หลังจากที่ได้ฟังข่าวว่าองค์ชายเจ็ดฉวนไป๋เล่อเสด็จเข้าวังแล้วชิงเถาก็เป็นอันได้เที่ยวแล้วจริงๆที่ต้องรอให้องค์ชายเจ็ดเข้าวังก่อนก็เพราะว่ามี่หนิงหยางจะเป็นคนพาชิงเถาเที่ยวเองตามคำกล่าวอ้างที่ว่าไว้กับนางว่าชวนนางมาเที่ยวนั่นเอง
“ตกลงแล้ววันนี้เจ้าต้องการไปเที่ยวที่ไหน”มี่หนิงหยางเอ่ยถามอย่างจริงจังเมื่ออาหารบนโต๊ะถูกจัดเก็บไปเรียบร้อยแล้ว
“วังเก่าเพคะ”ชิงเถาบอกอีกคนยิ้มๆ ตั้งแต่ที่นางก้าวเข้ามาแคว้นแห่งนี้ นางต้องสอดส่องหาข้อมูลด้านต่างๆมาตลอดข้อมูลสถานที่ต่างของเมืองแห่งนี้ก็เช่นกัน ชิงเถาได้ศึกษามาแล้วเป็นอย่างดีเช่นนั้นแล้วนางจึงได้ลำดับความสำคัญของการเที่ยวชมได้ดี อย่างแรกที่นางต้องการไปเที่ยวก็คือวังเก่าวังเก่าเป็นวังขนาดเล็กกว่าแห่งปัจจุบันที่ถูกปล่อยทิ้งไว้จากคนในวังก็ว่าได้ตั้งแต่ชิงเถาย้ายมาอยู่ร่างนี้นางไม่เคยไปที่ที่บอกว่าเป็นสถานที่โบราณมาก่อนที่นี่จึงเป็นที่แรกที่นางจะได้ไป วังเก่าจริงๆมีเรียกเรียกที่ดูดีกว่านี้แต่ชื่อที่นางเรียกเป็นอันเข้าใจตรงกันง่ายมากกว่ามันก็ตรงตามชื่อว่าเก่า เพราะมันถูกทิ้งไว้มากกว่าร้อยปีแล้วแต่ที่ไม่ได้ทำลายทิ้งเพราะเนื่องจากวังเก่าที่ว่ามันอยู่ที่สูงจึงเก็บไว้เผื่อได้กลับไปใช้เมื่อเกิดน้ำท่วมแต่ว่ามันก็ไม่เคยเกิดสิ่งที่ว่าเลยสักครั้งจนสุดท้ายเลยได้ปล่อยมันไปและจนนี้มันก็ได้กลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่อนุญาตให้ผู้คนได้เข้าไปชื่นชมได้โดยเก็บค่าเข้าชมทำให้ชาวบ้านธรรมดาที่ชาตินี้ไม่มีโอกาสได้เข้าวังเพื่อชื่นชมความงามก็เก็บเงินเพื่อเข้าชมความงามของวังเก่าแห่งนี้แทนซึ่งทางการก็ดูเหมือนจะมีรายได้จากส่วนนี้พอสมควร ตอนชิงเถาได้ทราบครั้งแรกก็ต้องยกนิ้วให้เลยกับความคิดอันชาญฉลาดนี้ยิ่งถ้าเป็นโลกก่อนของนางนะมันต้องเป็นที่ยอดนิยมมากแน่เพราะผู้คนมักไปถ่ายรูปสวยๆเก็บไว้
“คิดยังไงถึงได้อยากจะไปที่นั่น”มี่หนิงหยางถามอย่างขำๆ ทำอย่างกับนางไม่เคยเข้าวังไปได้
“ข้าอยากรู้ว่าวังของทั้งสองแคว้นจะแตกต่ากันมากน้อยเพียงใดเจ้าค่ะ”
“อืมเอาเถอะถ้าอยากไปข้าก็จะพาไป อย่างไรก็รีบไปเถอะเพราะวังเก่ามันอยู่บนเนินเขาต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยก็หนึ่งชั่วยาม”มี่หนิงหยางทำความเข้าใจในตัวชิงเถาจะเริ่มบอกนางให้เริ่มออกเดินทางกันเลยจริงๆแล้วตัวเขาก็ไม่เคยไปด้วยซ้ำถือว่านี่เป็นครั้งแรกเช่นกัน
ใช้เวลาเดินทางด้วยรถม้าหนึ่งชั่วยามนิดๆชิงเถาก็มายืนอยู่หน้าประตูวังเก่าแล้วนางมาถึงที่นี่ก่อนเวลาอาหารเที่ยงประมาณครึ่งชั่วยามแต่ว่าก็ยังมีผู้คนเดินทางมาเที่ยวอยู่ตลอด ถึงจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ก็ยังเห็นผู้คนอยู่ไม่ขาดกล่าวได้ว่าตรงที่จอดพักรถม้ามีอยู่หลาบสิบคันเลยทีเดียว
“วังเก่าดูไม่ค่อยเก่าเลยนะขอรับ”หมิงเลี่ยนที่ยืนอยู่ใกล้ๆพี่สาวเอ่ยเมื่อแหงนหน้ามองประตูใหญ่ด้านหน้าเห็นหลังคาพระราชวังสีทองอยู่ไม่ไกล
“พวกเขาก็คงบำรุงรักษาอยู่ตลอดนั่นแหละยังไงก็ได้เงินจากที่นี่ไม่น้อย” ชิงเถาเอ่ยขณะนี้นางยืนรอผู้ติดตามของนางไปเก็บรถม้าอยู่ การบริการของที่นี่ก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่สักแต่จะเอาเงินนักท่องเที่ยวชัดๆไหนจะค่าฝากรถม้าอีกราคามันแพงกว่าค่ารับฝากในเมืองด้วยซ้ำ กินได้ดีจริงๆ
“ราคาค่าเข้าชมสิบตำลึงขอรับ”เสียงทหารที่เฝ้าด้านและมีหน้าที่อีกอย่างคือเรียกเก็บค่าเข้าชมชิงเถาตะลึงกับค่าเข้าชม ถึงราคาเท่านี้นางจะจ่ายได้สบายแต่ต้องบอกก่อนว่าแต่ก่อนนางเคยขายข้าวเพียงราคาสามอีแปะซึ่งหนึ่งพันอีแปะเป็นหนึ่งตำลึง ค่าเข้าชมที่นี่มันขูดเลือดเนื้อชาวบ้านมากเลยนะแต่ก็อย่างว่าครั้งหนึ่งในชีวิตพวกเขาอาจจะอยากเข้ามาชื่นชมสักครั้งก็ได้
“แต่ถ้าคุณชายหรือคุณหนูอยากจะมีจารึกในแผ่นไม้ด้านข้างที่เห็นก็สามารถบริจาคเพิ่มได้”นายทหารอีกคนที่เห็นว่ากลุ่มของชิงเถาแต่งตัวดีไม่น้อยจึงได้เสนออีกขั้นในการจ่ายเงินด้านข้างของประตูที่ตอนแรกชิงเถาไม่ได้สนใจ แต่ตอนนี้นางหันมองตามที่นายทหารว่ามันเป็นชื่อของใครหลายคนและก็จำนวนเงินที่มากเป็นหลายร้อยตำลึงหรือเป็นร้อยตำลึงทองก็มีมันแสดงถึงการมีอำนาจในทรัพย์สินจนสามารถเอามาโปรยให้กับที่นี่เพื่อที่จะขึ้นป้ายประกาศให้เห็นถึงศักดาของตนเอง
“ข้าต้องเข้าไปเยี่ยมชมก่อนสิเจ้าคะหลังจากนั้นค่อยสามารถบอกได้ว่าอยากบริจาคเท่าไหร่ดี” ชิงเถาตอบไปยิ้มๆนายทหารได้ยินเช่นนั้นก็พอใจไม่น้อยไม่ได้เชิญชวนอะไรนางอีกแต่ฝันเถอะว่านางจะยอมจ่ายเพิ่ม เพราะเท่านี้มันก็มากพอแล้วนางไม่ต้องการมีชื่อติดอยู่บนกระดาษไม้แบบนั้นหรอก
“เช่นนั้นก็เชิญทุกท่านเข้าเยี่ยมชมเลยขอรับข้อแม้มีเพียงห้ามหยิบฉวยอะไรกลับออกไป ถ้าหากทำข้าวของเสียหายจะต้องจ่ายเงินคืนตามราคาที่ตั้งใจและก็ให้ออกมาก่อนแสงตะวันจะหมดลงด้วยขอรับ”หลังจากฟังข้อห้ามและชี้แนะจากนายทหารเล็กๆน้อยๆกลุ่มของชิงเถาก็ได้เข้ามาด้านในเสียทีบรรยายกาศด้านในร่มรื่นเป็นอย่างมาก มีต้นไม้ปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบไหนจะสวนดอกไม้ที่ถูกดูแลเป็นอย่างดีถือได้ว่าดูแลสถานที่ดีสมกับราคาค่าเข้าชมที่เรียกเก็บพอสมควรแต่นั่นสำหรับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำก็แพงอยู่ดี (ยังคงบ่นเรื่องราคา)
“พี่รองข้าอยากไปดูท้องพระโรงขอรับ”หมิงเลี่ยนบอกตรงที่อยากไปและอีกเรื่องที่ชิงเถาอยากจะชมก็คือมีแผ่นที่แบบคร่าวๆให้ด้วย จะได้พอเป็นแนวทางในการเดินชมช่วยเรื่องในการเดินหลงได้ดีทีเดียว
“ได้สิเราไปท้องพระโรงก่อนแล้วค่อยเดินลึกเข้าไปด้านในดูตำหนักของฝ่ายในกัน”ชิงเถาก้มมองดูแผนที่แล้วพยักหน้าตกลงตามที่น้องชายขอ ชิงเถาอยากรู้ว่าวังหลังที่นอกจากเป็นที่อาศัยของฮ่องเต้แล้วจะมีตำหนักของเหล่าสตรีอยู่ใกล้ไกลมากน้อยเช่นไร
ตอนนี้ทุกคนอยู่ในท้องพระโรงแล้วระหว่างทางที่เดินมาก็ผ่านตำหนักเล็กตำหนักน้อยอยู่หลายตำหนักแม้กระทั่งศาลากลางน้ำยังมีคุณหนูหลายคนจับจองที่นั่งแล้วรับประทานข้าวกลางวันกันอยู่สงสัยพวกนางกำลังคิดว่าตัวเองอยู่ในงานเลี้ยงขององค์หญิงอยู่กระมังนี่ก็เป็นจุดเรียกเงินอีกจุดคือเหล่าคุณหนูทั้งหลายที่ชอบนัดพบกันที่นี่เพื่อพูดคุยและสังสรรค์กัน
“โหท้องพระโรง สถานที่ว่าราชการกว้างมากเลยขอรับ” สองแฝดเดินไปรอบๆห้องแต่สำหรับตัวชิงเถาที่เคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ในท้องพระโรงมาก่อนห้องนี้ถือว่าเล็กกว่าทีเดียว ถึงว่าต้องย้ายไปสร้างที่อื่น
“แล้วตอนที่ขุนนางเข้าเฝ้าต้องยืนตรงไหนขอรับ”หมิงเลี่ยนถามอย่างสนใจ
“นี่ๆเดี๋ยวพี่จะบอกนะ ขุนนางขั้นหนึ่งจะยืนจากตรงนี้” ชิงเถาก็ไม่ทำให้น้องชายผิดหวังนางสาธยายให้น้องฟังว่าขุนนางควรจะยืนตรงไหนบ้างในห้องนี้พวกนางสามารถยืนหรือนั่งอยู่ได้ทุกที่ยกเว้นเพียงบนบัลลังก์ของฮ่องเต้ที่มีแผ่นไม้สลักคำห้ามเข้าไปใกล้อยู่ถึงแม้จะเป็นวังเก่า แต่ตรงส่วนที่สำคัญที่มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นสามารถประทับได้ตรงนั้นก็จะถูกห้ามไว้
“นี่เรามาลองเล่นดูนะหมิงลู่เป็นเสนาบดีฝั่งซ้าย หมิงเลี่ยนเป็นเสนาบดีฝั่งขวาส่วนพี่จะยืนอยู่ตรงนั้นเอง” นางไม่กล้าเอ่ยชื่อออกมา แต่ก็วิ่งไปยืนตรงหน้าที่ประทับส่วนอีกสองคนก็ทำตามที่พี่สาวสั่งทันที
“เสนาบดีทั้งสองรับคำสั่ง”เสียงชิงเถาที่ดัดให้เล็กแหลมคล้ายเหล่าขันทีที่นางได้ยิน
“พะยะค่ะ”สองแฝดก็เล่นตามพี่สาวรีบคุกเข่าลงทันที
“เนื่องด้วยเวลานี้บ้านเมืองสงบสุขนับเป็นผลงานของพวกท่าน เราจะมอบเงินรางวัลให้พวกท่านคนละหนึ่งหีบ”ชิงเถาที่ดัดเป็นอีกเสียงที่คิดว่าคล้ายกับบุรุษที่องอาจมากที่สุด
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ”สองแฝดรีบเอ่ยออกมาทันที
“พวกเจ้านี่น๊า”มี่หนิงหยางที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้แต่เอ่ยออกมาอย่างปลงๆดูเหมือนคนที่ชอบเล่นพิเรนท์จะเป็นตัวพี่สาวนี่แหละ
“คุณหนูขอรับข้าว่าอย่าเล่นแบบนี้เลย” ผู้ติดตามของชิงเถาเข้าไปเอ่ยห้ามอย่างกล้าๆกลัวๆ ถ้าใครได้ยินเข้าอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้นะ
“อืมก็ได้ๆไปกันต่อเถอะมีอีกหลายที่ให้เราได้เที่ยวชมอย่างไรวันนี้ก็ต้องสำรวจทุกที่ให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป”ชิงเถายังคงบ่นเรื่องค่าเข้าชมที่เสียไป
“มีที่ไหนที่เจ้าอยากไปอีกหรือไม่”มี่หนิงหยางเอ่ยถามออกมาเมื่อพวกเขาเดินหน้าดูนั่นนี่มาเรื่อยๆจนตอนนี้มาหยุดอยุ่ตรงท้ายวังที่เป็นลานฝึกซ้อมแล้ว ห่างออกไปไม่มากยังเห็นเป้าธนูอยู่เลยส่วนด้านหลังนอกกจากกำแพงเขตสิ้นสุดวังแล้วก็ยังมีต้นไม้หนาของป่าที่เป็นกำแพงธรรมชาติอีกชั้นหนึ่ง
“ไม่เจ้าค่ะเราก็ดูมาเกือบจะครบทุกที่แล้วเพียงแต่ว่า” นางอ้ำอึงไม่กล้าเอ่ย
“แต่ว่าอะไรเจ้าอยากไปที่ไหนต่อ”
“เอ่อข้ารบกวนท่านพาน้องข้าเดินดูไปเรื่อยๆก่อนเลยเจ้าค่ะ ข้าขอไปทำธุระสักพัก”ชิงเถาตอบ
“เจ้าจะไปที่ไหนเดี๋ยวก็ได้หลงทางหรอก” เขาไม่เห็นด้วยที่นางจะแยกตัวออกไปคนเดียว
“ข้าไปไม่นานหรอกเจ้าค่ะเอาเป็นว่าอีกครึ่งชั่วยามไปเจอกันที่ศาลากลางสวนที่ใกล้กับทางออกก็แล้วกันนะเจ้าคะ”ชิงเถานัดแนะอีกฝ่าย
“แล้วเจ้าจะไปไหนกันข้าบอกไปแล้วไม่ฟังหรือว่าต่างถิ่นแบบนี้มันอันตราย” เขาก็ยังไม่ทำที่นางบอก
“เอ่อข้าต้องการเข้าห้องน้ำนะเจ้าค่ะ คงอีกสักพัก ช่วยทำตามที่ข้าขอด้วยเถอะนะเจ้าคะ” ชิงเถาขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนึดเพื่อบอกประโยคเมื่อครู่ให้เขาได้ยินคนเดียวด้วยหน้าตาอ้อนวอนนอกจากพวกนางแล้วยังคงมีคนอื่นอยู่บ้างนะจะเอ่ยประโยคหน้าอายแบบนี้เหมือนที่นางพูดเป็นเรื่องปกติที่โลกก่อนได้อย่างไรกันโลกแห่งนี้คนมีความอายมากกว่าเยอะ
“อ่อเช่นนั้นเอง ได้ ข้าจะพาทุกคนไปรอเจ้าที่นั่น เจ้าก็รีบๆตามไปด้วยหละ”หลังจากที่ได้ยินมี่หนิงหยางจึงกระแอ่มเล็กน้อยและตกลงตามที่นางขอ
“ขอบคุณเจ้าค่ะเช่นนั้นข้าขอตัวเลยแล้วกัน” ชิงเถาเผยรอยยิ้มออกมาแล้วรีบเดินหนีหายไป สถานที่แห่งนี้รองรับผู้คนและให้ความสะดวกสบายอยู่ไม่น้อยเพราะมีห้องน้ำให้ได้ใช้ด้วยแต่ก็ต้องเสียเงินอีกเล็กน้อยหละนะและมันก็ตั้งอยู่ไกลพอสมควรด้วย
‘ไหน อยู่ตรงไหนกัน’ ชิงเถาเร่งเดินลัดเลาะตามตำหนักต่างๆมาจนถึงตำหนักแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ดูพิเศษเท่าที่อื่นๆเลยตอนเมื่อครู่ชิงเถาและคนอื่นๆก็ยังเดินผ่านเลยไปเท่านั้น อีกอย่างแถวนี้คนก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่
‘ตามข้ามาเลย’นำโดยเชี่ยนเชี่ยนนางพาชิงเถาเข้าไปด้านในตำหนักอย่างรู้ทาง
‘ได้ไปเลย ข้าชักจะตื่นเต้นแล้วนะเนี่ย’ชิงเถาเร่งอีกฝ่ายส่วนตัวนางก็เดินตามเข้าไปติดๆหลังจากแยกจากคนอื่นๆได้แล้วชิงเถาก็เดินตามทางที่เชี่ยนเชี่ยนนำจริงๆแล้วชิงเถาไม่ได้ปวดหนักปวดเบาเหมือนอย่างที่มี่หนิงหยางเข้าใจแต่อย่างไรเพียงแต่ว่านางอยากจะมาตามหาของกับเชี่ยนเชี่ยนต่างหากถึงได้บอกเขาไปแบบนั้น
‘โห อะไรเนี่ยหยากไย่’ ชิงเถาบ่นออกมาเมื่อเข้ามาข้างในตำหนักกลับเจอกับสภาพที่ต่างจากตำหนักอื่นๆที่นางพึ่งจะไปมาอย่างลิบลับตรงส่วนไหนไม่สำคัญพวกเขาก็ไม่ได้ดูแลจริงๆนะผ่านห้องหน้าที่เป็นส่วนนั่งเล่นหรือรับแขกเข้าไป เชี่ยนเชี่ยนยังคงบินผ่านเข้าห้องด้านในไปอีกจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ห้องนอนจากที่ชิงเถาเห็นว่ามีเตียงนอนน่ะนะ