ต้องรู้ก่อนว่า ของขวัญที่โดเนทให้สตรีมเมอร์นั้น 60% จะไหลเข้ากระเป๋าของแพลตฟอร์ม
สตรีมเมอร์คนหนึ่งต่อให้จะจ้างหน้าม้ามาแค่ไหน ก็ไม่น่าจะทุ่มทุนสร้างขนาดนี้!
"เอาละ เลิกส่งของขวัญกันก่อนครับ ผมกลัวว่าจะดูไม่ทัน ขอเริ่มจากคนแรกก่อน คุณลูกเตะกรรไกรขึ้นไมค์ครับ"
แถมฉินเย่ยังเป็พวกประหลาดอีกด้วย สตรีมเมอร์คนอื่นต่างก็อยากให้ผู้ชมกระหน่ำส่งของขวัญจนจอะเิ แต่ฉินเย่กลับสั่งให้หยุด
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาสั่งให้หยุด แต่พวกแฟนคลับของเขากลับประหลาดยิ่งกว่า เพราะพวกเขายังคงส่งไม่หยุด!
จนทำให้ฉินเย่ต้องตัดสินใจทำเื่ที่ประหลาดยิ่งขึ้นไปอีก นั่นคือการปิดฟังก์ชันรับของขวัญ!
ให้ตายเถอะ พวกนี้เห็นเงินเป็เศษกระดาษกันหรือไงนะ!
หลังจากลูกเตะกรรไกรขึ้นไมค์แล้ว ฉินเย่ก็ส่งคำขอเชื่อมต่อวิดีโอไป อีกฝ่ายกดรับอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปี
"อาจารย์ฉิน ท่านรีบช่วยดูให้ผมหน่อย งานแกะสลักหยกชิ้นนี้เป็ยังไงบ้าง พ่อผมบอกว่านี่เป็สมบัติสืบทอดประจำตระกูลเลยนะ!"
ลูกเตะกรรไกร หยิบงานแกะสลักหยกรูปม้าออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น
เมื่อเห็นเขาหน้าตาเบิกบานขนาดนั้น ฉินเย่ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคงอยากจะรวยข้ามคืนด้วยของชิ้นนี้แน่ ๆ
แต่น่าเสียดายที่งานแกะสลักหยกชิ้นนี้ ต่อให้เขาไม่ใช้ตาทิพย์ทองคำ เขาก็มองออกว่ามันคืออะไร
"ถ้าขายเป็ของจุกจิกทั่วไป ก็น่าจะได้ราคาประมาณสิบห้าหยวนครับ"
คำตอบนี้ทำเอาลูกเตะกรรไกรถึงกับอึ้งไปทั้งตัว
"สิบ... สิบห้าหยวน?!"
[ฮ่า ๆ ๆ !!! เพื่อนนักสะสมคนนี้ รีบกลับไปหาพ่อคุณเลย เขาหลอกคุณแล้ว!]
[อาจารย์ฉินโหดร้ายเกินไปแล้ว ทำลายความฝันของเด็กคนหนึ่งซะย่อยยับ! แต่ขอโทษนะ ฉันขำว่ะ!]
[พวกเราผ่านการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ ต่อให้ขำแค่ไหนเราก็จะไม่หัวเราะ นอกจากจะกลั้นไม่ไหว... ฮ่า ๆ ๆ !]
[ไม่ใช่สิ ขนาดฉันยังพอดูออกเลยว่าไอ้นี่มันก็แค่ผลิตภัณฑ์เลียนแบบที่ทำจากแก้วชัด ๆ เขากลับดูไม่ออก แถมยังคิดว่าเป็สมบัติอีก!]
[ฉันรู้แล้วว่า เื่ราวในนิทานมันหลอกเด็กทั้งนั้น~~~]
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดโหดร้ายยิ่งกว่าฉินเย่เสียอีก ต่างพากันส่งข้อความล้อเลียนไม่หยุด
ลูกเตะกรรไกรร้องไห้โฮออกมาทันที เขาขว้างงานแกะสลักหยกทิ้งแล้ววิ่งออกไปจากกล้องทันที แต่แชตก็ยังคงล้อเลียนไม่เลิก แถมยังรุนแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย
"เชิญเพื่อนนักสะสมคนต่อไปครับ"
ฉินเย่ไม่ได้คิดจะปลอบใจลูกเตะกรรไกร เขาเรียกคนต่อไปขึ้นไมค์ทันที
คนต่อมาคือเพื่อนนักสะสมเรือดอกท้อพเนจร ชายหนุ่มวัยรุ่นอายุเพียงยี่สิบต้น ๆ
"อาจารย์ฉิน ท่านช่วยดูจี้หยกชิ้นนี้ให้หน่อยครับว่าเป็ยังไงบ้าง?"
เรือดอกท้อพเนจร หยิบจี้หยกชิ้นหนึ่งออกมา ภายในจี้หยกแกะสลักเป็รูปั ดูสวยงามทีเดียว
ฉินเย่ลูบคางพลางถามว่า "พ่อหนุ่ม คุณโดนหลอกมาใช่ไหม?"
"เอ่อ... อาจารย์ฉิน ทำไมท่านพูดแบบนั้นล่ะครับ?"
เรือดอกท้อพเนจรหน้าตาตื่น รีบถามกลับทันที
"หยกเลียนแบบพวกนี้มักจะมีวางขายตามแผงลอยริมทาง ถ้าคุณซื้อมาจากแผงลอยล่ะก็ ยินดีด้วยครับ คุณโดนหลอกแล้ว"
"บ้าเอ๊ย!" เรือดอกท้อพเนจรสบถออกมาเสียงดัง
เขาตื่นเต้นไม่แพ้กับลูกเตะกรรไกรเลย ไม่ทันได้กดปิดกล้อง เขาก็วิ่งออกจากบ้านไปทันที
"ดูจากท่าทางของเพื่อนนักสะสมคนนี้ คงเสียเงินไปกับมันไม่น้อยเลยล่ะมั้ง"
ฉินเย่ส่ายหัวพลางถอนหายใจ "เพื่อนนักสะสมทั้งหลาย ถ้าไม่มีประสบการณ์ในวงการนี้มากพอ อย่าริอาจไปคิดจะหาของดีจากแผงลอยเลยครับ สิบครั้งโดนหลอกทั้งสิบครั้งนั่นแหละ!"
[เฮ้ย! ที่แท้คนเมื่อกี้ก็วิ่งไปหาคนขายเหรอเนี่ย! ฉันเพิ่งนึกออก!]
[ฮ่า ๆ ๆ !!! หมอนั่นต้องเสียเงินไปเยอะแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้!]
[ผู้เคราะห์ร้ายอีกราย รายก่อนหน้านี้จิตใจบอบช้ำอย่างหนัก แต่รายนี้กระเป๋าฉีกอย่างรุนแรง!]
[ฉันเริ่มตั้งตารอเพื่อนนักสะสมคนต่อไปแล้วว่าจะเจออะไรอีก!]
[อาจารย์ฉิน อาจารย์ฉิน เขาจะตามหาเ้าของแผงลอยเจอไหมครับ?]
เมื่อเห็นแชตถามมาหลากหลาย ฉินเย่ก็ยิ้มตอบว่า "พวกเ้าของแผงลอยแบบนี้ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนที่ขายไปเรื่อย ๆ ถ้าหลอกเงินไปได้สักสองสามหมื่นป่านนี้คงหนีไปนานแล้ว หนุ่มคนนั้นแปดเก้าส่วนคงตามตัวกลับมาไม่เจอหรอกครับ"
"เชิญเพื่อนนักสะสมคนต่อไปครับ!"
ชาวเน็ตคนต่อมาที่ขึ้นไมค์คือ สายตาพิฆาต
แต่ที่คาดไม่ถึงคือคนคนนี้กลับเป็เด็กสาวอายุยี่สิบต้น ๆ
[เฮ้ย! นี่มันน้องสาวนี่นา!]
[นึกไม่ถึงจริง ๆ ! นึกไม่ถึงเลย!]
[สุดยอด ชื่อนี้มันสุดยอดจริง ๆ !]
ห้องไลฟ์สดถูกถล่มด้วยข้อความแชตอีกครั้ง
แต่ความกระตือรือร้นของผู้ชมไม่ได้สูงเท่าตอนเจอเย่เสี่ยวเสี่ยวเมื่อวาน เพราะหน้าตาของน้องสาวคนนี้ไม่ได้โดดเด่นมากนัก จัดว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น
"อาจารย์ฉินคะ ฉันกำลังจะแต่งงานค่ะ นี่เป็แหวนทองที่แม่ของคู่หมั้นมอบให้ฉัน"
"ตอนแรกฉันดีใจมาก เพราะเขาบอกว่าเป็แหวนที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และจะมอบให้ลูกสะใภ้ตัวจริงเท่านั้น แต่เมื่อไม่นานมานี้ ตอนไปเที่ยวกับเพื่อน มีคนบอกว่ามันเป็ของปลอม ไม่ใช่ทองคำแท้ ฉันเลยอยากจะรบกวนให้ท่านช่วยประเมินให้หน่อยค่ะ"
สายตาพิฆาตพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
ความจริงสำหรับเธอแล้ว แหวนจะแพงหรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่ถ้ามันเป็ของปลอมจริง ๆ นั่นหมายความว่าคู่หมั้นและแม่ของเขาร่วมมือกันหลอกลวงเธอ!
เื่นี้เธอไม่อาจยอมรับได้!
ฉินเย่เหลือบมองแหวนเพียงแวบเดียวโดยไม่ได้ใช้ตาทิพย์ทองคำ เพราะเพียงแค่สายตาของเขาเองก็มองออกแล้วว่าจริงหรือปลอม
"เป็ของปลอมครับ"
คำสั้น ๆ เพียงสี่คำ ทำให้สายตาพิฆาตถึงกับทรุดฮวบลงทันที
เธอพยักหน้าแล้วกระซิบว่า "ขอบคุณอาจารย์ฉินค่ะ"
จากนั้นเธอก็ปิดกล้องไป
ส่วนเื่ราวหลังจากนี้จะเป็อย่างไรฉินเย่ก็ไม่รู้ แต่เขาจะไม่ทำตัวเป็นักบุญโกหกเธอเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้
เพราะในความสัมพันธ์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจและความเชื่อใจ ในเมื่อฝ่ายหนึ่งเลือกที่จะหลอกลวง ก็ย่อมต้องเผชิญกับผลลัพธ์ของการหลอกลวงนั้น
[โอย! ทำไมฉันรู้สึกว่าคนที่มาประเมินของแต่ละคนสภาพอนาถขึ้นเรื่อย ๆ เลยล่ะ?]
[นั่นสิ น้องสาวคนนี้เผลอ ๆ อาจจะยกเลิกงานแต่งไปเลยก็ได้ สตรีมเมอร์ไม่ควรบอกความจริงกับเธอเลย!]
[ถ้าไม่บอกเธอ จะให้เธออยู่กับการหลอกลวงไปตลอดชีวิตเหรอ? คนข้างบนนี่สมองพังไปแล้วหรือไง?]
[ยอมทำลายวัดสิบแห่ง ดีกว่าทำลายงานวิวาห์หนึ่งครั้ง สตรีมเมอร์ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ!]
[หึ ๆ ... ขำตายละ งานแต่งที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงแบบนี้มันไม่ควรทำลายทิ้งเหรอ? กลายเป็ว่าทุกคนต้องทนอยู่กันไปแบบขอไปที ใช้ชีวิตให้มันจบ ๆ ไปอย่างนั้นเหรอ!]
[พวกข้างบนนั่นตลกชะมัด อยากดูพวกนักบุญก็ต้องดูพวกชาวเน็ตนี่แหละ!]
หลังจากสายตาพิฆาตจากไป ห้องไลฟ์สดของฉินเย่ก็คึกคักขึ้นอีกครั้ง
โชคดีที่คนสมัยนี้ไม่ได้เป็พวกโลกสวยหรือพวกชอบกดดันทางศีลธรรมไปเสียทุกคน สุดท้ายเสียงที่ประณามฉินเย่ก็ถูกกลบหายไป
ฉินเย่ไม่ได้ใส่ใจเื่นั้น เขาพูดต่อว่า "เชิญเพื่อนนักสะสมคนต่อไปครับ"
[ฮ่า ๆ ๆ !!! สตรีมเมอร์ เลิกใช้คำว่าเชิญเพื่อนนักสะสมเถอะ เปลี่ยนเป็เชิญผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไปน่าจะเหมาะกว่า!]
[ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ อยากรู้จริง ๆ ว่าผู้เคราะห์ร้ายคนต่อไปจะเป็ยังไง]
[ตามกฎของเมอร์ฟี คนต่อมาต้องอนาถกว่าเดิมแน่ ๆ !]
[มา ๆ ๆ รีบเชิญผู้เคราะห์ร้ายรายต่อไปขึ้นมาเลย!]