ประตูสีแดงเลือดข้างหน้าแจ๊ค มีกลิ่นอายของความยิ่งใหญ่ราวกับตัวตนของเทพ แม้แต่แจ๊คยังอดนับถือความยิ่งใหญ่ของประตูสีแดงนี้ไม่ได้
ต้องรู้ว่าแม้แต่เจตนารมณ์แห่งสวรรค์แจ๊คยังรู้สึกเฉย ๆ กับตัวตนของมัน
ราวกับประตูมีชีวิตจิตใจพอเห็นแจ๊คเข้าใกล้ไปมากเท่าไร แสงในตัวของประตูเริ่มจะประกายมากขึ้นเท่านั้น
แจ๊คหยุดก้าวเท้าลงเพราะสัมผัสถึงเป็นปรปักษ์กับประตูสีแดงประกายเลือดแห่งนี้
“หู่เสวียนี้คืออะไร”
หู่เสวียมองไปที่ประตูสีแดงและใช้ความคิดของตนสักพักหนึ่งก่อนพูด
“ค่ายกลประตูเลือดล้างบาป”
“ประตูเลือดล้างบาป”
แจ๊คสับสนกับชื่อของค่ายกล มันจะล้างบาปและรู้ได้ยังไงว่าคนไหนดีบาปหรือทำความดี แสดงว่าการที่เขาสัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์ของประตูสีแดงเลือดนี้ไม่ได้คิดไปเอง
“มันเป็นค่ายกลที่เหมือนกับดูดี แต่ความจริงนั้นไม่”
“ทำไม??”
ทำไมหู่เสวียบอกว่ามันดูดี แต่ความจริงนั้นไม่แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่ชั่วร้ายเอามาก ๆ หู่เสวียถอนหายใจเธอไม่อยากจะพูดขึ้นมันมากนักเพราะมันเป็นค่ายกลที่ชั่วร้ายอย่างที่แจ๊คคิด
“การสร้างค่ายกลประตูเลือดล้างบาปเพื่อป้องกันหรือชำระล้างสิ่งชั่วร้ายที่จะเข้ามาหรือคิดไม่ดีกับสมบัติที่อยู่หลังประตูนี้”
“มันทนได้ถึงระดับไหน”
หู่เสวียจ้องมองแจ๊คอย่างเยือกเย็นเธอไม่ชอบนิสัยแบบที่ไม่ฟังเธออธิบายให้จบก่อนและพูดแทรกขึ้น นิสัยนี้เป็นนิสัยเสียประจำตัวไอบ้านี้ก็ว่าได้
“นายไม่คิดจะฟังให้จบหน่อยหรือไง”
แจ๊คได้ยินเสียงอันเย็นชาของหู่เสวียจึงเกาหัวเพราะไม่รู้ตัวเองทำอะไรผิดไป เธอนี้อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ควบคุมยากมาก
หู่เสวียเห็นแจ๊คไม่ได้พูดอะไรต่อจึงพูดว่า
“ค่ายกลระดับเทพหรือครึ่งเทพ ชื่อจะมีความหมายมาก ฉันได้อธิบายคำว่าประตูไปแล้ว ตอนนี้อธิบายว่าเลือดมาจากไหน การสร้างประตูเลือดล้างบาปต้องสังเวยเลือดของสิ่งมีชีวิตเป็น ๆ จำนวนมาก เริ่มต้นที่หลักล้านยิ่งเลือดมีจำนวนมากเท่าไร ประตูจะยิ่งทนทานมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้นายคิดว่าจะพังประตูเลือดล้างบาปด้วยพละกำลังอันกระจอกของนายหรือไง”
แจ๊คอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่ายิ่งใช้เลือดของสิ่งมีชีวิตมากขึ้นเท่าไร ประตูล้างบาปจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น การฆ่าฟันกันในเหมืองทองแห่งนี้มีหลักล้านขึ้นไป
การที่เขาจะใช้พละกำลังปัจจุบันของเขาเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างมาก แจ๊คสงสัยว่าอีก 2 ความหมายแปลว่าอะไร
“อีก 2 ความหมายที่บอกว่าล้างและบาปคืออะไร”
หู่เสวียตอบกลับมา
“ล้างเหมือนถึงการล้างสิ่งมีชีวิตที่แตะต้องมันและทำลายไปให้หมดสิ้น ส่วนคำว่าบาปคือสิ่งมีชีวิตที่มีบาปจะไม่สามารถสัมผัสประตูได้”
เมื่อได้ยินความหมายของประตูเลือดล้างบาปจบ แจ๊คตะโกนด่าประตูสีแดงตรงหน้าเขาทันที
“ฉันจะเข้าไปได้ยังไง หู่เสวียเธอคิดว่าใครเป็นคนสร้างประตูเลือดล้างบาปนี้”
“นายน่าจะคิดออกแล้ว ว่าใครเป็นคนสร้างประตูเลือดล้างบาปและภูตผีจำนวนมากที่นายพบเห็น”
“ริเทาพี”
แจ๊คตะโกนชื่อนี้ขึ้น ไม่คิดว่าผู้หญิงที่หยิ่งทะนงและรังเกียจความชั่วร้ายอย่างเธอจะเป็นคนสร้างของพวกนี้ขึ้น แต่แจ๊คคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าเธอเป็นคนสร้างภูตผีและประตูสีแดงตรงหน้านี้ ตั้งแต่พลังของเธอปรากฏขึ้น
“คนที่เกลียดความชั่วร้าย แต่สร้างความชั่วร้ายแบบนี้เขาจะเรียกว่าอะไรดี”
หู่เสวียฟังความคิดเห็นของแจ๊ค แต่เธอขมวดคิ้วเพราะเธอไม่ได้คิดแบบเดียวกับแจ๊ค
“นายสังเกตเห็นพฤติกรรมของริเทาพีตอบพูดขึ้นที่ผู้เฒ่าของเธอได้ตายลงไหม”
แจ๊คยังโกรธอยู่แต่ย้อนความกลับไป ตอนที่พูดถึงการตายของผู้เฒ่าเธอแสดงอาการหวาดกลัวมากกว่าความแค้นในตอนนั้นทำให้แจ๊คแปลกใจ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก
“เธอแสดงอาการหวาดกลัวใช่ไหม”
“ใช่ การที่เธอแสดงอาการหวาดกลัวนั้นทำให้ฉันนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เหมือนกับอาการที่เธอแสดงออกมาในตอนนั้น”
“เรื่องอะไร”
“การลบความทรงจำของตนเองเพื่อหลบหนีจากความเป็นจริง”
แจ๊คได้ฟังเรื่องเล่าของหู่เสวียจึงหัวเราะขึ้น
“ผู้ฝึกฝนตนมีร่างกาย วิญญาณ พลังจิต ความตั้งมั่นและสมองที่ดีกว่าคนธรรมดาหลายเท่าตัว การที่จะลบความทรงจำของตนเองมันเป็นไปไม่ได้”
หู่เสวียอดไม่ได้ที่จะจ้องมองแจ๊คว่าไอบ้านี้มันผิดปกติหรือเปล่า ฝึกฝนมาไม่ถึง 100ปีกล้าพูดได้ยังไงว่าไม่สามารถลบความทรงจำได้
“มันมีเรื่องร้ายแรงที่คนบางคนไม่อยากจะจำ จึงสั่งการให้สมองลืมเรื่องทั้งหมดทิ้งไปและพยายามจะทำอะไรหลีกเลี่ยงความทรงจำอันเลวร้าย เธอจึงรังเกียจความชั่วร้ายเพราะเธอได้สั่งให้สมองเป็นแบบนี้และเธอได้สั่งให้สมองให้ลบความทรงจำอันเลวร้ายลงยังไง อีกอย่างนายรู้ได้ยังไงว่าผู้ฝึกฝนไม่สามารถลบความทรงจำของตนเองได้ นายต้องรู้เอาไว้มีโรคภัยต่าง ๆ มากมายที่แปลกประหลาดกว่ามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะรับรู้ไหว”
แจ๊คพูดไม่ออกหลังถูกหู่เสวียบ่นเป็นชุด เขาคิดว่าเมื่อร่างกายและวิญญาณแข็งแกร่งจะไม่ป่วยอะไรแบบนี้ดูเหมือนจะคิดผิดพลาดมาก
“อีกอย่างต่อให้ลบความทรงจำในสมองได้ แต่ไม่สามารถคิดความทรงจำในดวงวิญญาณได้”
แจ๊คพยักหน้าให้กับคำตอบของหู่เสวีย เขายังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมากมายจึงก้มหน้าด้วยความอับอายก่อนจะถามถึงการผ่านประตูเลือดล้างบาป
“หู่เสวียฉันจะผ่านไปประตูเลือดล้างบาปไปได้ยังไง”
หู่เสวียคิดสักพักหนึ่งก่อนจะตอบ
“ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะยากมากสำหรับการเข้าไป แต่นายอาจจะไม่ยากเท่าไร มันมี 2 เงื่อนไขในการเข้าไป 1.คือเป็นเผ่าโลหิต 2.คือร่างกายไม่มีเลือดและจิตใจต้องว่างเปล่า นายบังคับเลือดมีชีวิตและจิตใจได้ใช่ไหม”
แจ๊คพยักหน้าตอบกลับก่อนก้มลงมองแขนทั้ง 2 ข้างที่กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจึงมองหาที่นั่งก่อนจะหลับลงไป การต่อสู้กับภูตผีตัวนั้นเสียพลังชีวิตไปมาก
ถ้าเขาไม่รีบฟื้นฟูอาจจะตายได้ หลังตื่นขึ้นแจ๊คหยิบข้าวขาหมูมากินอย่างอร่อยก่อนเดินไปตรงหน้าประตูสีแดงเลือด ประตูเมื่อเห็นแจ๊คเข้าใกล้มีเรืองแสงสว่างจนแจ๊คปิดตา
“เร็วเข้า รีบนำเลือดมีชีวิตเข้าสู่หัวใจให้หมด”
ไม่ต้องให้หู่เสวียบอก แจ๊ครีบเก็บเลือดมีชีวิตเข้าสู่หัวใจทันที ร่างกายของแจ๊คเมื่อขาดเลือดเริ่มแห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็วจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
หัวใจเต้นอย่างบ้าคลั่งพยายามจะเอาเลือดมีชีวิตออกไปจากหัวใจ แต่แจ๊คบังคับมันอย่างสุดความสามารถการจะบีบอัดเลือดที่หลายลิตรเข้าไปอยู่หัวใจดวงน้อย ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย
มือที่เหลือแต่กระดูกของแจ๊คไปผลักประตูสีเลือดล้างบาปอย่างรุนแรง ประตูเลือดล้างบาปเรืองแสงพร้อมกับกำลังยิงลำแสงสีแดงออกมา
แต่มีไม่สามารถตรวจสอบเลือดของแจ๊คได้ ตอนนี้จิตใจของแจ๊คว่างเปล่าเขาอยู่ในสภาพนี้ได้อีก 5 วินาทีเท่านั้น
ทั้งเรื่องเอาเลือดมีชีวิตเข้าหัวใจและเรื่องทำให้จิตใจว่างเปล่ามันยากทั้งคู่
ปัง
ประตูเลือดล้างบาปถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนเปิดออก แจ๊ครีบพุ่งตัวเข้าไปในประตูเลือดล้างบาปก่อนที่มันจะปิดตัวลงพร้อมกับปล่อยเลือดมีชีวิตให้กลับสู่ร่างกาย
แจ๊คถอนหายใจหลังจากเข้ามาด้านในได้ เลือดมีชีวิตกลับสู่ร่างกายทำให้ร่างกายของแจ๊คเริ่มกลับมาปกติอีกครั้งหนึ่ง
แจ๊คเงยหน้าขึ้นและมีสีหน้าบิดเบี้ยวพร้อมกับคำรามด้วยความโกรธ เพราะด้านหน้าเขามีทางไปถึง 50 ทาง ทั้งแต่ด้านบน ด้านล่าง ซ้าย ขวา ข้าง ๆ ประตูเลือดล้างบาปยังมีอีก
จนทำให้แจ๊คเกือบจะกลายเป็นบ้าเขาตั้งใช้ความพยายามอยากมากเพื่อที่จะเข้ามาด้านใน
แต่ปรากฏว่ามันเป็นเขาวงกตขนาดใหญ่ แจ๊คอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาตัวเลือกสุดท้ายคือ
“หู่เสวียช่วยด้วย-----!!!!”
หู่เสวียถอนหายใจอย่างเย็นชาและไม่ตอบกลับคำขอร้องของแจ๊ค ไอบ้านี้พยายามจะเข้ามาด้านในเอง เพราะฉะนั้นจงใช้ความพยายามหาทองเต๋า 12 สีใช้เจอเอง
เมื่อไม่ได้ยินเสียงหู่เสวีย แจ๊ครู้สึกเหมือนถูกทิ้งจึงเสียใจเล็กน้อยก่อนจะหยิบช้อนหลายอันขึ้นมา พร้อมกับทำสัญลักษณ์เลข 1-50 และหยิบกระป๋องเปล่าใส่ช้อนที่มีหมายเลข
ก่อนจะไหว้ไปด้านหน้าและเขย่ากระป๋องที่เต็มไปด้วยช้อนทันที เสียงเหล็กกระทบกันทำให้คนฟังปวดหัวมากแต่ร่างกายของแจ๊คได้รับการพัฒนาจึงไม่เป็นอะไร
หู่เสวียสงสัยกับการกระทำของแจ๊ค มันดูน่าสนใจมากและถามไป
“นายกำลังทำอะไรอยู่”
แจ๊คทำเป็นไม่ได้ยินเสียงหู่เสวียและเขย่าต่อไป ช่วงเวลาต่อไปแจ๊ครู้สึกหนาวเย็นจนถึงกระดูกสันหลัง
“ไม่ได้ยินหรือไง”
“แค่ก แค่ก ฉันต้องใช้สมาธินะ”
หู่เสวียพูดอย่างเย็นชาแต่แจ๊คตอบกลับไปอย่างใจเย็น หู่เสวียกัดฟันเล็กน้อยจนเกิดเสียง แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลแต่แจ๊ครับรู้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของหู่เสวียจึงพูดทันที
“ฉันกำลังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในการค้นหาเส้นทางที่ถูกต้อง ตอนนี้ฉันกำลังเขย่าเซียมซีอยู่”
“เซียมซี???”
“ใช่”
“มันคือบ้าอะไร-------!!!!!”
หู่เสวียตะโกนขึ้นแบบอารมณ์ไม่ดี ฉันนึกว่ามันจะทำอะไรที่มีสาระกว่านี้ที่ไหนได้นิสัยเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้จริง ๆ
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................