอาไว้ ไม่มีคำตอบให้

    “ ท่านพ่อจำเราไม่ได้แล้ว ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านพ่อ” เสียงเด็กร่ำร้องหาพ่ออยู่ทุกวันแบบนี้เทียนเข้าใจความรู้สึก แต่กำลังคิดว่า พวกมันทำเรื่องแบบนี้เพื่ออะไรกัน

    “ ไม่ต้องห่วงนะ พี่ชายให้สัญญา จะไปพาพ่อกระทิงกลับมาหาที่บ้านให้ได้” เทียนให้สัญญา ...

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน