แผนการของเซเมย์นั้นเรียบง่าย ทำอย่างไรก็ได้ต้องตัดกำลังของทาดายูกิให้มากที่สุด
คราวศึกษาในสำนักองเมียวเป็นศิษย์พี่ที่เป็นคนถ่ายทอดวิชา ทว่าศิษย์พี่ที่ว่าเก่งกาจแค่อาจารย์ชายตามองก็สามารถชี้จุดบกพร่องและบอกวิธีแก้ไขได้ อาจารย์ผู้ดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไรกลับลุ่มลึกถึงเพียงนี้
เมื่อเติบใหญ่ถึงได้รู้ความลับคราวก่อตั้งเมืองหลวง สถานที่นี้กลับถูกยึดครองโดยเจ้าขุนเขาทั้งสาม ถึงกระนั้นอาจารย์อาศัยกำลังเพียงลำพังกำราบเจ้าขุนเขาทั้งสาม ราชายักษ์ โชโจโบราชาเทงงู และเซียนจิ้งจอกแดงต่างสิ้นท่า หลังจากนั้นเหล่าปีศาจก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตน
แต่ทว่าชายผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ กลับพ่ายแพ้ให้แก่กาลเวลา
ถึงอย่างไรอูฐผอมตายยังตัวใหญ่กว่าม้า*
ไม่อาจประมาท
ดังนั้นเซเมย์จึงไม่เปิดโอกาสให้ทาดายูกิได้พัก
ทุกอย่างกำลังจะเป็นไปตามแผน คุไคไม่อาจกลับมาจากแดนสุขาวดี หินขวางเท้าเหลือเพียงท่านอาจารย์เท่านั้น แต่ด้วยลิขิตฟ้ายากคาดเดา…
บุคคลซึ่งยิ่งใหญ่กว่าคุไคกลับลงมาจากพุทธภูมิ
พระโพธิสัตว์กวนอิม (観音菩薩 คันนนโบะซะทสึ)
โพธิสัตว์คันนน ปางพันมือพันเนตร (千手観音)
“มันเป็นไปได้อย่างไร?”
เซเมย์ร้องคำรามด้วยความอัดอั้น ไม่อาจยอมรับในสิ่งที่โชคชะตานำมา
เป็นไปได้!!!
หากมีร่างอวตารที่เหมาะสม
สตรีผู้ยอมทนทุกข์…
ยอมลำบาก เผชิญกับความกดดันในใจ
ยอมเสี่ยงชีวิตโดยไม่สนความปลอดภัยของตน
ตัวอยู่ในความมืดแต่ใจอยู่ในแสงสว่าง
เสียสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม
ใครจะเหมาะสมไปกว่าเธอคนนี้ บุตรสาวในครอบครัวชาวนา ยอมขายตัวเป็นทาสตั้งแต่เจ็ดขวบ กล้ำกลืนฝืนทนจนวันนี้
ซาเอะ
คาโมะ โนะ ทาดายูกิกำลังรอคอย องเมียวจิที่ดีย่อมต้องทำความเข้าใจวิถีแห่งดวงดาว
ทราบลิขิตฟ้านำมาลิขิตตน
อาคมพายุสายฟ้า (雷雨) นั้นพร่าผลาญกำลังอย่างยิ่ง เทียบกันแล้วเซเมย์คล้ายสามารถส่งภูตรับใช้มาได้ไม่รู้จบ แต่เขาแทบไม่อาจประคองได้ต่อไปแล้ว ไม่ถึงห้าลมหายใจอาคมพายุสายฟ้าก็คงสลาย
หลังจากนี้จะทำเช่นไร?
ชั่วสี่ลมหายใจ บางสิ่งพลันเกิดขึ้น
ตูมมมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง เรือนหลักปีกตะวันออกพังพินาศสิ้น
ดอกบัวเจ็ดสีเจ็ดดอกพลันผุดขึ้นมาจากซากปรักหักพัง ดอกบัวหกดอกรายล้อมฐานบัวตรงกลางเอาไว้ ที่นั่นมีสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ในรัศมีแห่งธรรมเรืองรอง ไม่อาจเห็นเค้าหน้าได้ชัด ไอปีศาจที่อยู่รายล้อมต่างสลายไม่อาจอยู่ได้แม้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม วินาทีต่อมาเสียงสวดมนต์พลันแว่วมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ที่อยู่ของจอมปีศาจกลายเป็นสถานแห่งธรรมไปในทันใด
สตรีผู้นั้นหลับตาทำมือปางสมาธิ มือซ้ายวางหงายบนตัก มือขวาคว่ำวางบนหัวเข่า ตรงหน้ามีลูกแก้วใสภายในมีร่างบุรุษงดงามดั่งภาพฝันหลับตาพริ้ม ราวกับอยู่ในห้วงนิทรา
ผลลัพธ์อันไม่เกินคาดเดา เมื่ออยู่ในมือของพระโพธิสัตว์ก็เปรียบได้กับฉีเทียนต้าเซิ่น* อยู่ในพระหัตถ์ของพระยูไล เก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจหนีออกไปได้
ยามนี้สายใยคล้ายมีคล้ายไม่มีที่เชื่อมต่อเซเมย์ทั้งสองภาคเอาไว้ ยังคงเชื่อมต่อกันเพียงแต่ภาคมนุษย์ไม่อาจส่งผ่านพลังเวทขององเมียวจิได้อีกแล้ว หมายความว่านับแต่นี้เวทวิชาใดที่ใช้ไป ย่อมลดทอนพลังเวทไปหนึ่งส่วน
พลังเวทมีแต่สูญสลายไม่อาจเพิ่มเติม!
ภาพเหตุการณ์บรรยายเหมือนเนิ่นนาน แต่ความจริงแล้วเกิดขึ้นรวดเร็วดุจประกายไฟ
ยามที่ดอกบัวผุดขึ้น ส่งผลให้ภาคปีศาจเกิดเสียสมาธิไปวูบหนึ่ง เปิดโอกาสให้ทาดายูกิได้ใช้ไม้ตายที่แอบเตรียมการเอาไว้ มือขวายกขึ้นทำท่ามุทรา ปากท่องคาถา…
天雷光 (เทงรัยโค)
อัสนีทัณฑ์สวรรค์
ทันใดนั้นกองขี้เถ้าของอาชิยะ โดมันที่อยู่ปากทางช่องเขาพลันเปล่งประกายสว่างวาบ วัตถุขนาดเล็กสีเงินแวววาวลอยขึ้น แล้วพุ่งออกไปด้วยความเร็วเฉกเช่นฟ้าร้องกรอกหู เป้าหมายคือร่างภาคปีศาจของอาเบะ โนะ เซเมย์
เวลาเดียวกันนั้น หมู่เมฆดำทะมึนคราวทำลายวงกตสายหมอกยังคงรวมตัวอยู่บนฟ้า ไม่ได้สลายหายไป ท่ามกลางหมู่เมฆพลันเกิดแสงสว่างวาบ ฟ้าร้องดังครืนครัน เสียงดังกึกก้องสะท้านสะเทือนทั้งปฐพี
เปรี้ยงงงงง!
เสียงกัมปนาทสะท้านฟ้าตามมาทันใด
สายฟ้าเป็นสายผ่าลงยังวัตถุขนาดเล็กสีเงิน บัดนี้มันกลายเป็นลูกศรสายฟ้าเปล่งแสงแรงกล้าของทัณฑ์สวรรค์
ทัณฑ์อันไม่อาจหลบเลี่ยง
วัตถุสีเงินคือเข็มเย็บผ้าที่ทาดายูกิขอมาจากมิซึกิ ภรรยาของอุเอะโนะ คนละอันกับเข็มที่โคทาโร่ปลุกวิญญาณ
ใช้เข็มต่างลูกศร จิตน้าวสายสั่งการ ประสานอัสนีฟ้า ก่อเกิดอัสนีทัณฑ์สวรรค์
เทพวิชาสังหารมาร!
วิชาที่สวรรค์รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อสังหารปีศาจโดยเฉพาะ
ไม่!!!
เสียงกรีดร้องของเซเมย์ราวกับจะไปถึงสวรรค์เบื้องบน
เพียงพริบตาหมอกสีดำพวยพุ่งออกจากร่าง ดวงตาของลักษณ์จิ้งจอกด้านหลังกลายเป็นแดงก่ำ มือขวาแทงดาบไปข้างหน้า หมอกสีดำเกาะเกี่ยวร้อยรัดเข้ากับตัวดาบ เมื่อมือเหยียดตรงถึงที่สุดปลายดาบก่อเกิดเป็นวังวนสีดำขนาดใหญ่ วินาทีเดียวกันนั้นเขาระเบิดพลังเวทขององเมียวจิในร่างเจ็ดในสิบส่วน บงการยันต์ทั้งหมดที่เหลือในเรือนมาร ให้ประสานเป็นหนึ่งเดียวกับวังวนตรงหน้า หวังถ่วงเวลาสักครู่หนึ่ง
ลูกศรสายฟ้าพุ่งเข้ามาอย่างไม่อาจขัดขวางได้ วังวนที่ประกอบด้วยยันต์จำนวนมหาศาลกลับสลายหายไป แทบไม่อาจถ่วงเวลาได้เพียงเศษเสี้ยว!
แทบ…
ย่อมหมายความว่าถ่วงเวลาได้เสี้ยวหนึ่ง
ลูกศรพลันช้าลงไปเสี้ยวหนึ่ง
เสี้ยวหนึ่งก็พอแล้ว เซเมย์ใช้พลังเวทอีกสองส่วนอัดเข้าไปในดาบ บังคับมันต่างกระบี่ิบินให้พุ่งชนกับลูกศรสายฟ้า อาศัยพลังเวทขององเมียวจิระดับเทพเทวา ประสานพลังบำเพ็ญหนึ่งร้อยปีในดาบที่สร้างจากหางจิ้งจอกของเท็งโกะคุ
ตูมมมมม!
ดาบกระดูกหักสะบั้น ลูกศรสายฟ้าพุ่งทะลุจุดที่เซเมย์ยืนอยู่กลายเป็นหลุมลึก
เสียงระเบิดดังกึกก้อง
เมื่อฝุ่นควันจางลง ร่างของจอมมารหายไปแล้ว!
แรงปะทะส่งผลให้ภาคปีศาจของเซเมย์ลอยขึ้น ในเวลาเดียวกันเสียงอื้ออึงพลันดังจากเบื้องบน เอ็นมะเทงงูเฒ่า หรืออีกนามหนึ่ง ‘โชโจโบ’ อดีตราชาเทงงูแห่งเขาคุรามะ ได้โฉบลงมาใช้เท้าจับหัวไหล่ของเซเมย์เอาไว้…
พาหนี
การต่อสู้คราวนี้ไม่มีข้อกำหนดให้ต้องป้องกันเรือนมาร ตัวจะไปที่ไหนก็ได้ เอ็นมะโบยบินอย่างรวดเร็วมุ่งไปทางนครเฮอัน
ทาดายูกิถอนหายใจอย่างเสียดาย เสกนกกระดาษเป็นนกกระเรียนแล้วติดตามไปในทันที
ระหว่างเดินทาง ใจคิดคำนึงถึงการต่อสู้ที่ผ่านมา
พระโพธิสัตว์คันนนไม่สามารถแบ่งพลังมาช่วยได้อีก เพราะลำพังการสะกดอีกภาคหนึ่งของเซเมย์ก็หนักหนาพอแล้ว น่าเสียดายที่ท่านแบ่งพลังจากพุทธภูมิมาได้เพียงผีเสื้อตัวเดียว เรื่องนี้ภาคปีศาจของเซเมย์เข้าใจดีถึงได้หลบหนีโดยไม่กังวลกับการถูกขัดขวาง
ความจริงเกี่ยวกับระดับขั้นของจอมมาร ตรงตามที่เขากับยาสึโนริคาดเดาเอาไว้
เซเมย์เกิดมามีมารดาเป็นจิ้งจอกบิดาเป็นมนุษย์ เท่ากับสายเลือดครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจ แรกเข้าสำนักเซเมย์เลือกว่าตนเป็นมนุษย์ เขาจึงสะกดสายเลือดปีศาจเอาไว้ หากฝ่าฝืนปลุกสายเลือดนี้ขึ้นมาต้องรับโทษฐานทรยศสำนัก ไม่น่าเชื่อหลังจากคืนชีพ ครึ่งปีศาจกลับหลุดจากการควบคุม กลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน…
ปีศาจผู้ใช้วิชาขององเมียวจิ
หลังจากสองสายเลือดประสานทำให้อาเบะ โนะ เซเมย์ก้าวสู่ขั้นเทพเทวา ทรงพลังเหนือองเมียวทุกคนในแดนดิน ทว่ายามนี้ครึ่งมนุษย์ถูกสะกดเอาไว้ อีกไม่นานระดับขั้นคงลงไปอยู่ระดับเดียวกับขุนพลเทพ ปีศาจจิ้งจอกเท็งโกะคุและจยิโกะคุ นี่เป็นเหตุให้เซเมย์หลบหนี
แต่ทำไมต้องมุ่งหน้าไปเฮอัน?
พลังเวทเหลือหนึ่งส่วนจะทำอะไรได้?!
*อูฐผอมตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า เป็นสำนวน ในที่นี้หมายถึงคนยิ่งใหญ่ถึงจะตกต่ำก็ยังคงมีอำนาจซ่อนเร้น
**ฉีเทียนต้าเซิ่น หมายถึงเห้งเจีย ตัวละครในนิยายเรื่องไซอิ๋ว สามารถแปลงกายได้เจ็ดสิบสองร่าง