มังกรน้ำแข็งขนาดมหึมาบินผ่านเมืองต่างๆไปอย่างรวดเร็ว ที่ใดที่มันบินผ่านไปสถานที่นั้นย่อมเหมือนได้รับคำอวยพรแด่แผ่นดินอย่างไรอย่างนั้นเนื่องจากกระแสลมหนาวที่มังกรน้ำแข้งนี้สร้างขึ้นนั้นสร้างความร่มเย็นและสดชื่นให้แก่เมืองที่มันบินผ่านไปนั่นเอง
เฟยหรงและเสวียเหม่ยยืนเคียงข้างกัน ชายหนุ่มนั้นยังคงควบคุมทิศทางของมังกรน้ำแข็งได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกทั้งยังใช้อำนาจแห่งบัลลังก์ราชันแห่งความมืดปกคลุมมังกรน้ำแข็งเอาไว้เพื่อดูดกลืนปราณจากชั้นบรรยากาศมาทดแทนปราณของเสวียเหม่ยเพื่อไม่ให้นางเหนื่อยจนเกินไป แม้นางจะมีตบะพร้อมจะทะลวงขั้นเทพอมตะแล้วก็ตาม
ทางด้านเสวียเหม่ยนั้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคอยดูแลนางเป็นอย่างดีเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มอย่างมีความสุข การมีคนให้พึ่งพามันดีเช่นนี้นี่เองสำหรับนางแล้วนี่นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากเลยทีเดียว
"อีกหน่อยจะถึงทวีประดับกลางแล้ว พวกเจ้าจะลงที่เมืองของเจ้าเลยหรือไม่หรือจะไปกับพวกเรา"เฟยหรงกล่าวขึ้น แน่นอนว่าที่เขาหมายถึงย่อมเป็นเหล่ยอิงและเมิ่งฉี ที่ตอนนี้กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานกับบรรดาภรรยาของเขาและเล่นอยู่กับเจ้าตัวน้อยทั้งสองของเขาอยู่
"สามี พวกนางจะไปกับพวกเราเจ้าตรงไปทวีประดับต่ำเลยเถอะ"เสี่ยวเซียนกล่าวขึ้น เนื่องจากพวกนางได้ตกลงเรื่องนี้กันเอาไว้แล้วอีกทั้งยัยหนูทั้งสองยังชื่นชอบเหล่ยอิงและเมิ่งฉีเอามากๆหากจับแยกละก็มีหวังได้ร้องงอแงเป็นแน่แท้ เฟยหรงที่ได้ยินก็พยักหน้ารับเขาบังคับมังกรน้ำแข้งให้พุ่งทยานผ่านทวีประดับกลางในทันที ส่งผลให้ผู้คนในอาราจักรที่พบเห็นถึงกับนั่งคุกเข่าลงกราบไหว้ด้วยความเคารพโดยพลันเนื่องจากอานุภาพสยบของมังกรน้ำแข็งตัวนี้นั้นถึงอย่างไรก็ถูกสร้างโดยมหาเทวะซึ่งเป็นพลังที่ผู้คนในทวีประดับกลางยังไม่เคยยั่งถึงมาก่อนดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะมีอาการเช่นนี้
เวลาล่วงเลยไปสิบหน้าวันด้วยกันตลอดการเดินทางในที่สุดพวกเขาก็ถึงชายแดนของทวีประดับกลางและทวีประต่ำในที่สุด การเดินทางครั้งนี้นับว่ารวดเร็วเป็นอย่างมากหลังจากที่ชายหนุ่มผ่านเขตแดนของทวีประดับกลางมาแล้วไอปราณก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัดและมันมีเพียงแค่เจ็ดในห้าส่วนของทวีประดับกลางเพียงเท่านั้นและนี่เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเขาได้มาถึงทวีประดับต่ำแล้วนั่นเอง
"ว่าแล้วมันไม่ปกติจริงๆด้วย"เฟยหรงอุทานออกมาในทันทีเมื่อเขามาถึงทวีประดับต่ำ ในความรู้สึกของเขาเพียงแค่มีป่าใหญ่กั้นไม่น่าจะทำให้ไอปราณมันเบาบางลงไปได้มากมายเช่นนี้ แล้วนี่มันจะเป็นเรื่องปกติได้อย่างไร ในตอนแรกเฟยหรงไม่ได้สนใจมันมากนักแต่พอกลับมาในครั้งนี้ด้วยมีบัลลังก์ราชันเป็นเหตุดังนั้นทุกความผิดปกติชายหนุ่มจำต้องเก็บมันไว้เป็นเบาะแสทั้งหมด
"สามีเจ้ามั่นใจหรือว่ามันมีบัลลังก์ราชันชิ้นสุดท้ายอยู่จริง ข้าไม่รู้สึกถึงความผันผวนของมันเลยแม้จะใช้บัลลังก์ราชันเป็นสื่อกลางก็ตาม"เสวียเหม่ยกล่าวถามด้วยความสงสัย
"แต่ตอนนี้ข้ามั่นใจแปดส่วน เอาไว้ไปเยี่ยมเยียนเหล่าญาติมิตรก่อนแล้วข้าจะลงมือหามันอย่างจริงจัง"เสวียเหม่ยพยักหน้าในทันที เฟยหรงบังคับมังกรน้ำแข็งให้ตรงไปยังเมืองหลวงของทวีประดับต่ำในทันที
การมาของเขานั้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนไม่น้อยเนื่องจาก โดยเฉพาะเหล่าคนใหญ่คนโตของอาณาจักรซึ่งประกอบไปด้วยตระกูลเสี่ยว ตระกูลเฟย และตระกูลจ้าวซึ่งเป็นจักรพรรดิอยู่ ณ ตอนนี้ เหล่าผู้นำตระกุลและเหล่าผู้อาวุโสพากันลอยขึ้นมาบนฟากฟ้า ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสั่นกลัว หากผู้ทรงพลังข้างหน้านี้เป็นศัตรูทวีปนี้คงถึงคราวล่มสลายเป็นแน่แท้
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้กล่าวถามอะไร หญิงสาวสามคนก็กระโดดลงมาจากด้านหลังของมังกรน้ำแข็งตัวใหญ่ยักษ์ภายในพริบตาก็โผ่เข้ากอดจ้าวหยางและเสียวเฟิงในทันที
"ท่านพ่อ"จ้าวหลานนั้นพุ่งไปกอดบิดาของนางจักรพรรดิจ้าวเฟิง ส่วนเสียวเซียนและเซียนปิงเอ่อนั้นพุ่งเข้าไปกอดเสี่ยวเฟิงเช่นกัน เนื่องจากในตอนแต่งงานนั้นเสี่ยวเฟิงได้เป็นญาติผุ้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาวให้นางอีกทั้งความสัมพันธ์ของนางกับเสี่ยวเซียนก็เปรียบเสมือนพี่น้องกันดังนั้นเสี่ยวเฟิงจึงถือศักดิ์เป็นบิดาของนางด้วยนั่นเอง
"นี่!!"ทั้งจักรพรรดิจ้าวหยางและเสี่ยวเฟิงถึงกับตกตะลึงไปพักใหญ่ นี่พวกเขาไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่ นี่คือพวกลูกสาวเขาจริงๆ มือของพวกเขาค่อยๆโอบกอดหญิงสาวผู้เป็นบุตรด้วยความคิดถึงในทันที ช่วงเวลาตลอดหกปีนี้ทำให้พวกเขาคิดถึงนางจับใจ ส่วนผู้นำตระกูลเฟยอย่างเฟยหลินและเฟยเหลี่ยงนั้น เมื่อเห็นภรรยาของนายน้อยของตนเองกลับมาในตาก็เป็นประกายอย่างถึงที่สุดและมองไปยังมังกรน้ำแข็งตัวมหึมาด้วยความตื่นเต้น
"ไม่เจอกันนาน พวกเจ้าพัฒนาขึ้นไม่น้อย"เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นมาจากหลังของมังกรน้ำแข็งในทันใด เพียงพริบตาเท่านั้นมังกรน้ำแข้งตัวใหญ่ก็จางหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อบบนท้องฟ้าปรากฏชายหนึ่งคนและหญิงสาวอีกจำนวนหนึ่งกำลังมองมาที่เบื้องล่างพร้อมด้วยรอยยิ้มจางๆความหล่อเหล่าและความงดงามของพวกนางนั้น ทำให้ชาวเมืองและผู้คนที่กำลังเงยหน้าขึ้นมามองต่างตกตะลึงในความงดงามเหนือบรรยาย หากเป็นหญิงสาวที่ได้เห็นใบหน้าอันเหลือเหล่าของชายหนุ่มต่างพากันระทวยขาแข้งอ่อนอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนผู้ชายนั้นต่างมองพวกหญิงสาวด้านหลังด้วยความหลงไหลในทันที ในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีหญิงงามหยาดเยิ้มปานนี้อยู่จริงๆ
"คาราวะนายน้อย!"เฟยหลินและเฟยเหลียงผสานมือคาราวะพร้อมกันแม้หน้าตาของชายหนุ่มจะเปลี่ยนไปแต่พวกเขาจะจำเฟยหรงผิดไปได้อย่างไร ในเมื่อทั้งสองนั้นติดตามชายหนุ่มมาตั้งแต่เด็กอีกทั้งยังคอยอบรมสั่งสอนพวกเขาให้กลายเป็นยอดฝีมือได้เช่นนี้ไม่มีทางที่พวกเขาจะลืมได้ลง
"ไม่ต้องมากพิธี นักบุญขั้นปลายทั้งๆที่ลมปราณเบาบางเช่นนี้นับว่าพวกเจ้ายอดเยี่ยมมากแล้ว เอาละเดี๋ยวข้าจะไปหาพ่อตาของข้าสักเดี๋ยวเจ้าไปจัดการความวุ่นวายด้านล่างก่อนเถอะ"เฟยหรงกล่าวขึ้นในเวลานี้คนทั้งเมืองกำลังส่งเสียงฮือฮาไม่ขาดสาย ทั้งเฟยหลินและเฟยเหลียง ผสานมือคาราวะนายน้อยของเขาอีกครั้งก่อนที่จะหันหลังกลับไปจัดการความเรียบร้อยในทันที
"คาราวะท่านพ่อตาทั้งสอง"เฟยหรงเมื่อเห็นว่าพ่อตาทั้งสองคนของเขาออกมาจากห้วงแห่งความคิดถึงบุตรสาวแล้วจึงลอยไปด้านหน้าพร้อมผสานมือคาราวะในทันที ในเวลานี้ทั้งจ้าวหยางและเสี่ยวเฟิงพากันตะลึงงัน
"เจ้าคือ!!"
"ท่านพ่อตาผ่านไปเพียงหกปีท่านจำข้าไม่ได้เสียแล้ว ข้าคือเฟยหรงอย่างไรขอรับ"เฟยหรงกล่าวพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรบนใบหน้า ทั้งจ้าวหยางและเสี่ยวเฟิงได้ยินดวงตาของพวกเขาแทบถล่นออกมาในทันที นี่ใช่เฟยหรงจริงๆน่ะหรือทำไมถึงได้ดูเปลี่ยนไปปานนี้ ทั้งดูหล่อเหล่า สูงส่ง และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดินอย่างนับไม่ได้เลยทีเดียว ยิ่งคิดพวกเขายิ่งไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกเขยของพวกเขากันแน่
"เอ่อ.....ท่านพ่อตา ข้าว่าหากท่านจะถามอะไรเราควรลงไปด้านล่างกันก่อนดีไหมขอรับ หากยังอยู่เช่นนี้เกรงว่าจะได้เป็นเป็นสายตาของคนทั้งเมือง"เฟยหรงกล่าว
"อ่า.....จริงสิ....ไปๆไปที่พระราชวังกันก่อน มีอะไรค่อยพูดกัน ฮ่าๆๆ"จ้าวหยางกล่าวพร้อมพาเฟยหรงและคนอื่นบินกลับเข้าวังไปในทันที
ภายในพระราชวังอันกว้างใหญ่ จ้าวหยางเดินไปนั่งบนบัลลังก์พร้อมด้วยเฟิงหยุนเยว่ที่เดินตามไปติดๆส่วนทางด้านของเสี่ยวเฟิงนั้นเขาเองก็มีปิงลี่อินเดินไปด้วยเช่นกัน พวกนางรู้ว่าสองคนนี้คือท่านตาของพวกนางดังนั้นจึงไม่แปลกที่สนใจในตัวของจ้างหยางและเสี่ยวเฟิง
ซึ่งการกระทำของพวกนางนั้นทำให้คนเป็นพ่ออย่างเฟยหรงรวมถึงบรรดาแม่ๆของพวกนางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน นี่ขนาดพวกนางยังไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำยังไม่เกรงกลัวใคร พวกเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากพวกนางเติบโตไปจะเป็นอย่างไรต่อ ด้วยพรสวรรค์อันมากล้นของพวกนางบวกกับนิสัยเช่นนี้เกรงว่าเฟยหรงและเหล่าภรรยาคงจะได้ปวดหัวกับพวกนางในอนาคตเป็นแน่แท้
เฟยหรงนั่งลงพร้อมกับเหล่าภรรยาก่อนที่เขาจะเล่าเรื่องราวต่างๆให้กับทั้งสองฟังอย่างรวบรัด เพื่อไม่ให้เสียเวลาจนเกินไปโดยเล่าเพียงเรื่องสำคัญๆเท่านั้นแม้จะไม่ได้เจาะลึกมากแต่ก็ทำให้จ้าวหยางและเสี่ยวเฟิงเข้าใจได้ อีกทั้งพวกเขายังหันไปจ้องมองเด็กสาวที่กำลังยืนมองพวกเขาอยู่ด้วยความเอ็นดูเอามากๆพร้อมกับอุ้มพวกนางขึ้นมานั่งตักและเล่นกับพวกนางเสียเล็กน้อย
"คิดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหลังของเจ้าจะสับสนวุ่นวายขนาดนี้ ฮ่าๆๆ แต่ก็ถือว่าดีที่ท่านอาจารย์ได้อยู่กับคนที่เขารักเสียที หลายปีมานี้ที่ท่านสอนสั่งข้านัยตาของท่านมีแต่ความว่างเปล่าราวกับไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร เอาละในเมื่อพวกเจ้ากลับมาทั้งที ข้าจะปิดเมืองเลี้ยงฉลองเสียสามวันสามคืนไปเลยฮ่าๆๆ"จ้าวหยางกล่าวขึ้นอย่างอารมร์ดี เขารู้สึกยินดียิ่งที่พวกลูกๆกลับมาหาอีกทั้งยังมีเจ้าตัวน้อยมาให้เขาเล่นด้วยอีกต่างหาก และที่มากไปกว่านั้นจ้าวหยางรู้สึกดีมากที่เฟยหงผู้เป็นอาจารย์ของเขาได้พบกับความสุขของครอบครัว ดังนั้นจึงไม่รีรอที่จะเลี้ยงฉลอง
เขาได้สั่งให้ทหารไปป่าวประกาศในทันที ในเวลานี้คืองานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของทวีปและจ้าวหยางให้ชื่อวันเทศกาลนี้ว่า หงษ์มังกรคืนถิ่น นี่คือการต้อนรับการกลับมาของลูกสาวและลูกเขยของเขาอย่างสมเกียรติที่สุดเลยก็ว่าได้ ทางด้านเฟยหรงที่เห็นดังนั้นก็พลันยกยิ้มเจื่อนๆในทันใดเขาไม่คิดว่าพ่อตาของเขาจะยิ่งใหญ่ปานนี้