แต่เดิมแล้วคนอย่างชิวหลงหรือชื่อใหม่ก็คือโนอาห์นั้น สามารถฟังคนอื่นพูดเป็ต่อยหอยได้ทั้งวันถ้าไม่เกิดเหตุขัดข้องขึ้นมาซะก่อน ซึ่งนั้นก็เพราะเขายังไม่เคยเจอลักษณะการพูดที่ค่อนข้างเป็พิธีการและเรียบเรียงมาก่อนหน้าแล้ว ทำให้สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังได้ยินและได้เห็นในตอนนี้กลายเป็เื่น่าเบื่อไปในทันที
“คราวหลังบอกกันก่อนก็ดี” โนอาห์พูดพร้อมกับตบมือแปะๆ มองไปยังเวทีด้านล่างซึ่งอาจารย์สูงวัยกำลังเดินออกไปด้วยท่าทีอิดโรยจนเขาเองยังอดสงสารไม่ได้ แต่ถ้าไม่ติดว่าอาจารย์ท่านั้นเป็คนเดียวกับที่ร่ายยาวถึงประวัติศาสตร์อันแสนยาวนานของโรงเรียนและคำกล่าวต้อนรับซึ่งเหมือนทำนองขับกล่อมแล้วล่ะก็ อะไรๆคงจะดีกว่านี้มากนัก
“ถือซะว่าเปลี่ยนประสบการณ์ รอดูไปก่อนเถอะ ของจริงกำลังจะมาต่อจากนี้” ชายที่เป็คนชักนำโนอาห์ให้มายังที่แห่งนี้หัวเราะออกมาเบาๆ จนโนอาห์นึกสงสัยไม่ได้ว่ารอบนี้อารันมันจะดักต้มหมูเขาแบบไหนอีก
แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้พ่อค้าคนนี้จะไม่ได้โกหก
“ต่อไป หัวหน้าหอพักทั้งสี่จะออกมากล่าวอะไรซักเล็กน้อยกับนักเรียนชั้นปีหนึ่ง” เสียงประกาศจากพิธีกรแทบทำเอาโนอาห์หูผึ่ง ขึ้นชื่อว่าหัวหน้าย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดา และดูเหมือนคนที่ได้รับตำแหน่งนี้จะเป็นักเรียนเช่นเดียวกันกับพวกเขา ไม่ใช่อาจารย์สูงวัยที่พึ่งลงจากเวทีไปเมื่อซักครู่
โนอาห์ทราบระบบภายในของโรงเรียนมาจากอารันบ้างแล้ว อวาลอนมีพื้นฐานเป็โรงเรียนกินนอน นักเรียนจะถูกแบ่งไปอยู่ตามหอพักทั้งสี่ซึ่งนำชื่อมาจากเขตการปกครองในเมืองอัลเทร่าอีกที เช่นเดียวกับระดับชั้นปีการศึกษาซึ่งแบ่งออกเป็สี่ปี ดังนั้นเมื่อมีหอพักก็ต้องมีหัวหน้า และโนอาห์ก็กำลังจะได้ยลโฉมคนพวกนั้นเป็ครั้งแรก
เสียงโห่ร้องดีใจของนักเรียนหลายๆคนที่รอคอยเวลานี้มานานพลันเงียบเสียงลงในทันที เมื่อนักเรียนสี่คนเดินเข้ามาบนเวที คนแรกเป็ผู้ชายอายุแก่กว่าโนอาห์สองหรือสามปี ผมสีทองปลิวไสวไปตามแรงลม หน้าตานับได้ว่าดูดีในระดับที่หายาก ไม่นับรอยยิ้มที่เปล่งประกายและแววตาสีเขียวที่ส่องประกายไม่แพ้กัน เสื้อนักเรียนที่เขาสวมเป็ในลักษณะออกโทนสีแดง จึงแทบจะฟันธงได้เลยว่าเขาผู้นี้มาจากหอพักทางทิศใต้ วิหคเพลิงที่เฉิดฉายยิ่งกว่าแสงตะวัน ซูซาคุ
“ฮาร์ท ไรเซ็น หัวหน้าหอคนปัจจุบันของซูซาคุ ได้ข่าวว่าค่อนข้างเป็ที่นิยมในหมู่นักเรียนมากทีเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งนักเรียนจากหออื่น” อารันบรรยายอยู่ข้างหูโนอาห์ โดยปกติแล้วแม้จะได้ชื่อว่าเป็นักเรียนสถาบันเดียวกัน แต่การที่ได้ต่างคนต่างอยู่ย่อมเกิดการแบ่งพรรคขึ้นมาเป็ธรรมดา ทำให้ข้อพิพาทระหว่างนักเรียนอีกหอหนึ่งกับนักเรียนอีกหอหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
จนกระทั่งการขึ้นตำแหน่งของชายผู้นี้
“ถ้างั้นอีกคนคงจะเหนือกว่าอีกงั้นสิ...” เขายิ้มเจื่อน เพยิดหน้าไปยังนักเรียนอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆฮาร์ท
ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม รูปร่างเล็ก ผมสีเงินถูกรัดเกล้าเอาไว้อย่างเป็ระเบียบ ใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาสีฟ้าที่ดูจะเ็ากับทุกสิ่งที่เธอมอง ริมฝีปากเหยียดตรง โดยรวมแล้วถือว่าเป็คนที่สวยมากคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ทำไมสัญชาติญาณของโนอาห์ถึงได้ร้องเตือนว่าอย่าเข้าใกล้เธอคนนี้เป็อันขาด
ถ้าเขาเรียกยูกิว่ารูปปั้นน้ำแข็งเดินได้
เธอคนนี้ก็คงเป็นางพญาน้ำแข็งง
“ตาแหลมไม่เบา คนนั้นชื่อ วาเนสซ่า เรเชล หัวหน้าหอเก็นบุ เหมือนอย่างที่นายว่า...ค่อนข้างเป็ที่กล่าวถึงในหมู่นักเรียนมากที่สุดสำหรับหัวหน้าหอทั้งสี่ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเลยล่ะ” อารันอมยิ้ม ดูเหมือนว่าคนอื่นๆจะได้แต่มองอยู่อย่างเดียวไม่กล้าเข้าใกล้ ยกเว้นเสียว่าใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างๆเ้าหล่อน ดูท่าข่าวที่เขามีเกี่ยวกับหัวหน้าหอพักทั้งสองจะมีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย
โนอาห์พยักหน้าหงึกๆรับทราบ ก่อนจะหันหน้าไปมองอีกสองคนที่ยืนอยู่บนเวที ผู้ชายที่มีบรรยากาศแตกต่างกันสุดขั้ว อีกคนเป็ชายผมดำยาวจนต้องมัดเอาไว้ รูปร่างผอมบางซะยิ่งกว่าอารัน แววตาสีดำคมกริบจนเหมือนเขากำลังมองตัวเอง มิหนำซ้ำยังพันผ้าพันคอไว้รอบๆคอปิดปากเอาไว้ไม่สนใจซักนิดว่าสภาพอากาศข้างนอกจะเป็ยังไง
“เร็น พิคมี่ หัวหน้าหอเซย์ริว คนที่ได้รับกล่าวขานว่าแปลกและพูดน้อยมากที่สุดในโรงเรียน” อารันยังคงทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเช่นเดิม ตามข้อมูลที่เขามีเกี่ยวกับหัวหน้าหอทั้งสี่รุ่นปัจจุบัน เร็นเป็คนที่เขาข้อมูลน้อยมากที่สุด
ในขณะที่ผู้ชายคนสุดท้ายมีบรรยากาศบางส่วนคล้ายกับฮาร์ทอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มผมสีทอง แววตาสีน้ำตาล ผิวสีคล้ำ ที่ถึงแม้จากการสังเกตมักทำหน้านิ่งๆ แต่ด้วยประสบการณ์ของโนอาห์สามารถบอกได้เลยว่าชายคนนี้เป็ผู้ชายที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีคนหนึ่ง
“หัวหน้าหอเบียคะโกะ อาเซียร์ ไอเซ็นโทว์ ถ้าไม่นับฮาร์ทก็อาเซียร์นี้แหละที่นักเรียนทุกคนเชื่อใจ” คำกล่าวสุดท้ายดังออกมาจากปากของอารัน โนอาห์พยักหน้าน้อยๆด้วยท่าทีสนอกสนใจ พลางกวาดสายตามองคนทั้งสี่ให้ชัดเจนมากขึ้นอีกครั้ง
แต่ไหนแต่ไรโนอาห์ก็ชื่นชมยอดฝีมือจนติดเป็นิสัย ถึงจะไม่ชอบต่อสู้แต่การได้แลกเปลี่ยนกับคนที่เป็เลิศในด้านต่างๆก็ถือว่าสนุกไม่หยอก ในยุทธภพหากถามว่าคนที่เคยพบปะเจ็ดยอดฝีมือมากที่สุดคือใคร ชาวยุทธทุกคนย่อมพากันตอบเป็เสียงเดียวว่าคนผู้นั้นก็คือชิวหลง เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เป็คนเพียงคนเดียวที่เคยยลโฉมเจ็ดยอดฝีมือมาแล้วทุกคน
แน่นอนว่าย่อมมีการแลกเปลี่ยนกันบ้างเล็กน้อย
และเขาก็หวังเป็อย่างยิ่งว่าจะได้ััประสบการณ์แบบนั้นอีกครั้ง ถ้าเทียบในด้านเวทมนตร์อย่างเดียวแน่นอนว่าเขาสู้คนพวกนั้นไม่ได้เลย แต่ถ้าให้งัดทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในตัวออกมาใช้ก็ไม่แน่ว่าผลลัพธ์อาจจะออกมาดีกว่าคิด และถึงแม้เขาจะชอบติดเล่นจนใครต่อใครพากันบอกว่านิสัยเสีย แต่ถ้าต้องถึงคราวจำเป็จริงๆบางทีเขาอาจจะต้องเอาจริงซักครั้ง เหมือนกับที่เคยทำเช่นนี้กับเจ็ดยอดฝีมือบางคนที่เขาเคยแลกเปลี่ยนวิชาด้วย
“ทุกคน ได้ยินกันหรือเปล่า” ชายผมทองเอ่ย ผลของเวทขยายเสียงทำงานได้ดีเกินไปจนนักเรียนปีหนึ่งถึงกับเอามือปิดหูเพราะทนฟังเสียงหวีดแหลมไม่ไหว
“อ๊ะๆ ขอโทษที พอดีว่าโดยยัดหน้าที่ตัวแทนมาให้ก็เลยไม่ค่อยมีการเตรียมตัวเท่าไหร่น่ะ หวังว่าพวกเธอจะไม่ถือสา” ฮาร์ทพูดกลั้วหัวเราะ ข้อแก้ตัวที่ทำให้นักเรียนชั้นปีหนึ่งหลายคนอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เป็ถึงหัวหน้าหอซูซาคุจะมีนิสัยแบบนี้
โดยเฉพาะนิกซ์ที่รู้สึกว่ามันช่างคล้ายกับใครบางคนชอบกล
ได้อยู่หอเดียวกับคนแบบนี้เห็นทีจะมีแต่เื่น่าปวดหัว
“เื่อื่นๆเอาเป็ว่าฉันจะไม่พูดแล้วกัน เอาเป็ว่าจะขอลัดข้ามตอนไปยังหอพักที่ทุกคนจะได้อยู่อาศัยไปตลอดสี่ปีเลยแล้วกัน” หัวหน้าหอซูซาคุพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเป็อย่างยิ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้กับนักเรียนชั้นปีสามคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างล่างเวที และเมื่อสัญญาณนั้นถูกส่งต่อ กระดาษใบหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้านักเรียนใหม่ทุกคนในทันที
“กระดาษแผ่นนั้นจะเป็ผลประเมินการสอบข้าวของพวกเธอทุกคนอย่างละเอียด รวมทั้งเื่ที่สำคัญสุดอย่างหอพักที่ต้องเข้าไปกินนอนในนั้นด้วย” ฮาร์ทแจกแจงด้วยน้ำเสียงระรื่นเหมือนอย่างเคย นักเรียนปีหนึ่งได้ฟังเช่นนั้นก็รีบกระรีกระวาดตรวจเช็คดูทันทีว่าผลประเมินของพวกตนเป็เช่นไร รวมถึงหอพักที่ต้องสังกัดตลอดสี่ปีการศึกษา
เช่นเดียวกับพวกโนอาห์ที่กำลังกวาดสายตาอย่างขะมักเขม้น
และเหมือนเทพีแห่งโชคชะตาจะเข้าข้างพวกเขาจนดูน่าสงสัย
“อ๊ะ! ผมได้อยู่หอซูซาคุล่ะครับ แล้วคนอื่นๆล่ะ” นิกซ์ถาม มองไปยังคนอื่นๆที่พึ่งเงยหน้าจากแผ่นกระดาษบางๆได้ไม่นานนัก
“ฉันกับยูกิก็เหมือนกันค่ะ บังเอิญเหลือเชื่อเลยนะคะ” ซายากะตอบเสียงใส
ในขณะที่อารันนั้นยักไหล่แทนคำตอบ พลางยื่นแผ่นกระดาษให้นิกซ์เอาไปส่งต่อ ภายในด้านใดระบุเด่นชัดว่าหอพักของเขาอยู่ที่เดียวกันกับนิกซ์ ซายากะและยูกิ ดังนั้นก็เหลือเพียงคนสุดท้ายที่ควรจะแหกปากร้องลั่นเป็คนแรก ในตอนนี้กลับนิ่งเงียบเป็ปูนปั้นซะอย่างนั้น
“ร...หรือว่า คุณโนอาห์จะอยู่คนละหอกับพวกเราครับ...” ชายตัวเล็กถามออกไปด้วยน้ำเสียงหวาดๆ ความจริงมักเ็ปอยู่เสมอ เขาเองก็พอที่จะทำใจเื่นี้มาบ้างั้แ่แรก แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่อยากจะยอมรับมันเหมือนกันถ้าเกิดเป็เื่จริงขึ้นมา
“ผิดแล้วเพื่อน ฉันก็ได้อยู่ที่เดียวกันกับพวกนายนั้นแหละ” โนอาห์หันมาคลี่รอยยิ้มให้ พลางชูกระดาษในมือจนปิดบังใบหน้าเสียจนมิด ในนั้นระบุไว้ชัดเจนว่าหอพักที่โนอาห์ต้องอยู่อาศัยคือหอซูซาคุ แต่สาเหตุที่โนอาห์นิ่งเงียบอยู่นานเขาไม่ได้บอกมาด้วยว่าเพราะอะไรกันแน่
นั้นเพราะเ้าตัวกำลังกักเก็บอารมณ์ของตนให้นิ่งมากที่สุด หัวหน้าหอทั้งสี่ล้วนล้วนเป็สุดยอดจอมเวทด้วยกันแทบทั้งสิ้น แต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกันไป ถึงอย่างนั้นโนอาห์กลับรู้สึกถูกชะตากับหัวหน้าหอซูซาคุเป็พิเศษ ชายที่ชื่อฮาร์ท ไรเซ็นมีความคล้ายคลึงกับเขาในหลายๆด้าน ดังนั้นถ้าได้มาเป็รุ่นพี่รุ่นน้องหอเดียวกันคงจะสนุกไม่น้อย
เพราะเขาก็อยากรู้เหมือนว่าระหว่างเขากับฮาร์ท
ใครกันแน่ที่จะเป็คมในฝักของจริง
ในที่สุดพิธีปฐมนิเทศก็ได้จบลง พวกนักเรียนปีหนึ่งต่างพากันหอบร่างอันเหน็ดเหนื่อยตามรุ่นพี่ไปที่หอพัก แต่ก็ยังนับว่าสร้างความสนุกสนานและความครึกครื้นให้กับพวกเขาได้ไม่น้อย คนบางคนถึงกับแจ้งเกิดในวันนี้เลยทีเดียว ในขณะที่หลายๆคนก็รู้สึกว่าไม่ได้อะไรเป็ชิ้นเป็อันซักเท่าไหร่
“เอาล่ะ พี่เข้าใจว่าพวกน้องๆคงเหนื่อยกันมามาก เลยขอพูดไม่เยอะ ให้ตั้งใจฟังกันด้วย” รุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งกล่าวขึ้นหลังจากนำทางนักเรียนใหม่ของหอซูซาคุกลับมาที่หอได้หมาดๆ ที่จริงแล้วหัวหน้าหอควรจะรับหน้าที่นี้ แต่เ้าตัวกลับบอกว่าเื่แค่นี้ให้ใครทำไปก็ได้ เดี๋ยวขอไปสืบข่าวของหออื่นให้เอง ซึ่งเพื่อนๆของฮาร์ทเป็อันเข้าใจดีว่าชายคนนี้จะหาเื่ยอดๆออกจากหอไปปั่นประสาทใครบางคนแถวๆหอเก็นบุเล่นก็เท่านั้น
ตอนนี้นักเรียนปีหนึ่ง ที่ได้อยู่หอซูซาคุต่างพากันยืนหน้าสลอนอยู่ใจกลางห้องโถงกลางขนาดใหญ่ของชั้นปี ซึ่งถูกแบ่งอีกทีเป็สี่ระดับชั้น โทนสีของหอถูกจัดอยู่ในโทนแดงตามสีประจำหอ ข้าวของเครื่องใช้ค่อนข้างครบครันในระดับที่ว่าไม่ทำให้ลำบาก ขนาดใหญ่โตโอ่อ่ากว่าภาพลักษณ์ของป้อมสีขาวเรียบๆที่มองเห็นตอนอยู่ข้างนอกมากนัก จนดูใหญ่โตเกินเมื่อเทียบกับจำนวนนักเรียนชั้นปีหนึ่งในปีนี้ที่มีไม่ถึงยี่สิบคน
“อย่างที่ทุกคนเห็น บริเวณนี้เป็ห้องโถงกลาง มีทั้งมุมอ่านหนังสือ ห้องครัว หรืออะไรก็ตามที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกเต็มที่ แน่นอนว่าพี่จะให้พวกเธอไปสำรวจดูเอง” ประโยคนี้สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่นๆไม่น้อย รุ่นพี่ยกมือส่งสัญญาณ เพียงเท่านั้นเสียงจอแจก็ค่อยๆเงียบลง
“หอซูซาคุของเราตั้งบริเวณทิศใต้ของโรงเรียน อาคารภายนอกก็อย่างที่พวกเธอได้เห็นกันแล้ว หรือถ้าใครจำไม่ได้ก็ค่อยเดินออกไปดูใหม่” รุ่นพี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก
“หอพักแบ่งออกเป็สี่ส่วน ถ้าเป็ไปได้ก็ขออย่าไปเดินเพ่นพ่านในส่วนของชั้นปีอื่นถ้าไม่จำเป็ เพราะถึงทางโรงเรียนจะมีกฏไม่ให้ใช้กำลังภายในโรงเรียน แต่ถ้าเป็การแลกเปลี่ยนฝีมือมันก็คนละเื่” แม้น้ำเสียงหรือท่าทางที่รุ่นพี่แสดงท่าทีประกอบจะค่อนไปทางติดตลกมากกว่าซีเรียส แต่นักเรียนปีหนึ่งทุกคนต่างไม่ตลกไปด้วยเลย สีหน้าซีดลงหรือบ้างก็เฉยเมยไม่ได้สนใจ ในขณะที่บางคนนั้นกลับหัวเราะเสียงใส
หนึ่งในนั้นก็นับรวมโนอาห์เข้าไปอีกคน
เขาเองก็ต้องยอมรับว่าหอพักของที่นี้ดูดีกว่าที่คิด อีกทั้งเพื่อนร่วมชั้นยังมีน้อยเสียจนน่าใ ดังนั้นเื่ที่จะตีสนิทให้ได้ทุกคนย่อมไม่ใช่เื่ยาก โดยโนอาห์ได้เล็งคนบางคนเอาไว้ั้แ่เดินเลยประตูหอมาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมองไม่เห็นใครบางคนที่พวกเขารอคอยมาั้แ่เช้า
โนอาห์ยังคงมองไม่เห็นเซเรน่า
“ชั้นที่เหลือก็เป็ในส่วนของห้องพัก ซึ่งแน่นอนว่าชั้นปีหนึ่งไม่ได้นอนคนเดียว ห้องหนึ่งจะประกอบไปด้วยนักเรียน 3 คนเป็อย่างต่ำ และแน่นอนอย่างที่สุด แยกชายหญิง” ทันทีที่รุ่นพี่พูดจบ คนส่วนหนึ่งถึงกับถอนหายใจด้วยความเสียดาย
“ในส่วนของรายชื่อมีแปะติดไว้ตรงกระดานของชั้นปี ไปดูกันได้ ในส่วนของพี่ก็คงจะไม่มีอะไรแล้ว อ้อ! อาจารย์ประจำหอของเราคือ อาจารย์เซโน่ ออราเคิล คาดว่าหลายๆคนคงจะรู้จักกันแล้ว หรือถ้าไม่ท่านรับผิดชอบในวิชาประวัติศาสตร์เบื้องต้น ที่พวกเธอจะได้เรียนในชั้นปีหนึ่ง สุดท้ายก็ขอให้สนุกกับชีวิตในโรงเรียน ฝันดีนะ” รุ่นพี่ที่กล่าวปิดงานด้วยความรวดเร็วไม่รอให้ใครถาม ซึ่งที่ไม่มีใครถามเพราะตอนนี้แต่ละคนต่างให้ความสนใจกับรายชื่อห้องพักมากกว่า
เป็ธรรมดาที่ต้องตื่นเต้นว่าจะได้นอนกับใครไปตลอดสี่ปีในโรงเรียนแห่งนี้ รุ่นพี่ที่ทำหน้าที่บรรยายแทนฮาร์ทก็ดูเหมือนจะรู้ดี เลยปล่อยให้พวกปีหนึ่งไปตรวจดูรายชื่อและพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่สำคัญตอนนี้มันก็ถึงเวลาที่เขาจะได้พักผ่อนบ้างเสียทีหลังจากผ่านศึกหนักมาแทบทั้งวัน
ปล่อยไว้เพียงความวุ่นวายที่ทิ้งเอาไว้ข้างหลัง
“เฮ้ยๆ อย่าบังสินายน่ะ”
“บังจังโว้ย ชาตินี้จะได้เห็นไหมล่ะเนี้ย!!”
“เข้าไปดูทีละคนสิครับ จะแย่งกันทำไม”
“เฮ้ยๆ! ใครเหยียบเท้าฉัน!!”
“เบียดแล้วๆ ข้างหลังใจเย็นหน่อยโว้ย!!”
เสียงเอะอะโวยวายไม่ทราบหลักที่มาชัดเจนดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้องโถงของชั้นปีหนึ่ง และความวุ่นวายนี้ดำเนินไปซักพักราวๆครึ่งชั่วโมง จนเมื่อเหตุการณ์สงบลงทุกคนจึงหันมาจับมือคุยกันให้คนหนึ่งประกาศชื่อตามความเห็นของใครซักคนที่เสนอขึ้นมา ซึ่งดูท่าจะเป็ไปได้ด้วยดี พวกโนอาห์ อารัน และนิกซ์ก็ได้อยู่ห้องเดียวกันราวกับเื่บังเอิญ แต่แล้วรายชื่อหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะโผล่มาได้กลับถูกประกาศขึ้นมา ทำให้ใบหน้าของโนอาห์ซึ่งตอนนี้กำลังรับบทเป็บุรุษเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“เซเรน่า สวานีเซียร์ อาเบย์โนะ ซายากะ วาตานาเบะ ยูกิ ห้องหมายเลขที่เจ็ดยกมือด้วย” ชายหนุ่มผมสีดำตัดสั้นไม่ยาวไม่สั้นมากเกินซึ่งรับหน้าที่อันทรงเกียรติจากคำผลักไสของเพื่อนๆกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด
หญิงสาวสามคนเดินออกมาข้างหน้าทันทีเพื่อให้เห็นหน้ากันชัดๆ แน่นอนว่าพวกเธอที่รู้จักกันมาก่อนย่อมพูดคุยกันถูกคอในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะซายากะที่ดูเหมือนจะส่งเสียงโอดครวญในเื่ที่หาเซเรน่าไม่เจอใน่เช้า ในขณะที่ยูกินั้นเพียงพูดคำทักทายอยู่สองสามคำก่อนที่จะเงียบไปเหมือนอย่างเคย
ที่สำคัญสามสาวดันเข้ากันได้ดีเป็ปี่เป็ขลุ่ยมากกว่าเดิมจนโนอาห์ยังแอบใ แถมยังทำหน้าพยักเพยิดมาทางเขา อารัน และนิกซ์พร้อมกับส่งเสียวหัวเราะคิกคักเป็ที่สนุกสนาน โนอาห์หรี่ตามองไปหาหญิงสาวผมทองกลับอย่างใช้ความคิด แต่สิ่งที่ได้ก็คือการเฉไฉเบือนหน้าหนีในท่าทีที่ดูยังไงก็น่าสงสัย เพียงแต่ตอนนี้มันก็โฉ่งฉ่างเกินไปที่จะเดินไปทัก
และสุดท้ายนักเรียนชั้นปีหนึ่งทั้งหมดก็พากันเข้าห้องเก็บของเตรียมเข้านอน รอรับศึกหนักในวันพรุ่งนี้ซึ่งพวกเขาจะได้เข้าเรียนกันจริงๆจังๆเป็วันแรก แต่กระนั้นก็ยังมีใครบางคนที่ยังคงนอนไม่หลับเพราะดันเก็บเื่ไม่เป็เื่ไปคิดจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ชายผู้นั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากโนอาห์ที่ทำตัวผิดปกติั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง
จนในที่สุดนิกซ์ก็ทักมาด้วยน้ำเสียงที่ดูยังไงก็เป็ห่วงเขาจากใจจริง
“ถ้าจะเข้าห้องน้ำตอนนี้ไม่มีใครว่าหรอกนะครับ” นิกซ์พูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ฉายแววเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
แต่บางทีการที่เก็บเงียบเอาไว้อาจจะดีซะกว่า